{ นอกค่ายหลี่กัง - ฝั่งทิศตะวันออก } ซากโบราณกู่เสวียน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-2 16:57:18 |โหมดอ่าน









ซากโบราณกู่เสวียน
♦ นอกค่ายหลี่กัง - ฝั่งทิศตะวันออก ♦






ซากโบราณสถานที่ตั้งอยู่ด้านหลังค่ายหลี่กัง มีหุบเขาล้อมรอบรอบๆ เต็มไปด้วยพืชพรรณหลากสีสัน เขียวขจี และ สัตว์น้อยใหญ่สารพัดต่างมาใช้ชีวิตที่แห่งนี้ มีลำธารสระน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบซากโบราณสถาน โบราณสถานแห่งนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมโรมันและฮั่นรวมกัน ถูกทิ้งร้างมากว่าพันปีแล้ว เป็นที่สวรรค์ของเหล่าทหารในทะเลทรายที่มักมาพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยมีธรรมชาติสีเขียวที่พิเศษและไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝูงสัตว์ที่ใช้ชีวิตที่นี่ไม่ว่าเสือ สิงห์ กระทิง แรค ต่างเป็นมิตรกับผู้คน พวกมันไม่ย่างเท้าออกพ้นเขตพื้นที่สีเขียวเลย อีกทั้งมีเรื่องเล่าลือกันว่าที่แห่งนี้ยามปั้นเย่มักมีดวงวิญญาณมากมายออกมาใช้ชีวิต พูดคุยส่งเสียงคิกคัก วิญญาณเด็กวิ่งไล่จับกัน มีทหารบางนายที่มานอนพักแถวนี้เคยเห็นจนพวกเขาไม่กล้ามายามวิกาลอีกเลย





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-3 16:58:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-3 17:01


ซากโบราณสถาน คิดว่าแถวนี้คงไม่มีผู้ชายให้กิน
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

        “ถ้าอย่างงั้น ...เราต้องไปตรงซากโบราณสถานตรงนั้นสินะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม สตรีร่างเล็กนั้นถอนหายใจเล็กน้อย นายทหารที่มาด้วยนั้นต่างเดินไปตั้งแคมป์ของตนเอง เป่าหลิงนั้นเหลือบมองพวกเขาที่ตั้งแคมป์และขมวดคิ้ว เนื่องจากว่าข้าวของที่พวกเขานำมานั้นมีอาหารด้วย จากที่ดูที่นี้ก็มีสัตว์มากมาย..

       “ที่นี้ก็มีสัตว์มากมาย เหตุใดพวกท่านถึงต้องเตรียมมากันเองด้วยเล่า?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม พวกนายทหารที่กำลังตั้งที่พักแรมนั้นก็หัวเราะแล้วตอบคำถามอย่างง่ายๆ “พอพวกข้าเห็นมันเชื่อง ข้าก็เลยฆ่าไม่ลงน่ะ แม้ว่าจะเป็นการทำเพื่อความอยู่รอด แต่ทว่าสัตว์พวกนี้ช่างแปลกประหลาด ไม่กลัวคน ไม่กลัวสิ่งใดเลย..ดูนั้นสิ” นายทหารคนนั้นชี้ไปทางบ่อน้ำที่ดูใสไหลเย็นตรงใกล้ๆ..

        มีกวางน้อยที่กำลังเดินมาอย่างช้าๆ ประมาณสามถึงสี่ตัวพวกมันจ้องมองเหล่าผู้คนเงียบๆ แล้วเดินมาดื่มน้ำในบ่อ ลำแสงของดวงอาทิตย์ที่สะท้อนลงแผ่นน้ำนั้นทำให้เป่าหลิงต้้องเหลือบมองมัน ..เธอใช่มือในการกวักน้ำดู ...มันช่างงดงามและบริสุทธิ์สดชื่นยิ่งกว่าสายน้ำบนภูเขาเสียอีก..

        “บริสุทธิ์มาก...” เป่าหลิงพึมพำ..

