ดู: 1005|ตอบกลับ: 13

{ นอกเมืองฉางอัน - หุบเขาอู่ไถ } ถ้ำโบราณไร้นาม

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-28 18:47:05 |โหมดอ่าน

{ นอกเมืองฉางอัน - ถ้ำโบราณไร้นาม }

ถ้ำที่ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากซากของประตูโบราณ ถูกซ่อนไว้ภายในหุบเขาอู่ไถ
เป็นถ้ำที่มักถูกมองข้ามเพราะมีลักษณะเหมือนกับถ้ำตามธรรมชาติอื่นๆ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-10-28 23:29:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Qiangrong เมื่อ 2017-10-29 19:20

สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (2) ]


          หลังจากที่เฉียงหรงจ้างให้ทางโรงเตี๊ยมช่วยดูแลม้าของเธอแทนค่าที่พักอีกสองคืนที่เหลือเป็นเวลาสามถึงสี่วันก่อนที่จะรีบยกเต้าหู้ทอดและชาที่สั่งมาตามอีกสองคนที่นำหน้าไปแล้วด้วยความเร่งรีบ ดูเหมือนว่าม้าของอากิโกะเองเธอก็ฝากเถ้าแก่ดูแลให้เช่นเดียวกับเธอ แต่เธอดันหิ้วไก่ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ไปด้วย

          อาหารฉุกเฉินเรอะ…

          เริ่มเดินนานเข้า เธอชักเริ่มสงสัย… ไอ้สถานที่สงบๆ ที่เธอฟังตอนแรกนั้นเธอเข้าใจว่าอาจจะเป็นจวนของใครบางคน แต่พอเดินนานเข้าแล้วผ่านประตูเมืองไป เธอชักเริ่มตะหงิดใจ จนสุดท้ายแล้ว จุดหมายปลายทางของเธอก็อยู่ที่…

          ถ้ำ… ในภูเขาที่อยู่นอกเมืองไกลๆ เลย…

          “ตามข้ามาข้างในเลย”

          ชายคนนั้นบอกก่อนที่เธอจะเดินตามเข้าไปด้วยความแอบกังวลเล็กน้อยว่าเขาจะหลอกเธอมาปล้นหรือเปล่า เธอจึงแอบเตรียมพร้อมกำทวนไว้แน่น แต่พอเข้ามาแล้วจอมยุทธชุดขาวก็นั่งลงนิ่งสงบในถ้ำนั้น แล้วชี้ให้เธอมานั่งด้วย

          เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงนัั่งลงตามที่จอมยุทธผู้นั้นสั่ง

          “แล้วสหายเจ้าล่ะ?”

          เขาถามเธอ เมื่อหันไปข้างๆ เธอก็พบกับความว่างเปล่า

          อ่าว…

          แต่ไม่นาน อากิโกะก็เดินเข้ามาในถ้ำพร้อมๆ กับจอมยุทธที่ถามขึ้นมา

          "เจ้าไปไหนมางั้นรึ แม่นางถึงมาช้าเพียงนี้"

          "ต้องขออภัยที่มาช้าคะ..ข้าไปปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของข้าให้ไปหากินแถวนั้นก่อนค่อยเข้ามา"

          ดูเหมือนว่าเจ้าไก่ที่สหายใหม่ของเธอนำมาด้วยจะถูกปล่อยเอาไว้ข้างนอก

          "มิเป็นไร เรื่องของเจ้าก็จัดการไปเรียบร้อยแล้ว เอาละ พวกเจ้านั่งคุกเข่าพร้อมแล้วสินะ ข้าจะได้เข้าเรื่องเลย"

          "เจ้าคะ..เชิญท่านพูดเลยคะ"

          เฉียงหรงพยักหน้าตามคำของอากิโกะ พร้อมกันนั้น จอมยุทธผู้นั้นก็เริ่มเอ่ยปาก...

          “ในเส้นทางนี้เมื่อก้าวเท้าแล้ว ยากจะถอยหลังกลับเพราะบุญคุณความแค้นจะคงอยู่ตลอดไป ทุกย่างเท้าของเจ้าล้วนเต็มไปด้วยอันตราย การฝึกฝนกำลังภายในเพื่อเอาชีวิตรอดในยุทธภพนั้นยากลำบากยิ่งกว่าฝึกพลังกาย แต่ทั้งสองควรไปอย่างสัมพันธ์กัน กำลังภายในเป็นหลัก และ กำลังกายเป็นรอง”

          นั่นเป็นเรื่องที่เธอพอจะรู้มาบ้างคราวๆ แล้ว เป็นหลักการที่ใครๆ ก็พูดได้แต่กระทำจริงนั้นกลับยากเข็ญ เธอชำเลืองมองอากิโกะที่นั่งนิ่งตั้งใจฟังไม่ไหวติงแล้วเธอจึงพยักหน้าตอบจอมยุทธผู้นั้นว่าเธอได้รับทราบข้อมูลและพร้อมแล้วเช่นกัน

          “เอาล่ะ พวกเจ้าดูมีพื้นฐานกำลังภายในที่ดี ข้าจะสอนการเดินลมปราณขั้นพื้นฐานก่อน แต่ว่าการเรียนลมปราณขั้นพื้นฐานนั้นถ้าเกิดพวกเจ้าเจอยอดฝีมือที่ใช้กำลังภายในที่เฉพาะเจาะทางหรือกำลังภายในอื่นๆ ก็ยากจะปะทะ เนื่องจากลมปราณกำหนดลมหายใจนี้เป็นเพียงพื้นฐานผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้นเพื่อเปิดทางสู่วิชาตัวตัวเบา แต่ไม่ใช่ลมปราณที่เหมาะแก่ต่อสู้เท่าที่ควรหากต้องพบเจอยอดฝีมือ”

          เธอพยักหน้ารับ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยเข้าใจที่เขาบอกก็ตาม แต่เธอก็พยักหน้ารับ คาดว่า ในอนาคตนั้นเธออาจสามารถจำได้ขึ้นใจไปโดยง่าย

          “ก่อนอื่นฟังให้เข้าหู และเก็บไว้จำให้ดี และทำตาม”

          จอมยุทธนั้นพูดอยู่นาน แม้จะเชื่องช้าและหยุดเป็นระยะให้พวกเธอได้ตามทันแต่เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงข้อมูลอันมากล้น

          “เอาล่ะก่อนอื่นพวกเจ้าก็เริ่มฝึกได้ และจำไว้หาดติดขัดพวกเจ้าต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์มิเช่นนั้นหากดึงดันไปต่อพวกเจ้าจะธาตุไฟเข้าแทรก”

          ““เข้าใจแล้ว/ค่ะ””

          หลังจากนั้น เขาก็สั่งให้พวกเธอที่นั่งคุกเข่าอยู่เปลี่ยนเป็นท่าขัดสมาธิ เฉียงหรงเริ่มทำการฝึกโดยทบทวนจากคำสอนอันยาวเหยียดของจอมยุทธ

          ‘นั่งสมาธิสงบจิตใจเสียก่อน หายใจตามปรกติ 2 นาที ถ้าเหนื่อยมาจากงาน หรือเพิ่งเดินทางมาถึง เมื่อเริ่มรู้สึกสบายก็แสดงว่าพร้อมจะฝึกต่อไปแล้ว…. จากนั้นให้วางฝ่ามือหงายขึ้นทั้งสองบนหน้าเข่าซ้ายและขวา’

          เฉียงหรงทำตาม เธอค่อยๆ หายใจตามปกติเข้าออกให้รับรู้ลมหายใจ ให้ร่างกายผ่อนคลายจากการฝึกหนักที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วยามนี้ ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งก้านธูปเลยทีเดียวกว่าเธอจะพร้อม ซึ่งนานกว่าสองนาทีที่ว่ามาพอสมควร

          จากนั้น เธอหายเหนื่อยและรู้สึกพร้อมแล้ว เธอก็หงายฝ่ามือขึ้นตามคำของจอมยุทธ เธอชำเลืองมองดูอากิโกะที่อยู่ในท่าเดียวกันกับเธอและสงบนิ่งยิ่งนัก

          ‘หายใจเข้าสี่ หายใจออกหนึ่ง คือ หายใจเข้าติดต่อกันให้ครบสี่ครั้งโดยไม่ออก ทำแบบนี้วนไป 100 รอบ’

          เข้าสี่…ต้องทำแบบนี่เปล่าหว่า?

          “ฮึก ฮึก ฮึก ฮึก”

          “ข้าบอกให้หายใจเข้าติดต่อกัน มิใช่หายใจเข้าเป็นจังหวะสี่ครั้ง”

          เธอโดนจอมยุทธชุดขาวบ่นใส่ในขณะที่เธอสูดลมหายใจเข้าไปติดต่อกันสี่ครั้งแทนที่จะหายใจยาวสี่จังหวะ

          “มันไม่เหมือนกันหรอ?”

