ดู: 808|ตอบกลับ: 33

{ นอกแคว้นโหรวหร่าน } ถ้ำโบราณปาหม่านเสอ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-6-21 19:19:06 |โหมดอ่าน





ถ้ำโบราณปาหม่านเสอ

{ ถ้ำโบราณปาหม่านเสอ }








【ถ้ำโบราณปาหม่านเสอ】
『 ขุนศึกแดนไกลควบอาชาพันลี้ ปราบไพรีไร้พ่าย  
ไกลออกไปจากถนนสายหลักแคว้นโหรวหร่าน ยังได้มีขุนเขาลี้ลับ
สถานที่ผู้คนมองข้าม ถ้ำโบราณแห่งหนึ่งรกร้างผู้คนในอดีตถูกปิดตาย
จนเมื่อเกิดพายุทรายครั้งใหญ่ก้อนหินได้ทลายออกเป็นช่องลึก
สองพ่อลูกจากต่างแดนค้นพบเข้าโดยบังเอิญ จึงได้ยึดเอาสถานที่นี้
เป็นเสมือนบ้านและฐานในการใช้ชีวิตอยู่อาศัย ไม่มีใครทราบว่าพวกเขา
มาจากที่ใด จะทั้งอาชาและรูปแบบชุดเกราะที่สวมใส่ดูเงางามล้ำสมัยกว่า
บุรุษเจ้าของถ้ำมักช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยด้วย 'จิตใจที่เมตตา'


เจ้าของถ้ำ
หลี่ ปู้
บู๊ ???? - บุ๋น ??? - พลังแฝง ???? 
อาวุธ : ทวนจันทร์เสี้ยว อาชาเซ็กเธาว์ เกราะเกล็ดมังกร 
ประวัติ : ผู้บัญชาการทัพที่ห้าวหาญเก่งกล้า หลังการรบที่หลันเยี่ย ในวินาทีที่เมืองถูกเฉาเซ่ากับหลิวเป้ยร่วมมือกันทำน้ำท่วม เขาก็ถูกกระแสลมพัดพาเข้าหลุมดำบนท้องฟ้าที่ปรากฎขึ้น หลังจากเขามาถึงที่แห่งนี้ไม่รู้ที่ไหนกับลูกสาวเพียงลำพังสองคน การหาทางกลับดินแดนที่จากมาไม่ได้ ทำให้เขามีเวลานั่งคิดทบทวนชีวิตวันวานและเข้าใจชีวิตมากขึ้น จึงเลือกใช้ชีวิตกับลูกสาวแถวนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น 

 
บุตรสาวของหลี่ปู้
หลี่ หลิงฉี
ประวัติ : คอยติดตามบิดาออกรบในทุกศึกตั้งแต่จำความได้ ไม่ทราบว่ามารดาเป็นใคร ฝีมือการต่อสุ้ยอดเยี่ยม มีจิตใจกว้างขวางช่างเจรจา ร่าเริงสดใสอย่างสาวน้อย ยามรบก็ดุดันราวกับเสือ











คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-7-1 19:44:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
"กว่าจะถึงเมืองนี้เดินมีตั้งหลายวันแหนะ" เฟิงหลงกล่าวระหว่างเดินเข้าใกล้เมือง​ โหรวหร่าน​ "กา" "มีอะไรรึเจ้าดำ" เฟิงหลงร้องถามเจ้าดำที่บินวนลักษณะ​แจ้งเหตุเจ้าดำน้องดังขึ้นอีกครั้ง​ "กา" "หนีงั้นรึ" เมื่อเฟิงหลงได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งทันฟิ้วววววววววววว​  ตึก​ เสียงลูกธนูปักลงบนต้นไม้น้ำยางค่อยๆไหลออกมาเป็นสีเขียว​  เฟิงหลงเลี่ยวไปมอง​ นี้มันพิษนิ​ พิษชางั้นรึ​ เฟิงหลงรู้เรื่องพิษเป็นพิเศษ​เนื่องจากเขาเข้าป่าล่าสัตว์สมัยก่อนก็ต้องใช้พิษอยู่บ่อยครั้ง​ เฟิงหลงวิ่งหลบต่อไป​  เัยงแตร์เขาควายดังขึ้น​   ปรึ้นนนนนนนน​   ปรึ้นนนนนนนนนน​ .........    มันดังอยู่นาน​  หลังจากเสียงหยึดได้ไม่นานก็มี​ กลุ่มคนที่แต่งชุดปิดหน้าแต่เสื้อผ้าเก่าๆแต่ที่น่ๆข้างนอกมันกลับสวมเกาะ​  ตึก​ ๆ​  ๆ​  ๆ​ เสียงเท้าวิ่งเข้ามาล้อมเฟิงหลงเอาไว้​ เฟิงหลงมองไปรอบๆ​ ตอนนี้หัวใจของเฟิงหลงเต้นถี่ยิ่งกว่ากลองศึก​  เขากำลังคิดใจเงียบๆ​  ตึกๆๆๆ​  มันเป็นจังหวะที่เร็วมากแต่เฟิงหลงกลับรู้สึกว่าช้าเหงื่อของเฟิงหลงกลับไหลอาบหลังแล้วตอนนี้​ เฟิงหลงไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา​ เขารอดูสถานการณ์​ เวลาผ่านไป​ 1​ วิ​   2​  วิ.....    3วิ​     4​ วิ........ 5​ วิ​........ 10​ นาที​ ตอนนี้เฟิงหลงเริ่มตั้งสติได้​ เฟิงหลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆยกมือก่อนจะกล่าว​ "สวัสดี​พี่ชายยยย"  "ฮ่าๆๆๆๆ​  พี่ชายรึฟังเข้าหูนิ​  ฮ่าๆๆๆๆ" เสียงดังมาจากในกลุ่มนั้น​ "ไม่ทราบว่าพี่ชายจะให้ผู้น้องช่วยอะไรหรือ" เฟิงหลงกล่าว"ช่วยรึ  ตอนนี้นะรึ​"กลุ่มโจรตอบ​ เมื่อเฟิงหลงได้ยินดังนั้น​เขาก็ยิ่งคิดหนักเข้าไปใหญ่​ โธ่โจร....  เอ้ยใครใช้ให้พวกมึงมาปล้นกูว่ะ​ถึงจะคิดเยี่ยงนี้แต่หน้าเฟิงหลงกลับนิ่งอย่างมาก​ "โธ่ๆๆๆ​  พี่ชาย้าไม่มีอะไรช่วยแล้วมาเดินล้อมเยี่ยงนี้ได้อย่างไร​" เฟิงหลงกล่าว​" เจ้าไม่รู้จริงๆน่ะหรือ" "ไม่เลยพี่ชายข้าไม่พ่อแม่มักจะด่าข้าโง่ประจำำ"  เฟิงหลงยิ้มท่าทางสงสัย"ฮ่าๆ​  เห้ยได้ยินป่ะว่ามันโง่อ่ะ​" "สงสัยจะโง่จริงๆดูหน้ามันสิตอนนี้​ งงยังกะหมาหาลูกเลยวะ​ " " ทำให้มันรู้หน่อยดิว่า​ มันกำลังโดนอะไรอยู่​ "ได้ยินเสียงนั้นก็ชายตัวใหญ่คนหนึ่งเดินมา​" วันนี้​ เจ้าฉ่ายมาเองว่ะ​ ตูนพังแน่มึง"  ชายร่างโตเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ​" มีอะไรรึพี่ชาย"เฟิงหลงถามขึ้น" อย่าเรียกว่าพี่ชายเลยข้านี้แหละผัวของเจ้าในวันพรุ่ง"  ชิบหายเอ้ยยยย​ แมร่งจะปล้นของก็ป้นไปดิว่ะ​ แต่ปล้นความเป็นชายกันไม่ได้ๆๆๆ​  "พี่ชายทันสับสนแล้วมั้ง"" ไม่หรอก​ เจ้าฉ่ายผู้นี้ชอบเจ้ายิ่งนัก​ มาร่วมรักกับข้าสัก​ 2​ เดือนดจ้าคงติดใจกะมั้ง"  เฟิงหลงได้ยินดังนั้น​เขาหันหลังพุ่งออกไปทั้งทีแต่มีหรือเจ้าฉ่ายจะยอมมันยื่นมือออกมาด้านหน้า​ แล้วร้องเสียงดังขึ้น​ " ห้า"  ตู้มมมม​  เสียงจากวิชายุทธ​แห่งลมดังขึ้น​  เฟิงหลงปลิ้วทันทีไปกระแทกกับต้นไป​  ตึก​ ตอนนี้เฟิงหลงสติเลื่อนลอย​มาก​ นี้หรือพลังยุทธ​ "แค่กๆ"  เลือดไหลออกจากปากของเฟิงหลง​ ตาของเขา​ มืดลงทุกที​ แมร่งเอ้ยย​ ความเป็นชายของข้า​ เฟิงหลงกัดฟัน​ตั้งสติอีกรอบ​" นี้เมียรองเฮ้ย​ วันนี้ข้าจะเอาเจ้ากลับไป"  สิ้นเสียงนั้นเฟิงหลงใช้แรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดปามีดไปยังลำคอของอีกฝ่าย​  "แปก"  เสียงมีดกระทบกับคอของอีกฝ่ายเนื่องจาก​ วิชายุทธ​ของอีกฝ่ายนั้นเอง​ เจ้าฉ่ายเดินเข้าใกล้อีกเฟิงหลงเรื่อยๆ​ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น​" ตู้มมมมมมม"  ร่างของเจ้าฉ่ายลอยขึ้นไปบนฟ้า​ มีชายสูงมากเห็นจะได้ยืนอยู่ต่อหน้าเขา​ "ผู้ไร้พลังยุทธ​เช่นเจ้าน่ะหรือจะสู้ผู้ใช้พลังยุทธ​ แต่ข้าก็ชอบที่เจ้ากล้าที่จะเสี่ยง" นั้นเป็นเสียงสุกท้ายที่เฟิงหลงได้ยินก่อนดวงตาเขาจะเริ่มพร่ามัว​ มันมืดเรื่อยๆ......

