ดู: 255|ตอบกลับ: 3

{ เมืองซานตง } จวนเจ้าเมืองซานตง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-9 23:31:08 |โหมดอ่าน

[จวนเจ้าเมืองซานตง]






จวนสำหรับเจ้าเมืองประจำเมืองซานตง 
จวนที่ตกแต่งเรียบง่ายหากแต่ไว้ซึ่งความหรูหรา
และความเป็นธรรมชาติโดยตรงส่วนกลางของจวนนั้นมีสระบัวขนาดใหญ่และนำตกจำลอง... 

หลังหลี่หลิงเฮ่าหายสาบสูญไปจากเมือง ก็ว่างเว้นมาหกเดือน 
ผู้มากด้วยความรู้และหน้าตาหล่อเหลาจนสตรีล้วนแล้ว
หลังจากติดคุกมาตลอดสิบสี่ปี ในปีเจี้ยนหยวนที่ 29 ราชสำนักได้ตรวจสอบพบว่าหลัวเฟยบริสุทธิ์มาตลอด
ลงอาญาขุนนางถง จ้าง ที่ป้ายสีความผิดแก่หลัวเฟย อีกทั้งซานตงเจ้าเมืองได้ว่างเว้นลงกว่าหกเดือน
ฮ่องเต้ได้มีพระเมตตากรุณาแต่งตั้งหลัวเฟยเป็นเจ้าเมืองซานตง หลัวเฟยเป็นผู้ว่าซานตงมากว่าหกเดือน
ก็นับว่าเป็นขุนนางมือสะอาดคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง เป็นที่รักของชาวซานตง



เจ้าเมืองซานตง หลัว เฟย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

74

กระทู้

843

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
13391
เงินตำลึง
14896
ชื่อเสียง
16432
ความหิว
305

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
401
ความชั่ว
0
ความโหด
0
ชีอวี้หยู
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2018-12-10 00:03:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2018-12-12 13:40

สัญญาจ้าง

พบเจ้าเมือง



        พวกเขาเดินทางมาจนถึงจวนเจ้าเมืองซานตง หลิงเสวี่ยหลานเป็นผู้เข้าไปหามือปราบที่เฝ้าหน้าประตูจวน


        "ข้ามาขพบท่านเจ้าเมืองขอรับ" หลิงเสวี่ยหลานเอ่ยบอกธุระของตนเอง


        "มีธุระอะไร" มือปราบเอ่ยถามกลับและมอง


        "ข้าได้รับ..." หลิงเสวี่ยหลานยังเอ่ยไม่จบ ผิงผิงก็เอ่ยออกไป


        "ข้าได้รับการไหว้วานให้มาส่งจดหมายถึงเจ้าเมือง" ผิงผิงเอ่ยออกไปตรงๆ มือปราบได้ยินแบบนั้นก็ยกมือขึ้นไล่พวกเขาทั้งสอง


        "ไปๆ สาวๆ ก็มาส่งจดหมายให้ตั้งเยอะ ท่านเจ้าเมืองไม่สนใจหรอก" มือปราบรู้เบื่อหน่ายกับเรื่องพวกนี้ เจ้าเมืองคนใหม่ของพวกเขานั้นยังหนุ่มยังแน่น แต่ก่อนที่จะโดนไล่อีกรอบ ก็มีชายหนุ่มแต่งตัวดูดีกำลังเดินออกมาพอดี


        "แม่นางเสี่ยวชิงฝากจดหมายมานะ อย่างน้อยพี่ชายก็นำเรื่องนี้ไปบอกท่านเจ้าเมืองหน่อยก็ยังดี" ผิงผิงเอ่ยรั้นไว้ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองบุรุษที่มาใหม่.