       “อาหารพวกข้าเตรียมมาเองนั้นล่ะ แต่ทว่าหากเป็นพวกน้ำหรือผักผลไม้ แถวนี้มีเยอะมากนั้นล่ะ ขอยืมเหล่าป่าดงพงไพรก็ไม่เป็นไร นานๆทีก็มีสาวๆที่อาศัยที่นี้มาอยู่กับเราเหมือนกัน เหมือนอิงอาศัยน่ะ” นายทหารนั้นพูด เขาเดินไปจุดไฟ ก่อนที่จะเหลือบมองสตรีร่างเล็กที่สำรวจดูพื้นที่ตรงนี้ ส่วนท่านผู้เฒ่าก็เหมือนกับกำลังพึมพำจดอะไรบางอย่างอยู่

       “เป็นสถานที่อิสระดีนะ?..แปลว่าปกติท่านแม่ทัพก็มาที่นี้หรอ?” เป่าหลิงกล่าวถาม
        “ไม่หรอก ท่านแม่ทัพท่านงานยุ่งมาก ไม่ค่อยได้มาพักผ่อนอะไรแบบนี้เท่าไร ความจริงเราก็อยากชวนท่านมานะ แต่ทว่าก็เกรงใจสาวๆที่ท่านพามาแต่ละคน แหม่..สวยหยาดเยิ่มกันหมด มีองค์หญิงจากโหรวหรานเชียวนะ นอกจากนั้นก็มีแม่นางคลอเดรียนั้นล่ะ..แต่ละคน แซ่บ!! นายทหารนั้นกล่าว เรียกได้ว่าแต่ละคนนี้งานดีกันหมด…

       “องค์หญิงจากโหรวหรานเลยหรอ?...โห” เป่าหลิงนั้นเลิกคิ้ว หากเธอคิดได้ หากฮ่องเต้รู้ คงให้เขาแต่งงานกับแม่ทัพแห่งซีอวี้เสียกระมัง? เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์รวมถึงหากมีความชอบพอกันอยู่แล้วยิ่งแต่ได้ขนาดหนัก..

       “ช่ายๆ..นางงามมากเลยล่ะ.. แต่พอท่านเข้ามาอีก ข้าเองก็ไม่แน่ใจ ว่าผู้ใดเป็นตัวจริงกันแน่ ฮ่ะๆ”
       “ข้าไม่ใช่หนึ่งในหญิงงามของท่านแม่ทัพหรอก ข้าไม่คู่ควร” เป่าหลิงกล่าวยิ้มๆ ใช่แล้วไม่คู่ควร ใครมันจะไปเอาของแบบนั้นฟ่ะ เลือดเท่านั้นล่ะที่ช่วยเยียวยาสิ่งที่นางต้องการได้ ไม่มีเลือดที่ดีนางก็ไม่เข้าหาหรอกนะ…จะว่าไปก็มีคนที่เลือดแบบนี้อยู่เหมือนกัน.. หลิงผิงผิง หลี่หลิงนู… แม่นางจางฝูนั้นก็ด้วย ..ซู๊ดน้ำลายกันแทบไม่ทัน..อย่าให้เจอกันอีกนะ.. ข้าอยากจะได้เลือดสักหยดมาประทังชีวิต

       “เอาเถอะ...ข้าว่าเราควรเข้าไปสำรวจที่นั้นท่านผู้เฒ่า..” เป่าหลิงนั้นหันไปทางท่านผู้เฒ่าที่กำลังจดอะไรบางอย่างอยู่ เธอตกใจกับการสะเก็ตภาพของท่านผู้เฒ่า เขาเขียนภาพตวัดตัวหนังสืออย่างดงาม เรียกว่าสามารถเป็นจิตกรวังหลวงยังได้เลย.. แถมความรวจเร็วในการทำนั้นเอง..

        “โห...”

        ท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่นั้นสะเก็ตภาพพื้นที่ภายนอกเสร็จ เขาก็เก็บมันแล้วเปิดแผนที่ ที่ตนเองเป็นคนเขียนและจัดการ ตรงบริเวณมุมขวามือนั้นจะมีภาษาเป็นคำบอกเล่าพื้นที่รอบๆ …..

กระเซ็นซ่านธารหลั่งประดังไหล  ชอุ่มไอไพรรุกข์เย็นสุขสม
เสียงซาบซ่าผาชันกระชั้นลม  หยดน้ำพรมพร่างพฤกษ์นึกยินดี
เล่าภาพป่าอารัญสุดหรรษา  สกุณามาห้อมล้อมสุขศรี
วิเวกกลายหายลับกับพงพี  เป็นเสียงคีตกานท์สำราญใจ

       “คิดว่าเป็นพื้นที่ตรงนี้ล่ะ...” ท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่นั้นว่า ก่อนที่จะเก็บแผนที่ตรงนั้นไว้กับตนเอง ส่วนเป่าหลิงเธอหยิบเชือกรวมถึงของที่น่าจะได้ใช้ออกมา การสำรวจพื้นที่โบราณค่อนข้างเป็นการสำรวจที่อันตราย เพราะฉะนั้น.. “ลู่เต๋าเจ้าจะมาด้วยไหม?” เป่าหลิงกล่าวถาม?