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -86 ย่อ เหตุผล
Admin -86

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
เกราะทองแดง
มีดสั้นฟูจิโอ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x100
x1
x50
x50
x50
x2
x2
x50
x3
x9
x1
x5
x5
x10
x6
x10
x10
x2
x2
x10
x100
x5
x5
x98
x30
x49
x76
โพสต์ 2019-10-3 22:13:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  ชายหนุ่มที่แบกของก็รีบเดินมา ผ่านป่าและสถานที่ต่าง ๆ มากมายแต่เหมือนว่าเขาจะเจออะไรบางอย่างเข้าเมื่อเขาเดินเข้าสู่บริเวณทะเลทรายที่แสนอบอ้าวเพียงนี้นั้นทำให้เขารู้สึกร้อนขึ้นมา เขาจึงวางกระเป๋าลงแล้วหยิบหาน้ำขึ้นมาเพื่อดื่ม แต่..และแล้วก็มีบางอย่างกำลังมาใกล้เขา ม่อเซี่ยวรู้สึกไม่ดีจึงรีบดื่มน้ำแล้วหยิบกระเป๋าขึ้นสบายแล้วรีบเดินไปทันที

  ทันใดทันนั้นเขาไม่ทันได้ตั้งตัวก็โดนพวกโจรทะเลทรายลงมือกับเขาเสียอย่างนั้น เขาโดนโจมตีในหลายบริเวณจนเขารู้สึกได้ว่ามีคนมาอีก เขาจึงเตรียมตัวรับมือ จนพบว่ามีคนมาด้วยร่างกายที่ดูสูง กำย่ำ ควบม้ามาด้วยความเร็ว และหญิงสาวที่มากับเขาผู้นั้นด้วย

ม่อเซี่ยวรับมือไม่ไหวจึงรู้สึกวูบและสลบลงไปบนพื้นก่อนที่จะได้ยินในหูเบา ๆ ว่า

   "ท่านไม่เป็นไรนะ"


หลังจากนี้ม่อเซี่ยวสลบไปไม่นานนักเขาก็รู้สึกตัว ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนโดยมีหญิงสาวที่กำลังอยู่ด้านข้างเขา เขามองไปด้ยความมึนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น

   "เอ่อ..นี่ข้าเป็นอะไรไปหรือ"

   "พอดีว่าท่านสลบไปหน่ะ"

   "อ๋อ..เอ่อ..ข้าชื่อ จวิ่น ม่อเซี่ยว ยินดีที่ได้พบท่านหญิง" เขาโค้งตัวพร้อมกับเงยมองหน้าของหญิงสาวและชายอีกคนหนึ่ง

   "ข้าหลี่หลิงฉี นี่บิดาข้า หลี่ปู้"

   "ขอบคุณท่านทั้งสองด้วยนะขอรับ ที่มาช่วยกระผม..เอ่อ..คือ..แล้วท่านมาที่นี่ได้อย่างไรหรือครับ" เขาพูดอย่างตะกุตะกะ เนื่องจากเขาไม่ค่อยชินกับการพูดสักเท่าไหร่

  "พอดีว่าพ่อของข้าผ่านมาทางนี้พอดีหน่ะ ก็เล--"

  "ฟึ๊บ!" เสียงลมที่เหมือนว่าจะรวดเร็วมากเสียจนสายตาเขามองไม่ทัน
  ท่านหลี่ปู้ก็พุ่งเข้ามาจับเขาทางด้านหลังทันที เขารวบแขนทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง แต่ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ดูเหมือนว่าเขาจะทำการทดสอบอะไรบางอย่าง

"ทะ...ท่าน..จะทำอะไรครับ ?" ม่อเซี่ยวรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ท่านหลี่ปู้ได้มาจับล็อคตัวของเขาเอาไว้

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เคยฝึกยุทธ์มาก่อนสินะ ในยุทธภพนี้ค่อนข้างลำบากยิ่งนัก.. ถ้าหากเจ้ามีเวลาพอ ไม่รีบที่จะเดินทาง ข้าจะสอนวิชาพื้นฐานให้กับเจ้า"

ชายหนุ่มที่ถูกรวบตัวอยู่ฟังอย่างนั้นก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีที่มีคนจะมาฝึกให้กับเขา เขาจึงไม่รอช้า คุกเข่าลงไปพร้อมกับกราบอาจารย์สามครั้ง

  "ข้าขอคารวะท่านครับ โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย"

  "ยังไงก็ตามข้ามาก่อนละกัน"



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-3 23:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -36 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 1000 + 50 -36 + 15

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x96
x2
x1
x18
x1
x16
x1
x2
โพสต์ 2019-10-4 18:51:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ เริ่มการฝึกครั้งแรกของจวิ่น ม่อเซี่ยว ]



  หลังจากที่อาจารย์หลี่ปู้ได้รับจวิ่น ม่อเซี่ยว เป็นศิษย์ เขารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ฝึกในครั้งนี้ แต่ดูเหมือนว่าทักษะที่เขามีมานานยังไม่พอที่จะทำให้เขานั้นแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ แต่ด้วยการที่เขามาจากป่านั้นทำให้เขานั้นมีจุดเด่นตรงนี้คุ้นชินกับการเดินป่า หาของในป่า และการล่าสัตว์อยู่ไม่มาก ชายหนุ่มร่างสูงเดินตามชายร่างกำยำไปบริเวณหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่โล่งกว้างพอสมควรและเป็นดินที่เป็นวงกว้างมีหญ้าอยู่รอบ ๆ บริเวณนั้น



  "อาจารย์ครับ..คือว่า..อาจารย์จะเริ่มยังไงหรือครับ"



    ม่อเซี่ยวได้ถามไปด้วยความซื่อ ๆ ของเขา อาจารย์ได้มองสีหน้าของเขา ไม่พูดอะไรนั้นทำให้เขารู้สึกงงเล็กน้อย แต่นั้นก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เริ่มการฝึกนั้นคือ การสงบสติ ตั้งสติให้มั่น



  "ต้องเงียบสินะ"



    เขาพึมพำอยู่ในใจ แล้วหลับตาลง ทำให้สมองจากที่มีเรื่องเครียดมากมายเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เขาเห็นแสงสว่างที่เหมือนจะมาจากตาของเขา ผ่านไปสักระยะหนึ่งเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วสังเกตว่ามีธนูอยู่ตรงข้าง ๆ เขา



  "อาจารย์จะสอนให้ข้าเป็นนักยิงธนูหรือ ? " เขาถามด้วยความสงสัยจากที่เห็นธนูด้ามนี้เข้า



"เปล่าหรอก ข้าจะสอนให้เจ้าเป็นพรานป่าต่างหากหล่ะ เพราะเจ้าเคยชินกับการอยู่กับป่ากับเขา น่าจะเหมาะสมการเป็นพรานป่าเสียจริง" อาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง เขาจึงชี้ให้ม่อเซี่ยวนั้นหยิบธนูขึ้นมา



"ธนูด้ามนี้สวยดีนะ"



    เขาจับธนูขึ้นมาแล้วจับดูรอบ ๆ ดูเหมือนว่าจะมีลูกธนูอยู่พอสมควร ม่อเซี่ยวก็หยิบขึ้นมาพร้อมที่จะเล็ง อาจารย์ก็เดินเข้ามาจากทางด้านหลังจับมือของม่อเซี่ยวพร้อมทั้งบอกวิธีการจับให้แก่เขา



  "จับอย่างนี้สิ แข็งแรงหน่อย มือที่จับลูกธนูต้องแข็งแรงและยืดหยุ่น เพราะลูกมันจะได้ตรงเป้าหมายตามที่เราจะยิง"

  อาจารย์กล่าวอธิบายพร้อมจับมือของเขา

  

  "เอ้า! ยิงไปตรงหินตรงนั้นดูสิ"



   ท่านหลี่ปู้กล่าวพร้อมชี้ไปที่ตรงบริเวณหินที่อยู่ติดกับต้นไม้ ม่อเซี่ยวไม่รอช้าก็ปล่อยมือลูกธนูดูเหมือนจะไปได้แต่ก็ไม่ได้ตรงกับหินแม้สักนิดเดียว



  "อาจารย์..ข้าทำพลาดเสียแล้ว"



   เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มหน้าดูเหมือนว่าจะผิดหวัง เขานั่งลงก่อนที่จะดึงสติกลับมามองไปที่ลูกธนู ม่อเซี่ยวเดินไปเก็บลูกธนูที่ไม่โดนกับหินแต่ปักลงดินแทน เขาหยิบขึ้นมาแล้วมองไปที่หน้าอาจารย์ที่กำลังหลับตา ดูเหมือนว่าอาจารย์น่าจะรู้ว่าเขากำลังทำอะไร ม่อเซี่ยวจึงเดินไปที่ธนูอีกครั้งแล้วฝึกยิงอยู่เรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าเขาเริ่มยิงได้ดีขึ้นตามลำดับ



  "ดูเหมือนว่าตอนนี้ข้ากำลังเริ่มถนัดกับการใช้ธนูแล้วสินะ"



   เขาพูดขึ้นมาในใจของเขา พร้อมกับรอยยิ้มและเหงื่อที่ไหลย้อย ไม่นานนักลูกธนูก็ไปโดนก้อนหินเป้าหมาย เขาฟุบลงพื้นทันที

  

    "น่าจะเหนื่อยแล้วสินะ" อาจารย์ลืมตาขึ้นแล้วมองไปที่เขาที่สลบลงไปบนพื้น ก่อนที่จะนำตัวของเขามานอนบริเวณที่เรียบหนึ่ง แล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม












แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-4 18:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x96
x2
x1
x18
x1
x16
x1
x2
โพสต์ 2020-3-10 00:20:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-3-10 12:08

@Admin
เรื่องราวที่ 1 ชายผู้หลงทางมา : 2.5 ชาวฮั่น


" นึกไม่ถึงว่าโลกภายนอกมันจะมีสภาพที่โหดร้ายขนาดนี้ " หลัวเซียนบ่นรำพึงรำพันกับตัวเอง หลังจากออกจากซานตงมาได้สักพัก สู่นอกแคว้นโหรวหร่าน  ในตอนนี้หลัวเซียนกำลังได้พบเจอความลำบากกับทะเลทรายที่ร้อนระอุ  เขาพยายามยกเสื้อขึ้นมาเพื่อปิดบังความร้อน แต่ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ความร้อนยังคงแผดเผาใบหน้าของเขาให้มีสีแทนขึ้นกว่าเดิม  โดยหลังจากเขาเดินทางผ่านทะเลทรายไปเรื่อย ๆ เขาก็พบกับบางสิ่งที่ดูคล้ายกระโจมที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย หลัวเซียนไม่รอช้ารีบรุดไปอย่างที่แห่งนั้น ด้วยฝีเท้าของเขาทำให้เขาเข้ามาประชิดกระโจมได้อย่างรวดเร็วโดยคนโผกผ้าพวกนั้นไม่ได้สังเกต

' คงเป็นพวกโจรทะเลทรายสินะ ' หลัวเซียนพูดขึ้นมาในใจ ขณะลอบมองบุคคลพวกนั้นซึ่งดูจากการแต่งตัวและดาบที่ใช้ ดูไม่ใช่ชาวบ้านหรือพ่อค้า เห็นที่พวกที่อยู่กลางทะเลทรายแบบนี้คงมีแต่โจรทะเลทรายรอปล้นขบวนสินค้าเท่านั้น  


           หลัวเซียนค่อย ๆ ย่อง  เพราะเขาก็เป็นโจรเหมือนกัน เขาเริ่มค้นหาตามกระโจม และมองหาอาหารก่อนเป็นอย่างแรก เพื่อเติมกำลังให้กับเขา และต่อมาพอมีแรงขึ้นหน่อยเขาก็เริ่มค้นกระโจมต่าง ๆ ก็พบว่ามีแก้วแหวนเงินทองอยู่มากมาย หลัวเซียนไม่รอช้า เมื่อเห็นของมีค่าเหล่านั้น เขารีบกวาดมันใส่ห่อผ้าและแบกใส่บ่าแล้วรีบหนีไป  แต่อาจจะเป็นเพราะโชคชะตาแห่งดาวโจรของเขาที่ยังไม่รุ่งโรจน์สักเท่าไหร่ หรือเพราะความโลภมากเกินไปของเขาที่แบกพวกมันไปจนเกินกำลัง  ทำให้ไม่นานดูเหมือนหลังจากหัวหน้าโจรทะเลทรายกลับมาจากการปล้น เมื่อเอาของปล้นได้มาเก็บแล้วพบว่าสมบัติของพวกเขาหายไป และเริ่มออกตามล่า และมาพบเขาที่กำลังแบกถุงข้ามทะเลทรายอยู่  หลัวเซียนได้แต่วิ่ง ๆ เขากำลังถูกโจรกว่าพันคนตามล่าและรุมทำลาย  และในขณะที่เขาจะแพ้ภัยต่อโชคชะตานั้น  ภาพสุดท้ายก่อนสลบที่เขาเห็นก็คือภาพของชายสูงใหญ่ ร่างกำยำใหญ่โต ควบม้าเซ็กเธาว์ ผ่านหน้าเขาไปและฆ่าโจรทะเลทรายพวกนั้น และในขณะที่กำลังจะสลบไป เขาก็ได้ยินเสียงหญิงสาวดังขึ้นมาในโสตประสาทว่า 'ท่านไม่เป็นไรนะ' ก่อนภาพทุกอย่างจะมืดดับไป


หลังจากนั้นหลัวเซียนก็รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบกับหญิงสาวในชุดสีขาวกำลังจ้องมองมาที่เขา หลัวเซียนผงะถอยตัวก่อนเป็นอย่างแรกตามสัญชาตญาณของเขา


   "ช้าก่อนลองมองดูให้ดี ๆ เราไม่ใช่โจรทะเลทรายที่ทำร้ายท่าน "หญิงสาวเอ่ยปากพูดขณะกำลังเดินเข้าไปหา เมื่อหลัวเซียนได้สติเขาก็ใจเย็นลงเพราะหญิงสาวตรงหน้างดงามและดูไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร


" ขอโทษที่เสียมารยาท ข้าหลัวเซียน " เขาก็ผสานมือโค้งหัวทักทายเธอ

   "ข้าหลี่หลิงฉี นี่บิดาข้า หลี่ปู้" หญิงสาวก็ผสานมือทักทาย ก่อนจะผายมือไปทำให้หลัวเซียนเห็นว่าด้านข้างนี้มีใครอยู่ด้วย ที่ยืนร่างใหญ่บดบังแสงอยู่นั้นไม่ใช่กำแพงแต่เป็นผู้คน ซึ่งกำลังโถมร่างที่ใหญ่ยักษ์นั้นเข้ามาหาเขา หลัวเซียนพยายามจะดินรนและหลบหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเขา แต่มือยักษ์และวงแขนนั้นก็โอบรัดและลูบคลำเขาไปทั่ว


"ปล่อยนะ ท่านกำลังทำอะไรข้านะ เครื่องในของข้าไม่อร่อยหรอกนะ " หลัวเซียนพูดออกไป เพราะเขาเคยได้ยินมาว่าคนนอกด้านนั้นดุร้ายและอาจกิมนุษย์

"เปล่า ๆ ข้าไม่ได้จะกินเจ้า แต่เพียงแค่ทดสอบอะไรนิดหน่อย   ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เคยฝึกยุทธ์มาก่อนสินะ ในยุทธภพนี้ค่อนข้างลำบากยิ่งนัก.. ถ้าหากเจ้ามีเวลาพอ ไม่รีบที่จะเดินทาง ข้าจะสอนวิชาพื้นฐานให้กับเจ้า"

" เป็นเกียรติอย่างสูง ที่ท่านมีน้ำใจกับข้า แต่หลัวเซียนผู้ต่ำต้อยผู้นี้ คงต้องขออำลาเพราะภารกิจของข้าคือการหาเงิน แต่ข้าจะไม่ลืมผู้มีพระคุณทั้งสอง "หลัวเซียนก็โค้งหัวกล่าวลาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขายังไม่สนใจฝึกยุทธใด ๆ ในตอนนี้ แม้มันอาจทำให้เขาลำบากในอนาคต


" ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ข้าก็ขอให้เจ้าโชคดีในทางที่เจ้าเลือกแล้วกัน "

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2020-3-10 11:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -22 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 1000 + 50 -22 + 15

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮิปโป
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x11
x10
x1
x11
x5
x30
x2
x26
x249
x2
x1
x20
x5
x50
x40
x1
x10
x50
x1
x10
x20
x8
x15
x8
x3
x20
x308
x1
x424
x4115
x80
x1
x2
x11
x15
x5
x44
x1
x35
x665
x40
x14
x60
x311
x28
x401
x55
x21
x70
x3
x11
x442
x188
x14
x390
x80
x136
x1
x2
x462
x207
x160
x8
x650
x4
x10
x21
x12
x50
x128
x579
x142
x48
x1686
x882
x242
x713
x115
x205
x980
x690
x892
x1
x1
x784
x15
x100
x15
x173
x130
x30
x50
x110
x100
x16
x16
x110
x45
x10
x22
x504
x61
x63
x126
x40
x5
x25
x20
x1907
x375
x20
x3
x2
x15
x16
x30
x94
x1
x50
x100
x100
x2
x117
x463
x778
x2
x40
x52
x30
x49
x1
x1
x3
x878
x5
x3
x80
x1
x1
x56
x710
x1
โพสต์ 2020-3-10 12:07:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องราว 2.0 อำลาสู่การเดินทางครั้งใหม่ - ชาวฮั่น



" ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ข้าก็ขอให้เจ้าโชคดีในทางที่เจ้าเลือกแล้วกัน " หลีปู้กล่าว


"ขอบคุณครับ "หลัวเซียนก็หันไปกล่าวตอบรับคำอวยพนั้น แต่ขณะที่เขาหันหลังจะเดินออกไป หลีปู้ก็เอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง


" ช้าก่อน ถึงแม้เจ้าจะไม่เรียนรู้วิชาจากข้า แต่ก็ควรเรียนรู้ทักษะเอาไว้บ้าง "


" ทักษะ ? " หลัวเซียนหยุดเท้าลงเมื่อถูกพูดรั้งเอาไว้ " ทักษะมันหมายถึงอะไร แต่ไม่ว่าจะอะไรข้าก็ไม่สนใจหรอก " หลัวเซียนที่หยุดพูดลงก็กำลังจะก้าวเดินต่อไป แต่พริบตาต่อมาหลีปู้ก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว


" ก็สิ่งที่เจ้าควรมีไว้ประกอบอาชีพสุจริตยังไงล่ะ  ไม่ใช้ทักษะของเจ้าที่มีไว้ทำอะไรแบบนี้ " เขาพูดพร้อมคว้าไปที่ชายเสื้อของชายหนุ่มผิวแทนตรงหน้า แล้วล้วงบางสิ่งออกมา ซึ่งเป็นกำไลหยกซึ่งมีลวดลายมังกรงดงาม



หลัวเซียนหยุดชะงักครู่หนึ่ง เขาตะลึงกับกำไลหยกตรงหน้า เพราะเจ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาขโมยมาจากหลี่ปู้นั้นเอง ระหว่างที่ชายคนนั้นจู่โจมเขาก่อนหน้านี้ และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาร้อนรนรีบออกจากถ้ำ