        "เสี่ยวชิง?" หลี่หลิงเฮ่าเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะผายมือไปทางจวนของตนเองเพื่อให้พวกเขาเข้าไป... ผิงผิงกับเสวี่ยหลานมองหน้ากันก่อนจะเดินตามเข้าไป เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก สาวใช้ก็นำน้ำชาและขนมมาเสิร์ฟ...  ผิงผิงบอกธุระของตนเอง


        "ข้าได้รับการไหว้วานจากแม่นางเสี่ยวชิงจากเมืองเฉียว ให้นำจดหมายมามอบให้แก่ท่าน" ผิงผิงเอ่ยหากแต่ยังไม่ได้นำจดหมายให้อีกฝ่าย
        "นางเป็นห่วงท่านมาก"

        หลี่หลิงเฮาถอนหายใจออกมาสีหน้าเขาเหมือนขออภัยในทีก่อนจะยกชาขึ้นมาจิบ "ข้าต้องขอโทษด้วยนะ ข้ารู้สึกผิดกับแม่นางเสี่ยวชิงจริงๆ" หลี่หลิงเฮ่าเอ่ยแล้วมองทั้งสอง


        "ทำไมเล่าเจ้าคะ?" ผิงผิงเอ่ยถามหรือเขาจะมีสตรีอื่น?


        หากแต่เจ้าเมืองหลี่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะผายมือเชิญทั้งสองให้เดินตามเขามา "ไม่ว่าอย่างไรข้าก็มิอาจรักแม่นางเสี่ยวชิงได้จริงๆ เพราะข้า... มีคนที่รักแล้ว ข้ากับเขาเป็นเนื้อคู่กัน เราเจอกันโดยบังเอิญตอนข้าเดินทางมาที่นี่"


        เขา? ผิงผิงเริ่มสงสัยมากกว่าเดิม...


        "เขาชื่อ เซวีย เหรินกั๋ว" หลี่หลิงเฮ่าเอ่ยแล้วนำพวกเขาไปที่สวนแห่งหนึ่งในจวนในทิศทางนั้น


        "..." ผิงผิงนิ่งเงียบแล้วหันไปมองหลิงเสวี่ยหลานว่าใช่อย่างที่ตนคิดหรือเปล่า? ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงให้ตามไป



        ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงส่วนกลางของจวนที่เป็นสระบัว ผิงผิงเดินตามพลางเห็นชายหนุ่มที่เหมือนจะเป็นคนนอกด่าน...  เธอเริ่มจะเข้าใจมาหน่อยๆ แล้ว เพราะชนเผ่านอกด่านอย่างพวกเธอนั้นหาได้สนใจธรรมเนียมอะไรพวกนั้นไม่หากจะรักร่วมเพศก็ไม่เห็นแปลกประหลาดอะไร เพราะผิงผิงเองก็ยังชมชอบสตรี...

        "นี่เซวียเหรินกั๋ว คนรักของข้าเอง" หลี่หลิงเฮ่าเอ่ยแนะนำ ผิงผิงและเสวี่ยหลานคาราวะอีกฝ่าย ชายหนุ่มชาวนอกด่านนามว่า เซวียเหรินกั๋ว มองทั้งสอง

        "ข้าหลิงผิงผิงและพี่ชายหลิงเสวี่ยหลานเจ้าค่ะ" ผิงผิงแนะนำตนเองพลางนำจดหมายให้หลี่หลิงเฮ่า เป็นจดหมายรักของเสี่ยวชิง

        "พวกเขารู้แล้ว... แม้ในแผ่นดินฮั่นจะไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไรก็ตาม" หลี่หลิงเฮ่ากล่าวแล้วเดินไปยืนข้างๆ เซวียเหรินกั๋ว

        "ข้าขออภัยจริงๆ..." เซวียเหรินกั๋วกล่าว หากแต่ผิงผิงไม่ได้เอ่ยอะไรเพราะตนเองเข้าใจแต่ก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้อยู่ดี "ข้าเข้าใจพวกท่าน ข้าเอง... ก็เป็นชาวนอกด่านแม้จะอาศัยในแผนดินฮั่นมาตั้งแต่เด็กก็ตาม" ผิงผิงเอ่ยแล้วถอยมายืนข้างๆ หลิงเสวี่ยหลาน

        "เรื่องราวพวกนี้บังคับกันมิได้หรอกขอรับ" หลิงเสวี่ยหลานเอ่ยพลางยิ้มน้อยๆ

        "ขอบคุณที่เข้าใจ... รอสักครู่ ข้าขอเขียนจดหมายขอโทษแม่นางเสี่ยวชิงเสียก่อน" หลี่หลิงเฮ่าเอ่ยก่อนจะเดินไปห้องหนังสือเพื่อเขียนจดหมาย


