ดู: 1338|ตอบกลับ: 8

{ เมืองเจียงโจว } ตลาดประจำเมืองเจียงโจว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-19 14:43:44 |โหมดอ่าน


ตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดที่สุดในเสฉวน(?) ด้วยผู้ว่าการเมืองที่นี่เป็นขุนนางที่ดีตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน
ทุกพื้นที่ในเมืองจึงไม่มีขยะเกลื่อนกลาด สินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดแห่งนี้
ผู้คนจะปลูกผัก ผลไม้ หรือ เนื้อสัตว์แล่ ของป่า มาวางขายกันเป็นระเบียบ
ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบเห็นสินค้าอื่นๆ นอกจากวัตถุดิบทำอาหาร

23

กระทู้

147

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1323
เงินตำลึง
127288
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206

ใบรับรองภาษาฮั่น

เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-8 20:03:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-9 20:03

{ น้ำใจในแดนใต้ }


เรื่องราวที่ยี่สิบสอง - [ เด็กล้วงกระเป๋า ]





     " ขอบคุณมากน้าคุณหนู--- ช่วยป้าได้จริงๆเลย "

     น้ำเสียงสดใสนั่นดังออกมาจากคุณป้าแผงลอยที่บัดนี้กำลังโบกมือยิ้มมาให้ทางนี้อยู่
     นับจากที่ร่ำลากับท่านอากิโกะแล้วก็ผ่านมาอีกหลายวัน หมิงเย่เสวียเดินทางลงใต้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายในการผ่านป่าเพื่อ
เก็บสมุนไพรก่อนที่จะเดินทางไปยังทิศตะวันออก
     อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เดินผ่านเมืองต่างๆ นางนั้นได้ซื้อข้าวปลาอาหารจำนวนมากไว้ในห่อสัมภาระที่แบกอยู่ด้านหลังของ
นางตลอดเส้นทาง จนยามนี้ หากคนทั่วไปไม่จ้องมองดูดีๆอาจจะเข้าใจผิดคิดว่านางเป็นคนหลังค่อมได้เลย
     แรกๆก็ไม่ได้เอะใจอะไรเท่าไหร่ แต่พอเริ่มเดินทางกันนานเข้า นานเข้า ยายะก็เริ่มที่จะเกิดความรู้สึกสงสัย
     ในฐานะเงา นางนั้นจะไม่เปิดเผยตัวตนของตนออกมาอยู่เบื้องหน้า...ทว่าการได้เห็นนายท่านแบกอะไรต่อมิอะไรจนดูลำบาก
เสียขนาดนี้ก็ทำให้นางเริ่มร้อนใจ(และไม่เข้าใจ)อยากออกไปช่วยแบกให้หมดเสียให้รู้แล้วรู้รอดเหมือนกัน
     " ...นายท่าน ให้ข้าน้อยช่วย-- "
     " ไม่ได้ "
     ทว่าขณะที่ทนไม่ไหวและกำลังจะให้ความช่วยเหลือ นายท่านของนางก็กล่าวดักหน้าอีกแล้ว
     " ยายะ....เจ้าเป็น'ไพ่ตาย'ของข้านะ...หากไม่ใช่เรื่องถึงแก่ชีวิตหรือสถานที่ลับสายตาคนจริงๆก็อย่าได้ออกมาเชียว "
     " ...แต่ "
     " ที่ข้าแบกอยู่นี่ยังไม่ได้ถึงครึ่งของกิจวัตรประจำวันในอดีตของข้าเลย....ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะไม่ฝืนตัวเองอีกแล้ว "
     และเหมือนกับทุกที หมิงเย่เสวียนั้นจะตอบกลับเงาของนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และเหตุผลหนักแน่นที่ไม่สามารถหาข้อ
อ้างใดๆมาปฏิเสธได้
     เพราะฉะนั้นในช่วงหลายวันมานี้ ยายะ นางจึงไม่เข้าใจในการกระทำของนายท่านของนางเลยว่าท่านนั้นคิดอะไรอยู่
     ..ทันใดนั้น ยายะก็รู้สึกแว่บขึ้นภายในหัว

     " ร-...หรือเป็นเพราะว่าข้าน้อยกินเยอะเกินไปหรือเจ้าคะ!? เพราะอย่างนั้นจึงต้องกักตุนอาหารไว้มากมายถึงขนาดนั้น "
     " เปล่าๆ ไม่ใช่หรอก "
     โดนปฏิเสธมาอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงอบอุ่น...
     " ง-..งั้นก็ เพราะว่าสภาวะอากาศกำลังจะแปรปรวนงั้นหรือเจ้าคะ!? พวกเราต้องตุนของกินก่อนที่จะเตรียมจำศีลงั้นหรือเจ้าคะ!? "
     " ....รู้ศัพท์ยากดีนี่นา.....แต่ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ....ใจเย็นๆสิยายะ เจ้าจะร้อนรนไปทำไมกัน "
     " ก็แหม... "
     ยายะส่งเสียงแง่งอนออกมาเล็กๆ
     " ข้าเป็นห่วงท่านนี่นา "

กึก

     การก้าวเท้าของหมิงเย่เสวียหยุดลง ณ.ตรงนั้นทันที
     " .....? นายท่าน? "
     " ....อื้อ...เปล่า....ไม่มีอะไร "
     หมิงเย่เสวียกล่าวตะกุกตะกักเล็กๆ จากนั้นนางจึงกระแอ่มไอสองสามที แล้วก็แบกของเดินต่อไป


     " ไอ้เด็กเวรเอ้ย!! "
     เสียงตะโกนที่ดูฉุนเฉียวดังขึ้น เรียกให้สายตาของทุกชีวิตในตลาดหันไปมอง
     เสียง พลัก! ดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของเด็กสาวกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นถนน
     " ชิ..! "
     หลังจากที่เดาะลิ้นแล้ว ชายที่ท่าทางโมโหคนนั้นก็เดินจากไป
     ภายใต้สายตาของหมิงเย่เสวีย เด็กสาวตัวเล็กที่ดูมีอายุเทียบเท่ากับยายะ(?)กำลังนอนคุดคู้อยู่ที่พื้น ยิ่งกว่านั้น ผู้คนรอบ
ด้าน หลังจากที่หันมามองชั่วขณะนึงก็ไม่ได้สนใจใยดีอะไรอีก แล้วก็หันกลับไปทำกิจวัตรประจำวันกันตามเดิม
     " ..... "
     หมิงเย่เสวียขมวดคิ้วเล็กๆกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า นางกำลังจะเปลี่ยนเส้นทางไปยังเด็กสาวคนนั้น แต่
     " กรุณารอก่อนเจ้าค่ะ "
     " .....? ....ทำไมหรือ? "
     แม้จะรู้สึกขัดใจเล็กน้อย ทว่าหมิงเย่เสวียนั้นก็เลือกที่จะเชื่อคำพูดของยายะ
     " เด็กคนนั้นเป็นโจรล้วงกระเป๋าเจ้าค่ะ "
     เงาตัวน้อยของนางตอบกลับมาสั้นๆด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
     " โจรล้วงกระเป๋า? "
     " เจ้าค่ะ ถึงจะยังอ่อนหัดก็เถอะ "
     ราวกับมีน้ำเสียงยิ้มเยาะลอยออกมาจากที่ไหนสักแห่ง....เย่เสวียกล่าวกับตนเองในใจว่านางนั้นคิดไปเองน่า คิดไปเอง
     ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ เด็กสาวตัวเล็กๆคนนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะหอบร่างเดินกระโผรกกระเผรก
หายไปในตรอกซอยมืดๆ
     " ..... "
     " ......นายท่านเจ้าคะ? "
     เพราะว่าเห็นนายท่านของตนมองตามไปยังร่างของเด็กสาวคนนั้นจนลับตาโดยไม่กระพริบเลยนั้น ทำให้ยายะเริ่มจะเดา
อะไรบางอย่างขึ้นมาได้จางๆ
     " เอ่อ...นายท่านเย่เสวียเจ้าคะ...ท่านคงจะไม่-- "
     " ไปกันเถอะ "
     ไม่ทันขาดคำ พร้อมๆกันกับที่กล่าวออกมา หมิงเย่เสวียก็ออกเดินไปยังทางที่เด็กสาวคนนั้นเดินหายไปในทันที

     ' สีหน้า'ช่วยเหลือผู้คน'โผล่ออกมาอีกแล้ว...แบบนี้ข้าเถียงอะไรไปก็เท่านั้น... '

     ยายะพึมพำแบบนั้นในใจพร้อมกับถอนหายใจออกมาบางเบา


     " ...เป็นอะไรหรือเปล่า "     พอทักออกไปแบบนั้น เด็กสาวตรงหน้าก็สะดุ้งขึ้น
     ภายในตรอกซอยแคบๆของย่านการค้าที่ไร้ผู้คนสัญจร ภายในมุมมืดๆมุมนึงมีเด็กสาวกำลังคู้ตัวอยู่
     หลังจากที่เด็กสาวนั้นได้รับรู้ตัวตนของหมิ่งเย่เสวียแล้ว นางก็มีท่าทีตื่นตกใจแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนีไปทันที
     " ยายะ "
     " เจ้าค่ะ "

เพี๊ยะ!

