ดู: 621|ตอบกลับ: 4

{ นอกเมืองเทียนซุย } เขตเขาหิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-9 23:46:33 |โหมดอ่าน




ภูเขาหิน






อาณาเขตที่อยู่ติดกับเขตทะเลทราย
หากกำลังจะเข้าสู่เขตทะเลทรายผ่านชายแดนเมืองเทียนซุย
จะต้องฝ่าภูเขาหินที่แห้งแล้งแห่งนี้ไปเท่านั้น


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

23

กระทู้

147

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1323
เงินตำลึง
127288
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206

ใบรับรองภาษาฮั่น

เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-10-10 15:04:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-10 15:07

เรื่องราวที่ยี่สิบสี่ - [ ช่วยเหลือกองคาราวาน ]





     เส้นทางที่ปราศจากต้นไม้ใบหญ้า มีร่างเล็กๆร่างนึงกำลังเดินเอือยไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวด้วยสีหน้าเฉือยฉา
     หลังจากที่เดินขึ้นเหนือมา นี้ก็ผ่านมาได้อีกเกือบสัปดาห์แล้ว ยังไม่มีเหตุพิเศษอะไรเกิดขึ้นเลย

ป๊อก

     หมิงเย่เสวียเปิดขวดกระบอกไม่ไผ่ที่หยิบออกมาจากสัมภาระ ทว่านางนั้นไม่ได้รินลงยังฝาที่ทำจากไม้ไผ่อย่างเคย แต่ยก
กระบอกไม้ไผ่นั่นขึ้นกระดกน้ำชาอึกๆเข้าไปเลย
     " ........ร้อน "
     นั่นเป็นคำพูดที่ออกมาจากใจจริง
     แต่เดิม สถานที่--..ไม่สิ ทั้งชีวิตที่เธออาศัยอยู่โดยปกติแล้วก็ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ แม่น้ำ ลำธารไหลเย็นมีฝนตกบ้างเป็น
บางครั้ง เพราะฉะนั้นก็กล่าวได้ว่าเธอนั้นคุ้นชินกับอากาศหนาวเสียมากกว่า
     แม้ตลอดระยะการเดินทางจะได้พบเจออากาศร้อนมาบ้าง แต่ไอ้สถานที่ๆให้ความรู้สึก 'ร้อนจัด' แบบนี้น่ะ เพิ่งเคยเจอเป็น
ครั้งแรกเลย
     " ไม่มีต้นไม้เลย....แล้วข้าจะหายใจด้วยอะไร.... "
     แม้จะยังมีสีหน้าเรียบเฉย แต่หากจ้องมองดีๆแล้วละก็ ภายในดวงตาของนางตอนนี้กำลังหมุนติ้วๆๆ ราวกับจะเป็นลมไปเสีย
ให้ได้ ณ.ที่ตรงนั้นนั่นแหละ
     " ....ไหวไหมเจ้าคะ "
     เสียงเล็กๆที่เย่เสวียก็ยังไม่รู้สักทีว่าเจ้าของเสียงพูดออกมาจากตรงไหนกันแน่นั่นลอยออกมาให้ได้ยิน
     " ....ไหว.......รึเปล่านะ "
     ตอบกลับไปในรูปแบบของประโยคคำถาม
     อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้รับรู้ถึงเขตภูเขาร้อนฉ่าแห่งนี้มาจากคนภายในเมืองเทียนซุย ก็ได้เตรียมตัวสำหรับเดินทางไกล
มาเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นจึงมิมีสิ่งใดต้องเป็นห่วงนัก
     " จะว่าไปนายท่าน เมื่อครู่ที่เมือง ทำไมถึงได้ซื้อเหล้ามาเช่นนั้นหรือเจ้าคะ? "
     คำถามที่สื่อถึงความสงสัยนั่นมาจากเงาตัวน้อยของนาง
     เพราะว่านางรู้ดีว่าเย่เสวียนั้นดื่มเหล้าไม่ได้(เจ้าตัวยืนกรานว่าแค่ไม่ชอบดื่มเฉยๆ)เหมือนๆกันกับนาง อีกอย่าง นับตั้งแต่เดิน
ทางมาเย่เสวียก็หลีกเลี่ยงเหล้าสุรามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องแปลกพอสมควรที่เห็นนายท่านนั้นซื้อมา
     " มัน...จะทำให้ร่างกายอุ่น "
     เสียงตอบกลับมาสั้นๆ พร้อมกับที่เจ้าของเสียงได้ยกน้ำชาขึ้นมาจิบอีกเล็กๆแล้วก็สูดอากาศเข้าลึกๆ
     " ทำให้อุ่น? ...อ้อ "
     ในที่สุดยายะก็นึกตามทันได้
     แม้เขตภูเขาหินพวกนี้จะแห้งแล้งและร้อนมากมายแค่ไหนในยามพระอาทิตย์อยู่สูงที่สุดแบบนี้ก็ตาม แต่หลังจากที่พระอาทิตย์
พ้นขอบฟ้าไปและท้องฟ้าได้เปลี่ยนเป็นมืดมิดเมื่อไหร่ละก็ อากาศบริเวณรอบๆนี้จะเปลี่ยนเป็นหนาวเย็นจนแทบจะทนไม่ไหวเลย
เชียวละ
     เพราะว่าปกติเวลานอนกลางแจ้งก็ไม่ได้มีอากาศหนาวอะไร กองไฟเพียงแค่กองเดียวก็ทำให้อบอุ่นได้แล้ว ทว่ายามนี้อากาศ
กลับหนาวขึ้นทุกคืนๆ บางทีอาจจะเข้าสู่หน้าหนาวแล้วก็ได้
     ทั้งสองคนคุยเรื่องสัมเพเหระเช่นนั้น พลางมุ่งหน้าไปตามทางเรื่อยๆ





