ดู: 237|ตอบกลับ: 5

{ เมืองเซียงหยาง } โรงหมอทังกู่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-2-10 23:56:58 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2019-6-12 02:22





โรงหมอทังกู่

{ เมืองเซียงหยาง }







【โรงหมอทังกู่】
ตระกูลเจี้ยนสืบทอดวิชาแพทย์มาแต่รุ่นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง 
ในภายหลังได้ผสานแนวทางการรักษาของบรรพชน
ที่เน้นรักษาด้วยสมุนไพร เข้ากับการรักษาแบบประคบยา 
รมควันและฝังเข็มของต้นตระกูลที่นำติดตัวมาจากแผ่นดินใหญ่ 
ความสามารถด้านการแพทย์ของพวกเขาเป็นที่เชื่อถือได้ในเซียงหยาง


ท่านหมอใหญ่  เจี้ยนชุน


อุปนิสัย : เถรตรงจริงจัง ไม่ค่อยพูดจาเหลวไหลเป็นมิตรกับทุกคนและชั่งสังเกตเข้าขั้นนักสืบ





ชื่อกิจการ : โรงหมอทั้งกู่

เจ้าของกิจการ : เจี้ยน ซุย

เวลาทำการ : 9.30-23.00 น.

ประเภทกิจการ : จำหน่ายยาสมุนไพรตามตำรับโบราณ

รับรักษาโรคและอาการบาดเจ็บทั่วไป


#ประทับตราโดยเจ้าเมืองเซียงหยาง













คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

61

กระทู้

316

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
56279
เงินตำลึง
10737
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
628

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
505
ความชั่ว
0
ความโหด
154
นกแก้วฟ้า
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2019-2-11 01:11:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่วงทำนองที่ 3 เป็นคนดีมันไม่ง่าย
- บทบรรเลงที่ 3 แว่วเสียงลำนำสะท้อนใจ -

[คณะเดินทางคนแปลก]

       ภายในรถม้าคล้ายว่าจะมีแขกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคน เด็กน้อยทั้งสองคอยนั่งจ้องตากลมปุ้ก ชุนเหลียนคอยถามไถ่ว่าพี่ชายคนนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมีสีผมเหมือนมารดาและจวินเหว่ย ใช่ญาติกันอะไรแบบนั้นรึเปล่า หลิงหลานได้แต่ยิ้มเอ็นดูกับความกระตือรือร้นของลูกน้อย ลูบผมสีแดงนุ่มนิ่มนั้นแล้วอุ้มมาวางที่ตัก

        “ก็จริงๆข้าน้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมีผมสีนี้ แต่ข้าเป็นคนนอกด่านที่อยู่แสนไกลเลยนะ คงจะไม่ใช่ญาติหรอก ฮ่ะๆๆ” เด็กหนุ่มกระซิบตอบ

        @LingHao

        หลิงหลานยื่นเตาพกให้พร้อมมองซิงจื่อเล็กน้อย

      “ขอบคุณนะขอรับ” เด็กหนุ่มรับเตาพกนั้นมาอย่างนอบน้อมก่อนที่จะนั่งนิ่งๆรับไออุ่นจากมั

       ไม่นานพวกเขามาถึงหน้าโรงหมอผ่านการบอกเล่าของแม่ค้าแม่ขาย ผู้คนคับคั่งจอแจส่วนบุรุษผมทองลงไปเจรจากับท่านหมออยุ่ครู่หนึ่ง ค่อยเปิดผ้าม่านรถเรียกให้คนที่เหลือตามลงมาแล้วแจ้งให้คนที่เหลือลงไป

        @LingHao

       “ขอรับท่านเซวียน” ซิงจื่อเดินตัวสั่นเทาเล็กน้อยแล้วเดินนำเข้าไปด้านในก่อนที่จะโดนอบรมเป็นการใหญ่

        “คราวหน้าระมัดระวังหน่อยแล้วกันนะ หากรู้ว่าตนเองแพ้ความหนาวความร้อนก็ไม่ควรจะตกลงไปในน้ำยามเช้าแบบนี้อีก เอ้า! นี่ยาของเจ้านะ จะหวังแต่ใช้ลมปราณแก้แล้วร่างกายจะไม่ไหวเอานะพ่อหนุ่มเอ๋ย” ท่านหมอใหญ่กล่าวตักเตือน ในตอนนี้ได้กำการเช็ดตัว ประคบร้อนและ ให้ยารักษาเบื้องตนแล้ว เนื่องจากอาการยังไม่เป็นอะไรมากนักเขาจึงถูกปล่อยกลับได้อย่างสบายใจ