        “............” เขาไม่ได้พูดอะไร เธอจึงคิดอะไรบางอย่าง..
        “เห่..พวกท่านนายทหาร..ข้าฝากสหายของข้าด้วยได้ไหม? หากมีอะไรเดี๋ยวข้าจะเรียกเจ้า ตกลงไหมลู่เต๋า” เป่าหลิงนั้นกล่าวบอก เขาจึงพยักหน้า คงเป็นเพราะพื้นที่ตรงนี้สินะ เขาถึงไม่ค่อยอยากเข้ามาเท่าไรนัก.. แต่หลังจากนั้นเขาก็หยิบตำราภาษาละตินเดินไปยังต้นไม้ใหญ่แล้วนั่งอ่านเงียบๆ โดยที่ไม่ได้สนใจนายทหารที่ชักชวนกันไปกินเหล้าเมาสุรา…

        “....แฮ่ะๆ...ฝากสหายข้าด้วยนะ..” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่เธอจะเดินทางไปสู่ซากโบราณสถานกับท่านผู้เฒ่า เส้นทางการเดินทางไปนั้นค่อนข้างที่จะลำบากหน่อยๆ เนื่องจากว่าก็มีคนแก่เดินทางมาด้วย แต่ทว่าท่านผู้เฒ่ากลับกระตือรือร้นไม่เหมือนคนที่กำลังแก่เลยสักนิด การเดินทางในป่านั้นเขาทำได้อย่างชำนาน ไม่ว่าจะเป็นการตัดเถาวัล์ที่อยู่รอบๆ

        หรือว่าจะเป็นการข้ามทางกีดขวาง...เรียกว่ามืออาชีพ..

        “ตื่นเต้นจริงๆเน่อ..โฮ่ะๆ” ท่านผู้เฒ่านั้นกล่าวในระหว่างที่เดินไปด้วยเป่าหลิงเองก็พยักหน้า ใช่แล้ว เพราะว่ามันใกล้แล้ว ใกล้ถึงยังซากบราณสถาน.. ใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าที่จะเดินทางมายังด้านหน้าโบราณสถาน..เพราะเหมือนกับว่ามันเป็นจุดศูนย์กลางของความอุดมสมบูรณ์







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +4 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-3 17:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -34 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -34 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-3 18:25:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-3 18:29

ซักคิวบัสขายตรง
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

         สตรีร่างเล็กและท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่นั้นเดินเข้ามาในป้อมซากโบราณสถานแห่งนี้ เป่าหลิงนั้นเหลือบมองอย่างตกตะลึง ในขณะที่ท่านผู้เฒ่านั้นเริ่มสะเก็ตภาพตั้งแต่ภาพร่างด้านหน้าของโบราณสถานแห่งนี้กันเลยทีเดียว การตกแต่งนั้นช่างเป็นการตกแต่งที่งดงาม เรียกได้ว่าเป็นสถานที่แห่งความฝันอย่างแท้จริง เหมือนกับเมืองลับแลที่มีแต่ความอุดมสมบูรณ์…

        วิหารนั้นเป็นเหมือนป้อมซากโบราณ แต่ทว่าเหมือนกับอยู่มาเป็นพันๆปีแต่กลับไม่มีการชำรุดทรุดโทรมเหมือนไม่โดนทำลายและไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา เหมือนมีแร่สายพลังไหลเวียนอยู่รอบๆ สถานที่แห่งนี้เหมือนกันจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนตะวันตกและตะวันออก …

        “ช่างงดงามเหลือเกิน..” เป่าหลิงกล่าว ตั้งแต่เข้ามานางก็ค่อยๆรับรู้ถึงสายแร่บริสุทธิ์ที่อยู่บนผิวกาย ไม่เป็นอันตรายต่อมารและไม่เป็นอันตรายต่อเทพ..

        “...ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไรท่านผู้เฒ่า?” เป่าหลิงนั้นหันไปถามท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่ที่กำลังวาดภาพอย่างรวจเร็วประดุจปลาวาฬว่ายข้ามมหาสมุทร นัยต์ตาของท่านผู้เฒ่านั้นช่างสุขสมเต็มไปด้วยความฝันที่ใกล้พลันสำเร็จ ส่วนนางก็จ้องมองและเก็บภาพรายละเอียดไปทุกที่ เหมือนกับว่าเมื่อเข้ามาด้านใน ที่นี้จะเป็นเหมือนห้องโถงที่มีสถานที่ไปได้ตลอด..

        เหมือนป้อมปราการประปรัมพิธีกันเลยทีเดียว..