     ' เริ่มเย็นแล้วสิ '

     แม้ว่าพระอาทิตย์จะยังไม่ลับขอบฟ้า แต่อากาศร้อนก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยลมเย็นๆ
     พอเห็นดังนั้น หมิงเย่เสวียก็เริ่มที่หาจุดเหมาะสำหรับพักแรมดังเช่นทุกที
     เนืองจากเป็นเขคแห้งแล้งที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินมากมาย จึงอาจจะมีสัตว์มีพิษอย่างพวกงูหรือสัตว์เลือยคลานที่เป็น
อันตรายได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องเป็นจุดพักที่ต้องระวังให้ดีตลอดเวลา
     ' ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะมืด '
     นั่นเป็นพื้นฐานของการค้างพักแรมข้างทาง ทว่า--

อ๊ากกกกก!!

     เสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกล ทำให้หมิงเย่เสวียที่กำลังพยายามอย่างมากในการหาเศษไม้แห้งกรังมาตลอดตามทาง
สะดุ้งขึ้นจนทำเศษไม้ทั้งหมดในอ้อมแขนหล่นกระจาย
     " อ-..อะไรอะ "
     " รู้สึกว่าจะมีคนอยู่นะเจ้าคะ "
     เสียงตอบกลับจากยายะทำให้เย่เสวียตระหนักได้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่นางที่อยู่ภายในบริเวณนี้
     " คน...? "
     " เจ้าค่ะ ----น่าจะเป็นกองคาราวานขนสินค้าอะไรสักอย่าง ตอนนี้พวกเขากำลังถูกล้อมโดยคนกลุ่มนึง...โจรกระมังเจ้าคะ? "
     " ห-..เห็นด้วยหรอ? "
     " ไม่เห็นหรอกเจ้าค่ะ "
     แต่มันเป็นเรื่องที่ได้มาจากประสบการณ์--- ว่างั้นแน่ะ
     " ....ยายะ รูปการณ์ทั้งหมดเป็นยังไง? "
     " โจรมีเพียงไม่เท่าไหร่ หากนายท่านต้องการเข้าไปสังเกตการณ์ ข้าน้อยก็มั่นใจเก้าในสิบส่วนว่าสามารถปกป้องท่านได้โดย
ไร้บาดแผลเจ้าคะ "
     " หรอ... "
     หมิงเย่เสวียพึมพำ ก่อนที่จะบอกต่อไปว่า
     " ....ไปกันเถอะ "
     " เจ้าค่ะ "
     ยายะตอบกลับเสียงเรียบง่ายโดยไม่ได้คัดค้านอะไร ก่อนที่ทั้งสองคนจะมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงในทันที


     " ดูท่าว่าจะแย่เลยนะเจ้าคะ "
     " อืม... "
     ณ.จุดที่เป็นโขดหินชันบริเวณหนึ่ง หมิงเย่เสวียที่กำลังหลบอยู่ข้างหลังโขดหินนั้นชะเง้อใบหน้าขึ้นเล็กๆเพื่อมองดูสถานการณ์
ตรงหน้า
     ตรงจุดถนนหินตรงนั้น มีคาราวานกลุ่มหนึ่งถูกล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์จำนวนราวเจ็ดถึงแปดชีวิตด้วยกันดังที่ยายะว่าไว้เป๊ะๆเลย
     แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ควรคิดในยามนี้ แต่เย่เสวียนางก็รู้สึกขึ้นมาได้ว่ายายะนั้นสุดยอดจริงๆ

     กลับมาสู่ภาพตรงหน้า

     ที่จุดของคาราวานมีคนล้มอยู่หนึ่งคน..สังเกตจากภายนอกแล้วไม่มีบาดแผลอะไร ส่วนคนอื่นๆก็ถูกกลุ่มโจรพวกนั้นไล่ต้อน
ไปยังมุมๆนึงของเกวียนขนสินค้า ดูท่าว่าจะยังไม่ถึงจุดแตกหักร้ายแรง

     " --ไ---่ง-----า-! "

     ชายคนนึงที่อยู่ในกลุ่มชายฉกรรจ์(โจร?)ตะโกนอะไรบางอย่างขึ้น แต่มันห่างไกลไปหน่อยนางจึงฟังไม่ค่อยถนัดนัก