     " โอ้ย! "
     เด็กสาวร้องขึ้นเสียงหลง จากนั้นก็ล้มกลิ้งลงไปกับพื้น
     แกร๊ก.. ใกล้ๆนั้นมีเศษเหรียญที่ไม่รู้ว่าพุ่งมาจากไหนตกหล่นลงมา
     หมิงเย่เสวียผงะไปเล็กๆ...เดิมทีนางคาดว่าจะให้ยายะจับตัวเด็กสาวนักล้วงกระเป๋าผู้นี้ไว้เฉยๆ...ไม่คาดว่าจะดีด(?)เหรียญ
พุ่งใส่ขาจนเด็กสาวล้มกลิ้งลงไปเลยแบบนั้น
     อย่างไรก็ตาม นางนั้นตีหน้านิ่งเดินเข้าไปใกล้กับเด็กสาวล้วงกระเป๋า ซึ่งพอฝ่ายเด็กกว่าที่กำลังกุมต้นขาเห็นดังนั้น สีหน้า
ก็พลั้นกลายเป็นซีดขาว
     " หนะ-...หนูขอโทษ....ขอโทษค่ะ..จะ-..จะไม่ทำอีกแล้ว...อย่าฆ่าหนูเลย... "
     ' ........ '
     พอโดนมองมาด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด แถมยังหลั่งน้ำตาร่วงแหมะๆในสภาพน่าเวทนาขั้นสุด ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเด็กสาว
ที่น่าจะอายุอ่อนกว่าตัวนางถึงสิบขวบปีนั้น --นี่ทำให้หมิงเย่เสวียรู้สึกราวกับหัวใจของนางกำลังโดนบีบคั้นอย่างรุนแรงเลยที
เดียว
     ไอ้ครั้นจะปลอบให้หายกลัว...นางก็รู้สึกว่านั้นก็คงไม่ได้ผลในระยะสั้นๆแน่ๆ
     หมิงเย่เสวียหยุดแล้วก็ย่อตัวลงโดยไม่สนว่าเข่าของนางจะเปื้อนฝุ่นที่พื้นดินหรือไม่ ก่อนที่จะวางสัมภาระแล้วก็ค่อยๆหยิบ
เอาสิ่งของบางอย่างออกมา
     " ...เอ่อ "
     " อ..อิ้...ฮึก....ฮือ.... "
     พอได้ยินเสียงของนาง เด็กสาวตรงหน้าก็สะดุ้งขึ้นเล็กๆแล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา พร้อมกับหลับตาปี๋แล้วคู้ตัวกลม
เหมือนหอยทาก
     พอโดนหวาดกลัวขนาดนี้จากเด็กตัวเล็กๆ เย่เสวียก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาเหมือนกัน
     นางส่ายหน้าไล่ความท้อแท้นั่นออกไป แล้วก็ค่อยๆเอื้อมมือไปแตะที่ศรีษะของเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะลูบหัวนางช้าๆ
     " ขอโทษที่เผลอทำให้เจ็บนะ...ไม่เป็นไรแล้วละ "
     นางพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล เด็กสาวนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ
     " ...จะไม่ทุบตีหนูหรอ? "
     เย่เสวียยิ้มให้บางๆพร้อมกับส่ายหน้าช้าๆ
     " จะไม่ฆ่าหนูใช่ไหม "
     พั่บๆๆๆๆๆๆๆ *ส่ายหน้ารัวๆ




     หลังจากผ่านไปได้ครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเด็กสาวก็สงบลงจนได้
     เด็กสาวข้างๆของนางนั้นตัวเล็กเสียยิ่งกว่ายายะ ---น่าจะมีอายุเพียงแค่เจ็ดถึงแปดขวบปีเพียงเท่านั้น
     สภาพร่างกายก็สกปรกมอมแมม ผมเพ้ากระเซอะกระเซิงเสื้อผ้าขาดวิ่น..สำหรับเด็กตัวแค่นี้นับว่าน่าเวทนาอย่างที่สุด
     ตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งชิดกันอยู่บนพื้นดิน โดยที่มีหมั่นโถวสีขาวอยู่ในมือกันคนละชิ้น
     " หนูกินได้หรอ? "
     เย่เสวียพยักหน้าเป็นเชิงตอบ ทันใดนั้นเด็กสาวก็เผยให้เห็นรอยยิ้มกว้างในทันที
     " --นี่ "
     " อึ้ม..? "
     พอนางเรียก เด็กสาวก็หันมาในสภาพแก้มกลม ดูแล้วน่าขบขันแปลกๆ
     " ทำไมเจ้าถึงลักขโมยละ? "
     " เอาะอ้าไอ้อำ อูวอะไอ้อีอิน "
     เสียงอู้อี้ตอบกลับมาในทันที แม้จะฟังดูตลก แต่เนื้อหานั้นน่าสลดจนนางต้องหรี่ตาลงเล็กๆ
     " แล้ว...เจ้าไม่ลองหางานทำแลกข้าวงั้นหรือ "
     " ...หนูเคยขอร้องแล้ว แต่พวกเค้าก็บอกว่าไม่ต้องการพวกขอทานน่าสงสัย แล้วก็ถีบหนูออกมา "
     " ...... "
     ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละนะ...
     หมิ่งเย่เสวียยกมือขึ้นเท้าคางซึ่งเป็นเวลาที่นางจะต้องใช้ความคิด
     " เจ้าอยู่ตัวคนเดียวหรอ? "
     พอได้ยินดังนั้น เด็กสาวก็ส่ายหน้า
     " ยังมีเด็กแบบหนูอยู่อีกฝั่งของตลาด แล้วก็มีคุณลุงกับพี่ชายแล้วก็พี่สาวเยอะแยะเลย "
     ' หืมม... '
     หมิ่งเย่เสวียหลับตาลงเล็กๆ ก่อนที่จะผุดยิ้มแล้วก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งนึง

     " ถ้างั้น--- "

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

     " ....หวาย "
     เสียงเล็กๆที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจนั้นเป็นของยายะ
     ด้านหน้าของเธอ คือโซนแผงลอยเล็กๆแผงนึงที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากต่อแถวกันยาวเหยียด
     " ...เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็เป็นไปได้ขนาดนี้? "
     " ยอดไปเลยเนอะ... "
     เสียงเอือยๆดังขึ้นด้านหลัง --นายท่านของนางนั่นเอง
     หมิงเย่เสวียในยามนี้ ไม่ได้มีสัมภาระแบกอยู่เต็มหลังอีกแล้ว ยายะที่เดินทางมาด้วยกันก็บอกได้เลยว่าสัมภาระที่กระเป๋า
ด้านหลังซึ่งเต็มไปด้วยอาหารนั่น ได้อันตรธานไปเป็นจำนวนมาก
     " อาหารจำนวนมากหายไปไหนแล้วหรือเจ้าคะ? "
     " บริจาค...ไปหมดแล้ว "
     เย่เสวียตอบกลับสั้นๆ
     พอเห็นว่าถ้าไม่ถาม นายท่านของนางก็จะอุบไว้ ยายะจึงเอ่ยต่อไปว่า
     " ทำได้ยังไงหรือเจ้าคะ "
     " ....อะไรหรอ? "
     พอเย่เสวียตีหน้าซื่อ ยายะก็ชี้นิ้วไปที่แผงลอยด้านหน้าที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
     ตรงนั้น มีเด็กๆในชุดผ้าที่ดูสะอาดสะอ้าน ผมดำเงางาม ผิวเองก็กระจ่างใสหากเทียบกับชาวบ้านแล้วก็มีแต่จะ'สะอาด'กว่า
เท่านั้น อีกทั้งไม่ใช่แค่เด็กๆ ด้านหลังของกลุ่มเด็กๆนั้นก็ยังมีสตรีและบุรุษที่มีลักษณะดูดีอยู่จำนวนนึงอีกด้วย
     " นั่นน่ะ.....ทำอย่างไรถึงได้เปลี่ยน 'คนพวกนั้น' ให้เป็นเช่นนี้ไปได้ละเจ้าคะ "
     ยายะถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น ซึ่งหมิงเย่เสวียก็พึมพำกลับไปเบาๆว่า
" .....ก็แค่ผลไม้ชนิดนึง สมุนไพร แล้วก็เกลือเล็กน้อยที่ละลายในน้ำร้อน... "
     " ....เอ๋? "
     ยายะมีสีหน้าไม่เข้าใจ....ก็คงจะเป็นแบบนั้นละนะ

     " พี่สาว----!! "

ปุ

     เสียงตะโกนดังพร้อมกับร่างเล็กๆที่พุ่งเข้ามาหาทำให้เย่เสวียเสียสมดุลเล็กน้อย

     " สุดยอดเลยๆ! พอพวกเราเอาของพวกนั้นมาผสมตามที่พี่สาวบอ---อู้อี้ๆ "

     หมิงเย่เสวียยกมือเรียวบางของนางขึ้นปิดปากเด็กสาวตัวน้อยในอ้อมกอดทันที พร้อมกับยกนิ้วขึ้นพลางพูด ชี่--
     ยามนี้ เด็กสาวล้วงกระเป๋านั้นก็มีภาพลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเดิมเช่นกัน
     ผมเพ้ากระเซอะกระเซิง ผิวและใบหน้าสกปรกมอมแมมนั้นได้ถูกแทนที่ด้วยเรือนผมสีดำยาวประบ่า ผิวสีขาวน้ำผึ้งกร้าน
แดดเล็กน้อย กับดวงตากลมโตที่ไม่มีเค้าความหม่นหมองเช่นเดียวกับเด็กสาวเมื่อหลายวันก่อน โดยรวมแล้วแทบจะเปลี่ยน
จนเรียกได้ว่าเป็นคนละคน

     " เรื่องนั้นช่างมันก่อน....ได้ทำตามที่บอกเสร็จแล้วหรอ? "
     " อิ้ม! พอบอกว่าจะแจกจ่ายอาหารให้ พวกเค้าก็ทำตามที่บอกเป็นอย่างดีเลย "
     " อืมๆ...ดีแล้วละ "
     เด็กสาวตัวน้อยยิ้มตอบกลับมาด้วยท่าทีร่าเริง พอเห็นท่าทางแบบนั้น หมิงเย่เสวียก็ยิ้มออกมาบางๆแล้วก็ยกมือขึ้นลูบหัว
ของเด็กสาวเบาๆ

     โชคดีที่การเจรจาทั้งหมดเป็นไปด้วยความเรียบง่าย จึงทำให้เกิดผลลัพท์ที่เรียกได้ว่า'โชคดีมากๆ'ขึ้นตรงหน้า

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

23

กระทู้

147

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1323
เงินตำลึง
127288
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206

ใบรับรองภาษาฮั่น

เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-9 20:03:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-9 21:11