" ข้า ข้าไม่ได้ขโมยนะ " เขารีบโบกมือปฎิเสธอย่างร้อนตัว ซึ่งดูจากปากถ้ำก็รู้ว่ามันคืออาการของคนโกหก


" ในเมื่อมันอยู่ในมือข้าแล้ว  เจ้าก็ไม่ใช่ขโมยแล้ว แต่ว่าข้อเสนอของข้ายังคงเหมือนเดิมเจ้าควรเรียนรู้ทักษะอื่นนอกจากทักษะขโมยของเจ้า ซึ่งมันอาจไม่เป็นผลดีในอนาคตกับเจ้าแน่ เพราะหากถูกจับได้หลายคนอาจไม่ใจดีอย่างข้า "หลีปู้กล่าว " หรือเจ้าอยากให้ข้าใจร้าย " เขาก็พูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมแววตาที่เปลี่ยนไป มันดุร้ายราวกับพยัคฆ์รังสีฆ่าฟันหลายพันศพแผ่ออกมาจากตัวเขาได้อย่างชัดเจนจนทำให้หลัวเซียนขนลุก


" ก็ได้ ข้าเข้าใจแล้ว "หลัวเซียนตอบรับไปอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นใบหน้านั้น เพราะการไม่เป็นศัตรูกับชายผู้นี้ถือว่าเป็นเรื่องดีที่สุด


" ฮ่า ๆ ข้าล้อเล่นนะ ข้าไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอก " เขาก็หัวเราะพรืดใหญ่ออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้า เขายิ้มและพูดต่อ " เอาล่ะ ดูจากมือของเจ้าแล้วที่ค่อนข้างไว ข้าว่าเจ้าคงเหมาะจะเรียนทักษะช่างไม้ ข้าว่าเจ้าต้องจับขวานได้แน่นแน่ ๆ "


และหลังจากนั้นหลีปู้ก็พาหลัวซานไปฝึกฝน พาเขาไปจับขวาน พาเขาไปตัดต้นไม้ จนในที่สุดหลัวเซียนก็เริ่มชำนาญ จนหลีปู้เห็นสมควรแล้วที่จะปล่อยให้เจ้านกน้อยตัวนี้ออกบิน และหากินได้เองแล้ว


" ขอบคุณมาก อาจารย์หลีปู้ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้กราบท่านเป็นอาจารย์ฝึกสอนวรยุทธ์ก็จริง แต่ข้าขอเรียกว่าท่านว่าเป็นอาจารย์ เพราะท่านได้สอนทักษะช่างไม้ให้กับข้า " หลัวเซียนโค้งคำนับด้วยท่าทางเคารพ เพราะถึงแม้เขาจะดูเหมือนคนไม่แย่แสโลกสักเท่าไหร่ แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นคนกตัญญูมาก หากผู้ใดดูแลเขาด้วยความจริงใจ เขาก็จะตอบแทนไปด้วยความจริงใจเช่นกัน แบบเดียวกับความแค้น


"ฮ่า ๆ ยังไงก็ได้ แต่ต่อจากนี้ขอให้เจ้าระวังตัวด้วยยุทธจักรนั้นกว้างใหญ่ มีผู้คนมากมาย ทั้งร้ายและดี หากเจ้าไม่ระวังไปเหยียบเท้าของใครเอาความฝันของเจ้าอาจดับลงอย่างง่ายดาย "


" ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างงั้นท่านอาจารย์ ข้าเงินท่านสักหน่อย เพื่อทำให้ความฝันของข้าเป็นจริงโดยไว " หลัวเซียนก็พูดพร้อมแบมือออกไป


" เจ้าไม่ละอายปากบ้างรึหลัวเซียน "เสียงของหญิงสาวก็พูดแทรกขึ้นมา


" ฮ่า ๆ ไม่เลยครับพี่สาวหลิงฉี เพราะเงินคือพระเจ้าของหลัวเซียน หลัวเซียนเลยไม่อายที่จะพูดถึงมัน " เขาก็หันไปตอบหญิงสาวที่แสนงดงามที่เดินเข้ามาและกำลังยื่นบางอย่างมาให้กับเขา " อ่ะนี้ หมั่นโถว  "


" ขอบคุณครับ " หลัวเซียนเอ่ยขอบคุณไปและรับมา ดวงตาของเกิดความอาวรขึ้นขณะหนึ่งเมื่อมองมัน เพราะกลิ่นพวกนี้ทำให้เขานึกถึงบ้านขึ้นมาไม่น้อย แต่ไม่นานความโลภที่ยังไม่หมดสิ้นไปจากนิสัยของเขาก็ทำให้เขายื่นมือออกไปหาอาจารย์หลี้ปู


" เจ้านี้มันช่างโลภมากจริง ๆ หลัวเซียน ฮ่า ๆ " หลีปู้ก็ส่ายหัวและหัวเราะขึ้นมา  จากนั้นเข้าก็ล้วงเขาไปหยิบถุงบางอย่างยื่นมาให้


" อ่ะเอาไป ใช้ให้คุ้มค่าด้วยล่ะ ข้ามอบให้เจ้าไว้ตั้งตัว " หลีปู้ก็ยื่นถุงที่ค่อนข้างหนักมาให้


" ขอบคุณครับ " หลัวเซียนรับถุงนั้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่งแล้วรีบเก็บมันไว้ในตัว


" ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวลาก่อนนะครับท่านอาจารย์หลีปู้  พี่หลิงฉี " หลัวเซียนก็หันไปโค้งคำนับให้กับทั้งสองอีกครั้ง


" โชคดี "


" โชคดีนะ หลัวเซียน "  หลิงฉีก็โบกมือลา จากเด็กหนุ่มโลภมากคนนั้น ที่แผ่นหลังค่อย ๆ เล็กลง แล้วไกลจากถ้ำออกไป  



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +50 คุณธรรม โพสต์ 2020-3-10 12:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +100 เงินตำลึง +3000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 + 3000 + 50 -18 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮิปโป
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x11
x10
x1
x11
x5
x30
x2
x26
x249
x2
x1
x20
x5
x50
x40
x1
x10
x50
x1
x10
x20
x8
x15
x8
x3
x20
x308
x1
x424
x4115
x80
x1
x2
x11
x15
x5
x44
x1
x35
x665
x40
x14
x60
x311
x28
x401
x55
x21
x70
x3
x11
x442
x188
x14
x390
x80
x136
x1
x2
x462
x207
x160
x8
x650
x4
x10
x21
x12
x50
x128
x579
x142
x48
x1686
x882
x242
x713
x115
x205
x980
x690
x892
x1
x1
x784
x15
x100
x15
x173
x130
x30
x50
x110
x100
x16
x16
x110
x45
x10
x22
x504
x61
x63
x126
x40
x5
x25
x20
x1907
x375
x20
x3
x2
x15
x16
x30
x94
x1
x50
x100
x100
x2
x117
x463
x778
x2
x40
x52
x30
x49
x1
x1
x3
x878
x5
x3
x80
x1
x1
x56
x710
x1
โพสต์ 2020-3-24 00:44:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
2
ฝากตัวเป็นศิษย์





“ทางนี้หรือเปล่า” ตงเฺฉินยืนอยู่นิ่งเหมือนกำลังพินิจพิจารณาเลือกเส้นทางสำคัญในชีวิตที่ต้องการต่อ เขาชี้นิ้วไปทางด้านซ้าย ฉีกยิ้มอย่างมั่นใจแล้วพยักหน้าให้กับตนเอง มุ่งหน้าเดินไปทางฝั่งซ้ายมือ


“ไม่สิ ไปทางขวาดีกว่า” ตงเฉินวกกลับมาที่จุดเริ่มต้นเเล้วเปลี่ยนเส้นทางไปฝั่งขวาแทน เขาเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายเมื่อรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยามเเล้ว


“ทางนี้ข้าผ่านมาแล้วนี่ ข้าจำหินก้อนนี้ได้ โอ๊ย...นี่ข้าหลงทางเหรอเนี่ย!” เขาใช้มือทั้งสองข้างทึ้งหัวของตนเองด้วยความหัวเสีย ด้วยความที่ชีวิตนี้ไม่เคยเดินทางออกจากบ้านเกิดมาก่อนทำให้เขาไม่ชำนาญเส้นทาง


ตงเฉินเดินทางออกมาจากหมู่บ้านในเมืองก่วงหลิน โดยระหว่างทางได้ขออาศัยติดเกวียนบรรทุกสินค้าของชาวบ้านที่พบเห็นมาลงข้างทางเป็นทอดๆ สลับกับการเดินเท้าในบางช่วงเมื่อยามที่ไม่พบเจอผู้คน รู้ตัวอีกทีเขาก็หลงอยู่ที่กลางทะเลทรายแห่งหนึ่งที่ไม่รู้จักเข้าเสียแล้ว ไอความร้อนลอยทะลุผืนทรายขึ้นมาด้านบนประกอบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ร้อนระอุ ทำให้เขาต้องยกแขนเสื้อขึ้นมาปาดเหงื่ออยู่หลายครั้งหลายครา ตงเฉินที่อยู่ในสภาพมอมแมมได้ที่เดินอย่างเชื่องช้าลงเรื่อยๆ กลางทะเลทรายเช่นนี้จะหาใครที่พอจะพึ่งได้ก็คงยากอยู่