     " จากตรงนี้สามารถปา- ...เอ่อ...มีด ใส่พวกนั้นได้ไหม? "
     " ได้เจ้าค่ะ ทว่าระยะห่างมันมากเกินไป หากคาดการณ์ระหว่างแรงลมและน้ำหนักที่เบาของใบมีดของข้าน้อยแล้ว คาดว่าจะ
ไม่สามารถสังหารในทีเดียวได้ค่ะ "
     " ด- ดีแล้ว--.... "
     แม้จะมองไม่เห็นตัว แต่หมิงเย่เสวียจับสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานแปลกๆในน้ำเสียงนั่นได้จนรู้สึกราวกับเห็นภาพหลอนว่า
ยายะนั้นหยิบมีดออกมาเหน็บไว้ที่ช่องว่างระหว่างนิ้วพลางแสยะยิ้มอยู่อย่างไรชอบกล
     " งั้นก่อนอื่นก็... "
     ว่าแล้วเย่เสวียก็ค่อยๆเอื้อมมือหยิบเหล้าที่ซื้อมาออกมาจากกระเป๋าช้าๆ
     " ...? เอามาทำอะไรหรือเจ้าคะ? "
     " อือ....ไม่เคยทำมาก่อน ...ไม่แน่ใจเหมือนกัน....ว่าแต่ทำไมถึงเสียงเบาจังละ "
     ราวกับว่ายายะถอยเว้นระยะห่างออกไปทันทีเมื่อนางหยิบเหล้าออกมา........จะว่าไปตอนที่ซื้อเหล้าอยู่ยายะก็ไม่ตอบอะไร
เลยเหมือนกันในตอนนั้น

     " .....ข้าแพ้เครื่องดื่มมึนเมาพวกนั้นเจ้าค่ะ "

     ก็ว่าอยู่
     หมิงเย่เสวียเปิดจุกเหล้าออกมา.....ถึงจะมีกลิ่นหอมเหมือนโสมแต่ก็ทำให้นางรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาเล็กๆ
     ' เหล้านี่....แรงจัง '
     หมิงเย่เสวียสะบัดศีรษะเล็กๆก่อนที่จะใช้มือคว้านหาสิ่งของอื่นๆต่อ

     " ยังมี...ผ้าเหลือไหมนะ "


     " พวกแก--อย่าได้ขัดขืนเชียว "
     ชายฉกรรจ์หัวโล้นท่าทางผอมแห้งมีรอยบากที่หัวกล่าวออกมาด้วยท่าทีคุกคาม
     " อุก... "
     " หัวหน้า--.. "
     เบื้องหน้าของชายฉกรรจ์คนนั้นคือลุงแก่ๆผู้นึงที่กำลังกุมท้องอยู่ ข้างๆของเขาคือชายหนุ่มอีกคนที่มีท่าทีภูมิฐานและมีใบ
หน้าที่หล่อเหลา
     พวกชายฉกรรจ์ที่ล้อมกรอบอยู่นั้นแต่งกายด้วยผ้าโพกหัวและชุดผ้าโทนอ่อนที่ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ภาย
ในทะเลทราย ส่วนทางด้านกลุ่มคนในคาราวานนั้นใส่ผ้าคลุมขนสัตว์ที่ดูแปลกตา
     " ...กรอด "
     ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆกับลุงแก่ๆที่กุมท้องอยู่นั้นลอบกัดฟันขึ้น ขณะเดียวกันนั่นเอง
     " กรี้ดดดด "
     " ฮะฮ่าฮ่าฮ่า!! ลูกพี่ ดูสิว่าผมเจออะไร!! "
     เสียงกรีดร้องทำให้พวกชายฉกรรจ์ทั้งหมดหันหน้าไปตามเสียง ทว่ากลับกัน ทุกคนในคาราวานนั้นหน้าซืดทันทีที่ได้ยินเสียง
นั้นออกมา
     " --ไม่!! "
     ชายหนุ่มคนนั้นลุกขึ้นพรวด ทว่าก็โดนกลุ่มชายฉกรรจ์สองคนจับกดลงกับพื้นไปในทันที
     " ปล่อยนะ--!! "
     " อย่าขัดขืนเลยสาวน้อย เดี๋ยวมีบาดแผลเอานะ ฮี่ฮี่ "
     โดยไม่พูดเปล่า ชายฉกรรจ์คนนั้นหยิบมีดขึ้นมาจ่อคอของเด็กสาวผู้นั้น ทำให้เด็กสาวนั้นเผยให้เห็นสีหน้าหวาดกลัว
     " อ้าว ร้องไห้ซะละ ฮ่าฮ่าฮ่า!! "
     " อึก....ขอร้อง...อย่าทำร้ายน้องสาวของข้า...เอาชีวิตข้าไปแทน-- "

ฉึก!!

     " อื๋อ? "
     ชายฉกรรจ์คนที่จับเด็กสาวไว้ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยท่าทีสงสัย ก่อนที่ตัวมันจะรู้สึกคันๆและแสบหลังแปลกๆพิกล

พรึบ!!

     " อ-อ๊ากกก!? "
     ทันใดนั้น แผ่นหลังของชายฉกรรจ์ผู้นั้นก็มีไฟลุกติดขึ้น และด้วยความตกใจ เด็กสาวที่ถูกจับอยู่จึงสบโอกาศรีบหนีออกมา
จากชายฉกรรจ์นั้นทันที

     " ค-! ใครกั--อุก!? "
     " อัก! "
     " เออะ!? "

     เสียงดังขึ้นต่อเนื่อง และโดยไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัว-- ที่ร่างของชายฉกรรจ์ทั้งหมดก็ลุกติดไฟ พรึบขึ้นมา จนเกิดเหตุการณ์
สับสนอลม่านไปในทันที
     มีชายฉกรรจ์บางคนพยายามดับไฟด้วยการนำหลังไปกระทบกับพื้น ทว่า
     " อ๊ากกกกกกกกก!!! "
     เสียงร้องที่แสนเจ็บปวดนั้นทำให้ทุกคนในบริเวณพลั้นตื่นตระหนกขึ้น

     " ถอย! ถอยก่อน!! มีพวกพวกซุ่มยิงอยู่แถวๆนี้!! "