{ น้ำใจในแดนใต้ }


เรื่องราวที่ยี่สิบสาม - [ หนึ่งวันหรือชั่วนิรันดร์ ]






     จากคำกล่าวของเด็กสาวเมื่อสัปดาห์ก่อน หมิงเย่เสวียก็ได้รับรู้ว่าภายในเมืองแห่งนี้นั้นมีผู้ยากไร้อยู่จำนวนมากมายทีเดียว
และนั่นก็ทำให้นางตระหนักได้ถึงปัญหาที่ยากจะแก้หากนางคิดจะช่วยเหลือเด็กสาวเพียงคนเดียว
     แน่นอน....การมอบอาหารหรือเลี้ยงข้าวกลุ่มคนพวกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร...แต่ว่ามันก็จะจบลงแค่มื้อนั้น ตรงนั้น
     แล้ววันต่อมาละ...พวกเขาก็จะยังคงเป็นเพียงแค่ผู้ยากไร้...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ได้แก้ปัญหา ไม่ได้ช่วยสิ่งใดเลย
     สุดท้าย เย่เสวียจึงได้ขอให้เด็กสาวนำพาตนไปยัง'กลุ่ม'ของเด็กสาวที่อยู่ยังอีกฝากของตลาด
     ในที่ตรงนั้น ...มีเด็กจำนวนนึง ...คนหนุ่มสาว ...และคนชราที่มีท่าทีอิดโรยและมีสายตาที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีในอดีต

     สายตาที่ราวกับว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ ทว่าก็ไม่กล้าพอที่จะตาย

     และพอได้รับรู้เรื่องราวว่า กลุ่มคนกว่าสามสิบชีวิตในที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นผู้ยากไร้มาตั้งแต่แรก ทว่าเกิดจากปัญหาหลายๆ
อย่างในสังคม จนต้องสูญเสียบ้าน สูญเสียการงาน และสูญเสียครอบครัวไป...
     พอรู้แบบนั้น หมิงเย่เสวียจึงได้พูดออกไป...ว่า "พวกท่านทุกคนมันอ่อนแอ"

     ท่านน่ะ..คุณผู้ชายตรงนั้น ...ท่านนั้นยังมีแขนขาอยู่ครบมิใช่หรือ?
     คุณผู้หญิงตรงนั้น ท่านเองก็ไม่ได้เสียโฉมหรือพิการไม่ใช่หรือ?
     ท่านลุงทั้งหลายที่กำลังก้มหน้าอยู่ทางนั้น พวกท่านนั้นก็ไม่ได้ดูชราภาพ แล้วก็ไม่ได้มีโรคภัยใดๆไม่ใช่หรือ?
     แล้วก็พวกเจ้า เด็กหนุ่มสาวทั้งหลาย ---ยังคงเคลือนไหวได้ไม่ใช่หรือ?

     ----ข้ามีข้อเสนอมาให้พวกท่านทุกชีวิต ณ.ที่แห่งนี้

     จงเลือก ---ว่าจะอยู่อย่างหมดหวังแล้วสูญสิ้นไป ณ.ที่แห่งนี้

     หรือว่า ----จะทำตามที่ข้าบอก แล้วก็นำ 'ชีวิต' ของพวกท่านกลับคืนมา






     " สิ่งที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่นั้นสุดยอดเลยนะเจ้าคะ "
     ยายะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม พลางมองไปที่แผงลอยที่เต็มไปด้วยผู้คนอีกครั้ง

     หลังจากนั้น เมื่อสัปดาห์ก่อนเย่เสวี่ยก็ได้แจกจ่ายเงินอีกจำนวนนึงกับกลุ่มคนเหล่านี้โดยไม่ลังเล --แน่นอนว่านางบอกว่า
ทุกคนสามารถหอบเงินนั้นหนีไปได้เลยหากต้องการ ทว่าก็ไม่มีใครที่หนีไปเลยแม้แต่คนเดียว
     แม้จะเล็กน้อย แต่สายตาของทุกคนในยามนั้นก็มีประกายไฟแห่งชีวิตขึ้นมากับคำกล่าวของนาง
     หลังจากที่แจกจ่ายอาหารเพื่อให้ทุกคนนั้นอิ่มท้อง หมิงเย่เสวียเริ่มต้นจากการให้ทุกคนแยกย้ายกันหาวัตถุดิบเพื่อนำเอา
มาผสมเป็น'น้ำยาทำความสะอาดเส้นผม'ที่นางคิดค้นขึ้นมาจากน้ำมันพืชที่ได้จากผลไม้ชนิดนึงแต่งกลิ่นเลียนด้วยสมุนไพร
และอื่นๆ จากนั้นจึงมอบ'ไขมันสัตว์'ซึ่งเป็นสิ่งที่นางพบเจอโดยบังเอิญในอดีตบริเวณริมไม้น้ำไม่ไกลจากบ้านของนาง และได้
รู้ว่ามันสามารถที่จะชำระล้างทำความสะอาดร่างกายได้
     อีกทั้ง นางยังมอบเสื้อและผ้าจำนวนมากที่ได้มาจากงานไหว้พระจันทร์ที่ฉางอันให้กับทั้งสามสิบชีวิต และส่วนที่ไม่พอนาง
ก็ได้ไปจัดการซื้อมาเพิ่มเติมอีกด้วย
     และสุดท้าย เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม นางก็แบ่งงานจากคนที่มีพละกำลังเช่นชายหนุ่มหรือคุณลุงที่ไม่ได้มีอายุชรามาก
นัก ให้คอยแกะสลักภาชนะสำหรับใส่'ผลิตภัณฑ์'ที่ต้องการขาย
     ส่วนหญิงสาวหรือเด็กๆนั้น หลังจากที่ขัดสีฉวีวรรณแล้วก็ให้ใส่ชุดเสื้อผ้าที่ดูดีขึ้น ก็ให้ไปเดินเล่นในตลาดเพื่อให้ชาวเมือง
สังเกตถึงความเงางามของเส้นผม แน่นอนว่ากำชับว่าห้ามตอบรับหรือถามหรือพูดคุยกับใครเด็ดขาด ซึ่งในฐานะที่เคยเป็นคน
ไร้บ้านที่คอยหลบๆแอบๆซ่อนๆมาก่อน เวลาหนีก็เรียกได้ว่าดูถูกไม่ได้เลย
     และสุดท้าย เมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อม ก็เริ่มดำเนินการตั้งร้านแผงลอยที่ทำจากเศษไม้เก่าๆหรือของใช้เหลือทิ้งของ
พวกขุนนางรวยๆมาประดิษฐ์ใหม่โดยฝีมือจากคุณลุงคนไร้บ้านอดีตนายช่างใหญ่ ซึ่งผลลัพท์ก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจมากจน
สงสัยเลยว่าตกงานมาเป็นคนไร้บ้านได้อย่างไรกัน?
     แม้ในวันแรกจะแทบไม่มีใครซื้อ ทว่าคนที่สนใจนั้นมีมากมายตามคาด
     และวันต่อมาก็มีผู้ที่ทดลองนำไปใช้และเหล่าหญิงสาวที่เย่เสวียเลือกให้เป็นคนขายเองก็พูดตามที่หมิงเย่เสวียเคยกล่าว
ไว้ได้ทุกประการ
     ผลลัพท์ ----ก็คือปัจจุบันนั่นเอง

     " เพียงเท่านี้ พวกเขาก็สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้แล้วสินะเจ้าคะ "
     ยายะหันมากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
     เพียงแค่สัปดาห์เดียว ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยเหลือพวกเขา แต่นายท่านของนางได้มอบ'ทางเลือก'เพื่อที่จะทำให้พวกเขา
กลับมามีความหวังในชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยตัวของเอง
     นี่นับเป็นการช่วยเหลือที่แท้จริง!

     ทว่า--

     " ไม่หรอก... "
     " เอ๋? "
     พอได้พบกับคำพูดที่ฟังดูอ่อนแรงออกมาจากหมิงเย่เสวีย ยายะก็หลุดเสียงแปลกใจออกมา
     " นี่--..เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น...จริงอยู่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ทว่าต้องมีปัญหาเกิด
ขึ้นกับตัวพวกเขาในอนาคตแน่ "
     ยายะไม่ได้ตอบกลับ เพราะเธอเองก็พอจะคาดเดาได้ลางๆ
     น้ำยาทำความสะอาดผมนั่นเป็นสิ่งที่'ไม่เคยมี'มาก่อนก็จริง ทว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ยากเช่นนั้น
     เพราะว่าวัตถุดิบที่ใช้นั้นไม่ใช่ของล้ำค่าหรือหายาก --หากมีผู้ที่ฉลาดและเฉลียวใจสักหน่อยก็ไม่ยากที่จะทำมันขึ้นมา
ได้เช่นกัน และนั่นคือเรื่องที่นายท่านของนางกำลังคิดถึงและรู้สึกกังวลขึ้นมา
     " ข้า...บอกไปใหญ่โตว่าจะมอบชีวิตคืนให้พวกเขา ทว่ามันก็ไม่ต่างจากการมอบความสุขเพียงชั่วคราว.. "
     " ม- ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ ปกติแล้วในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีผู้ใดที่คิดช่วยเหลือคนยากไร้ขนาดนี้หรอกนะเจ้าคะ "
     ยายะพูดปลอบหมิงเย่เสวียที่อยู่ๆก็เริ่มจิตตกขึ้นมาเสียอย่างนั้น
     " ไม่ใช่เท่านั้นนะ...ในเมืองนี้เองก็ยังมีผู้ยากไร้อยู่อีกจำนวนมาก...ซึ่งข้าก็ยังนึกวิธีที่จะช่วยพวกเขาไม่ได้เลย "
     " มันไม่ใช่--.. "

     ธุระกงการใดๆของท่าน-- ยายะเกือบจะหลุดพูดเช่นนั้นออกไป

     จริงอยู่ว่ามันก็เป็นตามที่นางพูด ทว่านางเองก็รู้ดีเหมือนกันว่านายท่านของนางนั้นไม่ได้รู้สึกดีเมื่อพบว่าตนนั้นจะทิ้งหนึ่ง
ชีวิตแล้วช่วยเพียงแค่หนึ่งชีวิต
     หากช่วยแล้ว ก็ต้องช่วยทั้งหมด ---นายท่านเย่เสวียนั้นเป็นคนเช่นนั้น
     " ข้าน่ะ...ตอนนี้ได้ช่วยใครจริงๆแล้วหรือเปล่านะ "
     " ---!! "

เพี๊ยะ!