        เมื่อเดินเข้ามาสิ่งที่เห็นนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เป่าหลิงและท่านผู้เฒ่าต้องชะงัก ร่างของสตรีงามที่ไม่อาจบอกได้ว่านางเป็นชาวใด กำลังนั่งอยู่พูดคุยกันประดุจสาวน้อยอำพันสว่างใส นางยิ้มหัวเราะคิกคัก ร่างกายไร้ซึ่งอาภรย์ใดๆ มีสิ่งที่ทำให้รู้ว่านางนั้นไม่ใช่มนุษย์คือเขาที่อยู่บนหัวของพวกนางทั้งหมด พวกนางเหมือนกำลังพูดคุยปรึกษากัน..

        ในที่สุด ก็มีสตรีสองนางนั้นเดินเข้ามาหาเป่าหลิงและท่านผู้เฒ่า


        “ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน โบราณสถานแห่งกู่เสวียน” สตรีผมดำนั้นกล่าว นางมีใบหน้าที่ชวนหลงใหลไม่ได้ต่างอะไรกับสตรีผมแดงที่เดินมาด้วย นางทั้งสองนั้นค่อยๆขยับกายเข้ามาใกล้เป่าหลิงในทุกๆย่างก้าว..

       “ข้าเห็นเจ้า..สหาย”
       “ข้าก็เห็นเจ้า..สหายข้า”

        สตรีมีเขางามทั้งสองนั้น ค่อยๆขยับกาย โอดองค์อรชรใกล้เป่าหลิง นางเอียงอายร่างกายใส่สตรีร่างเล็ก มือค่อยๆลูบไล่ไปตามแผ่นหลัง ..โอบหน้าโอบหลังของสตรีนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามราวกับสนใจ.. รวมถึงนางบอกว่า เธอเป็นสหาย.. หมายความว่า.. “เจ้ารู้?...” เป่าหลิงกล่าวถาม..

        “ฮิฮิ...ข้ารู้ ข้าเห็น..สหายเรา..ข้าไม่ทำสิ่งใดหรอก..แม้ว่าเราจะเป็นสิ่งที่เจ้ารู้ว่าเราเป็น แต่เราดื่มด่ำแต่พลังงานบริสุทธิ์ที่สถานที่แห่งนี้มอบให้..ดื่มด่ำกับไอพลังบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นละอองล่องลอยทั่วอนูแห่งสถานที่นี้..สหายเรา”

        “........แปลว่าที่นี้คือสถานที่พำนักแห่งศิลาศักดิ์สิทธิ์” เป่าหลิงกล่าวถามอีก แต่ทว่าเหมือนกับว่านางจะไม่ได้ฟัง เพราะมัวแต่ดีใจที่มีคนกล้าเข้ามาถึงที่นี้ให้พวกนางได้คลายเหงา..

        “โธ่...อย่าพึ่งว่ากระนั้นเลย พวกท่านสนใจบริการพิเศษหรือไม่เล่า? หรือประสงค์หน้าตารูปร่างที่ท่านอยากได้ พวกข้าก็แปลงกายเป็นสิ่งเหล่านั้นได้ เพียงค่าบริการครั้งละ 500 ชั่ง เนื่องจากท่านไม่ใช่บุรุษเพศ ไม่มีพลังวิญญาณให้พวกเรา...”

       “....นี้เจ้าขายตรงหรอ..ไม่อ่ะ ข้าไม่ได้ชอบตีฉิ่งฉาบเสียหน่อย” เป่าหลิงนั้นกล่าว ก่อนที่จะทำหน้าตาเหมือนประมาณว่าไม่ได้แดกตรูหรอก แต่แล้วมือเรียวงามของสตรีผมดำสนิทนั้นก็ค่อยๆเชยคางมลของสตรีร่างเล็กขึ้นมา.. ให้สบตานาง..

       “เจ้าแน่ใจหรือ...ไม่ใช่ว่ามีสิ่งใดที่ทำให้เจ้าได้สุขสมกับรสจุมพิษที่รวยรินไปด้วยความหอมหวานเหมือนดอกท้อที่ผลิบานในวสัตฤดู..เจ้าไม่ต้องการพบเจอหรือ..” สตรีผู้นั้นค่อยๆเอียงกายแนบชิดกับเป่าหลิงจนนางต้องเบิกตากว้าง พวกนางคือปีศาจซักคิวบัสอย่างที่ฝ้าเฉี่ยบอก.. แต่..แล้วท่านผู้เฒ่าและฝ้าเฉี่ยล่ะ!!