        "ลำบากหน่อยนะ..." หลิงผิงผิงเอ่ยในหลายๆ ความหมายเพราะความที่การรักร่วมเพศไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับกันได้  ไม่นานนักหลี่หลิงเฮ่าก็เดินมาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่ง

        "ข้าขอรบกวนท่านด้วยขอรับ" ชายหนุ่มยื่นจดหมายให้กับหลิงผิงผิง เจ้าตัวรับมาพลางใส่ไว้ที่อกเสื้อตนเอง

        "ข้าต้องขออภัยจริงๆ กับแม่นางเสี่ยวชิง... ในตอนนั้นข้าคิดว่าข้ารักนาง แต่ความเป็นจริงเมื่อข้าได้พบกับเหรินกั๋ว.. ก็ทำให้ข้าได้เรียนรู้ว่าอะไรคือความรัก" หลี่หลิงเฮ่าเอ่ยแล้วมองชายหนุ่มคนรักด้วยสายตาอบอุ่น หลิงเสวี่ยหลานนั้นมองออกว่าพวกเขารักกันจริง

        "ข้าจะจัดการเอง เรื่องพวกนี้เราหักห้ามใจตนเองไม่ให้รักคนที่ใช่ได้หรอกเจ้าค่ะ" ผิงผิงเอ่ยก่อนจะขอตัวจากไปเพื่อเดินทางกลับไปเมืองเฉียว...

@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2018-12-12 12:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x8
x106
x5
x8
x2
x2
x2
x4
x50
x120
x157
x68
x1
x1
x1
x13
x4
x6
x28
x40
x10
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x46
x68
x32
x16
x40
x10
x76
x58
x2
x20
x440
x16
x6
x100
x502
x40
x86
x1
x80
x179
x98
x42
x100
x30
x15
x88
x1
x15
x32
x1
x20
x521
x795
x336
x222
x180
x72
x2
x35
x123
x544
x88
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x72
x1
x100
x107
x50
x1714
x12
x6
x2
x69
x477
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x42
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x871
x4339
x1026
x1388
x12
x17
x25
x181
โพสต์ 2020-4-3 13:43:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Luoxian เมื่อ 2020-4-3 13:46

ประกาศใหม่ ณ จวนเจ้าเมืองซานตง





               หลังจากติดคุกมาตลอดสิบสี่ปี ในปีเจี้ยนหยวนที่ 29 ราชสำนักได้ตรวจสอบพบว่าหลัวเฟยบริสุทธิ์มาตลอด ลงอาญาขุนนางถง จ้าง ที่ป้ายสีความผิดแก่หลัวเฟย อีกทั้งซานตงเจ้าเมืองได้ว่างเว้นลงกว่าหกเดือน ฮ่องเต้ได้มีพระเมตตากรุณาแต่งตั้งหลัวเฟยเป็นเจ้าเมืองซานตง หลัวเฟยเป็นผู้ว่าซานตงมากว่าหกเดือนก็นับว่าเป็นขุนนางมือสะอาดคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง เป็นที่รักของชาวซานตง



เจ้าเมืองซานตง หลัวเฟย
อายุ 48 ปี










←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮิปโป
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ตัวเบาพื้นฐาน
สร้อยเทพนักรบ
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x5
x11
x4
x50
x101
x15
x1
x10
x70
x2
x10
x104
x12
x626
x4
x70
x20
x18
x1
x1
x56
x28
x35
x4
x260
x4
x10
x1
x4
x14
x30
x1
x164
x64
x16
x276
x165
x42
x212
x75
x40
x185
x160
x335
x1
x1
x199
x15
x50
x15
x111
x20
x10
x50
x80
x100
x11
x8
x75
x7
x10
x17
x70
x64
x30
x36
x38
x5
x5
x20
x1476
x4000
x20
x7
x1
x3
x84
x59
x38
x2
x9999
x15
x4
x10
x140
x100
x57
x1
x50
x60
x100
x2
x117
x350
x188
x2
x40
x36
x30
x24
x1
x1
x1
x110
x1
x2
x80
x1
x1
x5
x200
x1
โพสต์ 2020-4-5 19:42:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
【หลัวเซียน ผจญภัย】
✦ ดาวโจรที่เริ่มส่องแสง 42 ✦