          “ไม่เหมือนกัน ให้หายใจเข้าติดต่อกันโดยนับจังหวะหายใจปกติสี่ครั้ง ดูข้าให้ดีๆ”

          เฉียงหรงมองไปยังจอทยุทธที่หายใจยาวขึ้นปอด ก่อนที่จะหายใจออกในจังหวะที่สั้นกว่า เห็นดังนั้นแล้วเธอก็เข้าใจและทำตาม เมื่อเธอทำถูกต้องแล้ว จอมยุทธจึงพยักหน้าแล้วปล่อยให้พวกเธอทั้งสองหายใจเข้าออกเช่นนี้เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งร้อยครั้ง

          “อึ๊ก!?”

          จู่ๆ ในตอนที่เธอกำลังจะเริ่มหายใจนั้น อากิโกะที่ดูจะเริ่มเร็วกว่าเธอได้มีอาการผิดปกติขึ้นจนร้องเสียงหลงออกมา

          “อึ๊ก อั๊ก! ปวดท้องหนักมากค่ะ!”

          "โอะโอ..ข้าลืมบอกไปการเดินลมปราณ ครั้งแรกพวกเจ้าอาจจะต้องเจอภาวะปวดท้องขั้นรุนจนต้องไปถ่ายหนักเพราะลมปราณไม่ยอมขับเคลื่อนไปทั่วร่าง เพียงแต่ลมปราณไปกระจุกอยู่ที่บริเวณทวานหนัก บางส่วนก็ไปกระจุกอยู่ที่ลำไส้ เลยทำให้ลำไส้ปั่นป่วนจนต้องวิ่งไปขับถ่ายละนะ"

          “ว่าไงนะเจ้าคะ!?”

          อากิโกะที่นั่งข้างกายเธอทำหน้าตกใจหันมามองหน้าข้ากับมองหน้าจอมยุทธสลับกัน มือของเธอที่เคยหงายบนตักทั้งสองข้างมิอาจนิ่งเฉยกลายมาเป็นกุมหน้าท้องของเธอด้วยความทรมานแทน

          ทำไมท่านไมบอกตั้งแต่ทีแรกละโว้ย!? นี่ข้าต้องเจออาการเดียวกันกับอากิโกะเลยเรอะ!?

          เธอตะโกนก้องในใจ เหงื่อกาฬของเธอนั้นเริ่มไหลพรากเมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคตอันแสนใกล้นี้

          “เฉียงหรง… ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทนได้นานแค่ไหน แต่ข้าทนไม่ไหวแล้ว...”

          ข้าขอโทษสหาย ข้ายังไม่ได้เริ่มเลย...

          อากิโกะพูดได้เพียงแค่นั้นเธอก็กุมหน้าท้องตัวเองด้วยสีหน้าทรมานออกจากถ้ำไป หญิงสาวรู้สึกมากจนเหงื่อกาฬทั้งหลายปริแตกออกมา สีหน้าของเธอเองก็เปลี่ยนจากสีขาวหิมะกลายเป็นสีซีดเผือดดั่งน้ำนมไปแล้ว…

          “ท่าน…”

          เฉียงหรงหันมาขอความเห็นจอมยุทธผู้นั้น

          “อย่าเสียสมาธิ”

          เมื่อได้ฟังดังนั้น เธอจึงได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ภายในจิตใจแล้วกำหนดลมหายใจดังคำที่สั่งสอน เข้ายาวสี่ครั้ง ออกหนึ่งครั้ง ในครั้งแรกนั้นเธอทำได้โดยไม่รู้สึกติดขัดใดๆ ก็รู้สึกเบาใจไปบ้าง แต่ในครั้งที่ห้านั้น เธอก็รู้สึกกระสั่นกระส่ายเฉียบพลัน…

          ม… มันมาแล้ว!?

          เฉียงหรงกัดฟันแน่นพยายามจะฝืนกำหนดลมหายใจต่อ แต่ก็ถูกจอมยุทธชุดขาวห้ามไว้ได้ทันแล้วไล่ให้เธอไปขับถ่ายด้านนอกเสีย

          “...”

          จอมยุทธนั้นไม่พูดพร่ำอะไรได้แต่มองเธทั้งสองคนหายลับไป



          ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา อากิโกะก็กลับมาพักผ่อนภายในถ้ำด้วยความเหนื่อยอ่อน แล้วเริ่มดำเนินการฝึกต่อไป ในครั้งนี้เธอทำได้ดีกว่าเดิมและสามารถทำได้นานขึ้นแล้ว…

          แต่เมื่อเฉียงหรงถ่ายเสร็จกลับมา อากิโกะก็วิ่งออกจากถ้ำไปอีกรอบ…

          ภาพเช่นนี้ปรากฏขึ้นได้ประมาณสี่รอบ อากิโกะก็เหมือนมีสภาพดังเช่นซากศพเดินได้ก็มิปาน เรี่ยวแรงที่เคยมีอยู่หายไปไม่มีเหลือ ในขณะที่เฉียงหรงได้ฝึกความอดทนมาก่อนหน้านี้แล้วยังคงสามารถฝึกต่อไปได้อีกเล็กน้อย

          “เอาเป็นว่าเจ้าพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ขืนฝึกต่อ ธาตุไฟได้เข้าแทรกเจ้าแน่”

          “ร… รับทราบค่ะ...”

          จอมยุทธชุดขาวบอกกับอากิโกะเช่นนั้นแล้วเธอก็ใช้สัมภาระที่เธอแบกมาด้วยเป็นหมอนหนุนสลบเหมือดไปในทันทีที่ข้างผนังถ้ำในขณะที่เฉียงหรงยังคงฝึกต่อไปอยู่

          ซักแปปนึงก็ร่วงหมดแรงไปอีกรายโดยมีสภาพไม่ต่างกับหญิงสาวในชุดดำเลย...


แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 1/4  โพสต์ 2017-11-3 18:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -22 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -22 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1
โพสต์ 2017-10-29 19:19:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (3) ]


          โครก~

          เฉียงหรงค่อยๆ ตื่นขึ้นมาหลังจากที่ตนได้กลิ่นของกินอะไรบางอย่าง เปลือกตาของเธอค่อยเผยอขึ้นพร้อมๆ กับมือที่ยันตัวเธอเองลุกขึ้นมานั่ง และก็พบกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

          ฮว่าเกาสองชิ้นกับนมแพะอีกชาม…

          "เช้านี้พวกเรา คงต้องฝึกกันอีกนานนะเฉียงหรง ข้าเอาขนมฮว่าเกา2ชิ้นมาให้และนมแพะ1ชามวางไว้ ข้างๆ เจ้าแล้ว ถ้าหิวก็ลุกมากินซะละ"

          เสียงของสตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมาในขณะที่เธอกำลังลุกขึ้น ในคราแรกนั้นเฉียงหรงยังไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ด้วยเหตุที่ว่าเธอเพิ่งตื่น แต่เมื่อลองทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว เธอก็เข้าใจกระจ่าง

          อ่า… อากิโกะนี่เอง

          “เจ้านี่น้ำใจงามซะจริงนะ”

          เธอพูดขึ้นโดยมีสตรีสีดำยักไหล่เบาๆ ก่อนที่จะเริ่มลงมือค่อยๆ กัดกินฮว่าเกาทั้งสองชิ้น

          ขนมฮว่าเกานั้นเป็นขนมที่จะมีให้กินเฉพาะในเทศกาลฉงหยางเท่านั้น ทำด้วยแป้ง โรยด้วยธัญพืช ข้างในมีผลไม้รสเปรี้ยวๆ หวานๆ อยู่ แม้ว่าในหมู่บ้านของเธอจะมีให้กินเช่นกัน แต่ก็มิได้อร่อยเท่าของที่ทำในเมืองใหญ่

          เมื่อกินได้สักระยะหนึ่งเธอก็ต้องซดเอานมแพะเป็นน้ำล้างคอไปด้วยเพราะแป้งนั้นมีความเหนียวและนุ่ม ติดคอได้โดยได้

          เธอค่อยๆ ทบทวนการฝึกฝนเมื่อวานที่ทำให้พวกเธอทั้งคู่ต้องทรมานกับอาการปวดท้องรุนแรง เธอสังเกตว่ายิ่งฝึกนานขึ้น อาการก็เริ่มเบาลงจนคล้ายกับจะหายไป ในวันนี้พวกเธออาจสามารถไปยังขั้นตอนต่อไปได้แล้ว

          “ข้ามอิ่มละ ปะอากิโกะ ฝึกต่อๆ”