        “ขอบคุณท่านหมอมากใหญ่มากเลยนะขอรับ” ซิงจื่อโค้งขอบคุณเบาๆเนื่องจากต้องค่อยๆ เคลื่อนตัวช้าๆไม่ให้อาการกำเริบ เขาลูบหัวที่เปียกหมาดๆของตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะพึ่งนึกอะไรบางอย่างได้

         “อ๊ะ.. กู่ฉิ่นของข้าหายไปไหนกัน!” เด็กหนุ่มลองนึกอีกครั้ง มันคงไปตามสายน้ำแล้ว หากเป็นร่างกายปกติเขาคงเลือกที่จะวิ่งไล่ตาม แต่ในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากร่างกายที่หนาวสั่นอยู่แม่จะได้รับการรักษาอยู่บ้างแล้ว

         @LingHao

         “ข้าน้อยเป็นเด็กกำพร้าที่เดินทางมาเพื่อเป็นนักดนตรีที่ต้าฮั่นน่ะขอรับ ความใฝ่ฝันของข้าน้อยในตอนนี้คือเป็นนักดนตรีที่คือเล่นดนตรีที่ขับกล่อมบรรเลงจิตใจของผู้คนได้” เด็กหนุ่มผมเงินกล่าวด้วยผมเสียงที่สดใสและดวงตาที่เปล่งประกาย

           โดยที่ชายผมทองยืนพิงกรอบประตูมองทั้งสองพูดคุยกัน

           “คือความจริงข้าจำต้องใช้เครื่องดนตรีเหล่านั้นเพื่อฝึกงานที่หอหนิวหลางจือหนี่ที่อยู่แถบตัวเมืองซินเอี๋ยในวันพรุ่งนี้น่ะขอรับ แต่ที่เครื่องดนตรีที่หายไปก็เพราะความสะเพร่าของข้าเอง สงสัยข้าคงต้องใช้เงินเก็บไปซื้ออันใหม่ซะแล้วล่ะขอรับ” ซิงจื่อกล่าวด้วยเสียงอ่อนเล็กน้อยแต่ยังคงมีรอยยิ้มบางประดับอยู่

          @LingHao

       “ขอบคุณนะขอรับ หากท่านไม่รังเกียจ ถ้าแค่ยืมชั่วคราวก็เป็นพระคุณอย่างยิ่งขอรับ” ใบหน้านั้นค่อยๆ ผุดรอยยิ้มหวานสดใสออกมา

        @LingHao

       “ข้ากำลังหาที่พักอยู่พอดีเลยขอรับ ข้าต้องขอรบกวนพวกท่านด้วยนะขอรับ” ในตอนนี้เด็กหนุ่มนั้นยิ้มแก้มบานหากมากกว่านี้ก็คงปากจะฉีกไปเสียแล้ว

        เพราะเหตุนี้… คณะเดินทางแห่งแหวน เอ้ย!! แห่งขลุ่ยหยกก็ได้รับสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่ง

- กุหลาบสีทอง -


@STAFF_Pixiu



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-12 15:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
ขวานเหยาเจี่ย
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x28
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4

1285

กระทู้

4606

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19579269
เงินตำลึง
175602
ชื่อเสียง
293797
ความหิว
3357

Super VIP PETใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
25856
ความชั่ว
8447
ความโหด
54170
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-2-11 03:30:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แม่หม้ายลูกสองกลับสู่แดนฮั่น
960
คณะเดินทางแห่งขลุ่ยหยก



       ภายในรถม้าคล้ายว่าจะมีแขกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคน เด็กน้อยทั้งสองคอยนั่งจ้องตากลมปุ้ก ชุนเหลียนคอยถามไถ่ว่าพี่ชายคนนี้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมีสีผมเหมือนมารดาและจวินเหว่ย ใช่ญาติกันอะไรแบบนั้นรึเปล่า หลิงหลานได้แต่ยิ้มเอ็นดูกับความกระตือรือร้นของลูกน้อย ลูบผมสีแดงนุ่มนิ่มนั้นแล้วอุ้มมาวางที่ตัก

        “ก็จริงๆข้าน้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมีผมสีนี้ แต่ข้าเป็นคนนอกด่านที่อยู่แสนไกลเลยนะ คงจะไม่ใช่ญาติหรอก ฮ่ะๆๆ” เด็กหนุ่มกระซิบตอบ