เหมือนโชคจะเข้าข้างเขาอยู่บ้างเมื่อตงเฉินพบว่ามีกลุ่มคนกลุ่มนึงยืนอยู่ไกลลิบๆพร้อมกับอูฐหลายตัว คงจะเป็นวาณิชที่ใช้เส้นทางทะเลทรายในการขนสินค้าไปขายยังเเคว้นอื่น นั่นทำตงเฉินรู้สึกดีใจเป็นอันมาก เด็กหนุ่มหวังจะเข้าไปถามทางหรือขอแบ่งน้ำดื่มแก้กระหายเสียหน่อย เขารีบเดินย่ำทรายไปข้างหน้าใช้เวลาอยู่พักหนึ่งก็เดินไปถึงคนกลุ่มนั้น


“นี่ๆ พี่ชาย ข้าอยากจะถามว่า…” เสียงของตงเฉินหยุดสะดุดกึก เท้าของเขาก็หยุดตามเมื่อพบว่ากลุ่มคนที่คิดว่าเป็นเหล่าพ่อค้าวาณิชในตอนแรก ลักษณะการแต่งกายดูไม่ใกล้เคียงกับวาณิชเท่าไหร่ ด้วยชุดดำทั้งร่างพร้อมผ้าโพกปิดบังใบหน้า กำลังค้นหาของมีค่าจากร่างอันไร้ชีวิตที่นอนเกลื่อนอยู่บนผืนทราย บ้างก็กำลังฉุดกระชากลากดึงฝูงอูฐบรรทุกสินค้าที่คงจะเป็นของศพผู้โชคร้ายกลุ่มนี้


หน้าของเขาเริ่มซีดเผือด ตงเฉินค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบที่สุดทีละก้าว แต่โชคชะตาก็กลับมาซ้ำเติมเข้าให้อีกครั้ง เมื่อนกแร้งตัวโตบินผ่านหัวของเขาไป เสียงปีกของมันดังพอที่จะทำให้โจรกลุ่มนั้นสังเกตเห็นว่ามีเด็กหนุ่มสภาพมอมแมมกำลังมองการก่ออาชญากรรมปล้นฆ่าอย่างเหี้ยมโหดตรงหน้า หากปล่อยให้หลุดไปเห็นทีจะมิได้ ดาบเปื้อนเลือดถูกชักออกมาจากฝักอีกครั้งพร้อมก้าวเข้าหาตัวของเด็กหนุ่ม


“ขะ...ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น...ขะ...ข้า...ไปล่ะ!!!” ตงเฉินหมุนตัวอย่างรวดเร็วเร่งฝีเท้าวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตด้วยความทุลักทะเลท่ามกลางทะเลทราย กลุ่มโจรที่เห็นไม่กี่สิบคนในตอนแรกจู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลไล่หลังเขามาติดๆ


“หยุดเดี๋ยวนี้ ไอ้หนุ่ม!!!” เสียงของโจรคนหนึ่งตะโกนไล่หลังมา


“หยุดก็บ้าแล้ว!!!” ตงเฉินตะโกนกลับไปขณะที่ยังวิ่งหนีอยู่อย่างสุดชีวิต ช่วงเวลาการไล่ล่ากินเวลาอยู่นานโขจนเขาเริ่มที่จะหมดแรง ขาและสมองเริ่มไม่สามัคคีสุดท้ายเด็กหนุ่มก็สะดุดขาตัวเองล้มอย่างอนาถ


ตงเฉินคิดว่าคงถึงคราวตายของเขาเสียแล้ว เขาค่อยๆคืบคลานไปข้างหน้าด้วยความอ่อนแรง ในขณะที่กลุ่มโจรทะเลทรายใกล้เข้ามาทุกที ภาพของคนในครอบครัวก็ผุดขึ้นมาภายในหัว


“ท่านพ่อ ท่านแม่ อาซือ ข้าขอโทษ...” เสียงพูดอันแผ่วเบาดังออกมาจากปากของตงเฉินที่กำลังยอมรับในชะตากรรมของตน




ฮี้~~~~~~~~~~~~~~~~~


เสียงม้าดังขึ้นพร้อมร่างที่ปรากฎขึ้นของชายร่างใหญ่กำยำควบมาใช้ทวนไล่ฟันกลุ่มโจรทะเลทราย สติของตงเฉินเริ่มหายไปทีละน้อย ก่อนจะมีร่างหนึ่งเดินตรงเข้ามาที่เขา ตงเฉินมองภาพไม่ชัดเพราะมันเริ่มเลือนลางเต็มที


“ท่านไม่เป็นไรนะ” เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นในโสตประสาทของตงเฉิน ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป…




ณ ถ้ำโบราณปาหม่านเสอ


ตงเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อได้สติเขาพบว่าตนเองกำลังนอนมองเพดานถ้ำหินอยู่ เด็กหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆ จนสายตาไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวในชุดขาวที่กำลังบิดผ้าชุบน้ำอยู่ข้างกายของเขา


“ท่านฟื้นแล้ว” หญิงสาวเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อสังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มได้สติ


“ข้าอยู่ที่ไหน” ตงเฉินถามขึ้น เขายังคงปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้


“ที่นี่คือถ้ำโบราณปาหม่านเสอเป็นที่อยู่อาศัยของข้าและท่านพ่อ เราสองพ่อลูกไม่ได้มีเจตนาร้ายท่านโปรดวางใจ”


“แล้วคนชุดดำพวกนั้น…”


“ข้าจัดการพวกมันหมดเเล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัย” เสียงบุรษผู้หนึ่งพูดแทรกขึ้น ตงเฉินเหลียวมองหาตนเสียง ปรากฎร่างใหญ่กำยำแบบเดียวกับที่เขาเห็นก่อนที่จะหมดสติไป


“ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านที่ช่วยข้าไว้” ตงเฉินใช้แขนค่อยๆชันร่างของตนเองมาอยู่ในท่านั่ง พรัอมยกมือซ้ายหุ้มกำปั้นขวาโค้งหัวแทนคำขอบคุณ


“ข้าหลี่หลิงฉี นี่บิดาข้า หลี่ปู้" หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมผายมือไปที่บุรุษร่างใหญ่ผู้เป็นบิดาของนาง


“ตงเฉิน ขอขอบพระคุณพวกท่านทั้งสอง”


“ไม่ต้องมากพิธีเจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว” หลี่ปู้กล่าว


“ช่วงนี้โจรทะเลทรายชุกชุมนัก ออกปล้นฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน โชคดีที่ข้าและท่านพ่อไปพบเข้า”


“ในเมื่อตอนนี้ข้าหายดีแล้ว ข้าก็จะไม่ขอรบกวนพวกท่าน ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัว...โอ๊ย!!!” ในขณะที่ตงเฉินกำลังลุกขึ้น จู่ๆหลี่ปู้ก็พุ่งเข้ามารวบตัวของเขาอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจตงเฉินพยายามดิ้นให้หลุดแต่ด้วยขนาดตัวและพละกำลังที่มีมากของอีกฝ่ายทำให้เขาไม่สามารถหลุดออกไปได้ “ท่านจะทำอะไรข้าน่ะ!”


“ไม่ต้องตกใจไป ข้าแค่ต้องการทดสอบอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าเจ้าจะไร้วรยุทธ์ คงจะไม่เคยฝึกยุทธ์มาก่อน ในยุทธภพหากเจ้าไร้วิชาติดตัวก็จะลำบาก” หลี่ปู้เอ่ย เขาค่อยๆ ปล่อยตัวตงเฉินออก


“ข้าเป็นลูกชาวนา ความฝันของข้าคือเป็นพ่อครัว ข้าจะมีวรยุทธ์ไปเพื่ออะไร” ตงเฉินกล่าว


“เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า” หลี่ปู้รีบพูดแทรกขึ้นมา ภาพในหัวของตนเฉินเมื่อยามที่โจรทะเลทรายกรูกันเข้ามาแล่นเข้ามาให้หัวของเขา สภาพที่หัวซุกหัวซุนเเถมสะดุดล้มอย่างอนาถ ทำให้เขาเริ่มฉุกคิด


เมื่อหลี่ปู้เห็นดังนั้นจึงรีบพูดเสริมขึ้น “หากเจ้ามีเวลา ไม่รีบไปไหนข้าก็จะสอนวิชาพื้นฐานให้กับเจ้า”


ตงเฉินยืนคิดอยู่ครู่ใหญ่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีเป้าหมายที่จะท่องยุทธจักร แต่การมีวิชาติดตัวก็จะสามารถช่วยให้เขาอยู่รอดปลอดภัยได้ในภายภาคหน้าหากภยันตรายมาถึงตัว อีกทั้งตัวเขาเองก็ไม่ได้รีบเดินทางขนาดนั้น ถ้าในอนาคตเขาได้เปิดร้านเอาวิชาที่ได้ไปไล่จับพวกลูกค้าที่กินเเล้วชักดาบก็น่าจะดีไม่น้อย “ข้าตกลงตามนั้น”


ตงเฉินคุกเข่าลงกับพื้นก้มลงกราบคำนับหลี่ปู้สามครั้ง “ตงเฉินขอคาราวะท่านอาจารย์”


“เจ้าจงลุกขึ้นเถิด แล้วตามข้ามา” หลี่ปู้กล่าว ก่อนจะเดินนำตงเฉินออกไปข้างนอกถ้ำ เขาเดินตามผู้เป็นอาจารย์ไปอย่างว่าง่าย


ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจีโดยรอบหลี่ปู้ยื่นดาบล้ำค่าที่เป็นของตงเฉินให้ลูกศิษย์แล้วขอให้เขาลองจับอาวุธซ้อมแสดงให้ดู


“ไหนเจ้าลองแสดงเพลงดาบให้ข้าดูสักหน่อย”


“ท่านอาจารย์เห็นข้าเป็นแบบนี้ จริงๆแล้วฝีมือการใช้มีดของข้าน่ะ ไม่เป็นสองรองใคร” ตงเฉินยืดอกด้วยความภูมิใจ


“เจ้าเชี่ยวชาญการใช้มีดบินอย่างนั้นหรือ?” หลี่ปู้ทำหน้าแปลกใจ


“เปล่า ข้าถนัดใช้มีดปังตอทำอาหาร”