          เมื่อทานเสร็จแล้ว เธอก็เร่งสะกิดให้อากิโกะรีบรับประทานเนื่องจากเธอนั้นกินอย่างสุภาพเรียบร้อยทำให้การกินนั้นช้าไปด้วย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จแล้วก็นั่งขัดสมาธิข้างกันฝึกต่อไป

          เป็นดังเช่นที่เธอคิด ในวันที่สองเมื่อเธอทั้งคู่ได้รับการพักผ่อนและอาหารอย่างเต็มที่แล้วนั้น สมาธิที่ใช้ในการควบคุมลมหายใจก็ดีขึ้นเป็นอย่างมาก การหายใจเข้าออกเริ่มเป็นไปด้วยความสงบมากขึ้น คล้ายกับการไหลเวียนของสายลมตามธรรมชาติ เข้าอย่างเป็นระบบ ออกอย่างเป็นระบบ มิมีสิ่งใดติดขัด

          "โอะ..ไม่เลวนี้แม่นาง..ดูเหมือนเจ้าจะจับเคล็ดได้ในวันที่สองแล้วสินะ"

          จอมยุทธชุดขาวพูดขึ้นมาเมื่อเห็นพวกเธอทั้งสองทำได้ดีขึ้น กระนั้น พวกเธอทั้งสองก็มิได้มีผู้ใดขยับเขยื้อนมีปฏิกิริยากับคำพูดนั้นแม้แต่น้อย เพียงแค่รับรู้และกำหนดลมหายใจต่อไปจนกระทั่งครั้งทั้งสองนาทีนั่นเอง

          เมื่อถึงขั้นตอนต่อไป ทั้งเฉียงหรงและอากิโกะก็เริ่มปรับเปลี่ยนไปเป็นการกำหนดลมหายใจเข้าสี่จังหวะ ออกหนึ่งจังหวะดังเช่นที่เคยฝึกไปเมื่อวาน เฉียงหรงรู้สึกได้ว่าในครานี้เธอสามารถหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้นโดยไม่มีอะไรมาแทรกซ้อน

          "ในตอนนี้ พวกเจ้าเองก็เริ่มฝึกได้โดยไม่มีอะไรติดขัด แสดงว่าการเดินลมปราณเริ่มดีขึ้น… ถึงข้าสัมผัสได้ว่าลมปราณในกายของพวกเจ้าทั้งสองจะยังไม่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายแต่ก็ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึงแบบเมื่อวาน"

          จอมยุทธชุดขาวพูดขึ้นมา ก่อนที่เขาจะหันมาทางเฉียงหรง

          “การควบคุมลมปราณของเจ้านั้นนับว่าดีกว่าสหายหายของเจ้า แต่ข้าสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังรบกวนลมปราณของเจ้าเล็กน้อย แม้จะมิมีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก แต่เจ้าต้องเดินลมปราณด้วยความระมัดระวัง ห้ามเสียสมาธิเป็นอันขาด”

          เฉียงหรงนั้นยังคงนั่งนิ่งและกำหนดลมหายใจเช่นเดิม คำของจอมยุทธผู้นี้แม้จะคล้ายคลึงกับการรบกวนสมาธิ แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้โดยมิเสียสมาธิไปเสียก่อน จนกระทั่งหายใจได้ทั้งหนึ่งร้อยครั้งถ้วนแล้ว ก็เข้าสู่การฝึกขั้นต่อไป นับเป็นเวลาได้ประมาณสองก้านธูปพอดิบพอดีจากนาฬิกาทรายเธอเฉียงหรงเอามาตั้งไว้ตั้งแต่ต้น

          "ดีมาก พวกเจ้าทั้งคู่เริ่มจักเคล็ดในขั้นตอนนี้ได้ แล้ว เอาละข้าจะให้เจ้าเริ่มขั้นต่อไปได้เลย"

          เข้าเว้นจังหวะครู่หนึ่ง

          "ทำใจให้สงบแล้วค่อยๆหลับตาลง หุบปากและใช้ปลายลิ้นแตะเบาๆ ที่เพดานในช่องปาก ไม่ใช่ไปแตะที่เพดานถ้ำนะ"

          เฉียงหรงรับทราบและกระทำตามโดยใช้ลิ้นของตนแตะเบาๆ ที่เยื่อบุผนังด้านบนเพดานปากของตน กระนั้น จู่ๆ อากิโกะที่อยู่นั่งข้างเธอกลับมีอาการสั่นจากอะไรบางอย่าง

          "แค่เจอข้าใช้วาจาหลอกล่อ เจ้าก็ติดกับซะแล้วแม่นาง กลับไปฝึกขั้นตอนแรกใหม่"

          ดูเหมือนเมื่อสักครู่นี้เขาจะเล่นมุขอะไรบางอย่าง เฉียงหรงที่มีสมาธิกำลังจดจ่ออยู่นั้นมิทันได้ประมวลผลคำพูดนั้นจึงมิได้เข้าใจว่ามันเป็นมุขตลกหรืออะไร อากิโกะที่ถูกสั่งให้ไปฝึกฝนใหม่นั้นได้แต่ตอบไปกลับไปด้วยความหนักใจ

          "เฮ้อ..คะ"

          หลังจากนั้นจอมยุทธก็ได้สั่งให้เฉียงหรงไปเริ่มต้นใหม่ด้วยแล้วใช้วาจาต่างๆ ยุยงให้ทั้งเธอและอากิโกะเสียสมาธิ ในหลายๆ ครั้งนั้น มุขตลกของจอมยุทธชุดขาวก็มิได้ฝืดเสียตลอดไป สามารถส่งให้ทั้งเธอและอากิโกะล้มลงไปนอนหัวเราะอยู่บนพื้นได้ ซึ่งก็จบด้วยการถูกปลายกระบี่เคาะหัวทั้งคู่

          เป็นแบบนี้วนซ้ำไปจนกระทั่งเย็น ผู้ฝึกยุทธทั้งสองก็มิได้เสียสมาธิโดยง่ายอีกต่อไปแม้ว่าจอมยุทธชุดขาวจะยุยงเพียงใดก็ตาม เขาเห็นดังนั้นแล้วจึงลอบยิ้มแล้วดำเนินขั้นต่อไปทันที

          "อื้ม..เจ้าช้ากว่าสหายของเจ้าไปนิดนะแม่นาง เอาล่ะ ทำตามขั้นตอนต่อไปได้แล้ว"

          เขาพูด

          "ขั้นตอนต่อไปก็คือ รวมจิตเป็นหนึ่ง แล้วจึงหายใจเข้าค่อยๆ ลึกขึ้น จากนั้นถอนหายใจลึกเข้าจนสุดแรง จากลมหายใจหยาบให้ค่อยๆ ปรับให้ละเอียดมากขึ้น จากการหายใจตื้นก็ให้ค่อยๆ ลึกขึ้น จากการหายใจสั้นก็ค่อยๆ ยาวขึ้น เพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างช้าๆ"

          จอมยุทธชุดขาวได้เว้นระยะครู่หนึ่งเพื่อให้พวกเธอได้ทำตาม เฉียงหรงนั้นได้สูดเอาสายลมเข้าไปในปอดเฮือกใหญ่ แล้วหายใจออกจนสุดแรง จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ปรับการหายใจของเธอให้แผ่วเบาแต่นุ่มลึกยิ่งขึ้น ในมโนภาพของเธอนั้นเธอเสมือนเห็นตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู๋ในห้วงสีดำ ร่างกายเสมือนแกว่งไปมาแล้วค่อยๆ นิ่งขึ้นที่ละขั้น

          "จากนั—"

          พรึ่บๆๆ!

          เสียงกระพือปีกจำนวนมากดังลอดออกมาจากภายนอกถ้ำจนจอมยุทธชุดขาวต้องหันกลับไปมอง ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่าเหล่านกต่างๆ ก็ได้บินกลับเข้ารังแล้ว เมื่อรับทราบดังนั้น เขาจึงหันมากำชับทั้งสองคนต่อ

          "เอาละ การฝึกในวันนี้จบลงแล้ว ดูเหมือนพวกนกป่าเริ่มกลับรังกันแล้วแสดงว่าใกล้เวลา กลับรังของมันแล้ว ข้าว่าพวกเจ้าควรออกไปหาอะไรกินได้แล้วละนะ"

          "แต่ว่า..พวกเรายังไม่ถึงครึ่งทางของกา—"

          “แม่นางสตรีผมดำ ข้าก็บอกไปแล้วตั้งแต่ฝึกวันแรกแล้วว่า ทุกขั้นตอน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ห้ามเร่งห้ามรุนแรง เข้าใจไม"

          อากิโกะที่ทำท่าจะขัดนั้นถูกขัดเสียเอง

          "ข..เข้าใจแล้วคะ"

          “เอาน่าสหาย ท่านจอมยุทธไม่หนีไปไหนหรอก”

          เธอตบไหล่ให้กำลังใจอากิโกะ สิ่งที่จอทยุทธพูดมานั้นก็เป็นความจริง พวกเธอเองก็เริ่มเหนื่อยล้าจากการกำหนดลมหายใจจนชำนาญมาทั้งวันแล้ว ดังนั้นจงสมควรแก่เวลาที่จะพักได้แล้ว

          "เอาละ การฝึกเดินลมปราณในวันที่สองจบลงแล้ว พวกเจ้าสองคนออกไปหาอะไรกินกันได้แล้วละ"

          เขาทำมือสะบัดไปมาเชิงไล่

          "เออ...เฉียงหรง..เจ้าหิวไหม? ข้าว่าพวกเราออกไปหาอะไรกินกันดีไหม?"