        “ดูจะกลัวความเย็นอยู่ไม่น้อย อีกไม่นานก็คงถึงโรงหมอแล้วล่ะจ้ะ น...ซิงจื่อ เราเรียกว่าซิงจื่อได้ไหม? ทนเอาสักหน่อยนะ เตาพกนี้พอจะช่วยอุ่นมือได้ถือไว้ก่อนจ้ะ”

       หลังยื่นเตาพกให้อีกฝ่ายหลิงหลานค่อยสังเกตคนตรงหน้าให้นานขึ้น เพราะอยู่ในรถม้าไม่มีทิศทางให้วางสายตามากนัก ‘ดูอายุอาจพอกัน หรือน่าจะน้อยกว่า..สักสิบสามสิบสี่ได้ไหมนะ? ทำไมเดินทางคนเดียวล่ะเด็กขนาดนี้’ คิดไปก็ลืมสนิทว่านางเดินทางลำพังตั้งแต่อายุ 1 วัน ไม่รับขนาดร่างอ่ะนะ

      “ขอบคุณนะขอรับ” เด็กหนุ่มรับเตาพกนั้นมาอย่างนอบน้อมก่อนที่จะนั่งนิ่งๆรับไออุ่นจากมัน

       เซวียนหยวนอี้เฟยเป็นสารถีที่มีฐานะสูงที่สุดบนดินแดนนี้--- ได้พาพวกเขามาถึงหน้าโรงหมอผ่านการบอกเล่าของแม่ค้าแม่ขาย ผู้คนคับคั่งจอแจส่วนบุรุษผมทองลงไปเจรจากับท่านหมออยุ่ครู่หนึ่ง ค่อยเปิดผ้าม่านรถเรียกให้คนที่เหลือตามลงมา

        “ถึงโรงหมอแล้วล่ะ เมื่อครู่ข้าแจ้งสาเหตุคร่าวๆ แล้ว ซิงจื่อเจ้าลงมาก่อน.. หลานอุ้มชุนเหลียนลงมาให้ตรวจพร้อมกันด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เช่นเคยทว่าแววตาไม่ปิดบังความหว่งใย จากสีความง่ายที่อาภรณ์ธรรมดากลบไม่มิด.. พวกเขาดูเด่นมากทีเดียว(ถ้าไม่นับเรื่องสีหัว)

       “ขอรับท่านเซวียน” ซิงจื่อเดินตัวสั่นเทาเล็กน้อยแล้วเดินนำไป

       หลิงหลานนั่งเล่นนับนิ้วกับจวินเหว่ยเพื่อรอท่านหมอตรวจและจัดเทียบยา เคราะห์ดีว่าชุนเหลียนเป็นเด็กที่แข็งแรงสุดสุด ระดับล้มวัวกระทิงได้สบาย ท่านหมอให้ซานจาเชื่อมมาทานแล้วลูบหัวเบาๆ ว่า “แม่หนูน้อยหนหน้าอย่าไปเล่นที่อันตรายล่ะ”
        หันกลับไปมองทางด้านซิงจื่อคล้ายว่าจะโดนท่านหมออบรมเป็นการใหญ่…

       “คราวหน้าระมัดระวังหน่อยแล้วกันนะ หากรู้ว่าตนเองแพ้ความหนาวความร้อนก็ไม่ควรจะตกลงไปในน้ำยามเช้าแบบนี้อีก เอ้า! นี่ยาของเจ้านะ จะหวังแต่ใช้ลมปราณแก้แล้วร่างกายจะไม่ไหวเอานะพ่อหนุ่มเอ๋ย” ท่านหมอใหญ่กล่าวตักเตือน ในตอนนี้ได้กำการเช็ดตัว ประคบร้อนและ ให้ยารักษาเบื้องตนแล้ว เนื่องจากอาการยังไม่เป็นอะไรมากนักเขาจึงถูกปล่อยกลับได้อย่างสบายใจ

        “ขอบคุณท่านหมอมากใหญ่มากเลยนะขอรับ” ซิงจื่อโค้งขอบคุณเบาๆเนื่องจากต้องค่อยๆ เคลื่อนตัวช้าๆไม่ให้อาการกำเริบ

         “อ๊ะ.. กู่ฉิ่นของข้าหายไปไหนกัน” เด็กหนุ่มลองนึกอีกครั้ง มันคงไปตามสายน้ำแล้ว หากเป็นร่างกายปกติเขาคงเลือกที่จะวิ่งไล่ตาม แต่ในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากร่างกายที่หนาวสั่นอยู่แม่จะได้รับการรักษาอยู่บ้างแล้ว