“แล้วเจ้าคิดว่าจะใช้วิชาการหั่นผักหั่นปลา ไปสู้กับใครเขาได้งั้นหรือ”


“ก็...ก็…” เสียงของตงเฉินแผ่วลง เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก


“งั้นเจ้าก็แสดงการใช้ดาบเล่มนี้ให้ข้าดูได้แล้ว”


“ขอรับท่านอาจารย์!” ตงเฉินมือจับกระชับดาบล้ำค่าของบิดาเเล้วเริ่มทำการซ้อมดาบให้อาจารย์ของเขาได้ชม ทันทีที่เหวี่ยงเเขนดาบก็ปลิวหลุดลอยออกไปจากมือ สับเข้าที่เนื้อไม้ของต้นไม้ต้นหนึ่งบริเวณนั้น
หลี่ปู้ส่ายหัว ตงเฉินเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอาจารย์ก็รีบขอโอกาสอีกครั้ง


“ท่านอาจารย์ เมื่อกี๊ข้ามือลื่นไปหน่อย ข้าโอกาสแสดงให้ดูอีกครั้ง”


“เมื่อเจ้าว่าอย่างนั้นก็เชิญตามสบาย” หลี่ปู้ผายมือไปยังต้นไม้ที่มีดาบสับอยู่ ตงเฉินรีบวิ่งไปดึงดาบเล่มนั้นออกจากต้นไม้เเล้วเริ่มทำการซ้อมอีกครั้ง


“คราวนี้ไม่พลาดแน่ท่านคอยดูข้าได้เลย” ดาบถูกโบกสะบัดอีกครั้ง ลำพังตัวของตงเฉินเองนั้นไม่ได้รู้เรื่องเพลงดาบใดใดทั้งสิ้น สิ่งที่เขาแสดงให้อาจารย์หลี่ปู้ดูก็เป็นเพียงการแสดงท่าทางมั่วๆ เท่านั้น


ชิ้ง!!!


เสียงดาบลอยปลิวไปทางที่หลี่ปู้กำลังยืนชมดู เขาเอี้ยวตัวหลบได้อย่างทันท่วงทีโดยที่ดาบเล่มนั้นเฉียดหน้าของเขาไปเพียงแค่นิดเดียว


“ทะ...ท่านอาจารย์!!! ข้าขอโทษ ศิษย์สมควรตาย” ตงเฉินรีบวิ่งไปก้มคุกเข่าต่อหน้าหลี่ปู้เเล้วก้มคำนับครั้งเเล้วครั้งเล่า ด้วยความรู้สึกผิด


“ดูท่าข้าคงต้องฝึกฝนเจ้าอย่างหนักกว่าที่ข้าคิดไว้เสียเเล้ว...”


หลี่ปู้ส่ายหัวด้วยความเอือมระอาเมื่อพบว่าเจ้าตงเฉินเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหนเรื่องวรยุทธ์กว่าที่คิดไว้มากโข ถือเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงของตัวเขาเองเป็นเดิมพัน...




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2020-3-24 15:51
คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2020-3-24 15:51
ยินดีต้อนรับจ้า //รับกระเป๋านา  โพสต์ 2020-3-24 00:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -22 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 1000 + 50 -22 + 15

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สมาธิผืนป่า
ตะกร้าสาน
สกิลตุ่น
ดมกลิ่น
ม้าแคระอูซุน
ดาบล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x2
x1
x4
x1
x2
x2
x10
x4
x1
x1
x45
x1
x30
x10
x4
x195
x99
x20
x1
โพสต์ 2020-3-30 23:09:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
4
ข้าพร้อมแล้ว!
“ท่านอาจารย์ข้ากลับมาเเล้ว”


ตงเฉินกระโดดลงจากหลังเจ้าม้าแคระ พร้อมตะกร้าสานที่บรรจุมันเทศไว้จนหนักอึ้ง หลี่ปู้มีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าตงเฉินกลับมาพร้อมม้าแคระตัวหนึ่ง


“ม้าแคระอูซุน...เจ้าไปได้มาจากไหน” หลี่ปู้ถาม


“ข้าพบมันในป่าขณะหามันเทศ ลักษณะแปลกตาเลยพากลับมาด้วย” ตงเฉินตอบด้วยท่าทีสบายๆ แต่ก็รีบพูดต่อ “ถ้าท่านอาจารย์ไม่อยากให้นำมันมา ข้าเอามันกลับไปปล่อยก็ได้”


“ถ้าเจ้าอยากเลี้ยงไว้ ก็จงเลี้ยงเถิด” หลี่ปู้กล่าว


ตงเฉินเพิ่งได้ทราบว่าม้าแคระตัวนี้แท้จริงคือม้าแคระอูซุนหาใช่ม้าที่เกิดมาพิกลพิการเตี้ยผิดปกติแต่อย่างใด เมื่อได้รับอนุญาตจากอาจารย์ให้สามารถเลี้ยงมันเอาไว้ได้เขาจึงหาเชือกมาผูกมันไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเเล้วแบ่งพืชผักบางส่วนวางไว้ให้ม้าตัวนั้น


“ที่แท้เจ้าก็เป็นม้าเเคระ ข้าก็หลงนึกว่าเจ้าเกิดมาผิดปกติเสียอีก” เขาพูดพลางลูบที่แผงคอของมัน


“จัดการม้าของเจ้าเรียบร้อยเเล้วใช่ไหม”


“เรียบร้อยเเล้วขอรับ ท่านอาจารย์” ตงเฉินตอบ


“ถ้าอย่างนั้นก็ไปผ่าฟืนกองนั้นต่อ” หลี่ปู้ชี้นิ้วไปที่กองท่อนไม้ที่วางเรียงกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ


ตงเฉินถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเดินไปหยิบท่อนไม้มาวางบนแท่นตอไม้ขนาดกลาง แล้วเริ่มลงมือสับคมขวานลงไปที่เนื้อไม้จนขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ไม้ฟืนถูกสับขาดไปท่อนเเล้วท่อนเล่าพร้อมคำพูดบ่นอุบอิบของตงเฉิน


“นี่ท่านอาจารย์คงรับข้ามาเป็นคนใช้จริงๆนั่นแหละ” ตงเฉินพูดก่อนจะออกแรงสับขวาน


ขณะนั้นเองหลี่ปู้ที่ตงเฉินเข้าใจว่าเดินออกไปจากบริเวณนั้นเเล้วก็พุ่งเข้ามาโดยไม่ให้ลูกศิษย์ได้ทันสังเกตเเล้วใช้ลำไม้ไผ่ฟาดไปที่ด้านหลังของเจ้าลูกศิษย์ตัวดี


ป้าบ!


“โอ๊ย!” ตงเฉินถึงกับสะดุ้งโหยงขวานในมือร่วงลงพื้นจนเฉียดเท้าของเขาไปเพียงแค่นิดเดียว “ท่านอาจารย์มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ข้าตกใจนะ” เขาพูดพลางเอามือจับนวดๆที่หลังของตนเองจุดที่โดนลำไม้ไผ่ฟาดลงไปเต็มๆ


“ตราบใดที่เจ้าไม่รู้จักระวังตัวก็จะโดนลำไม้ไผ่นี้ฟาดอยู่ร่ำไป เวลาศัตรูจะโจมตีเจ้ามันคงไม่มาแบบให้เจ้ารู้ตัวหรอก” หลี่ปู้กล่าวสอนตงเฉิน


“ข้าเข้าใจเเล้วท่านอาจารย์ คราวหน้าข้าจะระวังตัวให้มาก ขอบคุณท่านอาจารย์ที่สั่งสอน” ตงเฉินเพิ่งได้ทราบว่าตลอดมาที่เขาคิดว่าอาจารย์หลี่ปู้ไม่เคยสนใจจะสอนวิชาให้แก่เขา แท้จริงนั้นอาจารย์ได้สอนเขาอยู่ตลอดเวลาทั้งทักษะในการใช้ชีวิต การเอาตัวรอด ความอดทน และการระมัดระวังตัวเอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ให้ทำไปล้วนมีเหตุผลทั้งสิ้น ตงเินหันกลับไปตั้งใจผ่าฟืนต่อจนเสร็จเรียบร้อย


หลายวันผ่านพ้นไป...


ในขณะที่ตงเฉินกำลังนอนหลับฝันวานอยู่บนพื้นเย็นๆ ภายในถ้ำนั้นเองเขารู้สึกเหมือนว่าตนเองได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆย่องเข้ามาหาเขา ตงเฉินค่อยๆลืมตาขึ้นด้วยความที่เริ่มจับทางได้และถูกฝึกฝนด้วยการใช้งานอย่างหนักหน่วงและถูกลอบตีอยู่หลายครั้งก็ทำให้ตงเฉินเดาได้ไม่ยากว่าอีกประเดี๋ยวอาจารย์หลี่ปู้จะต้องเอาลำไม้ไผ่มาลอบตีเขาทีเผลอขณะกำลังหลับอยู่เป็นแน่ เด็กหนุ่มหลับตาลงทำทีเหมือนกำลังหลับสนิทอยู่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทันสังเกตเห็นว่าเขารับรู้เเล้วมามีคนเขากำลังเดินย่องมา


เสียงจู่โจมของลำไม้ไผ่ดังเข้ามาในโสตประสาทของตงเฉิน เด็กหนุ่มรีบกลิ้งหลบไม้นั้นด้วยความรวดเร็ว


ป้าบ!!!


เสียงลำไม้ไผ่ฟาดลงที่พื้นหิน เพราะเป้าหมายนั้นทำการหลบได้อย่างทันท่วงที ตงเฉินเมื่อรู้ว่าตนเองปลอดภัยเเล้วจึงรีบลุกขึ้นมาจากพื้น


“ท่านอาจารย์คราวนี้ข้ารู้ทันหรอกนะไม่ได้กินซะหรอก!”