          “ข้าว่าก็ดีนะ ไปที่โรงเตี๊ยมแล้วรีบกลับมาเถอะ”

          เธอว่าพร้อมกับลุกขึ้นเปิดน้ำเต้าสุราของเธอจิบเล็กน้อยแล้วเดินหน้านำอากิโกะออกจากถ้ำทันที



แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 2/4  โพสต์ 2017-11-3 18:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ความหิว -18 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 -18 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1
โพสต์ 2017-10-30 22:39:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (5) ]


          ในเช้าวันต่อมา เฉียงหรงตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาหารตรงหน้าเธออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันก็คือขนมฮว่าเกากับนมแพะที่อากิโกะเตรียมไว้ให้นั่นเอง

          “ขอโทษนะสหายเฉียงหรง เช้านี้ก็ทนกินเจ้านี่ไปก่อนล่ะ เพราะวันนี้คงต้องฝึกอีกยาวเช่นเคย”

          คือ ข้าไม่ใช่ขอทานนะ…

          เฉียงหรงอยากร้องไห้ดังๆ ในใจกับสิ่งที่เพื่อนของเธอทำให้ แน่นอนว่าเธอเองก็ยินดีที่อากิโกะแบ่งปันอาหารให้ แต่เธอเองก็ตะขิดตะขวงใจเช่นกันที่ตนมิได้มีอะไรตอบแทนเลย ดังนั้นเธอจึงควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเธอ

          “เจ้าก็กินเต้าหู้ผัดเผ็ดของข้าไปด้วยแล้วกันสหาย”

          เธอยิ้มพลางยื่นเต้าหู้ผัดเผ็ดที่เธอแอบสั่งเสี่ยวเอ้อเอาไว้แล้วห่อใส่กระเป๋าออกมากินข้างนอก อย่างน้อยๆ มีอะไรกินมากกว่าขนมพวกเธอก็จะมีพลังงานมากขึ้น

          “ตอนแรกข้าจะแบ่งสุราให้เจ้านะ แต่ข้าเกรงว่าเมาแต่หัววันท่าจะไม่ดี เอาของที่มันอยู่ท้องหน่อยก็ดี”

          จากนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็กินอาหารเช้ากันอย่างเงียบๆ โดยที่มีจอมยุทธชุกขาวดูอยู่ไม่ห่างและแจ้งให้พวกเธอทราบว่าการฝึกวันนี้ก็ต้องดำเนินไปทั้งวันเช่นเดิม

          เมื่อพวกเธอกินเสร็จแล้ว สองสหายก็ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ไปมื่อวานแล้วทำสมาธิให้ดีขึ้นโดยที่เฉียงหรงเอานาฬิกาทรายตั้งไว้ข้างๆ ตัวเช่นเดิม เมื่อทรายไหลลงมาจนถึงก้นแก้วแล้ว พวกเธอก็สามารถหายใจได้ครบหนึ่งร้อยครั้งพอดิบพอดี

          “เอาล่ะ… ต่อไปข้าจะพูดถึงขั้นตอนต่อไปที่ข้าพูดค้างเอาไว้เมื่อวาน พวกเจ้าฟังให้ดีนะ”

          เขาพูดขึ้นโดยที่พวกเธอยังคงหลับตานิ่ง รับฟังสิ่งที่จอมยุทธชุดขาวจะพูดและเอาลิ้นของตนกดพี่เพดานปากเบาๆ

          “นำลมหายใจเข้ามาในร่ง ค่อยๆ กดให้ต่ำลงไปจนกว่าจะเลยสะดือสักสามนิ้ว นั่นคือจุดตันเถียนของพวกเจ้า”

          เมื่อเขากล่าวขึ้น พวกเธอจึงค่อยๆ ทำตาม เฉียงหรงหอบหายใจเข้าเฮือกหนึ่งแล้วจึงค่อยๆ ปรับระดับความละเอียดให้ละเอียดขึ้นทีละขั้นจนลมหายใจที่แผ่วเบานั้นคล้ายดั่งเม็ดทรายที่ไหลผ่านช่องแคบของนาฬิกราทรายที่หงายตั้งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

          ในคราแรก เธอไม่เข้าใจว่าเธอจะสามารถกดลมหายใจของตนให้ต่ำลงได้อย่างไรในเมื่อปอดของตนถูกจำกัดไว้เพียงนั้น แต่เมื่อเธอคิดว่าจะควบคุมแล้ว สิ่งที่ไหลเวียนในร่างกายตามความคิดของเธอกลับมิใช่ลมหายใจที่เป็นรูปธรรม แต่เป็นพลังปราณที่หลั่งไหลไปทั่วร่างกายเธอดังคราที่เธอคาบคุมลมหายใจเข้าออกต่างหาก

          เมื่อเธอเริ่มเข้าใจถึงการควบคุมกระแสลมปราณภายในร่างแล้ว เธอจึงชักนำเอากระแสเหล่านั้นให้ไหลต่ำลงไปเรื่อยๆ ที่ละเล็ก ทีละน้อย จนเธอรู้สึกได้ถึงการรวมตัวกันที่บริเวณท้องน้อยของตน

          นี่คงจะเป็นจุดตันเถียนมิผิดแน่…

          “จำไว้ การนำล่องลมหายใจให้ต่ำนี้ ห้ามเจตนากดหรือใช้แรงบีบเกร็งกล้ามเนื้อให้ดันลมหายใจตำลงไป แต่พึงใช้จิตสำนึก ความรู้สึกของจิตใจไปจับที่กองลม จึงสมมุติว่าเห็นกองลมที่หายใจเข้านั้นเป็นกลุ่มลมสีขาวกำลังถูกนำผ่านรูจมูก ผ่านหลอดลม ผ่านปอดแล้วผ่านช่องท้องและลงตํ่าจนถึงท้องน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งจุดตันเถียน เมื่อลมหายใจถึงจุดตันเถียน แล้วก็ค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก ช่วงที่ลมหายใจเข้าและออก จะต้องฝึกให้ใช้ระยะเวลายาวเท่าๆ กัน จิตใจก็จะค่อยๆ สงบลงมา”

          ในระหว่างนั้นเอง จอมยุทธชุดขาวก็อธิบายถึงลักษณะของการไหลเวียนที่พึงกระทำ ซึ่งสิ่งที่เขาอธิบายนั้นค่อนข้างตรงกับที่มโนจิตของเธอสามารถเข้าใจได้เลยทีเดียว ในครานี้ เธอมโนภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คิดให้ลมปราณใสๆ ไร้ตัวตนเป็นดังสายลมสีขาวแผ่วเบาที่ไหลเวียนแทน

          เฉียงหรงค่อยๆ ปลดปลอยลมหายใจของตนออกมา ลมปราณสีขาวเหล่านั้นก็ถอดถอนจากจุดตันเถียนไหลเวียนกลับออกสู่ธรรมชาติ และ…

          ฟืด~

          เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นข้างเธอ

          “หืม? แม่นางสตรีผมดำ เจ้าเกือบดีแล้ว แต่เจ้าต้องกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น”

          เฉียงหรงที่ค่อยๆ ปล่อยลมจนหมดนั้นหยุดการฝึกของตนเองลงเมื่อจอมยุทธชุดขาวสั่งหยุดสหายของตน เธอหันไปมองหน้าอากิโกะที่แสดงสีหน้าอันเต็มไปด้วยความสงสัย

          “ทำหน้าแบบนั้น เจ้าจะถามข้าล่ะสิว่าเจ้าทำผิดตรงไหน”

          ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน…

          “เอาละฟังนะแม่นางทั้งสอง ข้อสำคัญคือ หากยังมีเสียงอยู่แสดงว่าผิดจึงต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ศูนย์ นั่นคือ หายใจไม่มีเสียง ไม่ใจร้อนรีบเร่ง การหายใจเป็นไปอย่างมั่นคง เชื่องช้า ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ละเอียดนิ่มนวล ลึก ยาว และต้องหายใจแล้วไม่รู้สึกลำบากและเหนื่อย ประสาทผ่อนคลายความตึงเครียด จิตใจสงบว่างเปล่า จึงเป็นการถูกต้อง”