         “เอ… เกรงจะทำหล่นหายไปตอนตกน้ำหรือเปล่า เหมือนเห็นแว่บๆ ว่ามีบางอย่างลอยออกไปตอนนั้นรีบช่วยเลยไม่ทันสังเกต ว่าแต่ เครื่องดนตรีหรือจ้ะ หมายถึง.. ซิงจื่อเป็นนักดนตรีสินะ” หลิงหลานมือหนึ่งแกะเมล็ดแตงคั่วป้อนเด็กๆ เอียงใบหน้าถามไถ่ด้วยความใส่ใจ ราวกับลูกแกะน้อยเล่นกับลูกหมาป่า(?) ‘ยังอายุน้อยแท้ๆ มีความเพียรพยายามจริงๆน้า ดีจริงๆ’

         “ข้าน้อยเป็นเด็กกำพร้าที่เดินทางมาเพื่อเป็นนักดนตรีที่ต้าฮั่นน่ะขอรับ ความใฝ่ฝันของข้าน้อยในตอนนี้คือเป็นนักดนตรีที่คือเล่นดนตรีที่ขับกล่อมบรรเลงจิตใจของผู้คนได้” เด็กหนุ่มผมเงินกล่าวด้วยผมเสียงที่สดใสและดวงตาที่เปล่งประกาย


          เซวียนหยวนอี้เฟยยืนพิงกรอบประตูมองทั้งสองพูดคุยกันอีกนัยหนึ่งคือเก็บข้อมูลไปด้วย นัยน์ตาคู่ครามแทบไม่หันไปทางอื่น จดจ้องเพียงสีหน้าแววตาและการขยับของคนเพียงคนเดียว

           หลิงหลานพยักหน้าอย่างรับสานส์ “โอ้… แบบนี้เองความมุ่งมั่นไม่ธรรมดา เราเองก็ไม่มีทั้งพ่อและแม่เหมือนกันเลยบังเอิญแท้ๆ ทางเราหวังแค่เป็นแม่ครับเพื่อเติมเต็มความหิวโหยเปลี่ยนใบหน้าเศร้าเป็นรอยยิ้มจ้ะ”
           “คือความจริงข้าจำต้องใช้เครื่องดนตรีเหล่านั้นเพื่อฝึกงานที่หอหนิวหลางจือหนี่ที่อยู่แถบตัวเมืองซินเอี๋ยในวันพรุ่งนี้น่ะขอรับ แต่ที่เครื่องดนตรีที่หายไปก็เพราะความสะเพร่าของข้าเอง สงสัยข้าคงต้องใช้เงินเก็บไปซื้ออันใหม่ซะแล้วล่ะขอรับ” ซิงจื่อกล่าวด้วยเสียงอ่อนเล็กน้อยแต่ยังคงมีรอยยิ้มบางประดับอยู่

          ‘เครื่องดนตรีหายไปงั้นหรือ? อืม… จะว่าไปก็เป็นเพราะเขามีใจช่วยเหลือเหลียนเหลียน ข้าเป็นมารดาควรแสดงความรับผิดชอบ’

        หลิงหลานคลี่รอยยิ้มอบอุ่นนัยว่าเรื่องนี้ตนแก้ไขได้ สบจ้องดวงตาคู่ใสของเด็กหนุ่ม “เครื่องดนตรีใช่ไหมจ้ะ? อันที่จริงยังไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ก็ได้หากเพียงฝึกงานชั่วคราว ...ในอดีตเรามีขลุ่ยหยกเลาหนึ่งเก็บไว้นานแล้ว ถ้าแค่เรื่องนี้ล่ะก็ช่วยเหลือได้ไม่ยากจ้ะ”

       “ขอบคุณนะขอรับ หากท่านไม่รังเกียจ ถ้าแค่ยืมชั่วคราวก็เป็นพระคุณอย่างยิ่งขอรับ” ใบหน้านั้นค่อยๆ ผุดรอยยิ้มหวานสดใสออกมา

       “ฮุ.. เป็นคนที่อ่อนน้อมจริงๆ เลยนะ ไม่ต้องกังวลหรอกจ้ะยืมใช้ไปจนกว่าจะเจอชิ้นที่ดีกว่าก็ได้ เพียงแต่… ขลุ่ยเลานั้นเก็บไว้ที่เหลาภัตตาคารนี่สิ พอจะมีเวลาไปรับที่เจียงหลิงด้วยกันไหมจ้ะ อ่ะ.. ไม่ต้องห่วงถ้าไปด้วยกันล่ะก็ค่าที่พักหาได้จำเป็น”