     " ว้าย-!? "

     " ......ขออภัยที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ "
     เสียงแหลมดังขึ้นพร้อมกับที่คนในระแวกนั้นหันมามองทางนี้เป็นตาเดียว
     ยายะนั้นยกมือทั้งสองข้างขึ้นตบแปะที่แก้มด้านซ้ายและด้านขวาของหมิ่งเย่เสวีย ก่อนที่จะเอ่ยออกมาช้าๆว่า
     " กรุณามองไปที่แผงลอยด้วยเจ้าค่ะ ---พวกเขาดูท่าทางเป็นยังไงเจ้าคะ? "
     " ......... "
     หมิงเย่เสวียมองตามสายตาไป ที่ตรงนั้น มีเหล่าเด็กๆและชายหญิงที่อายุมากกว่านางเล็กน้อยกำลังมองตรงมาทางนี้ด้วย
สีหน้าแปลกใจและสงสัย
     " พวกเขาดูเหมือนคนที่ไร้ชีวิตหรือไม่เจ้าคะ? มีความทุกข์อยู่ในดวงตาของพวกเขาหรือไม่เจ้าคะ? "
     " ...... "
     หมิงเย่เสวียไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพราะงั้นยายะจึงกล่าวต่อไปว่า
     " เหล่า'คนตาย'พวกนั้นน่ะ....สามารถเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ในระยะเวลาสั้นๆเพียงแค่สัปดาห์เดียวนะเจ้าคะ...จากสภาพที่
ราวกับจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ --กลายเป็นเหล่าคนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มภายในสัปดาห์เดียวเองนะเจ้าคะ! ....อย่างน้อยๆในชั่วชีวิต
ของข้าน้อย ---ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถจะทำเช่นนี้ได้เจ้าค่ะ.....ไม่แม้แต่นายท่านฉิงเฉินก็ตาม "
     " ........... "
     " เพราะฉะนั้น...กรุณายืดอกไว้เถิดเจ้าค่ะ --ว่าไม่เพียงแค่กลุ่มคนเหล่านั้นที่ท่านได้ช่วยเหลือ... "
     ยายะเว้นช่วงครู่นึงก็ที่จะจ้องตาของเย่เสวียแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า

     " ---แม้แต่เหตุผลในการมีชีวิตของยายะผู้นี้ --ก็ได้ท่านเป็นผู้ช่วยเอาไว้เจ้าค่ะ "

     ชั่วขณะนั้น ก็ราวกับรอบดวงตานั้นมันร้อนผ่าวขึ้นมา หมิงเย่เสวียได้ยกแขนเสื้อข้างนึงขึ้นมาบังใบหน้าของตน
     พอเห็นท่าทีแบบนั้นของนายท่าน ยายะก็ผุดยิ้มขึ้นมาด้วยสีหน้าอ่อนโยน

     ' คงจะไม่เป็นอะไรแล้วละมั้ง '

     และขณะที่นางกำลังจะแฝงตัวกลับไปในฝูงชนเพื่อทำ'หน้าที่'ของนางต่อนั้น กึด-- ก็ได้มีแรงดึงเบาๆที่ชายผ้าพันคอสีดำ
ของนาง
     " เจ้าคะ? "
     พอหันกลับไปก็พบว่านายท่านของนางยังคงใช้แขนปิดบังใบหน้าอยู่
     " ...... "
     " .....อ้อ "
     หมิงเย่เสวียนั่นยกมืออีกข้างขึ้นแล้วก็ชี้ไปยังจุดมุมไกลๆที่ไม่มีคนสัญจรนัก
     " เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ...เหมือนทุกทีนะเจ้าคะ "
    หงึก หมิงเย่เสวียนั้นผงกหัวเล็กๆโดยที่ยังไม่เผยสีหน้าออกมา
    จากนั้น ทั้งสองก็ค่อยๆเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆไร้ผู้คน ก่อนที่ยายะจะหันกลับมาแล้วก็อ้าแขนออกกว้าง

ตุบ

     เย่เสวีย ทันใดนั้นนางก็เข้าไปกอดซบอกยายะทันที
     " พยายามได้ดีมากเลยเจ้าค่ะ เหนื่อยหน่อยนะเจ้าคะ "
     ยายะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางยกมือขึ้นมาลูบหัวนายท่านของตนเองอย่างแผ่วเบา
     หลังจากอยู่ด้วยกันมาเป็นระยะเวลานาน ยายะก็พบลักษณะนิสัยหลายอย่างของนายท่านของนาง
     หนึ่งในนั้นก็คือ เวลาเหนื่อยมากๆจะค่อนข้างขี้อ้อน
     แม้จะดูเหมือนมีท่าทีสุขุมและไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าเท่าไหร่อยู่ตลอด แต่ก็เป็นคนขี้เหงาแล้วก็ตื่นคนง่ายกว่าที่เห็น
     " เหนื่อย....มากเลย "
     " ....ถ้างั้นก็ เดี๋ยวไปหาโรงเตี้ยมพักกันนะเจ้าคะ นายท่านนอนในตรอกแคบๆมาสัปดาห์นึงแล้วด้วยสิ "
     " อย่าไปไหน...นะ "
     " ข้าน้อยไม่ไปไหนหรอกเจ้าค่ะ....สัญญากันแล้วนี่นา "

     ทั้งสองคนพูดโต้ตอบกันไปโดยที่เย่เสวียก็ยังคงกอดซายะไว้แน่นๆ ส่วนซายะเองก็ยังคอยลูบหัวนายท่านของนางอยู่
อย่างนั้น

-:- มอบเงินจำนวน 1100 ตำลึง ให้กับเด็กสาววิ่งราว -:-
-:- มอบอาหารจำนวนมากให้แก่ผู้ยากไร้จำนวน 207 คน -:-

แสดงความคิดเห็น

บันทึก : ช่วยผู้ยากไร้จำนวน 207 คน   โพสต์ 2017-10-9 21:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -1100 ชื่อเสียง +200 ความหิว -22 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin -1100 + 200 -22 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-14 20:05:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย AKIKOMINAMOTO เมื่อ 2017-10-14 20:09

น้ำใจในแดนใต้

บทที่3:การวิ่งไล่จับของอากิโกะ และการช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้


ก่อนที่จะมาถึงเมืองเจียงโจว อากิโกะหลังจากที่ทำงานครบโรงเตี้ยม4วันแล้ว เธอก็ไปรับเงินเดือนตามสัญญาจากเถ้าแก่โรงเตี้ยมเพื่อใช้เป็นค่าเดินทาง

และดูเหมือนว่าคุณป้าแม่ครัว ก็ได้ทำอาหารให้อากิโกะเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นเสบียงในการเดินทาง มีทั้งหมั่นโถว เกี๊ยวซ่า พุทราเชื่อม อากิโกะมองเสบียงจำนวนมากแล้วเหงื่อตก

"รับไปเถอะสาวน้อย เด็กวัยกำลังโต อย่างเจ้าต้องทานเยอะๆเข้าไว้ โฮะโฮะโฮะๆ"ป้าแม่ครัวหัวเราะขณะตบหลังอากิโกะเบาๆ

"วัยกำลังโต"...อากิโกะก้มมองที่อกตัวแล้วพรางคิดว่าแค่นี้ยังไม่โตอีกเหรอ

หลังจากรับอาหารที่มาเป็นจำนวนมากแล้ว เธอก็เช็ดของในกระเป๋าเดินว่ามีอะไรอยู่บ้างในห้องพัก ก่อนออกเดินทาง

"อื้ม..มีทั้ง เครื่องนุ้งห้มจำนวน20ชุดที่ได้มาจากเทศการวันไหว้พระจันทร์ และก็เสบียงอาหารอีกจำนวนมาก ได้แบกหนักกันละทีนี"

หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็เดินไปร่ำลาเถ้าแก่ ป้าแม่ครัว และรุ่นพี่ทุกคนในโรงเตี้ยม ก่อนจะออกเดินทางไปที่เจียงโจวด้วยรถม้า

---------------------------------------------------------------------------------------------

ณ.เมืองเจียงโจว

หลังจากมาถึงเมืองเจียงโจวแล้วอากิโกะ ก็จ่ายค่ารถม้าจนเรียบร้อยแล้ว

เธอก็เดินเข้าไปในเมืองเจียงโจวและ จนกระทั้งเข้ามาถึงโซนตลาดของเมือง เจียงโจว

"ตลาดที่ นี้ช่างคึกคักดีแหะ..แต่ว่า" ในระหว่างที่อากิโกะกำลังเดินดูของในตลาดเพื่อกำลังดูว่า ควรซื้ออะไรเพิ่มไม ในการเดินทางครั้งนี้สายตา
เจ้ากรรมของเธอ ก็ได้เห็นผู้ยากไร้ ทั้งชายหญิง คนแก่ และเด็กที่ มีทั้งมานั่งขอทานในตลาด บางคนก็ติดสุรา และบางคนที่พิกลพิการมีทั้งแขน-ขาขาดปนรวมอยู่ด้วย

"ไม่น่าเชื่อว่าเมืองที่คึกคักแห่งนี้จะมีคน ยากไร้อยู่เป็นจำนวนมากแบบนี้"ในระหว่างที่อากิโกะกำลังเดินตลาดและสำรวจจำนวนผู้ยากไร้ อยู่นั้นและกำลังคิดว่า
เธอควรจะช่วยยังไงอยู่นี้เอง ก็ได้มี่เด็กหนุ่มรูปร่างดูแล้วน่าจะอยู่ในวัย14เดินมาชนอากิโกะเข้าและพูดขึ้น