          เฉียงหรงพยักหน้าโดยมิได้พูดอะไร การฝึกฝนของเธอนั้นดูจะก้าวหน้าไปได้มากกว่าอากิโกะพอสมควร นี่อาจเป็นเพราะนางอาจจะยังคงมีความกังวลใจอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในจิตใจก็เป็นได้… นางเป็นชาวต่างแดน การอยู่ในที่ต่างถิ่นอาจทำให้นางกดดันโดยมิรู้ตัวก็เป็นได้

          ในขณะที่เฉียงหรงกำลังจะเอ่ยปากขึ้นนั้น เธอก็ถูกขัดด้วยจอมยุทธชุดขาว

          “แม่นาง ขั้นตอนการสูดลมหายใจเข้าและออกของเจ้านั้นดีแล้ว แต่เจ้ามาเร่งเอาตอนผ่อนลมหายใจออกจนเกิดเสียง เพราะฉะนั้น กลับไปฝึกใหม่ตั้งแต่เริ่ม”

          ก่อนที่เขาจะหันกลับมาหาเธอ

          “ส่วนเจ้านั้นนับว่าเจ้าสามารถจับหลักการได้รวดเร็วยิ่ง ทุกอย่างราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี หากแต่เจ้ากลับมาหยุดมองสหายเจ้าเสียโดยมิได้ฝึกฝนต่อ นี่เจ้ายังมีสมาธิไม่พอสินะแม่นาง? กลับไปฝึกใหม่”

          คือ… ข้าแค่จะรอเพื่อน…

          นั่นทำให้พวกเธอทั้งคู่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เฉียงหรงทำการกลับนาฬิกาทรายของเธอแล้วปล่อยให้เม็ดทรายร่วงหล่นสู่เบื้องล่างอีกครั้ง เมื่อถึงขั้นตอนควบควบคุมการไหลเวียนของลมปราณ พวกเธอก็ค่อยๆ ใจปล่อยให้ปราณไหลตามกระแสไปตามธรรมชาติ เข้าอย่างเป็นธรรมชาติ และออกอย่างเป็นธรรมชาติ ฝึกฝนไปประมาณยี่สิบกว่าครั้งจนถึงช่วงเย็น

          “ยอดเยี่ยมมาก วันที่สามในการฝึก ดูเหมือนว่าลมปราณในกายของพวกเจ้าทั้งคู่จะเริ่มเข้าที่กันแล้วไม่ตีกันมั่วหรือไปกระจุกตัวกันเหมือนวันแรกๆ”

          จอมยุทธชุดขาวกล่าวชมเชย ซึ่งพวกเธอก็รับเอาไว้ด้วยอย่างดี จนเมื่อเขากำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปนั้น ก็เกิดปรากฏการณ์คล้ายกับเมื่อวานคือเขาถูกขัดด้วยเสียงของเหล่าปักษากลับรังภายนอกถ้ำ

          เดจาวู…

          จากนั้นพวกเขาก็ไล่พวกเธอให้ไปพักผ่อนเอาแรงเช่นเดิมโดยมีอากิโกะที่ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเป็นคนแรก

          “วันนี้พวกเราผ่านการฝึกฝนมาได้อีกวันแล้วสินะเฉียงหรง ใกล้ครึ่งทางแล้วล่ะนะ ว่าไหม?”

          เธอถามขึ้น ซึ่งเธอก็คิดว่าเช่นนั้น แต่ว่าเส้นทางการฝึกฝนนั้นยังอีกยาวไกล…

          “ถ้าหัดเดินล่ะก็ใช่ แต่ข้าว่าหลังจากนี้พวกเราจะเจอของหนักอีกเยอะแน่ สหายข้า...”

         เฉียงหรงยิ้มบางๆ ก่อนที่จะหยิบเอาสุราข้างเอวของเธอมาจิบๆ แก้อยากและกระหาย แล้วก็หยิบเอาเต้าหู้ผัดเผ็ดขึ้นมาอีกสองจาน จานหนึ่งให้เธอเองและอีกจานหนึ่งให้อากิโกะ จากนั้นจึงเทสุราเกาเหลียงในน้ำเต้าใส่จานนมแพะที่กินหมดแล้วยื่นให้เธอ

          “มือเย็นข้าเลี้ยงเอง หวังว่าเจ้าจะมิได้คออ่อนหรอกนะ”

          เหมือนคนตรงหน้าเจ้า...

          เธออยากร้องไห้ดังๆ ต่อฟ้าดินจริงๆ เหตุใดสวรรค์จึงให้เธอชื่นชอบสุรา แต่กลับทำให้เธอมิสามารถดื่มด่ำไปกับสุได้โดยมิเกิดเรื่องกันแน่เล่า…

          การพูดคุยและการกินอาหารดำเนินต่อไปอีกสักพักใหญ่ๆ สองสาวจึงเอาสัมภาระของตนมาหนุนพิงและหลับไหลไป...



แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 3/4  โพสต์ 2017-11-3 18:17

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1
โพสต์ 2017-10-31 07:41:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (6) ]


          “ครั้งนี้เจ้าตื่นเช้ากว่าสหายเจ้านะแม่นาง”

          เมื่อเฉียงหรงตื่นขึ้นมาเธอก็ถูกต้อนรับด้วยเสียงของจอมยุทธชุดขาว เมื่อเธอมองไปขางๆ เธอก็พบกับสหายของเธอ อากิโกะ มินาโมโตะ นอนหลับลึกอยู่

          “ก็วันนี้มันมีงานเทศกาลของพวกตะวันตกนี่นา ข้าอยากรีบฝึกแล้วอยากรีบไปเที่ยวน่ะ”

          เธอหาวอีกฟอดใหญ่ แท้จริงแล้วเมื่อสองวันก่อนที่เธอและอากิโกะลงไปทานอาหารที่ในเมือง เธอได้ยินข่าวคราวว่าจะมีงานเทศกาลของพวกตะวันตกจัดขึ้นที่นั้น เธอเองที่มีควยามสนใจพวกนั้นเป็นทวนเดิมย่อมไม่พลาดงานที่จัดขึ้นปีละครั้งเช่นนี้อยู่แล้ว

          แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเป็นงานอะไรก็เถอะ

          “เช่นนั้นเจ้าก็จงสำเร็จกาตฝึกฝนขั้นแรกเสียให้ได้ก่อนเย็น แล้วข้าจะอนุญาตให้เจ้าและสหายเจ้าไปข้างนอกได้ เข้าใจนะ?”

          “ได้ๆ … ว่าแต่ทำไมท่านถึงรู้ว่าข้าเป็นสตรีได้ล่ะ?”

          เธอสงสัย เพราะส่วนมากแล้วผู้คนมักมองไม่ออกว่าเธอเป็นสตรีแต่เข้าใจผิดว่าเป็นบุรุษตลอด จะมีก็แต่จอมยุทธท่านนี้ที่ดูจะมั่นใจมากว่าเธอเป็นสตรี

          แม้ว่าจะเดาๆ ได้แล้วก็เถอะว่าต้องมีพลังยุทธมาเกี่ยวข้องแน่ ซึ่งเธอก็เดาได้ไม่ผิด

          “ไม่ยาก เพราะเจ้านั้นถูกเติมเต็มไปด้วยพลังหยินอย่างไรล่ะ พลังรูปแบบนี้เป็นพลังที่พบได้มากที่สุดในสตรีเพศ มีควมนุ่มลึกพริ้วไหว หนาวเย็น เจ้ามีพลังนี้อยู่เต็มเปี่ยม ฉะนั้นแล้วมิมีทางที่เจ้าจะเป็นบุรุษไปได้แน่นอน”

          เขาเว้นครู่หนึ่ง

          “ในตอนนี้พวกเจ้ารีบหาอะไรเติมท้องของเจ้าซะ แล้วรีบกลับมาฝึก”

          เขาพูด ซึ่งเธอก็ไม่ขัด เธอเอาเต้าหู้ผัดเผ็ดขึ้มาให้อากิโกะที่ตื่นแล้วทาน ก่อนที่เธอจะทานด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อนาฬิกาทรายของเฉียงหรงไหลครบหนึ่งรอบ พวกเธอก็เริ้มต้นการฝึกฝนทันที

          ใช้เวลาครู่หนึ่ง ทั้งคู่ท่สามารถจับเคล็ดได้แล้ว สามารถผ่านการฝึกฝนไปจนถึงขั้นกำหนดลมหายใจไปยังจุดตันเถียนได้อย่างไม่ยากเย็น นั่นทำให้จอมยุทธเริม่ต้นการฝึกขั้นต่อไปทันที