     ช่วงเวลานั้นเอง ชายฉกรรจ์หัวโล้นที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้านั้นก็สั่งถอยโดยที่เจ้าตัวก็สอดส่องสายตาไปรอบๆด้วยเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พบเห็นว่าพวกตนนั้นโดนอะไรเข้าไป
     พวกโจรนั้นวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต และพักนึงก็ทำให้สถานการณ์ทั้งหมรอบบริเวณตกอยู่ในความเงียบ
     ขณะนั้นเอง ด้านหลังของคาราวานก็มีร่างนึงค่อยๆเดินออกมาจากภูเขาหินเบื้องหลัง

     " ....ปลอดภัยกันดีหรือเปล่า...คะ? "

     เสียงหวานเอ่ยขึ้น เรียกให้ทุกคนในคาราวานหันมามองเป็นตาเดียว
     ตรงหน้าของพวกเขาคือหญิงสาวร่างเล็กในชุดคลุมศีรษะ ใบหน้าและร่างกายเกือบจะมิดชิดจนระบุรูปลักษณ์ที่แท้จริงไม่ได้
     " ...ท่านคือ "
     ภายใต้สายตาของผู้คนในคาราวาน ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยถามขึ้น ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มเล็กๆจากหญิงสาวผู้นั้นได้

     " ....เพียงแค่ผู้ที่ผ่านทางมา "

     หมิงเย่เสวียกล่าวออกไปตรงๆด้วยความสัตย์จริง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

1249

กระทู้

4443

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1913940
เงินตำลึง
244463
ชื่อเสียง
268785
ความหิว
2355

ใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
24432
ความชั่ว
8369
ความโหด
52301
ห่านฟ้า
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-1-4 23:52:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-1-5 00:26

ลำนำสารทนที
49
{ ช่วยเหลือขอทาน 1 }
ท่องยุทธภพไหนเลยไม่เจอโจร
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

‘มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าควรเรียนรู้เอาไว้ ภายภาคหน้าชีวิตคนเรายังต้องประสบกับเรื่องราวมากมาย
มีมากที่ร้าย มีน้อยที่จะเป็นเรื่องดี แต่จงอย่าได้ลืมว่าไม่มีเรื่องใดที่แย่ไปเสียทั้งหมด...
บางครั้งในเรื่องร้ายนั้นเองเจ้าอาจได้บทเรียนที่ทำให้ตนเองเข้มแข็งขึ้น
บางครั้งเรื่องร้ายๆ นี้เอง...กลับมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราไปในหนทางที่ดีขึ้นได้
ลูกเฮ่า ที่เจ้าต้องทำก็แค่ใช้ปัญญาค้นหาสิ่งเหล่านั้นให้เจอ’
-เสิ่นเทียนฉี-

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


                   หุบเขาสูงตระหง่านด้วยโขดหินชัน ในความยิ่งใหญ่ยังปรากฎกลิ่นอายมั่นคง ราวกับว่ามันตั้งตระหง่านอยู่เช่นนี้มานานนับร้อยปีแล้ว สายลมพัดเอาคลื่นความร้อนจากทะเลทรายเข้าโอบรอบกาย นักกวีหนุ่มรู้สึกได้ถึงละอองทรายที่ไหลพรูมาตามลม สถานที่แห่งนี้แห้งแล้วด้วยเป็นเขตเชื่อมต่อกับทะเลทรายรอบนอก นับว่าเป็นปราการธรรมชาติที่ต้านลมร้อนไม่ให้เข้าสู่เมืองเทียนซุยมากจนเกินไป

                  เข้าสู่เขตเขาหินในยามเที่ยง ร่องรอยของม้าป่าในที่สุดก็หลงเหลืออยู่เพียงสามตัว หนึ่งในนั้นทายาทสกุลเสิ่นทราบดีว่าไม่พ้นเป็นอวิ๋นหยาแน่แล้ว แต่ม้าอีกสองตัวล่ะ? เพื่อนชวนหนีเที่ยวรึยังไง!

                  “นึกว่าการหนีตามกันจะมีแค่เฉพาะในมนุษย์เสียอีก...เห็นทีจะไม่ใช่” รอยเท้าม้าถูกกระแสลมเซาะกร่อนไปบ้างแล้วแต่ยังคงเห็นได้เด่นชัดว่ามีรอยกีบม้าสองตัวเดินเคียงคู่ ส่วนอีกตัวคล้ายฝีเท้าจะสับสนอยู่ไม่น้อย แถมเป็นรอยที่ติดเกือกไว้เสียด้วย

                  ระหว่างที่นักกวีหนุ่มกระชับสายสะพายกล่องกู่ฉินเพื่อเร่งติดตามอวิ๋นหยาต่อ จู่ๆ ก็แว่วเสียงพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่งขึ้นที่ริมโสต

                  ‘พอดีเลย น้ำที่เตรียมมาคล้ายจะไม่พอลองไปขอแลกเปลี่ยนกับคนพวกนั้นดูก็แล้วกัน’

                 ด้วยเดินทางติดต่อกันถึงครึ่งวันเต็มๆ โดยได้หยุดพักเพียงแค่ทานอาหารไม่ถึงเค่อ ‘นักกวีผู้บอบบาง’ จึงรู้สึกตึงไปตามเนื้อตัวอยู่บ้าง ยิ่งเขาเสียเรี่ยวแรงเส้นบริเวณขมับซ้ายขวาก็ยิ่งเต้นตุบๆ อยากแต่จะตามหาม้าเจ้าปัญหาตัวนั้นให้เจอเสียทีจึงเร่งฝีเท้าตามมาไม่หยุด