        หญิงสาวเสนอเช่นนี้อาจเพราะต้องกลับไปทางนั้นอยู่แล้ว อีกส่วนคือ.. ไม่รู้สึก ลึกๆแล้วนางยังนับถือน้ำใจอีกฝ่ายละมั้งฟังจากท่านหมอเขากลัวความเย็น ยังช่วยเหลือเด็กที่ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อนจนตัวเองหนาวสั่น ‘จิตใจของอีกฝ่าย...เห็นผู้อื่นมาก่อนตนเองสินะ คล้ายคลึงกันเหลือเกิน’

       “ข้ากำลังหาที่พักอยู่พอดีเลยขอรับ ข้าต้องขอรบกวนพวกท่านด้วยนะขอรับ” ในตอนนี้เด็กหนุ่มนั้นยิ้มแก้มบานหากมากกว่านี้ก็คงปากจะฉีกไปเสียแล้ว

        เพราะเหตุนี้… คณะเดินทางแห่งแหวน เอ้ย!! แห่งขลุ่ยหยกก็ได้รับสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่ง

#วาสนาดีมีจ้าวเกาะมาขับรถม้าให้--



@STAFF_Pixiu


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +10 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-12 15:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่จิ่วเทียน
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ชุดหลานม่านเหยา
ลูกกวางเงินไป๋จั๋ว
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ชุดดำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x40
x1
x4
x1
x1
x1
x13
x1
x1
x15
x2
x61
x26
x318
x1
x1
x6
x2
x2
x2
x10
x1
x1
x11
x40
x20
x1
x30
x2
x3
x89
x2
x4
x3
x24
x125
x6
x6
x2
x20
x15
x40
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x28
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x36
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x3
x5
x3
x310
x100
x100
x110
x125
x110
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x8
x120
x1
x7
x5
x20
x1617
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x600
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x960
x740
x2202
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x903
x27
x39
x15
x100
x9
x18
x332
x1893
x203
x2025
x1304
x322
x2300
x2
x8100
x363
x87
x101
x5
x73
x143
x3274
x129
x303
x392
x2747
x2039
x20
x1670
x8
x500
x1754
x8
x1
x28
x4140
x2448
x9
x56
x7242
x50
x9999
x1803
x47
x3
x174
x15
x1041
x1
x1
x2665
x2
x1
x2425
x13
x25
x19
x681
x470
x581
x30
x128
x133
x38
x53
x6
x1180
x1502
x8209
x967
x200
x590
x200
x52
x51
x2365
x1
x1850
x2809
x4897
x464
x271
x6430
x9999
x568
x51
x70
x3981
x24
x15
x66
x179
x1000
x13
x3623
x2885
x924
x1383
x9999
x2466
x2990
x1955
x1836
x2470
x105
x9999
x485
x1102
x129
x30
x7549
x2087
x3824
x1570
x135
x2751
x4280
x3973
x2005
x3613
x1431
x524
x1837
x518
x200
x1198
x327
x3
x24
x9
x1440
x77
x50
x4686
x840
x2
x675
x9999
x2586
x2
x35
x2139
x3518
x7097
x385
x6114
x4370
x497
x862
x9999
x1759
x607
x10
x1010
x2495
x2940
x682
x95
x3
x20
x25
x25
x32
x9
x8298
x9316
x1807
x9999
x199
x24
x8054
x20
x5805
x21
x8
x1235
x257
x24
x9
x101
x31
x9
x807
x3805
x8
x30
x207
x847
x81
x2706
x2107
x125
x16
x1410
x2578
x2351
x3
x282
x3676
x2540
x296
x7884
x511
x394
x3856
x4920
x9999
x10
x2257
x2445
x5805
x7800
x3380
x1263
x24
x3330
x890
x70
x328
x141
x2816
x2114
x9999
x41
x4288
x9999
x9999
x9999
x3150
x1907
x107
x3200
x6
x3696
x36
x3223
x3929
x755
x1
x756
x1514
x481
x951
x4957
x2225
x4147
x5004
x9999
x4986
x9999
x3109
x2181
x2034
x3256
x4204
x2422
x558
x60
x1
x20
x1929
x3728
x713
x1
x4547
x6257
x67
x9999
x674
x1393
x889
x6346
x103
x3339
x817
x450
x101
x825
x274
x8
x178
x25
x9999
x1123
x2060
x3094
x195
x661
x454
x103
x1201
x1263
x9999
x3440
x1330
x1230
x889
x216
x9999
x1719
x9999
x129
x713
x2427
x2

1285

กระทู้

4606

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19579269
เงินตำลึง
175602
ชื่อเสียง
293797
ความหิว
3357