          “พวกเจ้าน่าจะสามารถรูเสึกถึงลมร้อนที่จุดตันเถียนของเจ้าได้แล้ว นั่นคือลมปราณของพวกเจ้า ในครานี้ พวกเจ้าจงกำหนดจิตให้ลมปราณนั้นไหลไปทะลวงยังจุดเส้นประสาทต่างๆ ของพวกเจ้าซะ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป”

          เข้าพูดขึ้น ซึ่งพวกเธอก็ค่อยๆ ทำตาม

          “ในขั้นตอนนี้ พวกเจ้าต้องระวังเปนอย่างมาก ทะลวงจุดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มิเช่นนั้นสมองของเจ้าอาจเสื่อง อัมพาต สมองแตก หรือเป็นหมันตลอดไปได้ ฉะนั้น หากติดขัดแล้วล่ะก็ พวกเจ้าจงหยุดเสีย ถอนลมปราณของเจ้าออกแล้วเริ่มต้นใหม่ซะ”

          เมื่อได้ยินคำว่าเป็นหมัน เธอก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที แม้ว่าเธอจะมิได้พิสมัยในเรื่องกามารมณ์เท่าไรนัก แต่การไร้ซึ่งผู้สืบสกุลนั้น หากเกิดขึ้นแล้ว เห็นทีเธอคงมิสามารถเอาหน้าหนาๆ ของตนไปเสนอต่อบิดาและมารดาของตนบนสวรรค์ได้แน่

          เฉียงหรงค่อยๆ กำหนดจิตขับเคลื่อนปราณของตนให้ทะลวงจุดไปทีละเล็กทีละน้อย เธอก็รู้สึกถึงความร้อนที่ไหลเวียนภายในกายได้ ในคราแรกเธอมิได้รับรู้ว่าจุดเส้นประสาทของเธออยู่จุดใดกันแน่ เธอจึงไหลเวียนปราณให้ครบทั่วร่างโดยมิได้ทะลวงจุดใดๆ ก่อน

          แต่เมื่อเธอพบจุดที่มีการสะสมปราณคล้ายดังก้อนอะไรแข็งๆ ที่ปราณมิสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว เธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าจุดเหล่านี้คือจุดที่เธอต้องทะลวง

          เฉียงหรงค่อยๆ เหนี่ยวนำเอาพลังปราณของตนไหลเวียนที่จุดเหล่านั้นที่ละจุดๆ ยิ่งนานเข้าเธอยิ่งสัมผัสได้ว่าการเหนี่ยวนำนั้นเป็นไปได้ง่ายได้ยิ่งขึ้น เธอจึงใช้สมาธิอย่างสูงที่สุดค่อยๆ ขัดเกลาเจ้าก้อนอะไรบางอย่างนี้ให้กลมมนและสลายไปดังสายธารา

          “สตรีผมน้ำตาล เจ้าต้องใช้สมาธิยิ่งกว่านี้ จุดที่เจ้าสลายไปนั้นยังคงเหลือเศษก้อนอุดตันอยู่ ไหลเวียนปราณของเจ้ากลับไปแล้วเริ่มต้นใหม่เสีย แล้วก็ เมื่อจำทำได้แล้ว ให้หมุนเวียนปราณในร่างเจ้าให้ครบทั้งหนึ่งร้อยรอบ เข้าใจไหม?”

          “ข้าเข้าใจแล้ว”

          สิ้นคำนั้นเฉียงหรงเองก็ได้แต่ถอนให้ใจ เธอชกนำปราณของเธอกลับไปไหลเวียนภายในกายของเธอตามเดิมโดยมิได้กำหนดให้หลอมทำลายจุดอุดตันนั้นต่อไป เมื่อถอนหมดแล้วเธอจึงเอนกายพักผ่อนเสียก่อนจึงเริ่มต้นใหม่

          ใช้เวลาครึ่งวันกว่าๆ ในที่สุดพวกเธอก็สามารถทะลวงจุดต่างๆ ในร่างกายของพวกเธอได้ครบทั้งหนึ่งร้อยรอบ จอมยุทธชุดขาวจึงอนุญาตให้พวกเธอพักได้เร็วกว่ากำหนด

          “ในวันพรุ่งนี้ข้าจะสวนพวกเจ้าในเรื่องของวิชาตัวเบา พวกเจ้าต้องใช้พลังปราณของเจ้าอย่างเต็มที่ ดังนั้นวันนี้พวกเจ้าไปพักแล้วจะทำอะไรก็ทำไป”

          เธอพยักหน้าก่อนที่จะควักเอาเต้าหู้ผัดเผ็ดขึ้นมาอีกสองจนส่งให้ทั้งเธอเองและทั้งอากากิโกะ กินกันได้กว่าสองก้านธูป เธอก็ชักชวนสหายของเธอไปเที่ยวแวะเทศกาลที่จะจัดในค่ำคืนนี้

          “อากิโกะ ในคืนนี้จะมีเทศกาลอะไรบางอย่างที่ถนนชาวตะวันตก เจ้าสนใจมากับข้าปะ?”



แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 4/4  โพสต์ 2017-11-3 18:17

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1
โพสต์ 2017-11-1 18:34:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 4 : ก้าวให้ไกล ไปให้ถึง (2) ]


          เช้าวันต่อมา เฉียงหรงที่กลับมายังถ้ำฝึกตนแล้วตื่นไวกว่าอากิโกะพอสมควร เธอไม่ลืมที่จะซื้อเต้าหู้ผัดพริกกลับมาเผื่อตอนเช้าด้วย แม้ว่าในกระเป๋าของเธอจะเต็มไปด้วยขนมขบเคี้ยวจากงานเทศกาลเมื่อคืนก็ตาม

          ป๊อก!

          เฉียงหรงเอาทวนยาวๆ ของตนจิ้มลูกฟักทองที่เธอได้มาจากงานเทศกาลเมื่อคืนนี้ด้วยความตื่นเต้นว่าจะพบอะไรภายใน ในงานเทศกาลผีออกของชาวตะวันตกนั้น พวกเขาจะใส่ข้าวของต่างๆ ในลูกฟักทองแกะสลักเพื่อเป็นของขวัญแก่ผู้ร่วมงานด้วย

          “โหะ… ชาล่ะ”

          เธอมองสิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน มันคือชาปี้หลัวทีสามารถหาได้ทั่วไปในโรงเตี๊ยมต่างๆ ในฟักทองลูกนี้มีชาบรรจุอยู่ทั้งหมดห้าถ้วยชาด้วยกัน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ต้องไปซื้อชากันที่โรงเตี๊ยมแล้วในระยะหนึ่ง

          ป๊อก!

          “..........?” @AKIKOMINAMOTO

          ในขณะที่เฉียงหรงกำลังเอาทวนจิ้มลูกฟักทองลูกที่สองนั้น อากิโกะสหายเธอที่นอนหมดสภาพเมื่อคืนนั้นก็ลุกตื่นขึ้นมาพอดี

          “ข้ากำลังเปิดลูกฟักทองพวกนี้น่ะ เจ้าก็เปิดของเจ้าด้วยสิ”

          เธอแนะนำสหายของเธอ ก่อนที่จะหยิบยื่นมือเข้าไปในลูกฟักทองเพื่อสำรวจสิ่งที่ถูกบรรจุอยู่ภายใน

          “หืม? อะไรละเนี่ย”

          ตรงหน้าของเธอนั้นคือแผ่นกระดาษยาวๆ ที่มีตัวอักษรลันทึกไว้ เป็นม้วนกระดาษที่ดูแล้วน่าจะเป็นคัมภีร์อะไรบางอย่าง ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาที่เธออย่างกดดันจนเหงือของเธอไหลพราก

          “ท่าน… จอมยุทธ?”