ฝึกวิชาตัวเบาขั้นกลาง 1


                        "ปล่อยฉันนะ!  ท่านพ่อ ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว"เสียงตะโกนดังก้องจากร่างที่กำลังถูกมือปราบจับกุมไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้คุณชายผิวเข้มในชุดผ้าแพรสีเขียวคนนี้ได้บุกเข้าจวนเจ้าเมืองมา  

                        "เอ๊ะอ่ะ! อะไรกันนะเจียวหย่ง  หยางเชียง มีอะไรเกิดขึ้น"เสียงจากร่างท้วมของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นมา หลังจากประตูถูกเปิดออก และรีบวิ่งออกมา

                        "คุณชายท่านนี้พยายามบุกรุกจวนเข้ามาหาใต้เท้าครับ  เขาบอกว่าเป็นลูกชายของท่านใต้เท้าครับ"เจียวหยงหรือมือปราบหน้าเข้มตะโกนตอบกลับไป

                        เมื่อใต้เท้าร่างท้วมได้ยินคำก็พลางเพ่งมองแล้วคิ้ว ก่อนแววตาของเขาจะมีน้ำระรื้นขึ้นมา เมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้ถูกจับกุมชัด ๆ

                        "หลัวเซียน นั้นแกเองเรอะ"

                        "ใช่ ข้าเอง ท่านพ่อ"ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวตอบพร้อมจองมองไป

                       "ปล่อยเขา เจียวหย่ง  หยางเชียง นั้นลูกชายข้าเอง หลัวเซียน "ใต้เท้าร่างท้วมก็รีบพูดตอบพลางโบกมือบอกให้ปล่อย เมื่อได้ยินเสียงกับใบหน้านั้นที่เงยมาชัดเจน จากนั้นก็รีบวิ่งไปหา ชายชุดแพรสีเขียวคนนั้นที่ถูกปล่อย

                        "ข้ากลับมาแล้วท่านพ่อ"หลัวเซียนพูดพลางคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของชายร่างท่วม

                        "เจ้ายังปลอดภัยดีที่สินะ ลูกพ่อ ลุกขึ้นเถิด  รีบไปหาแม่ของเจ้ากันนางต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่รู้ข่าวนี้ " หลัวเฟยก็พูดพลางรับคำนับ และยกตัวของหลัวเซียนขึ้น หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันสักพักระหว่างไปเดินไป

                        "เจ้าไปค้าขายมารึ"

                       "ใช่ขอรับ ข้าเดินทางไปไกลมาจนถึงซือวี้เลย เพื่อที่จะนำเงินกลับมาให้บ้านของเรา  แต่ข้าไม่คิดเลย ว่าพ่อจะได้กลับมาเป็นเจ้าเมืองอีกครั้ง"

                      "พ่อก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้กลับมาเป็นอีก แต่เพราะตำแหน่งของเจ้าเมืองนั้นว้างเว้นไป เพราะเจ้าเมืองคนก่อนหายตัว  ทางการและชาวบ้าน ยังเชื่อใจพ่อก็เลยให้พ่อเป็น"

                      "ก็พ่อไม่ได้ทำอะไรผิดนิครับ คนผิดคือขุนนางชั่วพวกนั้น"หลัวเซียนก็พูดเสียงแข็งขึ้นมา


                        "ช่างเขาเถอะลูก คนผิดก็ได้รับผิดไปแล้ว ก็ให้แล้ว ๆ กันไป"

                        "ช่างไม่ได้หรอกครับพ่อ ผมยังเกลียดพวกมัน ที่ทำให้ครอบครัวเราต้องเป็นแบบนี้ ทำให้ท่านแม่ต้องลำบาก ทำให้ท่านพ่อไม่ได้รับความอยุติธรรมมาถึงสิบสี่ปี"

                        "เรื่องมันผ่านมาแล้วนะลูก เราไม่สามารแก้ไขมันได้ ชีวิตของเรามีแค่ปัจจุบันนะลูก "หลัวเฟยพูดพลางตบบ่าของหลัวเซียนที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธ เบาๆเพื่อให้เขาใจเย็นลง  แต่ก็ไม่อาจสงบความโกรธของเขาได้ จนใบหน้าดูมีอายุ แต่ยังคงไว้ซึ่งความงามปรากฏขึ้นมา