Super VIP PETใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
25856
ความชั่ว
8447
ความโหด
54170
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2019-6-12 02:51:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-12 15:56


ไขปริศนาราชันอัคคี
1276
หนึ่งสตรีที่นอนเดี้ยงอยู่
           เดิมแรก..จางฉิงเพียงแบกหลิงหลานพาดบนบ่าไว้ด้วยความเคยชิน
           แต่แล้วมาลองนึกดูเขาต้องเข้าเมืองผู้คนเห็นกันมากเพื่อชื่อเสียงของทัพเก้าอัคคี ท้ายสุดเปลี่ยนเป็นอุ้มหญิงสาว

            เลือดของนางไหลหยดตามทางดูท่าบาดแผลจะไม่สาหัสเท่าใดนัก ถึงแบบนั้นอาการสลบไม่เหลือเค้ารางของสติก็ยังน่าเป็นห่วง บุรุษหนุ่มชักสงสัยแล้วว่าตนห่วงใยหัวของเจ้าของหรือชีวิตสตรีบอบบางนี่มากว่ากัน ‘คำสั่งประมุขมาเป็นสำคัญ’ ดังนั้นต่อให้ลากหมอมาทั้งเมืองเพื่อรักษาหญิงสาวเขาก็จะทำ

             นัยน์ตาสีเทาหม่นที่ได้รับจากบิดาหรุบลงมองร่างเล็กที่ขดนิ่งอยู่ เนื้อตัวนุ่มนิ่มยิ่งยาม ไร้วาจาโต้แย้ง ไร้หน้ากากปิดบังใบหน้านางละอ่อนหวานราวดับเด็กสาว ละมุนละไมไปทุกส่วนทั้งยังมีความแววหวานเดียงสา สิ่งที่หาได้ยากในพรรคมารมารวมอยู่ที่ตัวนางเพียงผู้เดียว เขาไม่อยากจะเชื่อนักดรุณีเน่งน้อยนางนี้พึ่งจะปราบปีศาจแห่งบึงน้ำเจียงเติ้งไป ทว่าเห็นชั่วพริบตาที่ดาบสีเขียวมรกตปักทะลุกระโหลกอสุรกายนั่นกับตาตา ไม่เชื่อก็คงมิได้

            ‘คงต้องยอมรับว่านางพอมีฝีมืออยู่บ้าง… อาจจะมากกว่าข้าหรือเหรินอี้หวาด้วยซ้ำ’ ไม่เข้าใจเลย ที่ผ่านมาสตรีผู้นี้เก็บงำประกายราวกับว่าตนเองไร้วรยุทธ์ หรือแท้จริงเป็นเพราะไม่อยากลงมือกับมนุษย์กันนะ?

             ชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาวิ่งพันลี้เพื่อเร่งเข้าเมืองเซียงหยางโดยเร็วที่สุด ด้วยคำนึงถึงอาการบาดเจ็บของหญิงสาว ชายหนุ่มไล่เคาะประตูโรงเหมอเพื่อเสาะหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุด ได้รับการแนะนำมายังเรือนแพทย์ทังกู่บริเวณชานเมืองนั่นเอง อาคารดูเก่าแก่และกว้างขวางท่านหมอใหญ่ท่าทีน่าเชื่อถือ มาถึงก็สอบถามว่า

             “แปลกนัก.. ไม่เหมือนรอยกรงเล็บสัตว์ป่าอื่นๆ ขอถามคุณชาย แม่นางท่านนี้ถูกตัวอะไรทำร้าย?” เจี้ยนชุน นายแพทย์ใหญ่แห่งเซียงหยางหลังตรวจสอบรอยกรงเล็บที่มีเพียงสามทางยาวแล้วก็สงสัยยิ่ง

              การรักษาเป็นเรื่องสำคัญผู้คุมกฎซ้ายจึงไม่คิดปิดบัง “ปีศาจปลาที่บึงน้ำเจียงเติ้ง”

              อุปกรณ์ในมือท่านหมอหล่นเคร้งกระพริบดวงตาปริบๆ ถามย้ำว่าตนฟังผิดพลาดหรือเปล่า “แม่นางผู้นี้ช่างโชคดีนักคงมีท่านผ่านไปเจอสินะ… ปกติแล้วใครเข้าไปในเขตบึงยังไม่พบมีลมหายใจรอดกลับมาสักราย”

              “อย่างนั้นหรือ...ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องอสุรกายนั่นอีกแล้วล่ะ”

              ท่านหมอตกตะลึงไปอีกหน “ท่านหมายความว่าอย่างไร? รึว่าปีศาจร้ายตัวนั้นถูกคุณชายกำจัดไปแล้ว??”