ป้าบ!!!


อยู่ดีๆ เสียงลำไม้ไผ่ก็ดังมาอีกระลอก คราวนี้โดนหลังของตงเฉินเต็มๆเหมือนเคย ตงเฉินกลิ้งหลุนๆไปกระแทกเข้ากับกำแพงถ้ำ เขาเหลียวหลังไปมองพบว่าคนที่ฟาดคือแม่นางหลี่หลิงฉี พลาดอีกจนได้…


“ดีมากหลี่หลิงฉี” หลี่ปู้หันไปกล่าวชมลูกสาวของตน


“เกือบดีเเล้วเเต่ยังไม่ดีพอ” หลี่หลิงฉีหันไปบอกแก่ตงเฉิน


“คราวหน้าข้าไม่พลาดแน่ท่านอาจารย์” ตงเฉินเอามือลูบที่ด้านหลังของตนเองอย่างไม่สบอารมณ์นักแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ


“แต่ถึงกระนั้นข้าก็คิดว่าเจ้าพร้อมที่จะเรียนรู้วิชาของข้าเเล้ว” หลี่ปู้กล่าว


“แสดงว่าที่ผ่านมาที่ท่านอาจารย์ไม่ยอมสอนวิชาให้กับข้าเสียที นั่นเป็นเพราะว่าท่านต้องการฝึกข้าให้มีความพร้อมก่อนสินะ ท่านอาจารย์ช่างเป็นคนที่ฉลาดล้ำยิ่งนัก” ตงเฉินกล่าวพร้อมเอามือประสานกันก้มหัวให้อาจารย์ด้วยความนับถือ


“เปล่า...ข้าลืม” ตงเฉินหน้าเหวอไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินอาจารย์กล่าวเช่นนั้น หลี่ปู้หัวเราะในลำคอแล้วพูดต่อ “ทำไมทำหน้าแบบนั้นเล่า ข้าก็จะสอนให้เจ้าเเล้ว วันรุ่งพรุ่งนี้ข้าจะสอนเคล็ดวิชาอิงหย่งให้กับเจ้า”


“เคล็ดวิชาอิงหย่ง?” ตงเฉินพูดทวนคำของอาจารย์


“จงเตรียมตัวให้พร้อมเพราะการจะฝึกเคล็ดวิชานี้ได้ต้องใช้เวลา 9 วัน”


“9 วัน…” ตงเฉินพูดทวนเหมือนคิดอะไรเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ขอรับท่านอาจารย์ศิษย์จะตั้งใจเล่าเรียน”
“งั้นก็ไปทำงานของเจ้าอย่างเช่นทุกวันเสีย วันพรุ่งนี้มาเจอข้าที่หน้าถ้ำเพื่อเริ่มฝึกวิชา”


ตงเฉินพยักหน้ารับ ในที่สุดหลังจากความพยายามมาเนิ่นนานเขาก็จะได้ฝึกวิชากับอาจารย์หลี่ปู้เสียที เด็กหนุ่มรีบหยิบถังไม้เพื่อเดินทางไปตักน้ำที่แม่น้ำอย่างขันเเข็งเฝ้ารอให้ถึงวันรุ่งขึ้นโดยเร็วเพื่อทีเข้าจะได้ฝึกวิชาที่เฝ้ารอมานานแสนนาน...



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-3-30 23:59
คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-3-30 23:58

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
สมาธิผืนป่า
ตะกร้าสาน
สกิลตุ่น
ดมกลิ่น
ม้าแคระอูซุน
ดาบล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x2
x1
x4
x1
x2
x2
x10
x4
x1
x1
x45
x1
x30
x10
x4
x195
x99
x20
x1
โพสต์ 2020-4-4 12:00:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LiMeiyue เมื่อ 2020-4-4 12:02

(1) { แฟลชแบค }


              ร้อน...คือความรู้สึกตอนนี้ของเหม่ยเยว่เธอน่าจะสวมเสื้อผ้าที่ดูสบายมากกว่านี้มา ตลอดทางมาเธอก็นั่งหลับอยู่บนรถม้าและตื่นขึ้นมาเพราะความร้อนร่างบางหวังว่าจะถึงโหรวหรานเร็วๆเธอจะได้หาที่พักแรมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

                 “เฮ้ยๆ”เสียงคนขับรถม้าร้องลั่นอย่างตกใจ ม้าสองตัวด้านหน้ากระทืบเท้าหน้าหอบไม่หยุดนั้นจึงเป็นเหตุผลให้การเดินทางหยุดชะงัก

                “ท่านลุง เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” เหม่ยเยว่ชะโงกหัวออกไปตะโกนถามคนขับรถม้าที่ค่อนข้างสนิทกันขึ้นมาบ้างจากการเดินทางชั่วคราวนี้

ท่านลุงที่เธอเรียกเหมือนจะก้มลงไปดูม้าอยู่ชั่วครู่จากนั้นจึงหันมาตอบเธอ

               “ดูเหมือนว่าม้าจะเหนื่อย เราก็เดินทางมาไกล อีกนิดหน่อยก็ถึงแล้วโหรวหรานแล้วท่านสามารถรออีกสัก 2 เค่อได้หรือไม่” ท่านลุงขับรถม้าหันมาถามเธออย่างกังวลเหม่ยเยว่คิดสักพัก เธอเหนียวตัว ทนเดินอีกสักหน่อยก็คงถึงแล้ว เพราะเธอเห็นโหรวหรานอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่

               “งั้นไม่เป็นไรท่านลุง เดียวข้าเดินไป ระยะก็เท่านี้เอง”เหม่ยเยว่ตอบอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม คนขับรถเหมือนมองอย่างเป็นห่วงเธอหยิบของๆตนก่อนจะรำลาอีกฝ่ายและเดินออกมา ไม่วายเขายังตะโกนตามหลังเธออย่างเป็นห่วง
เหม่ยเยว่เดินมาสักพักผ่านไปเพียง 1 เค่อ เธอรู้สึกคิดผิดที่เดินมาไม่เพียงแค่เหนียวตัวเท่านั้น ของก็หนัก และเหมือนเธอเริ่มจะอึดอัดเพราะความร้อนขึ้นมาบ้างเสียแล้วในช่วงเวลาที่เริ่มตาลายอยู่ๆกลับมีเสียงคนเดินมาด้านหลังของเธอ

               “โอ้ นี้มันผู้หญิงนี่ หน้าตาดีเสียด้วย มาเดินอะไรคนเดียวท่ามกลางทะเลแบบนี้ล่ะคนสวย”เหม่ยเยว่หันไปเจอกับผู้ชายตัวใหญ่ที่ถือดาบพาดไว้บนไหล่อยู่หลายคนด้านหลังเธอเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเล้าโลมที่เธอไม่ชอบเอาเสียเลย

               “ข้ากำลังจะไปโหรวหรานข้างหน้านี้เอง พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”เธอกล่าวด้วยใจหวั่นๆมือเรียวเอือมมือไปเตรียมจับดาบของตนที่อยู่ด้านหลัง

               “ฮ่าฮ่าๆ ผู้หญิงคนนี้บอกจะไปโหรวหรานว่ะ ฮ่าฮ่า!อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดังหันไปบอกกับคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังและพากันหัวเราะตาม “นี่คุณผู้หญิง ที่อยู่ข้างหน้าน่ะ ไม่ใช่โหรวหรานหรอกนะ มันคือรังของพวกข้า! ฮาฮ่า”

เหม่ยเยว่ได้ยินอย่างนั้นเริ่มใจเสียมองดูดีๆพวกนี้คือโจรอย่างเห็นได้ชัด เธอจะทำยังไงดีมือเรียวจับดาบของตนแต่เหมือนอีกฝ่ายจะเห็นและกระชากมือของเธอไปอย่างรุนแรง

              “โอ้ย!”

              “หื้อ เจ้าคิดจะทำอย่างไรอย่างนั้นหรือ? โหรวหรานหรอ?พวกข้าไปส่งเจ้าได้นะ” เหม่ยเยว่ได้ยินอย่างนั้นเริ่มโล่งใจบางทีพวกนี้อาจจะเป็นคนดีกว่าที่คิด แต่เธอก็ต้องนึกเสียใจเมื่อเธอได้ยินประโยคต่อไป“ด้วยของที่หมดที่เจ้ามีและร่างกายของเจ้าอย่างไรล่ะ!”

              ทันทีที่มันพวกจบ มันกระชากร่างกายเธอไปอย่างไม่ไยดีสายตาที่แทะโลมถูกส่งมาและกวาดสายตาไล่ไปตามเสื้อผ้าของเธอ ในขณะที่คนอื่นๆสำรวจสิ่งของของเธอ

             “เฮ้ย ลูกพี่ ปิ่นในกระเป๋านังนี้ของดีทั้งนั้นเลยนี่หน่า”เธอได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ เพราะปิ่นพวกนั้นเป็นเสื้อผ้าติดตัวของเธอ

             “ไม่นะ! เธอตะโกนหันไปใส่อีกฝ่ายที่ค้นของเธอไม่หยุดแต่คนที่จับเธออยู่กลับใช้มือใหญ่ๆน่ารังเกียจจับกรอบหน้าของเธอเพื่อไปเผชิญหน้ากับมัน

            “อย่างเจ้าจะทำอะไรได้ อยากจะเจ็บตัวหรืออย่างไร!เหม่ยเยว่ได้ยินอย่างนั้นจึงสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง “นังนี้!”