       สิ้นความคิดนางรีบหันไปทางท่านผู้เฒ่าแต่สิ่งที่นางเห็นก็ต้องทำให้เป่าหลิงหมดความคิดว่าเหล่าปีศาจพวกนี้จะทำอะไรท่านผู้เฒ่าและฝ้าเฉี่ย เนื่องจากว่าตอนนี้ท่านผู้เฒ่ากำลังวาดรูปเหมือนของสตรีผมแดงที่ตามพวกนั้นมา แล้วส่งให้ เรียกได้ว่าได้รับความนิยมจากทางสาวปีศาจแห่งฝันนี้เสียแล้ว

       “เราถือคติไม่ดื่มกินผู้เฒ่า เว้นเขาจะร้องขอ..เชื่อใจเราได้ ข้าไม่ได้มีไอแห่งมารเช่นเจ้าหรอกสหาย..” ดูเหมือนว่าสตรีผมดำที่เดินทางอยู่กับเธอนั้นจะเป็นสตรีที่แข็งแกร่งน่าดู.. นางเหมือนกับว่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มหรือปล่าวไม่แน่ใจ?...แต่ทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงมีปีศาจเช่นนี้ได้กัน?

       “เอาเถอะ...ข้าเชื่อก็ได้ ระแวงไปก็ใช่ว่าจะดีไปเสียหมด พวกท่านคือซักคิวบัสสินะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถามอีกครั้ง “เป็นเช่นดั่งคำท่านว่า” นางกล่าวตอบ

        “ข้ากับท่านผู้เฒ่ากำลังตามหาสถานที่พำนักแห่งศิลาศักดิ์สิทธิ์ เราศึกษาประวัติศาสตร์และตำนานเล่าขานต่างๆ หากพวกท่านเป็นผู้อาศัย ณ ดินแดนนี้ ข้าอยากสอบถาม ว่าเราจะพบศิลาศักดิ์สิทธิ์ได้ที่ใด? ท่านนำเราไปได้หรือไม่?...” เป่าหลิงกล่าวถาม






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-3 18:33

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-3 20:10:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-3 20:13


พวกแกจะมาปี้กันตรงนี้ไม่ได้!!!!!
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

       “เจ้ามาเพื่อความรู้ เจ้ามาเพื่อความกระหาย หรือเจ้ามาเพื่อสิ่งใดกันสหายเรา” สตรีซักคิวบัสเส้นผมสีดำสนิทนั้นเข้ามาใกล้ๆ เป่าหลิง นางใช้มือกรีดกรายไปตามผิวขาวเนียนนุ่มของสตรีร่างเล็ก แต่แล้วก้โดนเป่าหลิงเหมือนกับจะบัดออก ...เสียงหัวเราะอย่างชอบใจนั้นเข้ามาก่อนที่นางจะพยักหน้า..

        “ย่อมได้...งั้นตามมาซิ..ข้าจะนำทางให้พวกท่าน” ซักคิวบัสสาวผมแดงนั้นกล่าว นางเก็บรูปเหมือนของตนเองเอาไว้ พลางเดินนำทั้งสองไปยังเส้นทางที่ดูเหมือนจะต้องลงไปอีกหลายขั้นบรรไดเป็นวงกว้าง เหมือนเป็นเส้นทางลับแล..แต่ที่สำคัญ มันเป็นเหมือนกับเส้นทางที่มืดสนิท ลงไปข้างล่าง ประดุจว่ามันจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งให้แสงสว่าง…

       เพียงฝ้าเฉี่ยนั้นก็ไม่อาจทำให้แสงสว่างนี้สว่างขึ้นมาได้ถึงขนาดนั้น..

        “ว่าแล้วว่าต้องได้ใช้..” เป่าหลิงกล่าว เธอหยิบคบเพลิงที่พกมาด้วย ก่อนที่จะจุดไฟเพื่อให้เห็นถึงภาพด้านใน สาวน้อยเหลือบมองเห็นบรรไดที่ทอดยาวลงไปยังชั้นใต้ดิน วนคดเคี้ยวอย่างมากมาย หากไม่มีคบเพลิง คงเดินพลาดพลั้งตกลงไปเสียเป็นแน่ สาวน้อยนั้นจ้องมองพื้นที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นซากอารยธรรมที่โบราณและเก่าแก่ น่าจะมากกว่าพันปีเสียด้วยซ้ำไป? อาจจะเป็นถึงขั้นยุคบรรพกาลด้วยซ้ำไปด้วย

       “ที่นี้...น่าจะเก่ามากเลยนะ..” เป่าหลิงนั้นกล่าว แต่ดูเหมือนว่าพวกนางจะพร้อมรับให้เดินทางมาได้โดยดี เหมือนกับว่าต้อนรับทุกผู้ทุกวัยเช่นนั้นล่ะ..