"อ๊ะ..โทษที่นะท่านป้า..ในตลาดคนมันเยอะ"

"ไม่เป็นไร ข้ามิถือแต่ว่า?..ข้าเพิ่ง18ยังไม่ใช้ป้า"และในระหว่างที่เด็กหนุ่มคนนั้นเดินผ่านอากิโกะไป ทางของเธอก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมในกระเป๋าเธอที่ใส่เงินอยู่มันเบาชอบกล
อากิโกะเลยลองตรวจเช็ดดู ทันทีและปรากฏว่าเงินในกระเป๋าของเธอได้หายไปแล้วและเธอได้หันไปทางเด็กหนุ่มที่ชนเธอเมื่อครู่และตะโกนขึ้นว่า

"อย่าบอกนะว่า?..เฮ้เจ้านะ!หยุดเดียวนี้นะ!" หลังจากสิ้นเสียงตะโกน ของอากิโกะ เด็กหนุ่ยวัย14คนนั้น ก็ได้เริ่มออกตัววิ่งทันที

"หน่อย!ที่แท้เจ้าก็เป็นพวกวิ่งราวนี้เอง หยุดนะ!"หลังจากอากิโกะพูดจบเธอก็ออกตัววิ่งตามไปทันทีบ้าง และแล้วการวิ่งไล่จับของอากิโกะ
ที่มีคู่ต่อสู้เป็นเด็กหนุ่มวัย14ก็ได้เริ่มขึ้น ณ.กลางตลาดแห่งเมืองเจียงโจว

------------------------------------------------------

"หยุดนะ! เอาเงินข้าคืนมาเดียวนี้!"อากิโกะตะโกนลั่นตลาด ขณะวิ่งไล่จับเด็กหนุ่มที่ล้วงเงินในกระเป๋าของเธอไป ท่ามกลางผู้คนผู้คนทั้งตลาดที่มองเธออยู่
แต่ไม่มีใครช่วยเธอเลยสักคน

"ฮะฮะฮะๆ!แน่จริงก็จับให้ได้สิท่านป้า!"เด็กหนุ่มนักวิ่งราววัย14พูดเป็นเชิง พูดเชิงเยาะเย้ยอากิโกะแล้ววิ่งฝ่าฝูงชนออกไปอย่างชำนาญ
ขณะทางอากิโกะที่วิ่งตามก็ช้ากว่าเด็กหนุ่ม นักล้วงอย่างมากเพราะเธอต้องแบกกระเป๋าที่ใสเสบียงอาหารไปด้วย และวิ่งไล่ตามไปด้วย

"หน่อย..อย่ามาดูถูกคนที่ฝึกฝนร่างกายอย่างข้านะ!" หลังจากอากิโกะพูดจบเธอก็ใช้พลังฮึดทั้งหมดของเธอวิ่งไล่ตามเด็กหนุ่มนักล้วงไป

"เฮ้ย! ถ้าไม่ดีแล้วแหะ! วิ่งตรงอาจไม่รอด ข้าคงต้องใช้วิธีนี้"หลังจากพูดจบเด็กหนุ่มนักล้วงก็วิ่งเข้าไปในตรอกซอกซอย เพื่อหวังสลัดอากิโกะที่วิ่งไล่ตามให้หลุด
แต่ปรากฏว่าเด็กหนุ่มนักล้วง ยิ่งวิ่งหนี ก็ยิ่งเหมือนกับว่าตัวเขายิ่งหนีเข้าไปในทางตันเข้าไปทุกทีจนกระทั้ง

"บ้าเอ้ย! ทางตัน!"เด็กหนุ่มนักล้วงที่วิ่งหนีอากิโกะเข้ามาในตรอกซอกซอย จนสุดท้ายมาจนมุมที่ซอยเปลี่ยวและในระหว่างที่กำลังจะหันกลับ
เพื่อจะวิ่งกลับทางเดินนี้เอง เขาก็ต้องตกใจอย่างมากเพราะ

"อ๊ะ!?"

"จับได้แล้วนะคะ หนุ่มน้อยนักล้วง"

อากิโกะวิ่งไล่ตามมาทันและได้ใช้มือของเธอดันเข้าไปที่กำแพง และใช้ตัวของเธอบล็อกทางหนีของเด็กหนุ่มนักล้วงแล้วมอง
หน้าของโจร์วิ่งราววัยละอ่อน ด้วยรอยยิ้มหวานแต่เต็มไปด้วย ออร่าฆ้าฟันแล้วพรางพูดขึ้นต่อว่า

"เอาละจะยอมพี่สาวคนนี้ดีๆหรือจะให้พี่สาวคนนี้จั๊กจี้เจ้าจนขาดใจตายดีไมละ"

"ได้โปรดเถอะพี่สาว ข้าจำเป็นต้องใช้เงินมาดูแลแม่ที่ป่วย และต้องมาดูแลน้องสาวอีก7-8คน ด้วย ข้าเองก็เป็นไปได้ก็ไม่
อยากทำแบบนี้หรอก"เด็กหนุ่มนักล้วงและทำหน้าจะร้องไห้ เป็นเชิงขอร้องว่า ได้โปรดปล่อยตนไปเถอะ"

"จะบอกว่าที่เจ้ามาเป็นโจร์แบบนี้ ไม่ใช้ความผิดของเจ้า แต่เป็นความผิดของสภาพบ้านเมืองและสังคมสินะ"อากิโกะถามเด็กหนุ่มนักล้วงคนนั้น
ด้วยโทนเสียงนิ่งเรียบ สายตาสีแดงทั้งสองข้างของเธอมองไปที่นัยตาของเด็กหนุ่มคนนั้นว่า เขาได้โกหกเธอรึเปล่า

"ข..ข้าพูดจริงนะพี่สาว..ได้โปรดเชื่อข้าเถอะ"เด็กหนุ่มคนนั้นมองอากิโกะด้วยสายตาขอร้องที่ดูจริงจังและไม่หลบหน้าของอากิโกะ

"เฮ้อ..ก็ได้2000ตำลึงที่เจ้าล้วงจากข้าไป ข้าให้เจ้าไปทำทุนต่อยอดเลี้ยงดูครอบครัวของเจ้าแล้วกัน..เอาละไปได้แล้ว รีบไปละก่อนที่พี่สาวคนนี้
จะเปลี่ยนใจ"
หลังจากพูดจบเธอก็เปิดทางให้เด็กหนุ่มนักล้วง และได้ผายมือเป็งว่าเชิญเลยให้เด็กหนุ่มคนหนีไปได้ พร้อม2000ตำลึงที่ได้จากเธอไป

"ให้ตายสิ..ข้านี้ดันใจอ่อนกับเด็กไปซะได้..เอาเถอะ ก่อนเดินทางต่อข้าควรช่วยเหลือคนยากไร้ซักนิดหน่อยก็แล้วกัน"
หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็ออกมาจากซอยเปลี่ยวและได้เดินแจกจายทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่มจำนวนมากให้คนยากไร้ทั้งหมดเท่าที่เธอจะ ช่วยได้ก่อน
จะออกเดินทางต่อไป

--------------------------------------------------------------------
ให้เงินเด็กหนุ่มนักล้วงในจำนวล2000ตำลึง

และแจกจ่าย เครื่องนุ้งห้มจำนวน20ชุดให้คนยากไร้20คน

แจกจ่ายหมั่นโถว40ลูกให้เด็กไร้บ้าน40คน

แจกจ่ายพุทราเชื่อม100ชิ้นให้ขอทาน100คน

แจกจ่ายเก๊ยวซ่าย10จานให้คนไร้บ้าน10คน

รวมแล้วช่วยคนยากไร้170คน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -2000 ชื่อเสียง +100 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -2000 + 100 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80

ใบรับรองภาษาฮั่น

เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-31 18:11:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2017-10-31 18:13

{ เควสเรื่องราว 2 } น้ำใจในแดนใต้

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองเจียงโจว บ้านเกิดของตนเขาก็ตรงไปยังตลาดประจำเมืองด้วยเสื้อคลุมสีน้ำตาน เป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ใครจำได้และข่าวลือจะไปถึงหูของคนที่บ้านก็เลยปิดบังด้วยที่เสื้อคลุมที่เตรียมไว้เผื่อไปท่องโลกที่มีทะเลทรายไว้มาสวม แม้จะไม่ได้ปิดบังใบหน้าอะไรอาศัยแต่พึ่งเงาของเสื้อคลุมไว้พอให้คนผ่านไปมาไม่เห็นก็เป็นพอ เขาแวะเข้าไปซื้อผลไม้นิดหน่อยไว้ตุนเป็นต่างขนมระหว่างเดินทาง


ระหว่างที่จ่ายเงินก็เห็นเด็กชายเนื้อตัวมอมแมมนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ข้างร้าน เมื่อสังเกตุดีๆจะเห็นคนที่แต่งตัวขาดๆปอนๆไม่นั่งก็นอน บ้างก็อยู่ในซอกซอยบ้างก็อยู่ข้างร้านขายของ นานทีก็จะโดนคนขายไล่เพราะขว้างที่ทำกิน ขอทานอยู่กระจัดกระจายก็เต็มไปหมด ถ้านับรวมๆก็มีมากกว่าสามสิบคนได้ ก็พอรู้อยู่ว่าขุนนางที่นี้ไม่ได้ดูแลดีตนเองก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะเห็นจนชิน แต่เมื่อพอตั้งใจจะจากที่นี้ไปนานก็เกิดรู้สึกผิดที่ตนละเลยปัญหาเมืองเกิดของตนเองก็เลยกลับมาสะสางเท่าที่ไว้เสียหน่อย