                เมื่อหลิงเฮ่ารู้ตัวอีกทีก็พบว่าถุงน้ำที่เขาคอแห้งก็ยกกระดกเอาเรื่อยๆ นั้นใกล้จะฟีบแบนเต็มที เมื่อได้เจอกลุ่มคนจึงคิดเข้าไปเจรจาขอปันน้ำดื่มบ้าง

               ร่างในชุดเอวสอบแขนยาวสีขาวสลับลายฟ้าอ่อนออกเดินไปยังทิศทางกำเนิดเสียง เมื่อปราศจากสายลมมาบดบังจนได้ยินเนื้อความอย่างชัดเจนนัยน์ตาสีอำพันก็หรี่ลงอย่างระแวดระวัง

              "ลูกพี่ งานนี้พวกเราคงได้ชดใช้ความผิดที่เคยล้มเหลวในคราวก่อนได้แล้วนะ…."

             นักกวีหนุ่มชักเท้ากลับทันที การทะเล่อทะล่าเข้าไปขอปันน้ำจากกลุ่มคนแปลกหน้ากลางแหล่งโจรชุมเช่นนี้นับว่าสิ้นคิดมาก เขาไม่ควรปล่อยให้ความหงุดหงิดเข้ามาบดบังสติจนพุ่งเข้าไปหาเรื่องใส่ตัว!

             ดวงตาหงส์ขยับไหวระลอกหนึ่งก็หาแหล่งซ่อนตัวเหมาะๆ จนได้ จึงอาศัยซอกหินลับตาคนแล้วรวบตัวเสือดาวหิมะเข้ามาด้วยกันเพื่อแฝงเข้ากำบังกาย เกิ้นหยางดิ้นรนขัดขืนทันทีจนหลิงเฮ่าจำต้องเกยคางลงกับหัวของมันเชิงให้อยู่นิ่งๆ

            เมื่อมองผ่านช่องว่างระหว่างโขดหินก็พบเข้ากับกลุ่มชายฉกรรณ์หนวดเครารุงรังห้าคน นักกวีหนุ่มยกมือขวาขึ้นลูบหน้า ‘....พึ่งจะเขียนบอกถิงถิงว่าโชคดีเคยไม่เจอโจร โดนเข้าจนได้สิน่า!’ ทั้งห้าคนล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่เครื่องหน้าดุดัน บ้างมีรอยบากตามร่างกายและใบหน้ายิ่งเพิ่มความเขย่าขวัญแก่ผู้พบเห็น เสียงประโยคเมื่อครู่คงเป็นของเจ้าฟันหลอที่นั่งอยู่ทางซ้ายนั่นเอง

        
    "อย่าเพิ่งดีใจไป เราต้องทำให้สำเร็จก่อน ท่านหัวหน้าต่งจะได้ภูมิใจ" คราวนี้เป็นชายร่างใหญ่มีรอยแผลเป็นเหมือนตะขาบพาดจากจมูกไปถึงกกหูเอ่ยรับ ‘เจ้าหน้าบากนี่คงจะเป็นหัวหน้า….ดูอย่างไรก็โจรชัด ๆ เลยนี่หว่า’ คิ้วเรียวใบหลิวขมวดมุ่นเมื่อมองดาบพกด้ามโตเพิ่มความเถื่อนตรงนั้น

         
  "ขอทานพวกนั้นติดกับพวกเราแล้ว" หนนี้เจ้าหูเดียวพูดขึ้นบ้าง น้ำเสียงห้วนๆ แปร่งๆ ทำให้เขานึกถึงชนเผ่าไร้อารยะธรรมนอกด่านอยู่ไม่น้อย คำที่ได้ยินพาให้สะดุดใจ ‘เมื่อครู่ว่าอย่างไรกันนะ กลุ่มขอทาน ? คงไม่ใช่…’

         
  "นั่นสิ ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะโง่ขนาดนั้น แค่ปล่อยข่าวลือว่าที่ศาลเจ้าร้างนอกเมืองมีผู้หญิงกับเด็กถูกจับมามากมายเท่านั้นเอง" เจ้าหน้าบากเอ่ยขัดอย่างไม่อยากจะเชื่อพลางตบเข่าผาง เรียกเอารอยยิ้มฟันหลอๆ จากลูกน้องด้านข้างทันที

         
  "เจ้าพวกบ้าคุณธรรมมันก็แบบนี้แหละ"

          “พวกมันควรจะเปลี่ยนคำเรียกตัวเองได้แล้วเป็น พวกโง่บ้าคุณธรรม ว่ะ ฮ่าๆๆ”