               “ไม่ใช่ข้าหรอก.. เป็นนางต่างหาก” จางฉิงชี้ไปยังร่างที่ตนพึ่งประคองวางลงบนเตียงผู้ป่วย หยักรอยยิ้มเมื่อสีหน้าเหลือเชื่อของท่านหมอ ดี!! แบบนี้เขาไม่ต้องเงิบคนเดียวแล้ว

                “ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยพบเห็นสตรีใดกล้าหาญเช่นนี้มาก่อน หญิสาวปกติพบเจอปีศาจก็ก้าวขาไม่ออกกันแล้ว… เฮ้อ!! ใครจะไปรู้ว่าอสุรกายที่ทำให้ชาวเซียงหยางหวาดหวั่นมาตลอดห้าปีนี้ จะถูกสตรีตัวเล็กๆ ปราบลงได้!!”

                ท่านหมอพูดเสียงไม่เบา เด็กส่งยาสามสี่คนนั้นเมื่อได้ยินก็ประทับใจไปตามๆกัน ราวกับว่าตนเป็นผู้ปราบปีศาจเสียเองพูดคุยไม่ได้หยุด เข้ามาสอบถามจางฉิงว่าปีศาจนั้นถูกปราบได้อย่างไร แม่นางน้อยใช้สิ่งใดในการกำราบมัน หลังปล่อยให้อีกฝ่ายตรวจสอบบาดแผลและพันผ้าใส่ยารักษาอาการภายนอก ผ่านไปราวสองเค่อที่เจี้ยนชุนนำพิษไปตรวจสอบวินิจฉัย ตลอดเวลาจางฉิงไม่ได้ห่างออกจากข้างเตียง.. จ้องมองใบหน้าหวานที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา
               “ใส่ยาก็แล้วทำไมนางถึงยังไม่รู้สึกตัวอีก?”

               แทนคำตอบท่านหมอชี้ไปที่แขนซ้ายยังมีผ้าพันบาดแผลหนาเตอะ “คล้ายว่าระหว่างนั้นจะโดนพิษจากกรงเล็บมัน ทั้งแม่นางยังใช้เรี่ยวแรงจนหมดในการต่อสู้.. ส่วนเรื่องพิษไม่ร้ายแรงหรอกข้าวิจัยแล้ว ให้นางนอนพักฟื้นฟูไปก่อนเถอะ”

                ชายหนุ่มพยักหน้าว่ารับทราบแล้วท่านหมอก็ไม่ได้ถามอีกว่าเขาเป็นอะไรกับนาง ตามเฝ้าแม้ในยามตรวจรักษาเด็กส่งยาให้ก็รับมาป้อนด้วยตนเอง ท่าทีระมัดระวังยิ่งทั้งช้อนศีรษะขึ้นอย่างแผ่วเบา เขาใช้ช้อนไม้ป้อนยาอย่างเก้งกก้างหญิงสาวเองพบรสขมกลับเบือนหน้าหนีอัตโนมัติ คายยาทิ้งหนแล้วหนเล่า ขนาดหมดสติยังไม่วายดื้อแพ่ง จางฉิงกลับมีความอดทนเป็นเลิศจับคางนางไว้แล้วหยอดลงไปทีละหยดจนหมดชาม

              ‘กินเข้าไป กินยาซะไม่อย่างนั้นเจ้าจะหายไหม.. เกิดตายขึ้นมาข้าก็ซวยอีกน่ะสิ!!’

              ตลอดทั้งคืนเฝ้าอยู่ไม่ห่างท่านหมอเพียงแต่สั่งคนไม่ต้องรบกวนการฟื้นตัวของแม่นาง ให้เด็กนำข้าวต้มมาสำหรับคนทั้งสอง ตามประทีปให้สว่างไว้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่แน่ใจว่าเป้นเพราะหลิงหลานขยันคายยาหรือเปล่า.. ตกกลางดึกร่างเน่งน้อยตัวร้อนรุมๆ เหงื่อออกนอนอย่างไม่สบายตัว น้ำเสียงนางราวกับลูกแมวร้องครางอ้อนหาแม่ ชายหนุ่มไม่เคยดูแลคนเจ็บมาก่อน.. เขาเป็นผู้คุมกฎซ้ายยามทำภารกิจบาดเจ็บมีหลายหนที่ทนพิษไข้จากบาดแผล ล้วนเอาตัวรอดมาได้ด้วยตนเองเพราะดวงแข็ง