คนพวกนี้ไม่ได้ผิดอะไร ก็แค่ดันไปโดนส่วนหาเงินของขุนนางก็เลยต้องมาเป็นขอทานและด้วยความไม่รู้ทำให้ลุกขึ้นมาใหม่ก็ยากเกินไป จะว่าตนสงสารก็คงใช่แต่อีกส่วนก็ไม่อยากให้เมืองที่สวงงามนี้ต้องถดถอยลงเรื่อยๆเหมือนกัน แต่จะให้แค่ของไปแล้วยังไงต่อ ให้ปลาไปก็เท่านั้นสุดท้ายก็ตกปลาเองไม่ได้อยู่ดี ชายหนุ่มย่อตัวลงไปหาขอทานตัวน้อยที่นั่งอยู่ เด็กคนนั้นเมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามาหาก็เงยหน้าขึ้นหวังว่าจะมีใครส่งอาหารหรือเงินบ้าง


"เจ้าน่ะ...อยากเป็นเด็กล้างจานไหม?" ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับส่งหมั่นโถวให้ลูกนึง เด็กชายรับหมั่นโถวแล้วกินเข้าคำโต เหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ได้อะไรมาแต่เช้าไม่ก็เป็นวัน เมื่อทานจนหมดแล้วเขาจึงยอมตอบด้วยคำพูดที่ไร้การอบรมแต่เหวินซ่างหาได้ใส่ใจไม่ "ขอบคุณ ข้าจะเป็นเด็กล้างจานทำไม?" "ถ้าเป็นเจ้าจะได้เงิน เมื่อได้เงินเจ้าก็ไม่ต้องเป็นขอทานอีก"


เด็กชายพยักหน้า เมื่อเห็นแบบนั้นเขาก็ลุกขึ้นจะให้ทำเป็นคนเดียวก็ใช่ที จะสอนเด็กคนเดียวแล้วให้บอกต่อก็ไม่รู้ว่าจะมีคนเชื่อมากแค่ไหน ชายหนุ่มสูดหายใจลึกแล้วตะโกนออกไป ปรับน้ำเสียงให้ทุ่มลงใช้คำพูดที่ปกติไม่ทำ ถ้าไม่เข้ามาใกล้ก็ไม่เห็นใบหน้าใต้ผ้าคลุมแน่ "จะนั่งขอเงินกันอีกนานแค่ไหน!มันมากพอให้เจ้าอยู่ดีกินดีรึ!หาเงินด้วยตัวเองสิ!!ข้าจะสอนให้ อยากได้ก็ตามมาซะ" เมื่อพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในป่าพอเจอก่อไผ่ก็ตัดมาซักต้นก็จะออกมาแล้วตรงที่ริมแม่น้ำ เมื่อเห็นกลับไปก็เจอเหล่าขอทานตามมากันเต็มไปหมด โดนคนนำหน้าสุดก็คือเด็กชายที่เขาให้ของกิน


"ข้าจะสอนพวกเจ้าซักผ้า ล้างจาน ตกปลา จับสัตว์ แล้วก็อาหารง่ายๆข้าจะสอนทีละอย่างดูให้ดีๆล่ะ...แต่ก่อนอื่นต้องทำให้ท้องอิ่มก่อนละนะ" เมื่อพูดจบเขาก็ถอดผ้าคลุมออกแล้วเอาของกินออกมาจากกระเป๋า เขาหยิบหมั่นโถวทั้งหมดออกมารองด้วยใบไม้ที่ใหญ่พอจะแทนจานได้ ผัดผักและซาลาเปาให้มีสารอาหารเพิ่มขึ้นซักหน่อย "แบ่งกันกินละ ถ้าแย่งคนอื่นกินข้าจะไม่สอนงานให้"


ระหว่างที่รอพวกเขาที่กินอาหารกันอยู่ก็หันไปหยิบเศษกิ่งไม้มาก่อไฟแล้วปล่อยให้มอดลงเพราะเขาต้องการแต่ขี้เถ้าเท่านั้น ระหว่างนั้นก็เห็นว่ากินกันหมดแล้วอย่างน้อยก็พอมีเรียวแรงพอจะทำอะไรได้ก็เริ่มสอนทำเบ็ตตกปลาจากไม้ไผ่เป็นที่จับ เชือดก็มาจากเถาวัลย์แห้งเล็กๆที่จับปั่นรวมเป็นเชือกได้มาใช้ส่วนตัวเบ็ตก็ใช้กระดูกสัตว์เหลาด้วยหินก็ได้มาใช้ ส่วนวิธีล่าสัตว์ก็สอนวิธีตามหาสัตว์ตัวเล็กๆอย่างกระต่ายหรือกวางจากรอยเท้า หรือไม่ก็ทำกำดักไว้จับสัตว์พวกนี้โดนพาเข้าไปในป่าที่ไม่ลึกมากแล้วสอนทำมันตรงนั้นเลย เมื่อหันไปถามเพื่อให้แน่ใจว่าเข้าใจจริงแล้วก็กลับมายังริมแม่น้ำที่เดิมก็พบกับกองไฟที่กลายเป็นขี้เถ้าหมดแล้ว


"ต่อไป..จะทำงานร่วมกับคนอื่นจะมาใช้เสื้อผ้าเปื้อนแบบนั้นไม่ใครอยากร่วมงานหรอก เพราะงั้นก็ต้องซักผ้า!" เหวินซ่างไปตัดต้นไผ่ที่เหลือเป็นท่อนพอจับฟาดได้แล้วเอาไปเขี่ยขี่เถ้ามาผสมกับน้ำให้ดู เขาหยิบผ้าที่ตนไม่ได้ซักออกมาจะให้หนึ่งในนั้งถอดเสื้อออกก็เกรงใจเดี้ยวไม่สบายขึ้นมาจะแย่เองด้วย เมื่อเอาขี้เถ้าผสมกับน้ำแล้วก็เอาผ้าจุ่มลงไป "น้ำขี้เถ้าช่วยเรื่องครอบสกปรก แช่เอาซักผักแล้วหาพวกไม้หรืออะไรพอทุบได้ก็มาตีกับเสื้อผ้า เสร็จแล้วก็ล้างน้ำสะอาดอีกรอบก่อนจะตาก ส่วนเรื่องล้างจากก็ใช้น้ำผสมน้ำขี้เถ้าแล้วล้างน้ำอีกรอบถ้ามีกากมะพร้าวมาขัดได้ก็ดี บางทีครอบอาหารติดมันก็ออกยากบ้าง"


เขาพูดจบก็ตีเสื้อด้วยท่อนไม้ไผ่ให้ดูก่อนจะบิดผ้าให้เรียบร้อย สุดท้ายก็พาเข้าป่าอีกรอบ สอยวิธีดูสมุนไพรไว้ทำอาหาร วิธีย่างสัตว์ระดับไหนถึงอร่อยควรใส่อะไรผสมแล้วก็วิธีจับไก่ไปเลี้ยง ถ้าได้ไข่มันมาก็สร้างอาหารได้แทบจะนับไม่ถ้วนจึงสอนเผื่อเอาไว้ "ที่สอนได้ก็มีเท่านี้ เวลาไปขอสมัครงานก็เช็ดเนื้อตัวแล้วก็ซักเสื้อผ้าตัวเองให้สะอาดด้วย คำพูดคำจาพยายามศึกษาจากคนทำงาน ถึงตอนแรกพวกเจ้าอาจได้เงินน้อยแต่ถ้าสะสมไปเรื่อยๆมันต้องเยอะกว่าที่พวกเจ้าเป็นกันอยู่ตอนนี้แน่! ส่วนนี้ก็เงินต้นทุนอย่างน้อยก็เอาไปซื้อข้าวกินระหว่างนั้น แล้วก็เครื่องนุ่มห่มข้าไม่สามารถให้ทุกคนได้ยังไงก็ให้เด็กๆไปใช่ก่อน" เมื่อพูดจบเขาก็หยิบเงินตำลึงบางส่วนไปแบ่งให้ขอทานแต่ละคนเท่าๆกันแล้วก็เอาเครื่องนุ่มห้มไปแจกกับเด็กคนแรกที่พบเจอแล้วปล่อยให้เด็กนั้นกลับไปแจกเด็กที่เหลือ


"เออใช้ พวกเจ้ารู้วิชาแล้วก็อย่าเก็บไว้คนเดียวละ รู้จักแบ่งปันให้คนอื่นด้วยไม่งั้นโอกาศแบบนี้จะไม่มีอีก ขอให้พวกเจ้าโชคดี" เหวินซ่างพูดไปพร้อมกับขุกเข่าไปลูกหัวเด็กชายที่เจอกันตอนแรกอย่างเอ็นดู ก่อนจะหยิบผ้าคลุมมาสวมปิดหัวแล้วเดินออกจากเมืองเจียวโจวอีกครั้ง

หมั่นโถว  50 ลูก ซาลาเปา 10 ลูก ผัดผัก 10 จาน  ให้ขอทาน 70 คน
มอบเครื่องนุ้งห่มให้ขอทานเด็ก 3 คน
มอบเงิน  500 ตำลึง




แสดงความคิดเห็น

จัดส่งเควสทำดีได้ดีไปทาง PM แล้วนะคะ  โพสต์ 2017-10-31 18:25

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

60

กระทู้

308

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
45676
เงินตำลึง
9857
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
793

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
528
ความชั่ว
0
ความโหด
177
พิราบขาว
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2017-11-9 07:13:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HongYijiang เมื่อ 2017-11-9 07:23

{ เควสเรื่องราว 2 } น้ำใจในแดนใต้


                  หลังจากที่ทำงานให้กับร้านหยาดน้ำค้างหมื่นลี้เสร็จสิ้น หง อี้เจียง เดินทางต่อมาถึงยังเมืองเจียงโจว เมืองท่องเที่ยงทางใต้อีกเมืองหนึ่ง แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความยากไร้เช่นเดียวกันกับจื่อถงและเฉิงตู  เด็กสาวที่มาเดินสำรวจในเมืองด้วยความต้องการที่จะมองเห็นปัญหาหลายๆอย่างในแดนใต้ เธอต้องการที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจในตอนนี้นั้นเป็นอย่างไร ควรจะทำอะไรอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรทำให้ตอนนี้และรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด

                  เมื่อเด็กสาวมาถึงกับตลาดประจำเมืองเจียงโจวนั้นเอง เธอก็ได้พบกับสภาพของตลาดที่สะอาด แทบ
ทุกพื้นที่ในเมืองไม่มีขยะเกลื่อนกลาด สินค้าที่วางจำหน่ายในตลาด มักจะเป็นผัก ผลไม้ หรือ เนื้อสัตว์แล่ ของป่า มาวางขายกันเป็นอย่างเป็นระบบระเบียบ และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบเห็นสินค้าอื่นๆ นอกจากวัตถุดิบทำอาหาร

                  'นี่สินะ ตลาดที่ว่ากันว่าสะอาดที่สุดในเสฉวน'

                  เด็กสาวมองไปรอบๆ มันก็สะอาดดังที่บอกกล่าวต่อๆกันมา แต่หากมีความรู้สึกบางอย่างที่มันไม่ใช่อย่างที่คิดกัน เธอค่อยๆเดินมองดูร้านค้ารอบๆตัว แต่กลับไม่เห็นอะไรที่แปลกอย่างที่ใจคิดก่อนที่เจ้าจิ้นยู๋ว์จะเดินวนไปมาบนไหล่ประมาณว่าเบื่อแล้วอยากพักจนอี้เจียงต้องมองมันนิ่งๆก่อนที่จะมองไปที่ร้านค้ารอบๆ มีที่นั่งพักที่ค่อนข้างร่มรื่นอยู่ไม่ไกล นางจึงตัดสินใจเดินไปยังที่นั่งนั้นในทันที พอนั่งไปสักพักไม่เห็นมีอะไรเจ้าจิ้นยู๋ว์ก็นอนลงไปแล้ว เมื่อเดินออกมาเกือบที่จะออกจากตลาดก็พบกับอะไรแปลกๆบางอย่างเมื่อเดินไปก็ไม่พบอะไร แต่เจ้าจิ้นยู๋ว์ที่กระโดดลงจากไหล่และดมกลิ่นบางอย่างจนพบกับทางลับด้านใต้ของกำแพงที่มีผนังอิฐกั้นอยู่เหมือนกับที่ทั่วไป แต่หากไม่มีอะไร จิ้นยู๋ว์คงไม่สงสัยนางจึงเปิดเส้นทางนั้นออกมาดู

                  ก่อนที่อี้เจียงเห็นบ้านหลังเล็กๆที่ดูโทรมๆที่ซ่อนอยู่ในเขตนั้น ด้วยความสงสัยจึงรีบปิดเส้นทางแล้วเดินเข้าไปดู ณ ที่แห่งนั้นในทันที

                  ขณะนั้นเอง เด็กสาวก็ได้เห็นกับเหล่าเด็กๆและคนชราที่ค่อนข้างซูบผอมหิวโซและอดอยาก อี้เจียงค่อยๆเดินเข้าไปหาคนพวกนั้นและถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเหล่าเด็กๆมองเห็นอี้เจียง พวกเขาก็วิ่งหนีกันไปยังในบ้านหลังนั้น

                   "เดี๋ยวก่อน..." อี้เจียงพยายามเรียกคนพวกนั้นแต่พวกเขาก็เข้ากันไปและปิดประตูเอาไว้แน่น

                   'เหมือนกับในตอนนั้น... คราวของหมิงจู...' เด็กสาวหลับตาลงเล็กน้อยก่อนที่จะเจอประตูบานนั้น พลันผุดภาพเหตุการณ์ที่ยังคงหลอกหลอนเธอขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

                   'แต่มันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว..' เธอค่อยๆลบภาพพวกนั้นออกจากหัว แล้วเริ่มเคาะประตูคุยกับคนด้านในบ้าน

                   ก็อกๆๆ

                  "พวกท่านฟังข้าก่อนเถิด ข้าคือนักเดินทางที่ผ่านทางมา" เมื่อนางพูดไป แต่กลับไร้ซึ่งเสียงตอบกลับใดๆส่งมา นางจึงสูดลมหายใจเข้าออกเบาๆแล้วคุยต่อ

                  "ตัวข้านั้นมีนามว่า หง อี้เจียง เป็นเพียงคนธรรมดาคนนึง ข้าเอง ก็เป็นเด็กกำพร้า ถูกหลอกขาย คนที่ซื้อข้าไปก็ถูกพวกชงหนูฆ่าตาย ข้าเองเหมือนจะโชคดีที่..."

                  "พวกข้าไม่ฟังเจ้าหรอก เจ้ามันก็แค่พวกคนที่ต้องการหลอกเอาพวกข้าไปขาย โกงกิน กดขี่พวกข้าแต่เพียงเท่านั้น!!"

                 มีเสียงขัดขึ้นมาในขณะที่อี้เจียงกำลังจะเล่าเรื่องของตน ทำให้คนข้างในนั้นเริ่มมีเสียงอื้ออึงที่เห็นด้วยกับเสียงของชายคนนั้น

                  "สงบนิ่งไว้สิ... ตัวเรา.."

                  เด็กสาวพูดออกมาเบาๆก่อนจะค่อยๆหลับตาลงแล้วนึกคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา

                  'สิ่งที่พวกเขาต้องการ... และข้า... ต้องการ..' เธอลืมตาขึ้นถามกลางเสียงอื้ออึงนั้น

                  "ข้ามีอาหารมาแจกจ่ายให้พวกท่าน หากพวกท่านต้องการ ข้ายินดีที่จะมอบให้แด่พวกท่านโดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว"

                 หลังจากที่เด็กสาวค่อยๆพูดออกมาช้าๆชัดๆ และเสียงดังพอที่จะแทรกเข้าไปในเสียงอื้ออึงนั้นจนเสียงพวกนั้นหยุดลง

                  "หากพวกท่านเล่าเรื่องของพวกท่านให้ข้าฟังและร่วมกันช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหากับข้า ข้าจะมอบสิ่งที่พวกท่านต้องการอย่างแท้จริง"
                  เมื่อเหล่าผู้คนภายในบ้านหลังเล็กได้ยินดังนั้นก็มีบานประตูที่แง้มออกมาเล็กน้อยดูท่าทีแล้วไม่น่าจะยอมให้เข้าไปง่ายๆ

                  "พวกท่านมีกันเท่าไหร่?" อี้เจียงถามด้วยเสียงนุ่มทุ่มดูเป็นห่วง

                  "49..." มีเสียงหนึ่งตอบมาเบาๆก่อนที่อี้เจียงจะยื่นอาหารเข้าไปเป็นหมั่นโถว 49 ลูก คนด้านในก็รีบหยิบจากซอกประตูนั้นเอาไปแบ่งๆกัน

                  "หากพวกท่านไม่กล้าที่จะออกมา ข้าเองจะขอถามและพูดคุย ณ ตรงนี้ หากท่านสนใจที่จะคุยกับข้า ข้าก็พร้อมที่จะคุยกับพวกท่านเช่นกัน" เด็กสาวพูดอย่างเปิดอกกับอีกฝ่ายและนั่งลงบนพื้น

                  "ท่านจะช่วยพวกข้าได้อย่างไร?" เสียงหนึ่งจากช่องเล็กๆได้ลอดออกมา

                  "ข้าจะช่วยพวกท่าน หากข้ารู้เรื่องราวของพวกท่านและที่แห่งนี้..." เสียงและแววตาที่มุ่งมั่นถูกส่งผ่านออกไปให้แกคนด้านใน

                  "พวกเราก็อยากที่บอกไป พวกเราถูกรังแก กดขี่ขมเหง แต่เมื่อไม่นานมานี้เหล่าเด็กและคนเร่ร่อนมากมายถูกช่วยเหลือ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่า พวกขุนนางกลับมองว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงของเมือง พวกข้าถูกตามล่า พวกข้าจึงอยู่ที่นี่ ที่ที่ไกลจากผู้คนทั่วไปจะเข้าถึง.. "

                  อี้เจียงพยักหน้าเข้าใจแม้ว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นหรือไม่ก็ตามก่อนที่จะพูดต่อ

                   "ข้าจะไม่บอกว่า ข้าเข้าใจทุกเรื่องที่ท่านบอกมา แต่ข้าจะพูดว่า ประสบการณ์ของข้า ที่ผ่านมานี้ ข้าเห็นกับคนยากไร้มามากมายในแต่ละเมือง หากว่าการบอกว่า พวกท่านไปทำงานกันนะ หากมันจบเพียงเท่านั้นก็คงดีหรอก... ข้าก็ได้พบสิ่งที่จำเป็นที่สุด ขุนนางคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด" หลังจากอี้เจียงพูดจบก็เกิดความเงียบงันขึ้นมาในทันที

                   "พวกเหล่าขุนนางมีอำนาจบารมี และกองกำลังมหาศาลที่พวกเราไม่อาจจะต้านทานได้ พวกเรารู้เพียงเท่านั้น..." เสียงหนึ่งพูดขึ้นเล็กน้อย

                   "หากพวกท่านเชื่อใจข้า โปรดบอกร้านที่พวกท่านไว้ใจได้และให้สถานที่นี่แก่พวกท่านข้าจะได้ฝากเงินเอาไว้ให้พวกท่านได้"

                   "ร้านขายของเล็กๆกลางเมือง เป็นผู้ที่ให้แหล่งกบดานกับพวกเรา" เสียงนั้นพูดเบาๆ

                   "ข้าแนะนำให้พวกท่านซ่อนตัวอยู่ก่อน ข้าจะฝากค่าอาหารและน้ำไว้ให้พวกท่านมากเท่าที่จะมีได้ หากพวกท่านต้องการที่จะรอ ข้าจะไม่ว่าและช่วยพวกท่านอย่างสุดความสามารถ "
                    '
จนกว่าข้าจะหาวิถีทางในการช่วยพวกท่านได้..' เสียงด้านในสงบลงแล้วแต่กลับสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าภายใน หากรับรู้ได้ อี้เจียงก็อยากจะช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางได้มอบ หมั่นโถว 101 ลูก และซาลาเปาอีก 50 ลูก ก่อนที่จะเดินไปที่ตลาดซื้อเครื่องนุ่งห่มครบจำนวนแล้วเดินต่อไปคุยกับร้านขายของที่คนเหล่านั้นได้บอกไว้