       “อึก!!..อ๊า...า าา !!” แต่ทว่าระหว่างนั้นเป่าหลิงกลับต้องค้างนิ่งร่างกายของตนเอง เธอเหลือบไปมองตามเสียงที่ตนเองได้ยิน หญิงสาวนั้นเห็นห้องกลางทางนั้นเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ เสียงครางอื่ออึงของสตรี นั้นแววหวานออกมาจากภายในห้อง กลิ่นของอะไรบางอย่างทำให้เหงื่อกายของบุรุษนั้นแตกซิก..

       เป่าหลิงเหลือบมองเข้าไปด้านในห้อง กำลังเห็นร่างของนายทหารที่น่าจะเป็นนายทหารของค่ายหลี่กัง เสพสมสู่กับสาวสตรีซักคิวบัสเล่นระเริงกามราคะสวาทกันอย่างออกรสเสียจนน่าเข้าไปสัมผัสด้วยสักครา.. หากแต่ว่านางกลับมีงานที่จำต้องทำ..

       “ไม่สนใจไปร่วมแจมกันหน่อยเล่าสหาย..” สตรีผมแดงนั้นเข้ามาถามไถ่เธอ แต่เป่าหลิงก็ส่ายหัว.. นั้นสิ ตอนนี้มีท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่ที่เหมือนอยากจะลงไปด้านล่างให้ได้นั้นล่ะ..ขืนเข้าไปตอนนี้ จะได้ออกตอนไหนก็ไม่รู้..

       “อี๊ย ย …. อ๊า า ..ระ..แรงอีก!!” …..WTF

       “เห่อ..ข้าว่าเราเดินต่อดีกว่า” เป่าหลิงนั้นกล่าว เธอรีบเดินหนีออกไปจากตรงนั้น แม้ว่าสภาพและช่วงอารมณ์ของเธอนั้นจะโดนกามราคะที่เห็นเกือบครอบงำมันไปเสียหมด สตรีผู้นั้นช่างดูสุขสม นางเองก็อยากจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แต่กลับไม่มีผู้ใดที่ทำให้นางได้สุขสมเสียสักครา..ช่างน่าหดหู่ใจยิ่งนัก

       “โฮ่ะๆ..เพราะว่าเป็นปีศาจจึงต้องกินพลังชีวิตของมนุษย์เช่นนั้นหรือ?” ท่านผู้เฒ่านั้นกล่าวถาม
       “มิใช่หรอก เรานั้นมิต้องการพลังชีวิตของมนุษย์ขนาดนั้น เพราะที่นี้มีไอพลังบริสุทธิ์ ก่อนหน้าที่เราจะมาเป็นสิ่งนี้เราเคยเรียกตนเองว่าปีศาจมาก่อน..ฮิฮิ..ตอนนี้เราไม่ได้ต้องการของแบบนั้น แต่มันคือธรรมชาติของเผ่าพันธุ์เรา” สตรีผมแดงกล่าวระหว่างที่นำทาง นางดูไม่มีท่าทีเอียงอายที่ร่างกายของตนเองนั้นไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น

       แต่สิ่งที่เป่าหลิงนั้นอยากจะซูฮกมากกว่าอะไรก็คงเป็นเพราะว่าท่านผู้เฒ่านั้นไม่ได้สะทกสะท้านต่อร่างกายของสตรีที่งดงามและยั่วยวนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ประดุจคนที่มีพลังสมาธิแก่กล้า หรือว่าในหัวของพี่แกจะมีแต่..เอ่อ...ศิลาศักดิ์สิทธิ์กันนะ?..

        “จริงสิ?..ตรงนี้น่าจะเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มิใช่หรือ? ทำอะไรแบบนั้นตรงนั้นจะดีหรือ?” เป่าหลิงกล่าวถาม ใช่แล้ว...มันน่าจะเป็นพื้นที่ต้องห้าม แต่ว่าเหล่ามนุษย์กลับเข้ามาได้โดยง่าย ยิ่งกว่านั้นยังจะมาปะๆ โอป๊ะๆ กันตรงนั้นอีก เรียกได้ว่า...แม่งน่าเข้าไปร่วมวงขนาดหนัก..