                แต่หลิงหลานนั้นไม่เหมือนกัน… เจ็บไข้เมื่อไรก็มักมีคนคอยกอบกุมไว้ในฝ่ามือ
                สตรีดวงดีที่อยู่ลำพังไม่ได้ บุปผาน้อยที่เปราะบางขาดน้ำชโลมใจก็โรยรา

               “ฮึก...ช..ช่วยด้วย...ร้อน..ฮื่อ” ใบหน้าหวานส่ายไปมาเรียวคิ้วขมวดหยาดเหงื่อผุดซึมไปทั่ว กลิ่นหอมกล้วยไม้หยกกำจายไปในอากาศวนเวียนอยู่ปลายนาสิก หลิงหลานราวกับติดอยุ่ในฝันร้ายแสนทรมาน เสียงละเมอสั่นพร่าเสียจนจางฉิงหยิบชามน้ำขึ้นมาและคิดจะป้อนนาง ทว่ามือเล็กนั้นป่ายเปะปะจนปัดชามตกลงบนพื้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วกำลังจะก้มเก็บไม่คาดว่ากลับถูกเรียวแขนคว้าโอบรอบลำคอไว้ ความใกล้ชิดกระทันหันจะหลบก็ไม่ทันแล้ว

              นางละเมอ? กอดเขา? จางฉิงเกร็งตัวนิ่งงันไป… ไม่เคยมีสตรีใดทำเช่นนี้มาก่อน
              แม้ที่ผ่านมาด้วยตำแหน่งผู้คุมกฎซ้ายตนต้องมีสัมพันธ์ทางกายกับนักโทษจำนวนไม่ถ้วน ทว่าเวลานี้กลับต่างออกไป.. เขาไม่เคยมองหน้าและยิ่งไม่เคยได้รับการปฎิบัติเช่นนี้

               “อย่าไป… อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว...ฮึก” เสียงของนางอ้อนวอนราวกับร้องขอ ร่างกายนุ่มนิ่มเปราะบางถึงเพียงนี้ ทั้งยังสั่นเทาราวกับเด็กน้อยผู้หวาดกลัวจากฝันร้าย

                จางฉิงผู้ตกตะลึงพลางพบว่าอ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยความพร่าเลือนจากพิษไข้นี้ มีบางสิ่ง.. ราวกับหูแว่วได้ยินเสียงกระดิ่งลมอยู่ห่างไกล ใบหน้าที่เลือนรางในสายหมอก ร่างอรชรในชุดสีเขียวเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความอบอุ่นของมารดาที่ยังหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ.. สตรีที่หันหลังและทอดทิ้งเขาไปครั้งพึ่งจำความได้ สวรรค์เท่านั้นที่รับรุ้ว่าในช่วงเวลานับสิบปีที่ผ่านมา เงาภาพอันเลือนลางของสตรีที่ตนจำหน้าไม่ได้ทำให้ค่ำคืนเย็นยะเยียบอบอุ่นขึ้นมากเพียงใด

                ม่านตาชายหนุ่มหดแคบลงสั่นสะเทือน อ้อมกอดนี้ส่งผลต่อเขา..เปล่งเสียงเรียกแผ่วเบา “ท่านแม่….”

                 ความเย็นเยือกที่คอยเชือดเฉือนใจให้เขาลุกขึ้นสู้ กับจารีตคำสอนไร้คุณธรรม ทันทำให้มารดาทิ้งเขาไป… ทอดทิ้งบุตรที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้สมรส หวั่นเกรงเป็นที่ครหาของผู้คนมากกว่ารุ้สึกผิดบาปในการทิ้งบุตรในใส้ของตนเอง ตนจะเปลี่ยนแปลงโลกใบใหม่ตามการชี้นำของท่านประมุข จารีตและกฎเกณฑ์ที่โสมมกำจัดสิทธิ์ในการดำรงอยู่ของพวกเขา จะต้องถูกแผดเผาให้สิ้นซาก!!

                ทางด้านหลิงหลานนั้นไม่ทราบเลยว่า.. คนที่นางพบในความฝันเลือนลาง
                ผู้ที่ตนพยายามจะไขว่คว้าเข้าหา ใช่ชางหยูรึไม่? ทำไมหนนี้โอบกอดเขาได้แล้วกลับยิ่งรู้สึกหนาวเหน็บยิ่งไปกว่าเดิม


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --50 คุณธรรม +18 ความชั่ว +35 ความโหด โพสต์ 2019-6-12 16:49
คุณได้รับ +7 คุณธรรม +90 ความโหด โพสต์ 2019-6-12 16:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -68 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -68 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่จิ่วเทียน