          สายตาของเขาที่จ้องมายังเธอนั้นเต็มไปด้วยความจริงจัง แม้ภายนอกจะนิ่งสงบ แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอเป็นดังลูกกบที่ถูกงอสรพิษจ้องมองแล้ว กระนั้น เพียงครู่หนึ่งครู่เดียว แรงกดดันนั้นก็หายไป ทำให้เธอและอากิโกะสามารถหายใจได้อย่างสะดวกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

          “นั่นคือชิ้นส่วนหนึ่งของคัมภีร์ทานตะวัน เป็นคัมภีร์ที่บรรจุไว้ด้วยวรยุทธขั้นสูงที่ว่ากันว่ามิมีใครสามารถต่อกรได้ นับว่าเป็นหนึ่งในยอดคัมภีร์วรยุทธเลยทีเดียว การที่เจ้าได้เป็นผู้ครอบครองชิ้นส่วนนี้แล้ว นับว่าวาสนาของเจ้านั้นไม่เลวเลยทีเดียว”

          เขากล่าวขึ้นพลางลุกขึ้นมาจากที่ๆ เขามักจะนั่งเป็นประจำแล้วเดินมาหาเฉียงหรง

          “แม่นาง นี่เป็นคัมภีร์ที่มิสมบูรณ์ หากเจ้าคิดจะฝึกฝนด้วยชิ้นส่วนเพียงเท่านี้ล่ะก็ ธาตุไฟก็จะเข้าแทรก และเจ้าก็จะตายภายในสามวันอย่างแน่นอน”

          เขาหยิบเอาชิ้นส่วนคัมภีร์ที่เธอได้รับขึ้นมาดู ก่อนที่จะคืนให้เธอแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม

          “พวกเจ้าทำธุระของเจ้าให้เรียบร้อยซะ ในตอนนี้พวกเจ้ามีกำลังภายในขั้นพื้นฐานแล้ว ดังนั้นนี่จะเป็นวันสุดท้ายที่ข้าจะสอนพวกเจ้า”

          เฉียงหรงและอากิโกะพยักหน้า เฮะจัดการเปิดฟักทองทั้งหมดรวมแล้วได้เก้าลูก ของที่เธอได้นั้นมีทั้งของแปลกๆ อย่างเช่นกระดูกและของกินดังเช่นซาลาเปา พวกเธอจึงกินซาลาเปาและอาหารฟรีเป็นข้าวเช้าของวันนั้น ก่อนที่จะเริ่มฟังคำอธิบายของจอมยุทธ

          “อย่างที่ข้าบอกไปเมื่อวาน ข้าจะสอนวิชาตัวเบาให้ใจในวันแรก ส่วนที่เหลือนั้นพวกเจ้าสามารถฝึกฝนกันเองได้”

          เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนที่จะนำพวกเธอออกมาหน้าถ้ำ จอมยุทธชุดขาวมองหาสถานที่ที่เหมาะสมก่อนที่จะย่อตัวลง กระโดดขึ้นกลางอากาศ เมื่อร่างของเขามีท่าทีจะร่วงหล่นตามปกตินั้น เขากลับกระโดดเหยียบอากาศอันว่างเปล่าได้ดังการยืนอยู่บนพื้น เฉียงหรงที่มิเคยเห็นวิชาตัวเบากับตานั้นได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

          เมื่อจอมยุทธชุดขาวกระโดดได้ครู่หนึ่ง เขาก็พุ่งตัวกลางอากาศกางแขนออกดังเช่นวิหค นกอินทรีย์ของเขาเองก็โบยบินมาเคียงข้างเขาเช่นกัน ตัวตนของมันถูกเฉียงหรงลืมไปเสียสนิทตั้งแต่เริ่มฝึกลมปราณขั้นพื้นฐานมา

          เขาพุ่งไปจนถึงต้นไม้สูงต้นหนึ่งแล้วประทับฝ่าเท้าของเขาบนลำต้น จากนั้นเขาก็สลับสับเท้าวิ่งไปบนต้นไม้แนวตั้งดังการวิ่งบนพื้นราบเฉกเช่นปกติจนกระทั่งเขาไปหยุดยืนอยู่บนยอด

          “สิ่งที่พวกเจ้าเห็นนั้นคือวิชาตัวเบาขั้นพื้นฐานที่ข้าจะสอน นอกจากนี้ก็ยังมีวิชาตัวเบาขั้นกลางและขั้นสูงอีก พวกเจ้าจะต้องฝึกฝนกันเอาเอง”

          แม้ว่าตัวของเขาจะอยู่สูงไกลจาดเธอมาก แต่เสียงของเขากลับมาถึงพวกเธอได้อย่างชัดเจน จากนั้น จอมยุทธชุดขาวก็กระโดตีลังกาลงมาบนพื้นพร้อมๆ กับเสียงของนกอินทรีย์ที่พุ่งตามลงมาเกาะบ่นไหล่เขาเมื่อเท้า่ของเขาสัมผัสกับพื้นเช่นกัน

          “การฝึกวิชาตัวเบานั้นจะทำให้เจ้าสามารถฝึกวิชาปราณอย่างอื่นได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นกระบวนท่า ‘หมัดไร้สำนึก’ ซึ่งเป็นกระบวนท่า 12 กระบวน เรียบง่าย แต่แข็งแกร่งยิ่งเมื่อชำนาญ สามารถใช้ต่อกรผู้มีวรยุทธในระดับเดียวกับเจ้าได้ดี”

          เขาเดินกลับเข้ามาภายในถ้ำอีกครั้งหนึ่งโดยมีเฉียงหรงและอากิโกะตามมาด้วย เขานั่งลงที่ประจำของเขาอีกครั้งหนึ่งแล้วสั่งให้พวกเธอนั่งเตรียมพร้อม แต่ยังมิได้อธิบายถึงขั้นตอนการฝึก

          “ก่อนที่ข้าจะไป ข้าจะแนะนำสำนักต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในยุทธจักรนี้ สำนักเหล่านี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสามฝ่าย นั่นคือฝ่ายธรรมะ ฝ่ายอธรรม และฝ่ายกลางที่มิยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายอื่น”

          จากนั้นเขาก็ค่อยๆ เล่ารายละเอียดสำนักแต่ละสำนักออกมาแบบคร่าวๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ฝ่ายธรรมาไปยังฝ่ายอธรรม

          ฝ่ายธรรมะนั้นแบ่งออกเป็นสามสำนัก นั่นคือสำนักฉวนเจิน สำนักหัวซาน และพรรคกระยาจก

          สำนักฉวนเจินนั้นเป็นสำนักสัทธิเต๋า ลูกศิษย์ในสำนักนี้จะเน้นการฝึกตนเพื่อความสงบและรักชาติ สำนักฉวนเจินก่อตั้งขึ้นมาพร้อมกับราชวงศ์ฮั่น ในตอนที่ฮั่นเกาจู่ทรงสถาปนาราชวงศ์ ได้ตั้งสำนักฉวนเจินเป็นสำนักคู่ราชวงศ์ สโลแกนของสำนักฉวนเจินที่ศิษย์ทุกคนจะต้องจดจำนับแต่วันเข้าสำนักนั่นก็คือ "ฮั่นอยู่ฉวนเจินก็อยู่ ฮั่นล่มฉวนเจินก็ล่ม"

          หัวซานเป็นสำนักใหม่ที่ถูกก่อตั้งในรัชสมัยฮั่นอู่ตี้หลังพ้นความวุ่นวายจากยุทธภพในตอนครองราชย์ใหม่ของพระองค์ เนื่องจากภูเขาหัวซานมีทิวทัศน์ที่งดงามและใกล้ฉางอัน ฮั่นอู่ตี้จึงประทานให้ "โจว อี้เชียน" และประทานป้ายทองสำนักให้

          ส่วนพรรคกระยาจกนั้น เป็นพรรคอันดับหนึ่งในแผ่นดินที่มีศิษย์ทั่วแผ่นดินและสาขาอยู่ในแผ่นดินฮั่นตั้งแต่เหนือจรดใต้ ซึ่งสมาชิกในพรรคจะเป็นขอทานนั่นเอง อยู่ง่ายกินง่าย ใช้ชีวิตเรียบง่าย ผดุงคุณธรรม พบเห็นคนเดือดร้อนต้องเข้าช่วย ก่อตั้งขึ้นมาในช่วงความวุ่นวายของกบฎ 7 อ๋องรัชสมัยฮั่นเหวินตี้ โดยมีกลุ่มขอทานกลุ่มนึงที่รวบรวมขอทานทั่วแผ่นดินมาช่วยเหลือทางราชสำนักปราบกบฎ หลังปราบกบฎ 7 อ๋องได้สำเร็จ องค์จักรพรรดิฮั่นเหวินตี้ก็สั่งทำไม้เท้าหยกมอบให้กลุ่มขอทานกลุ่มนั้น ซึ่งภายหลังกลุ่มขอทานได้ก่อตั้งพรรคกระยาจกขึ้นนำเงินรางวัลที่ได้มาสร้างศูนย์สาขาต่างๆ และเรียกไม้เท้าหยกว่า "ไม้เท้าตีสุนัข" เป็นของสืบทอดประมุขพรรคทุกรุ่นสืบไป ประมุขคนแรกได้คิดค้นเพลงไม้เท้าตีสุนัขเพื่อใช้ขจัดคนชั่วในแผ่นดิน และ "สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร" สองวรยุทธ์นี้ได้รับชื่อเสียงว่าเป็นวรยุทธ์ที่มีพลานุภาพที่สุดในแผ่นดิน รุนแรง ดุดัน

          ต่อมาก็เป็นฝ่ายอธรรม หรือที่เรียกกันว่าพรรคมาร แบ่งออกเป็นสี่สำนัก นั่นคือ นิกายเบญพิษ พรรคโจรทมิฬ พรรคเมาเซียน และสุดท้ายคือพรรคภูติทมิฬลมดำ