       “ไม่หรอก..ยังไม่ถึง..หากสหายเข้าไปถึงที่ เจ้าก็จะรู้เอง” นางกล่าวบอกเช่นนั้น ช่วงเวลาแห่งการเดินทางนั้นค่อนข้างหลายขั้นและใช้เวลานานมาก ทั้งหมดนั้นใช้เวลาไปกว่าสามเค่อ กว่าที่จะเดินทางไปถึงขั้นชั้นล่างสุด เรียกได้ว่าพักกันไปนานเหมือนกัน ถ้ากลิ้งลงมาได้ ก็คงจะกลิ้งลงไปแล้วล่ะ กินเวลายาวนานยิ่งกว่ายาวนาน

       “..ทำไมชอบทำอะไรให้ซับซ้อนด้วยวะ”







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-12-3 21:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-6 20:56:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด

มิตรภาพระหว่างเรา

        สตรีร่างเล็กนั้นเดินทางออกมาจากซากโบราณสถาน สิ่งที่เธอเห็นก็คือร่างของลู่เต๋าที่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อเขาเห็นเธอ ชายหนุ่มก็จ้องมองอย่างเงียบๆ สิ่งที่เธอเห็นนั้นมีเพียงหน้ากากสีดำที่เขานั้นสวมใส่ ดูเหมือนว่าเหล่าทหารนั้นจะเดินทางไปทำงานของพวกเขากันแล้ว นัยต์ตางามของเป่าหลิงบ่งบกถึงรอยยิ้มของอะไรบางอย่าง นางกอดไปที่ร่างของชายหนุ่มอย่างเงียบๆ โดยที่ความจริงแล้วเขาจะเป็นเพียงเด็กทารกก็ตามที

        “อีกหนึ่งพันปี ข้าจะมาที่นี้ลู่เต๋า” นางกล่าวเช่นนั้น นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของนาง นั้นค่อยๆหลุบลง เป็นเวลานานที่เธอโอบกอดชายหนุ่มที่ร่างแข็งทื่อเหมือนศิลาคนนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะจบลงแล้วอย่างงั้นสินะ? ช่างยาวนานและยากลำบากเหลือเกิน ไม่ว่าอย่างไร มันก็ช่างเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจคิดมาได้ก่อนหน้านี้หรอกว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

        “แปลว่าตอนนี้ก็รู้แล้วสินะ ว่าควรทำอะไรต่อ อ่ะ แต่ไม่ใช่เอาเจินจูไปปิ้งย่างทำเป็นหมูหันนะ!!” เจ้าหมูวาสนาเจินจูจิ้วจางนั้นกล่าวเช่นนั้น นัยต์ตาราวไข่มุกของมันนั้นจดจ้องไปที่เป่าหลิง

       “ข้าจะต้องเป็นมารที่แท้จริง ความสามารถของข้าจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และข้าจะได้อยู่ร่วมกับท่านพ่อของข้าตลอดไป” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น นางลุกขึ้น ก่อนที่ลู่เต๋าเองก็เหมือนกัน ใบหน้าของเขานั้นไม่อาจบ่งบอกอะไรได้อย่างเคย ดูเหมือนว่าเธอก็ควรที่จะเดินทางไปหาคนที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเธอแล้วล่ะ…

        แม่ทัพเว่ยเส้าเทียน เขาเป็นคนที่ควรรู้ว่าตนเองกำลังปกป้องสิ่งใดอยู่ เป่าหลิงนั้นคิดเช่นนั้น ก่อนที่จะเดินออกไปจากเศษซากวิหารนั้น โดยที่ในพื้นที่นั้น มีร่างของสตรีปีศาจที่กำลังยืนจ้องมองเป่าหลิงและลู่เต๋าที่กำลังเดินออกไป… หากนางยังคงไม่สูญสลายไปก็คงได้พบกันอีก มารปีศาจ

        ……
        ……….

        เป่าหลิงนั้นจำเป็นที่จะต้องเดินทางเข้าค่ายหลี่กังอีกครั้งเธอมีความประสงค์ที่จะพบกับแม่ทัพเว่ยเส้าเทียน แต่น่าเสียดายที่เธอควรรีบออกจากที่นี้ดีกว่า หญิงสาวจึงเลือกที่จะทิ้งจดหมายและสิ่งที่ท่านผู้เฒ่าจดบันทึกไว้ทั้งหมดให้กับเขาเป็นคนแรก

        เรื่องราวของ ตำนานศิลาศักดิ์สิทธิ์ ประพันธ์โดย ผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่ นักปราชญ์ศิลาศักดิ์สิทธิ์

        และเธอก็ฝากจดหมายขอบคุณที่แนบไปด้วยสิ่งของบางอย่างอยู่ทั้งหมด 5 ชิ้น มันคือ หินตีบวกห้าสี สามก้อน และ หินอัพห้าสี สองก้อน