                        "ท่านแม่"

                        "หลัวเซียน" หลังจากนั้นทั้งสองก็โอบกอดกัน หลัวเซียนได้เจอหลัวอี้แม่ของเขาจากนั้นพวกเขาก็ไปพูดคุยกันต่อภายในเรือน  หลัวเซียนก็เล่าเรื่องราวของเขาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แต่โดยส่วนมากที่เกี่ยวข้องกับการขโมย เขาจะเปลี่ยนการเป็นว่าเขาไปค้าขายแลกเปลี่ยนมาเสียทั้งหมด

                        "นี่ครับท่านแม่ ข้ายกให้ท่าน ปิ่นนี้ข้าแลกเปลี่ยนมาได้มาจากแถบซื้อวี้ ดูสิครับมันช่างดงามและดูแปลกตา "หลัวเซียนก็พูดพลางหยิบปิ่นอันหนึ่งที่ขึ้นมาให้ดู ซึ่งทั้งลวดลายและรูปลักษณ์มันต่างจากซื้อวี้โดยสิ้นเชิง

                        "ดูท่าเจ้า จะมีความสุขดีสินะ"หลัวอี้ก็พูดพลางยกยิ้มขึ้นมา โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับปิ่นปักผมที่งดงามนั้นเลย เพราใบหน้าของลูกชายเธอที่กำลังมีความสุขในตอนนี้มันงดงามมากกว่านัก  

                        "ขอรับท่านแม่"หลัวเซียนก็พูดพลางยิ้มตอบไปด้วยท่าทางเบิกบานใจ   มันช่างเป็นวันที่มีความสุขสำหรับเขาจริง ๆ ที่ครอบครัวของเขาพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะเงินที่เขาตั้งใจหามาก็เพื่อทำสิ่งนี้ เพื่อให้พวกเขาได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อให้พ่อแม่ของเขาใส่ชุดสวย ๆ เหมือนแต่ก่อน  เพื่อที่ให้มีคนรับใช้พวกเขา ไม่ต้องเหงื่อโทรมกายเหมือนแต่ก่อน

                    และแม้แต่เพื่อนที่เคยอดยาก ต่อสู้และวิ่งราวมาด้วยกันอย่างเฉิงอี้ ก็ได้มีที่พักและไม่ต้องหลบหนีอีกต่อไปแล้ว เมื่อเฉิงอี้มาหาเขาที่จวนเจ้าเมืองในเรื่องที่เขาลืมจ่ายเงิน  ซึ่งเขาก็จ่ายมันออกไปอย่างไม่ใส่ เพราะทรัพย์สินที่มีมากมายสำหรับเขาที่ขโมยมานั้นมันดูไร้ความหมายไปแล้ว เมื่อเขาได้มาถึงจุดหมายที่เขาต้องการ

                   พวกเขากินอาหารร่วมกันอย่างมีความสุขในช่วงเย็น แม้หลัวเฟย และหลัวอี้จะไปแปลกใจไปนิดหน่อยบนโต๊ะอาหาร  เมื่อพบว่าลูกชายของเขาดื่มหนักมาก ๆ เหมือนกับว่ามันกลายเป็นนิสัยของเขาไปแล้ว และก็ดูเหมือนจะมีนิสัยหนึ่งที่ยังคงเป็นอยู่โดยหลังจากกินข้าวกับครอบครัวเสร็จแล้ว หลัวเซียนก็ได้พาคนรับใช้คนหนึ่งไปหลับนอนด้วยในคืนนั้น  ความกระหายในสุราและนารี ยังคงไม่ได้ลดลงไปเหมือนกับความโลภของเขา ที่ตอนนี้แม้เขาจะยังออกไปขโมยกับเฉิงอี้อยู่ แต่ก็ทำมันเพื่อความสุข ไม่ได้ต้องการเงินอะไร  เพราะถ้าหากไม่ทำชีวิตของเขาก็เหมือนจะขาดอะไรไป มันเป็นนิสัย หรือเรียกว่า สันดาน ที่ฝังแน่นติดอยู่ในวิญญาณของเขาไปแล้ว