          กล่าวจบกลุ่มโจรทั้งห้าพลันระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วลาน สีหน้าแต่ละคนอัดความคิดชั่วร้ายเอาไว้อย่างเต็มที่ เกิ้นหยางลู่ใบหูลงอย่างหงุดหงิดในทันที ฝ่ายหลิงเฮ่าเริ่มขำไม่ออกเสียแล้ว ริมฝีปากหยักได้รูปบัดนี้เม้มสนิทเกิดเป็นเส้นตรง กลุ่มโจรจะวางแผนดักล่อพวกขอทานไปทำไมกัน ในเมื่อขึ้นชื่อว่าโจรย่อมหมายถึงปล้นฆ่าเพื่อแย่งชิงเงินทองของมีฆ่าของผู้อื่น แต่นี่กับ ‘ขอทาน’ คำเรียกก็บอกอยู่แล้วว่าลำพังตัวยังไม่มีจะกินต้องขอเอาจากคนอื่น แล้วโจรจะเข้าปล้นทำร้ายขอทานทำไมในเมื่อล้วนไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย? ‘นี่ออกจะ ขาดความสมเหตุสมผล ลองอยู่ฟังต่อก็แล้วกัน ขออย่าให้เป็นอย่างที่ข้าคิดเอาไว้เลย…’

          หลังจากร่วมด้วยช่วยกันขำอย่างเอร็ดอร่อยจนสาแก่ใจ เจ้าหลอก็เริ่มกล่าวสำทับมาอีก

          “ใช่เลยลูกพี่! โถ่เอ้ย เป็นแค่ขอทานกระจอกๆ โดนหลอกแค่นี้ก็ยังเชื่อ อีกไม่นานพวกมันทั้งพรรคจะได้รู้สึกถึงความน่าเกรงขามของหัวหน้าต่ง!” หนนี้คนหัวล้านที่นั่งเช็ดมีดโค้งอยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้นมาบ้าง ในการกล่าวคำว่า ‘หัวหน้าต่ง’ นั้นเต็มไปด้วยความฮึกเหิมภาคภูมิใจยิ่งจนนักกวีหนุ่มเกิดสงสัยว่า ‘แล้วหัวหน้าต่งนี่มันใครกัน หัวหน้าใหญ่ของก๊กโจรพวกนี้หรอ?’

          “เฮ้ย! คืนนี้อย่าลืมเตรียมตัวกันให้พร้อม! หนนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องตีตลบหลังพวกขอทานขี้ริ้วนั่นให้ได้ ห้ามพวกเจ้าปล่อยมันหนีรอดไปแจ้งข่าวได้สักคน…” น้ำเสียงเฉียบขาดดุดันประกอบกับรอยบากบนหน้าดูชวนสยอง ดาบใหญ่ข้างเอวถูกปักฉึกลงบนดินอย่างข่มขวัญ “หนีหนึ่งฆ่าหนึ่ง หนีสองสับสอง….ห้ามให้มันรอดไม่งั้นพวกเราได้ชิบหายกันหมดแน่” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมกล่าวอย่างหนักแน่นจนคนฟังกลืนน้ำลายเอื้อก

           คนหูเดียวมีท่าทีขาดเขลาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด คล้ายคนกำลังนึกถึงบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว

          “หากคราวนี้ล้มเหลวอีกครั้งหัวหน้าต่งคงไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่….” กล่าวจบเจ้าหูเดียวนั่นก็ยืนเงียบ คล้ายหลิงเฮ่าได้ยินเสียงกลืนน้ำลายดังเอื้อก จนลอบลูบลำคอตนเองอย่างลืมตัว ‘อ้าว...ไม่ใช่ข้านี่ พวกเขากลัวหัวหน้าใหญ่ตนเองขนาดนึกถึงแล้วคอแห้งผากเลยรึ?’ คล้ายว่าจะเป็นโจรเถื่อนที่ถ่อยยิ่งกว่าพวกนี้สินะ

          “พวกเรามีแต่ต้องทำให้งานนี้สำเร็จเท่านั้น!” คนหน้าบากกล่าวปลุกกำลังใจพวกพ้องอย่างฮึกเหิม สีหน้าแต่ละคนดุดันขึ้นหลายส่วนจนคล้ายภาพเขียนอสูรร้ายในจินตนาการ  “คืนนี้ล่ะพี่น้อง! พวกขอทานนั้นจะต้องฝังร่างเอาไว้ในป่า!”

          ไม่นานหลังจากนั้นกลุ่มห้าโจร(หน้า)โฉดก็ไปจากภูเขาหิน ทิ้งไว้แต่เพียงลมหายใจที่สับสนของชายผมเงิน รางแก้วในหัวของหลิงเฮ่าชนกระทบกันไปมาเพื่อเรียบเรียงข้อมูลเมื่อครู่ ‘ขอทานที่โจรกลุ่มนั้นกล่าวถึง….แน่ชัดแล้วว่าเป็นคนจากพรรคกระยาจก การที่พบเห็นขอทานได้ทั่วไปนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับการรวมกลุ่มขอทานเพื่อผดุงคุณธรรมนั้นเห็นจะมีเพียงพรรคเดียวในขณะนี้ที่สามารถทำได้ ‘พรรคกระยาจกไปผูกพันความแค้นอะไรกับพวกโจรกันนะ’ นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอย่างใช้ความคิด เรื่องราวในยุทธภพมากด้วยปัญหาความขัดแย้ง ธรรมะต่อต้านอธรรมสร้างบุญคุณความแค้นกันไม่รู้จักจบสิ้น การจะทิ้งตัวเองเข้าสู่วังวนเช่นนี้หลิงเฮ่าค่อนข้าง...เป็นกังวล