                       เมื่อมาถึงอี้เจียงได้กล่าวกับเถ้าแก่เจ้าของร้านและเด็กสาวว่า

                        "ข้าเจอแกะป่วยที่พวกท่านเลี้ยงไว้ จะเป็นไปได้หรือไม่หากข้าจะออกเงินข้าช่วยเลี้ยงดูแกะพวกนั้น โอ๊ะ.. อย่าลืมว่าข้าฝากของพวกนี้ให้เจ้าพวกนั้นใส่เล่นด้วยล่ะ ฮ่ะๆ" ถึงจะดูเหมือนพูดทีเล่นทีจริง แต่สีหน้าและแววตาของอี้เจียงนั้นจริงจังจนส่งไปถึงอีกฝ่าย ทำให้อีกฝ่ายเหงื่อตกเล็กน้อย อี้เจียงจึงต้องยื่นถุงผ้าและถุงเงินให้กับเถ้าแก่ดู

                        "ข้าล้อเล่น ข้าอยากซื้อดอกไม้สวยๆไปให้สาวๆสักหน่อย ด้วยเงินจำนวนนี้ พวกท่านช่วยแนะนำจะได้หรือไม่?" นางพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งก่อนที่เถ้าแก่และเด็กสาวจะพยักหน้าแล้วเดินมารับเงินและของจากอี้เจียงไป

                        "โฮะๆ ท่านนี่ล้อเล่นได้ประหลาดจริงๆ ฮ่ะๆ ท่านลูกค้ามีนามว่าอย่างไรหรือ?" เถ้าแก่รับมุกอย่างเข้ากันดีก่อนที่จะพูดคุยเหมือนการซื้อขายทั่วไป

                        "นามของข้าหรือ ข้ามีนามว่า หง อี้เจียง" อี้เจียงพูดด้วยแววตามุ่งมั่นก่อนที่จะมองไปยังรอบๆร้าน

                         'ร้านนี้เองก็เริ่มลำบากแล้วเช่นกัน..' ก่อนที่จะกลับไปมองที่เถ้าแก่

                         "เอ้า! นี่ดอกไม้ที่ท่านต้องการ" เถ้าแก่มอบของให้แกอีกฝ่ายก่อนที่จะโค้งให้เล็กน้อย

                         อี้เจียงโค้งให้อีกฝ่ายก่อนที่จะเดินออกจากร้านและตลาดนี้ไปหากในใจของนางนั้นยังตั้งมั่นในบางสิ่ง นั่นคือการกลับมาช่วยเหลือเหล่าผู้ยากไร้ทุกคน


สรุปของบริจาค   หมั่นโถว             150   ลูก
                      ซาลาเปา              50   ลูก
                      เครื่องนุ่งห่ม          49   ตัว
                      เงินทั้งหมด        3000   ตำลึง
จำนวนคนยากไร้ทั้งหมดที่ช่วยไว้       49   คน

แสดงความคิดเห็น

จัดส่งเควสทำดีได้ดีไปทาง PM แล้วนะคะ  โพสต์ 2017-11-9 12:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -3000 ชื่อเสียง +100 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -3000 + 100 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x30
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4
โพสต์ 2017-12-24 14:44:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ch.44
วันที่ 4.26

     กำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูเมือง นึกได้ว่าอาหารของเสี่ยไป๋นั้นหมดแล้ว เพราะเป็นม้าแถมใช้กำลังระหว่างเดินทางด้วย หรั่นซิ่นหลี่จึงย้อนกลับมาที่ตลาดเพื่อซื้อของเพิ่ม คราวนี้นางตั้งใจจะซื้อแครอทก็พอเพราะน้ำหนักน้อยกว่าแอปเปิ้ล เห็นแผงลอยขายผักสีส้ม นางรีบเดินเข้าไปดู แครอทแผงลอยนี้งามนัก!
     "ท่านน้า ขอแครอทสักยี่สิบหัวนะจ้ะ" ใกล้ถึงจื่อถงแล้ว นางกินไม่มาก แต่เสี่ยไป๋ควรกินอิ่ม ไม่อย่างนั้นมันจะหมดแรงเสียก่อน
     "จ้า นี่จ้าแม่หนู หัวละ 1 ตำลึง ทั้งหมด 20 ตำลึงจ้า" แม่ค้าแผงลอยจัดแครอทให้นาง หรั่นซิ่นหลี่จ่ายเงินให้แล้วรับของใส่ถุงสัมภาระก่อนจะเดินกลับไปหาเสี่ยไป๋
     @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

56

กระทู้

621

โพสต์

22หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
32213
เงินตำลึง
10130966
ชื่อเสียง
106144
ความหิว
728

ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละติน

คุณธรรม
4291
ความชั่ว
0
ความโหด
159
ภูตวารี
เลเวล 1

ฮาร์ปี้: แม็กนัส

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2018-7-22 20:00:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                การค้าร่วมกันครั้งสุดท้ายก่อนจะแยกย้าย แต่เดี๋ยวก็คงกลับมาเจอกันอีกอยู่ดีนั่นแหละ
                เมิร์กหลังจากออกเดินทางจากฉางอันในเย็นวันที่แล้วก็มาถึงเจียงโจวได้ในวันนี้เขายังไม่พาเฉียนไปส่งเฉิงตูแต่ตัดสินใจแวะเมืองข้างๆก่อนเพื่อหากำไรเข้ากระเป๋าด้วยกันก่อนจะแยกทางกันอีกครั้ง


                “พอมาถึงจริงๆแล้วก็ใจหายเหมือนกันนะครับเนี่ย” เฉียนที่นั่งอยู่ขณะหัวเราะออกมาเล็กน้อยหลังจากพูดจบชายหนุ่มเองก็คงจะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองคงจะเงียบสงบไปอีกหลายต่อหลายเดือน


                “นั่นสินะ แล้วเรื่องนั้นคิดไว้รึยังละ?” เมิร์กที่กำลังขับรถม้าอยู่หันมาถามด้วยใบหน้าจริงจังแน่นอนว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องนั้นอยู่


                “เรื่องนั้น?” เฉียนที่ได้ยินก็มีคำถามกระเด้งกระดอนไปมาในหัวเล็กของเขาอะไรคือเรื่องนั้นที่เจ้านายของเขากำลังพูดถึงกันอยู่นะ?


                “เรื่องหาภรรยาเข้าบ้านไง ข้านะมีบ้านที่หานตานแล้วหลังนั้นที่เฉิงตูเจ้าจะใช้ก็ได้นะ ข้าไม่ถือ คิกคิก” เมิร์กหัวเราะเล็กๆขณะขับรถมาต่อไปอย่างเรื่อยๆเฉื่อยๆตามประสาคนชอบชมธรรมชาติ


                “เรื่องนั้นถ้ามันมีก็ได้นะครับ ข้าเองก็อยากจะพาภรรยากลับไปเจอพ่อแม่ด้วย”


                “นั่นสิน้า” เมิร์กเอนหลังนึกไปถึงสองคนที่บ้านเขาก็อยากจะพากลับไปสักคนบ้างจังเลย


                “ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาขายของด้วยกันเถอะ” เมิร์กหันรถเลี้ยวเข้าตลาดเจียวโจวทันทีหลังจากพูดจบเฉียนที่กำลังจะพูดว่าไม่เป็นอะไรหรอกก็เก็บคำพูดเหล่านั้นลงในใจก่อนจะอมยิ้มออกมานายของเขาก็ยังคงเป็นเช่นเคย

                แผ่นไม้ถูกลำเลียงลงมาจากหลังรถเป็นเผิงเล็กตามปกติสินค้ามากมายทั้งปลาสด เครื่องเทศ สารพัดเสื้อผ้าถูกนำมาวางจัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ


                วันนี้เมิร์กตัดสินใจให้เฉียนได้ออกหน้าบ่อยขึ้นจากแต่เดิมเขาเอาแต่ให้เฉียนคอยเดินอยู่เบื้องหลังโดยคราวนี้เขาสละเวลาขายส่วนตัวเองลงไปเบื้องหลังบ้างจะได้ทำให้อีกฝ่ายไม่เบื่อก่อนกลับบ้าน


                ทั้งคู่ขายของกันจนหมดรอบก่อนจะเก็บรถม้าออกเดินทางกันต่อ
@Admin
@STAFF_โรลทำงาน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +1100 เงินตำลึง +8000 ความหิว -19 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 1100 + 8000 -19 + 6

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะเทพยุทธ์
รูปปั้นเทพีวีนัส
หมวกเกราะเทพยุทธ์
คทาผนึกวารี
ม้าเทพอูซุนสายใย
กระดิ่งสายลม
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x100
x20
x5
x300
x1
x4
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x140
x60
x1
x2
x1
x2
x4
x1
x1
x27
x2
x1
x20
x18
x1
x15
x50
x2
x4
x2
x2
x12
x8
x1
x215
x200
x1
x3
x3
x110
x5
x50
x1
x70
x4
x148
x19
x45
x3
x100
x100
x1
x110
x100
x100
x130
x110
x12
x68
x1
x200
x20
x8000
x2
x2
x51
x71
x1
x20
x214
x3
x2000
x14
x1
x628
x154
x1
x12
x18
x18
x5
x8
x10
x15
x10
x34
x1
x4
x1000
x4
x291
x5030
x35
x6889
x9999
x3967
x1670
x100
x10
x10
x25
x12
x6
x1
x10
x1
x115
x1
x15
x1140
x214
x27
x10
x10
x733
x3056
x2
x2
x5
x98
x9006
x14
x708
x140
x462
x80
x272
x16
x4
x1
x819
x9
x24
x2
x3
x260
x141