                    "งั้นถ้าข้าเอ็งสอนวิชาตัวเบาให้ข้า  ข้าต้องห้ามขโมยของคนดีแบบที่แกให้สัญญากับแม่นางอะไรนั้นที่แกเล่าให้ฟังด้วยไหม  เพราะถ้าจะวิ่งราวที และมองว่าคนไหนคนเลวคนดี คงจะเสียเวลาน่าดู "เฉิงอี้ก็ถามขึ้น ขณะนั่งอยู่ที่ศาลาใกล้น้ำตกจำลองที่ท้ายจวน

                   "ก็คิดว่าไม่มีคนไหนเลวทั้งหมดหรือคนไหนดีทั้งหมดสิ ข้าก็คิดแบบนั้น"

                   "แบบนี้มันก็เหมือนลักไก่นะสิ ก็เหมือนแกขโมยได้ทุกคน"

                  "ก็ใช่ แต่แบบถ้าเห็นชัด ๆ ว่าเขาไม่กินฉันก็ไม่ขโมยหรอก  เป็นแกจะขโมยเงินจากยายแก่ ๆ ที่ขยับตัวไม่ไหว แต่เก็บผักมาขายเรอะ"

                   "ขโมยสิ เพราะไม่เลือกงาน ไม่ยากจน นักปราชญ์คนหนึ่งได้กล่าวเอาไว้"

                   "เอ็งนิมัน เป็นโจรชั่วจริง ๆ"หลัวเซียนก็พูดพลางส่ายหัว"งั้นเอาเป็นว่า อย่าไปขโมยของคนที่เขาไม่มีจะกินแล้วกัน ถือว่าเป็นคำขอของคนที่มอบวิชาตัวเบาขั้นพื้นฐานให้กับข้าแล้วกัน"
                  
                   "ได้ข้าจะทำตาม แต่ข้าไม่ทำตามขอคำของแม่นางอะไรนั้นหรอกนะ แต่ข้าทำเพราะเอ็งอาหลัว เพราะเราเป็นเพื่อนรักกัน หากเอ็งขอให้ข้าไปตายไป ข้าก็จะไปตาย ใช่ไหมเพื่อนรัก เอ็งก็จะทำเหมือนกันใช่ไหม"เฉิงอี้ก็พูดพลางโอบไหล่ของหลัวเซียน

                   "เออ ก็เราสาบานกันตั้งแต่เด็กแล้วนิว่ะ  ว่าจะมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน"หลัวเซียนก็พูดพลางกอดคอกลับไป  หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มฝึกกันโดยหลัวเซียนให้เฉิงอี้ เริ่มเรียนจากกำหนดลมหายใจก่อน เพื่อให้เขาเข้าใจในการเดินปราณพื้นฐาน ซึ่งเฉิงอี้นั้นค่อนว้าวุ่นจิตใจของเขาไม่ค่อยสงบจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ จนผ่านไปถึงบ่าย ๆ คล้อยไปเย็นของวันนั้น หลัวเซียนจึงได้แยกไปฝึกวิชาตัวเบาขั้นกลางที่เขาได้มาเสียที

                   โดยขั้นตอนกลางฝึกก็ไม่ต่างจากแต่ก่อนสักเท่าไหร่ คือทำทำสมาธิ กำหนดลมปราณทั้งร่างกายแล้วหลอมรวมไปที่ท้องน้อย ขับเคลื่อนลมปราณไว้ที่จุดๆ เดียว แล้วโคจรลมปราณเวียนซ้ายหมุนวนไปมาบริเวณท้องน้อย

                   จากนั้นก็โคจรลมปราณกระจายไปสู่เท้า และเคลื่อนกลับขึ้นสู่ทวาร แล้วจากนั้นเคลื่อนกลับสู่จุดตันเถียนดังเดิม ซึ่งแม้ขั้นตอนอาจจะดูคล้ายกัน แต่วิธีการนั้นดูต่างกัน เมื่อเห็นภาพประกอบในตำราที่การเดินปราณที่แสดงให้เห็นการหมุนวนของปราณในแต่ละจุดที่เปลี่ยนไปเหมือนจะเบาบางแต่ทว่าหนักแน่น และเหมือนจะรวดเร็ว แต่ทว่าสงบมันช่างเป็นความย้อนแย้งที่อยากจะทำความเข้าใจได้โดยง่าย