         กระแสความวุ่นวายในยุทธภพก้าวขาลงไปนั้นทำง่าย แต่ถอนตัวกลับไม่ง่ายเลย สิ่งที่ไม่ควรได้ยินเขาก็ฟังมาแล้ว…. เหลือที่ว่าควรจะทำเช่นไรต่อ กลุ่มโจรเมื่อครู่เห็นทีจะวางแผนทำร้ายเหล่าขอทานที่หมายจะไปช่วยคน(เหยื่อ)ปลอมนั้นเป็นแน่ หลิงเฮ่าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีศาลเจ้าร้างในแถบนี้ จากที่เจ้าหน้าปากเอ่ยถึง ‘ป่า’ เขาก็พอจะคาดเดาสถานที่ตั้งได้ราง ๆ

         “ป่านอกเมืองเทียนซุย...เห็นที่จะมีแต่จุดที่พวกเราผ่านมา...ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนฟ้ามืด...พี่เกิ้นหยางจะว่าไปเราก็ยังไม่ได้ไปลองหาที่นั่น” หนึ่งต่อห้าแม้จะมีเสือดาวหิมะเข้าช่วย แต่เขาลำพังเป็นเพียงนักกวีมิใช่พ่อค้าเถื่อนอย่างซูเทียนเหมินจะได้ตะลุยซัดกับโจรช่วยคนออกมา

        ….ถึงเป็นเช่นนั้นด้วยกำลังปัญญาของเขาน่าจะพอทำอะไรได้บ้าง

         ครื่อ! (เจ้าอยากทำอะไรก็ทำไปสิ!)

        เสือดาวหิมะคล้ายปลงแล้วกับอาการ ‘ปากแข็งใจอ่อน’ ของเจ้ามนุษย์ข้างกาย มันเชิดหน้าออกเดินนำในทันที การจะไปยังป่าเขตร้อนนั้นจำต้องผ่านลำธารจิ่วฉวนเสียก่อน ราวกับเหตุบังเอิญที่ร่องรอยของอวิ๋นหยามุ่งไปทิศทางนั้นพอดิบพอดี

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙

@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเทพีเวสต้า
รองเท้าหยกท้อ
พัดจันทร์เสี้ยว(ขวา)
รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง
เกราะจิ่นเทียน
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x20
x6
x3
x2
x20
x15
x84
x2
x1
x1
x1
x2
x30
x12
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x14
x2
x1
x3
x9
x40
x5
x1
x2
x1
x5
x8
x3
x280
x70
x100
x80
x80
x80
x131
x22
x32
x4
x78
x2
x125
x710
x340
x8
x100
x2
x1
x7
x5
x24
x1600
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x700
x1960
x600
x420
x2000
x40
x37
x26
x960
x740
x2231
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x983
x28
x22
x15
x102
x10
x1000
x16
x134
x1891
x170
x2025
x1300
x320
x2305
x3
x8100
x363
x85
x100
x4
x73
x141
x3272
x128
x302
x411
x2743
x2019
x20
x1640
x8
x521
x1802
x5
x300
x1
x28
x2665
x2374
x9
x52
x6434
x50
x9999
x1801
x46
x3
x97
x15
x1040
x1
x1
x2285
x1
x1
x2425
x13
x21
x18
x786
x570
x582
x30
x128
x7
x35
x51
x5
x1180
x1501
x13
x970
x297
x690
x300
x49
x48
x2365
x1
x1850
x2769
x3100
x3842
x132
x288
x252
x4905
x9999
x563
x51
x42
x3358
x22
x16
x53
x181
x83
x1000
x129
x13
x3273
x234
x2900
x423
x1327
x9999
x2466
x2900
x1302
x1806
x2380
x57
x75
x2103
x485
x1107
x129
x30
x6366
x1887
x3806
x1270
x91
x2422
x3611
x3865
x2005
x3598
x1158
x527
x1315
x463
x164
x1000
x283
x3
x24
x6
x1370
x77
x50
x3558
x620
x2
x466
x116
x9999
x2361
x2
x36
x2189
x3343
x5400
x7097
x374
x4529
x4370
x451
x747
x9999
x1759
x527
x10
x1006
x2257
x2940
x512
x92
x2
x18
x25
x25
x32
x9
x4258
x9235
x1807
x9999
x199
x24
x5774
x20
x5805
x19
x8
x941
x256
x25
x9
x101
x31
x8
x789
x3805
x7
x30
x203
x680
x81
x2805
x2121
x110
x16
x1410
x2578
x2400
x3
x280
x3676
x2570
x239
x7899
x509
x391
x3674
x2982
x9999
x11
x2252
x2441
x5805
x7800
x3120
x1241
x24
x2675
x866
x70
x328
x142
x2816
x2114
x9999
x40
x4099
x9999
x9999
x9999
x3255
x1875
x107
x3200
x4
x3696
x34
x3235
x3929
x722
x1
x756
x1546
x645
x951
x4425
x2192
x3304
x5004
x9999
x4143
x9999
x3079
x2084
x1855
x3256
x4179
x3272
x728
x61
x1
x20
x1919
x2592
x713
x1
x4417
x5907
x67
x9999
x673
x1243
x968
x2828
x103
x2957
x565
x515
x100
x825
x258
x8
x157
x36
x9999
x1123
x2070
x2546
x180
x661
x454
x93
x1201
x1059
x9999
x3320
x1281
x1230
x670
x200
x9999
x1501
x9999
x129
x713
x2227
x2
โพสต์ 2018-1-21 14:44:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-1-21 18:53