            “ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าหรอก!มือเรียวก้มลงไปหยิบดาบหันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

            “ฮ่าฮ่าๆ! เป็นหัวหน้าของพวกมันที่หัวเราะเธอเหม่ยเยว่รู้ดีว่ามันหัวเราะทำไม เธอรู้ดีว่าเธอสู้พวกมันไม่ได้แต่หากมีโอกาสรอดเธอก็จะทำ

            “เธอลองดูสิ คุณผู้หญิง!มันพูดอย่างมีน้ำโห เหม่ยเยว่ที่ได้ยินอย่างนั้นเธอยืนประจันหน้ากับมันอยู่สักพักพวกมันยืนหยุดนิ่งพากันหันมามองเธอด้วยสีหน้าขำขัน

            เหม่ยเยว่ไม่มีทางเลือก แทนที่จะฟันหัวน้าของพวกมันเธอกำทรายที่พื้นขึ้นมาโยนใส่อีกฝ่าย และฉวยจังหวะวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต แต่มันไม่เป็นไปอย่างที่เธอคิด

            เธอวิ่งหนีได้ไม่ทันไร อากาศที่ร้อนระอุ ร่างบางๆเล็กๆและเสื้อผ้ารุมร่ามเหม่ยเยว่เริ่มจะทนไม่ไหวเสียแล้ว สายตาของเธอเริ่มพร่ามัว สวรรค์เหมือนไม่เป็นใจเธอสะดุดขาตัวเองล้มลงไปกลางทรายร้อนๆ ทุกอย่างถาโถม เธออดทนไม่ไหวเสียแล้ว

            ร้อนเหลือเกิน หายใจไม่ออก อึดอัด เธอจะมาตายแบบนี้น่ะหรือ ไม่นะ!

            หูของเธอได้ยินเสียงพวกมันตามมาติดๆแต่อยู่ดีๆกลับได้ยินเสียงร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดสายตาที่พร่ามั่วของเธอเห็นม้าสีแดงดั่งเลือด บนหลังม้ามีชายร่างใหญ่ถือทวนฟันพวกโจรพวกนั้นอย่างได้เปรียบจากนั้นเธอเหมือนได้ยินเสียงผู้หญิงดังเข้ามาในโสตประสาท ถามเธออย่างร้อนรน

            ‘ท่านไม่เป็นไรนะ นั้นคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยิน



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-4 13:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หญ้าเงินคราม
เคล็ดวิชาอิงหย่ง
สร้อยเทพนักรบ
โคเปซ
คัดแยกปอ
ม้าแคระอูซุน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x4
x10
x10
x20
x20
x10
x55
x150
x30
x50
x50
x2
x2
x200
x8
x28
x135
x20
x100
x3
x15
x10
x10
x1
x27
x1
x98
x100
x20
x33
x30
x30
x5
x4
x8000
x9999
x8000
x100
x4
x20
x4
x10
x50
x58
x100
x1
x110
x50
x50
x3
x1
x50
โพสต์ 2020-4-7 15:53:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
(2) { ปัจจุบัน }

        “เฮือก!” เหม่ยเยว่สะดุ้งลืมตาขึ้นมา มองไปรอบๆ เธอเหมือนจะอยู่ในถ้ำสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก หวังว่าจะไม่ได้อยู่ในรังโจรหรอกนะ?! เมื่อคิดได้อย่างนั้นแขนเรียวยกมือขึ้นมาสำรวจตัวเอง เสื้อผ้ายังอยู่ครบ ทรงผมอาจจะยุ่งไปบ้างแต่ปิ่นบนศรีษะของเธอยังอยู่ครบ


“ท่านฟื้นแล้วหรือ”เสียงหญิงสาวที่สวมชุดสีขาว หน้าตางดงามเดินเข้ามาถามเธอเหม่ยเยว่มองหญิงสาวอย่างสงสัย อีกฝ่ายดูๆแล้วคงไม่ใช่โจรพวกนั้นเสียงนี้เหมือนเสียงที่เธอได้ยินก่อนจะสลบไม่มีผิด


อีกฝ่ายที่เหมือนจะเห็นว่าเธอสงสัยจึงเอ่ยแนะนำตัว


“ข้าหลี่ หลิงฉีนี่บิดาข้า หลี่ ปู้”เธอกล่าวแนะนำตัวพล่างผ่านมือไปยังผู้ชายร่างกำยำที่อยู่ด้านหลัง


“อะ!ข้าขออภัยที่เสียมารยาท ท่านเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือข้าแท้ๆ”เหม่ยเยว่กล่าวพล่างลุกขึ้นยืนประสาทมือด้านหน้าแสดงความขอบคุณทั้งสองฝ่ายอย่างสุดใจ“ข้าเหม่ยเยว่ แซ่หลี่เช่นเดียวกับพวกท่าน”


“ไม่เป็นไรพวกข้าแค่ผ่านมาเห็นหญิงสาวโดนผู้ชายท่าทางเหมือนโจรวิ่งไล่เป็นฝุงแบบนั้นมันอดช่วยไม่ได้จริงๆว่าแต่ท่านมาทำอะไรที่นี้อย่างนั้นหรือ?” หลิงฉีถามเธอ


“อันตัวข้านั้นจะไปที่โหรวหรานเดิมทีข้าออกเดินทางไปตามเมืองต่างๆหาประสบการณ์เล่นดนตรีกับวาดรูปแต่เดิมข้านั้นมักจะไปกับขบวนรถ หรือคารวานแต่เหตุที่ลงมาก่อนเพราะม้าของรถม้านั้น มีปัญหาข้าเข้าใจผิดว่ารังโจรเป็นโหรวหรานจึงขอออกมาก่อนมาคิดดูแล้วมันก็เป็นความผิดของข้าที่เข้าใจผิดแบบนั้น ข้าขอขอบคุณพวกท่านจริงๆ”


“ดูเหมือนเจ้าจะไม่เคยฝึกยุทธ์นะ”เป็นประโยคแรกที่หลี่ปู้เอ่ยกับเหม่ยเยว่ เธอหันไปมองอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยเล่า


“แน่นอนท่านตัวข้านั้นเป็นเพียงหญิงสาวลูกเจ้าของร้านเครื่องประดับหากจะให้ฝึกยุทธก็คงจะประหลาดแน่แท้ มากสุดของข้าเพียงแค่แกว่งดาบไปมาลอกเลียนท่านพี่ของข้าเท่านั้นขออภัยที่ต้องทำให้ท่านผิดหวัง”


“ไม่เป็นไรข้าไม่ได้ผิดหวังอะไรในตัวเจ้า ในยุทธภพค่อนข้างลำบาก มีสิ่งอันตรายเต็มไปหมดหากเจ้ามีเวลา ไม่รีบไปไหนข้าจะสอนวิชาพื้นฐานให้เจ้า” เหม่ยเยว่ยิ้มร่าเมื่อได้ยินดังนั้นเพราะเธออยากจะลองแกว่งดาบฝึกยุทธ์หลายครั้ง แต่เธอก็กลัวพ่อแม่เสียหน้าแค่เพียงเธอไม่แต่งงานก็เป็นเรื่องหนักใจของพวกท่านมากพอแล้ว


“แน่นอนข้ามีเวลาเหลือเฝือ” เธอกล่าวก่อนจะคุกเข่าลงกราบอีกฝ่ายสามครั้ง “เช่นนั้นข้าขอฝากตัวด้วยท่านอาจารย์”


“ถ้าเช่นนั้นก็ตามมา”


เหม่ยเยว่ได้ยินดังนั้นจึงตามหลี่ปู้อาจารย์ของเธอไปด้านนอกถ้ำเขาคุยอะไรบางอย่างกับ หลี่ หลิงฉี ลูกสาวของตน จากนั้นไม่นานหลิงฉีจึงโยนดาบมาให้เธอ


“นี่คือ?”เธอรับมามองดาบที่พี่ชายได้ให้เธอไว้ก่อนออกนอกบ้านอย่างสับสนแต่สับสนได้ไม่นานนัก หลิงฉีก็พุ่งตัวเข้ามายื้อดำใส่เธอเหม่ยเยว่ยกดาบในมือตั้งรับทัน เธอมองหน้าอีกฝ่าย และเหลือบไปมองหลี่ปู้ จึงรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงทดสอบเธออยู่


เห็นดังนั้นแล้วเหม่ยเยว่จึงใช้แรงของตนออกแรงฟันดาบปะทะอีกฝ่ายแต่แรงอีกฝ่ายเหนือกว่าเธอมากเธอจึงสะบัดแขนออกด้านข้างเพื่อหวังให้ดาบอีกฝ่ายหลุดมือหรืออาจจะถอยหลังไปบ้างแต่ไม่เป็นเช่นนั้น หลี่หลิงฉีเป็นสาวมีวรยุทธ เธอรับดาบของเหม่ยเยว่อย่างไม่ขยับเขยือน หลิงฉียืนอยู่เฉยๆเหม่ยเยว่เห็นดังนั้นจึงวิ่งไปปะทะกับอีกฝ่ายอีกคราแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือแรงดาบที่เธอไม่อาจต้านไหวจึงกระเด็นไปถึง 10 ฉื่อ


“พอแล้ว”หลี่ปู้เอ่ยออกมา เหม่ยเยว่จึงลุกตั้งหลักอย่างเหนื่อยหอบในขณะที่หลิงฉีไม่ออกอาการเหนื่อยใดๆ “อย่างที่เจ้าเล่า พื้นฐานเจ้าแทบไม่มีเลยนอกจากแกว่งดาบเห็นทีเจ้าต้องฝึกหนักหน่อยเสียแล้ว”


“ข้ายินดี ท่านอาจารย์”เหม่ยเยว่เอ่ยบอกอีกฝ่ายอย่างจริงใจ


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-4-7 16:36
คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2020-4-7 16:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -36 Point +15 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 1000 + 50 -36 + 15

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หญ้าเงินคราม
เคล็ดวิชาอิงหย่ง
สร้อยเทพนักรบ
โคเปซ
คัดแยกปอ
ม้าแคระอูซุน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40