                   "ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ นายท่าน"หญิงสาวคนหนึ่งร้องอย่างตกใจออกมา เมื่อแก้วน้ำชาร่วงตกลงที่พื้น

                    "ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกหวังเยี่ยน เพราะแขนของข้าอ่อนแรงจากการฝึกเองนะ" หลัวเซียนก็พูดขึ้นมา เพราะมือเขาในตอนนี้สั่นเทาเบา ๆ ซึ่งเป็นผลของการฝึกก่อนหน้านี้

                        "ไม่หรอกเจ้าค่ะ ข้าผิดเอง ข้ายื่นกับให้นายท่านไม่ดีเอง"เธอก็ยกพูดพลางก้มหัวซ้ำ ๆ แล้วรีบก้มลงเศษแก้ว

                        "เอ๋! เดี๋ยวก็บาดมือหรอก ข้าบอกแล้วไงว่ามันเป็นความผิดของข้า เจ้าลองสัมผัสมันดูสิ มันเป็นเพราะมันข้าเอง "หลัวเซียนก็พูดพลางกุมมือน้อยนั้นขึ้นมา

                        เธอก็หันมามองหน้านั้น เพราะเธอสัมผัสถึงมือที่กำลังสั่นอยู่จริง ๆ"แต่ข้า.."

                        "หรือว่าเพราะเรื่องเมื่อคืนนี้ทำให้เจ้ากลัวข้า ข้าต้องขอโทษด้วยจริง ๆ แต่ข้าไม่อาจทนต่อความงามของเจ้าได้จริง ๆ "หลัวเซียนก็พูดพลางใช้มืออีกข้างจับลงที่แก้มน้อยใต้ดวงตาดูหวาดกลัว

                        "ไม่ต้องห่วง เจ้าจะมีชีวิตที่สุขสบาย" คางโค้งมนก็ถูกมือหนานั้นเชยขึ้น ก่อนจะประกบริมฝีปากของสีน้ำตาลแดงของเขาลงไป  หลัวเซียนยังคงเป็นคนที่ชั่วร้ายเหมือนเดิม และเปลี่ยนจากแค่โจรขโมยของธรรมดา กลายเป็นโจรสวาทไปแล้วในตอนนี้  และค่ำคืนนั้น แม้ร่างกายเขาจะอ่อนแอ แต่มันก็ไม่อาจห้ามความตัณหาของเขาได้เลย ถุงดินปนเขียวถึงสูดขึ้นมาชูกำลัง และทำเรื่องเหล่านั้นต่อไป


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ผู้ว่าเมืองซานตง: หลัว เฟย เพิ่มขึ้น 100 โพสต์ 2020-4-5 19:57
ตัวเบาขั้นกลาง (1/9)  โพสต์ 2020-4-5 19:50
(( ฝึกฝนตัวเบาขั้นกลาง 10 วัน เอฟเฟคชุดทำให้ลดเหลือ 9 วัน ))  โพสต์ 2020-4-5 19:50
คุณได้รับ +6 คุณธรรม +72 ความชั่ว +35 ความโหด โพสต์ 2020-4-5 19:49
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +8 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2020-4-5 19:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -483 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -483 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮิปโป
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ตัวเบาพื้นฐาน
สร้อยเทพนักรบ
แปรรูปไม้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x5
x11
x4
x50
x101
x15
x1
x10
x70
x2
x10
x104
x12
x626
x4
x70
x20
x18
x1
x1
x56
x28
x35
x4
x260
x4
x10
x1
x4
x14
x30
x1
x164
x64
x16
x276
x165
x42
x212
x75
x40
x185
x160
x335
x1
x1
x199
x15
x50
x15
x111
x20
x10
x50
x80
x100
x11
x8
x75
x7
x10
x17
x70
x64
x30
x36
x38
x5
x5
x20
x1476
x4000
x20
x7
x1
x3
x84
x59
x38
x2
x9999
x15
x4
x10
x140
x100
x57
x1
x50
x60
x100
x2
x117
x350
x188
x2
x40
x36
x30
x24
x1
x1
x1
x110
x1
x2
x80
x1
x1
x5
x200
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-5-30 13:53

ขึ้นไปด้านบน