{ ทำดีได้ดี }
ch.6
ไช่ฟ่านเหลียน

     การเดินทางนั้นยาวนานจนอาจกินเวลามาก แต่เพราะทั้งนางและเพื่อนร่วมทางนั้นมีสัตว์ขี่ถึงคนละสองแถมยังมีเรี่ยวแรงมาก เส้นทางจัดลัดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัวเพราะสลับกันวิ่งสลับกันเดิน เวลานี้เป็นยามเฉินแล้วและคนกับสัตว์ก็เริ่มจะหิว จึงหยุดแวะพักที่เขตเขาหินก่อน ที่นี่นั้นแห้งแล้งจนดินแตก ทว่าทิวทัศน์นั้นสวยงามอย่างประหลาดด้วยประดับรอบด้านโดยหินที่สูงหลายยอดเรียงรายกัน
     “นี่ของเจ้า ส่วนนี่ของเจ้า” หรั่นซิ่นหลี่หยิบอาหารในถุงสัมภาระออกมาให้ม้าและวัวของตน หันไปทางไช่ฟ่านเหลียน ทางนั้นก็กำลังทำเช่นเดียวกัน
     “ไช่ นี่ของเจ้า” นางหยิบลูกท้อออกมาแล้วส่งให้ “มีทั้งเนื้อและน้ำ จะได้ทดแทนที่ระเหยไป” อากาศนามกลางวันในแถบนี้นั้นร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟ นางสังเกตุเห็นว่าคนนั้นเหงื่อออกมาแล้วยังหน้าซีดและตัวนางเองก็ไม่ไหวแล้ว จึงแนะนำให้พักก่อน
     “......” @Fanlian
     “ไม่ต้องห่วง พี่มีอีกเยอะ” แง้มลูกท้อที่มีเต็มถุงสัมภาระให้เขาดูแล้วแย้มยิ้มก่อนจะหยิบมากินเองผลหนึ่ง นางทรุดตัวลงนั่งข้างแพะที่กำลังให้นมเด็กก่อนจะยื่นแครอทให้มันสี่หัวและให้ลูกท้ออีกผลหนึ่ง
     “แบะะะ” (พาข้ามาทำไม)
     “ข้าต้องขอโทษจริงๆที่พรากเจ้าจากลูก เจ้าก็เป็นแม่ คงเข้าใจว่าข้าทำไปเพราะเหตุใด” พูดแล้วมองทารกแฝดที่กำลังดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย
     “แบะ!” (เข้าใจแล้ว ไม่เป็นไร)
     “ถัดจากแถบนี้ไปเราจะเข้าสู่ฉางอันแล้วก็กุ้ยหยางแล้ว เจ้าไหวไหม” เดินไปหาไช่ฟ่านเหลียนแล้วนั่งข้างๆ
     “......” @Fanlian
     “..พี่พาเจ้ามาลำบากแท้” ถ้านางไม่ชวนเขามาทะเลทราย ป่านนี้ชายหนุ่มคงไปถึงที่หมายแล้ว
     “......” @Fanlian
      ได้ยินแล้วนางก็ได้แต่ยิ้ม
     “......” @Fanlian
     “เอ้า เอาไปอีก” นางส่งลูกท้อให้ด้วยไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไร นางเองก็ดันเผลอปลดปล่อยความรู้สึกส่วนตัวที่สุสานไปจนร่างสูงเห็นหมด เขาคงรู้แล้วว่านางเป็นคนยังไง ได้แต่หวังว่าคนจะเข้าใจ
     “......” @Fanlian
     “เรื่องนั้น.. พี่ยังไม่ได้คิด” คิดแต่กำลังสงสัยคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุชงหนูมากกว่า ถามว่าทำไมถึงไม่สงสัยชาวบ้าน เพราะถ้าเป็นแค่นั้นคงไม่ขยายรากฐานจนเดือดร้อนกันถ้วนหน้าหรอก ชาวบ้านนั้นสนใจเพียงวันนี้จะเอาอะไรกินเท่านั้น ถ้าได้ที่พอใจแล้วก็จะหยุด แต่นี่ไม่ใช่การก่อจราจล เพราะนอกจากฆ่าคนบริสุทธิ์แล้วยังทำลายทุกอย่าง มิหนำซ้ำยังจับเด็กไปอีกด้วย เรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเป็นแน่! ..แต่เป็นใครกัน
     “......” @Fanlian
     “อย่าคุยเรื่องนี้ต่อเลย.. ฟังเรื่องเจ้าบ้างดีกว่า! เป็นอย่างไรมาอย่างไร?" นางอยากรู้เรื่องราวของคนผู้นี้นัก
     “......” @Fanlian
     นั่งฟังมาถึงตอนที่เขาพบนาง "แล้วเจ้าไปถึงเซี่ยพีเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อ? หางาน? รับราชการ? สอบขุนนาง?” ถามแล้วแย้มยิ้ม คนผู้นี้ยังอายุน้อย หากในอนาคตนางสามารถช่วยเขาเบื้องหลังได้ก็ยินดี ไม่ต้องรู้หรอกว่าใคร รู้แค่มีคนช่วยก็พอ
     “......” @Fanlian
     “งั้นหรือๆ ขอให้รู้ไว้ว่าพี่สนับสนุนเจ้าแล้วกัน!” ยิ้มเห็นฟันเรียงสวย ก่อนจะกัดลูกท้อเข้าปากไป จนเวลาล่วงเลยไปหนึ่งชั่วยามจึงออกเดินทางต่อ
     @Fanlian  @Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -97 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 77 -97 + 3

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50