          นิกายเบญจพิษเดิมเป็นนิกายอยู่ในแคว้นต้าเยว่จือ แต่เพียงเพราะประมุขคนปัจจุบัน "ถง เมิ่งหลาน" ทำให้ถูกขับไล่และอพยพมายังแผ่นดินฮั่น แอบสร้างอย่างลับๆ ในหุบเขาลึกแถวเสฉวน มีชื่อเสียงทางด้านพิษอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ไม่มีวรยุทธ์ที่ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด เชี่ยวชาญอาวุธลับ

          พรรคโจรทมิฬเป็นกองกำลังซ่องโจรทะเลทรายที่ปล้น จี้ ฆ่า อยู่แถบเหลียงโจว คอยก่อความวุ่นวายให้ราชสำนักไม่หยุดหย่อน อีกทั้งยังติดสินบนขุนนางในเหลียงโจวทำให้ราชสำนักไม่รู้เรื่องนี้ จุดประสงค์คือเพื่อเปิดทางให้ม่อเป่ยสามารถยึดครองได้โดยง่ายหลังพิชิตกำแพงเมืองที่ขวางชายแดนได้แล้ว และลอบหาข้อมูลสำคัญของราชสำนักเพื่อส่งไปแจ้งยังม่อเป่ย ไม่สนใจใครในยุทธภพ พรรคโจรทมิฬมีจุดประสงค์เดียวคือช่วยชงหนูยึดต้าฮั่น ประมุขของพรรคคือ "ต่ง อี้"

          พรรคมารที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ก่อความวุ่นวายไปทั่วอย่างเปิดเผย มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความวุ่นวายให้แผ่นดินฮั่นและขึ้นเป็นเจ้ายุทธภพ ควบคุมฮ่องเต้เป็นหุ่นเชิด มีชื่อเสียงด้านสุราที่สามารถมอมเมาได้แม้กระทั่งเซียน แต่นั่นก็แค่ตำนานเล่าขานยกยอพรรค พรรคนี้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซาง ทุกความวุ่นวายไม่ว่าจะเป็นต๋าจี, เปาซื่อ หรือแม้แต่ราชวงศ์ฉินล้วนเป็นฝีมือพรรคเมาเซียน แต่พวกเขาก็ทำไม่เคยสำเร็จที่จะเป็นเจ้ายุทธภพเลยสักครั้ง แต่ปณิธานพวกเขาเหนียวแน่นรุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่เคยหยุด ประมุขพรรคคนปัจจุบันคือ "เจียง จื่อหลุน"

          สุดท้ายก็คือพรรคทมิฬลมดำ เป็นพรรคใหม่ที่ไม่มีชื่อเสียงในยุทธจักร ปรากฎตัวครั้งแรกจากข่าวลือในการเผาเมืองว่านเฉิง ไม่มีใครรู้ว่าที่ตั้งอยู่ที่ใด แต่ประมุขพรรคคือ "จาง เหยียนลู่" ยอดฝีมือฝ่ายอธรรมในสมัยก่อนเคยปะมือกับเจ้าสำนักฉวนเจินก่อนหายสาบสูญ มีข่าวลือว่าเขาตายไปแล้วจนกระทั่งพรรคนี้ปรากฎออกมา ภูติทมิฬลมดำอ้างอานัติฟ้า ประสงค์พระเจ้า ให้ล้างโลกใหม่เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม

          “สำหรับฝ่ายกลางนั้นมีเพียงสำนักเดียวนั่นก็คือพรรคเมฆา ก่อตั้งโดยหวังจงหยิน ยอดฝีมือในบู๊ลิ้มที่ไม่เคยมีใครพบเจอตัว มีเพียงคนเดียวเคยปะมือกับเขาคือเจ้าสำนักฉวนเจินคนปัจจุบันอย่างสูสี เขาได้ซ่อนเร้นกายจากยุทธภพ ไม่มีใครทราบว่าที่ตั้งพรรคเมฆาอยู่ที่ใดเว้นเสียแต่คนในพรรค เป็นพรรคที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทั้งธรรมะหรืออธรรม อยู่กึ่งกลาง ที่มีความมุ่งมั่นจะนำพาแผ่นดินและโลกนี้สู่สันติ ความสงบสุข”

          พวกเธอที่นั่งฟังคำอธิบายอันยาวเหยียดนั้นเธอก็เริ่มคิดขึ้น ในหนทางของการเป็นเซียนของเธอแล้ว สำนักที่เข้าใกล้กับคำว่าเซียนสุดคงจะมิพ้นสำนักฉวนเจินเป็นแน่

          “พวกเจ้าสามารถพเนจรเร่ร่อนไปทั่วยุทธภพมิมีสำนักอยู่ก็เป็นได้ แต่การมีสำนักนั้นจะทำให้พวกเจ้าสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว การจะเลือกสำนักใดนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวพวกเจ้าเองแล้ว”

          เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่งเพื่อให้เรื่องที่เขาเล่ามาทั้งหมดซึมซับเข้าสมองน้อยๆ ของพวกเธอ เฉียงหรงนั้นมีเป้าหมายของตนเองชัดเจนแล้ว เหลือก็แต่อากิโกะที่เธอมิแน่ใจว่าจะเลือกหนทางใด หากสหายของเธออยู่สำนักเดียวกัน หรืออย่างน้อย อยู่ฝ่ายเดียวกัน ก็คงจะดีไม่น้อย…

          เพราะเธอไม่อยากที่จะต้องมาลงเอยด้วยการสังหารหรือถูกสังหารโดยสหายของตัวเอง…

          “เอาล่ะ ข้าจะเริ่มสอนเจ้าในการขับเคลื่อนลมปราณฝึกฝนเพื่อให้สามารถใช้วิชาตัวเบาได้ ก่อนอื่นเลยพวกเจ้าต้องกำหนดลมปราณทั้งร่างกายหลอมรวมไปที่ท้องน้อย ขับเคลื่อนลมปราณอยู่จุดๆ เดียว”

          พวกเธอเริ่มตั้งสมาธิขึ้น กำหนดการควบคมลมปราณพื้นฐานดังที่เคยทำมา เมื่อถึงจุดที่พวกเธอสามารถควบคุมปราณได้แล้วก็ได้ขับเคลื่อนปราณทั่วร่างไปยังจุดตันเถียน หรือก็คือตำแหน่งท้องน้อยนั่นเอง

          “โคจรลมปราณเวียนขวา ผ่านจากท้องน้อยเคลื่อนคล้อยสู่ทวาร จากนั้นก็ขับเคลื่อนไหลเวียนไปทั่วทั้งร่าง”

          เมื่อจอมยุทธชุดขาวเห็นดังนั้นแล้วจึงอธิบายขั้นต่อไปให้ฟัง พวกเธอรับทราบและค่อยๆ เวียนโคจรปราณไปทางขวาสู่ทวาร…

          “!!”

          เฉียงหรงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันฉับพลันที่ทวารของเธอ… มันคือความรู้สึกเดียวกันกับตอนท่เธอเริ่มฝึกการโคจรปราณขั้นพื้นฐานใหม่ๆ ในวันแรก… ซึ่งก็คือ…

          “ข้าลืมบอกเจ้าไป ในช่วงแรกๆ เจ้าจะปวดท้องรุนแรงทำให้ต้องรีบถ่ายหนักน่ะ”

          ชิหัย…



          หลังจากที่ทั้งเฉียงหรงและอากิโกะได้วิ่งพรวดพราดออกไปปลดหนักอยู่ข้างนอกและกลับมานั้น พวกเธอก็พบว่าจอมยุทธชุดขายได้หายตัวไปดังที่เขาว่าจริงๆ นั่นทำให้เฉียงหรงนึกเริ่องสำคัญได้เรื่องหนึ่ง…

          “เอะ… ข้าลืมถามชื่อเขา…”

          เธอและอากิโกะหันมามองหน้ากันเองด้วยสีหน้าเจื่อนสุดๆ…

          พวกเธอพยยามฝึกฝนโคจรปราณอยู่พักใหญ่ อาการปวดท้องแรงก็เกิดขึ้นทุกๆ ครั้ง บ่อยกว่าครั้งโคจรปราณเป็นเสียด้วยซ้ำ นั่นทำให้ตกเย็นมาสีหน้าของสองสหายต่างคล้ายกับผีสางซูบซีดเสียแบบนั้น

          เฉียงหรงรีบควักเอาอาหารของตนที่ได้มาจากฟักทองแล้วแบ่งกันกินกับอากิโกะอย่างหิวกระหาย แล้วก็เข้านอนไปทั้งแบบนั้น



แสดงความคิดเห็น

ฝึกวิชาตัวเบา วันที่ 1/10  โพสต์ 2017-11-3 18:16

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -24 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -24 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220