        โดยที่เขียนไว้ว่า “สำหรับความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่และมิตรภาพระหว่างเรา”





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2018-12-6 22:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 333 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-8-29 18:12:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย MeiBaiyu เมื่อ 2020-9-29 04:50

{ จรดเขียน ขีดเส้นชีวิต }

197

นอกค่ายทะเลทราย


           ผ่านพ้นเส้นทางแห่งกาลเวลา กลับคืนสู่ถิ่นฐานแต่เดิมที่เคยจาก บรรยากาศของแดนทะเลทรายที่หวนคืน ร่างของผู้ที่ผ่านการเดินทางยาวนานล้วนแต่สลบกันอยู่ที่พื้นทราย เคราะห์ยังดีที่บริเวณที่ร่างมาถูกทิ้งไว้นั้นอยู่นอกค่ายเพียงเล็กน้อย จึงทำให้ยังมีต้นไม้พอช่วยบดบังแสงตะวันแรงกล้าที่แผดเผาร่าง คนแรกที่เริ่มขยับนั้นกลับเป็นศิษย์คนโตของผู้อาวุโสสุดในขบวน

           ฟู่โฉวค่อยๆเปิดตาขึ้นจากความร้อนบนที่ๆร่างนอนอยู่ สิ่งแรกที่เห็นคือทราย และทราย พร้อมด้วยขบวนเดินทางที่ยังคงไม่ได้สติกันอยู่ข้างๆ มือขึ้นกุมขมับเบาๆ ใครว่าการเจอแสงจ้าในเวลาที่เราพึ่งตื่นนั้นเป็นเรื่องสนุก ตาที่หรี่ลงจนเป็นขีด พยายามจะมองรอบข้างด้วยความระมัดระวัง ปลายสายตาเห็นที่ตั้งของบ้านเรือน ก็พอจะเดาออก

           คุณชายฟู่จัดการไล่สะกิดแต่ละคนหมดสติให้ได้รู้เนื้อรู้ตัว พร้อมด้วยคำพูดที่พูดทุกครั้งที่ปลุกคล้ายว่าเจ้าตัวจะตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ เรากลับมาถึงค่ายหลี่กังแล้ว ! ตื่นเร็ว ! “ หนึ่งในผู้โดนปลุกก็ไม่พ้นไป๋อวี้ที่ค่อยเปิดตามามองท้องนภาสีฟ้าใส สภาพอากาศที่ร้อนจัดซะจนหลายคนออกปากบ่นไม่ได้ทำให้สตรีร่างบางทุกข์ร้อนอะไรทั้งสิ้น

           “ ถึงแล้วหรอ.. “ น้ำเสียงนุ่มเอ่ยอย่างโอดครวญ ถึงหลี่กังนางก็ดีใจ แต่ที่แน่ๆตอนนี้ปวดตามตัวเกินกว่าจะพยายามรับรู้อะไร หวังว่าจะพอมีคนเข้าใจ ดันหลังตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง พลางหมุนศีรษะเพื่อคลายความเมื่อย เลื่อนสายตามองดูทุกคนก็เห็นว่าอยู่กันครบยกเว้นคังหนิงกงจู่.. “ คังหนิงกงจู่ล่ะ ?? “

           “ นางอาจจะถูกส่งกลับไปที่วังแล้ว.. ผ่านเส้นทางวิเศษนั้น ก็น่าจะพาตัวผู้เดินทางไปส่งในที่ๆเคยอยู่ “ ผู้อาวุโสอี้ที่มีสติครบถ้วนค่อยๆพูดพร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่ถูกฟู่โฉวประคองแล้วประคองอีกให้ลุกขึ้นยืนได้โดยง่าย สมกับที่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ไม่เคยทิ้งกัน คุณชายฟู่ยังดูแลอาจารย์ได้ดีจนน่าชื่นชม

              หลิงหลาน

             หงโต้วนั่นฟังคนของนายหนึงจากที่กำลังเก็บข้าวของให้ทุกคนอยู่กระสอบในมือก็หล่นตุบไปอยู่ที่พื้น ‘ท่านบอกว่าเด็กๆทนแดดจัดแดดแรงไม่ได้ แ้ลวจิ้งจอกบอบบางอย่างข้าเล่า กลับใช้เป็นจับกัง!!’ กระซิกอยู่ในใจ สถายะเป็นรองไม่อาจโต้แย้งได้

              หลิงหลาน

               “...ที่นี่กลางแจ้ง ลมแรงไม่เหมาะอยุ่นาน ดูเหมือน่วาเราจะมาถึงนอกค่ายหลี่กังแล้ว รีบเข้าไปดูด้านในเถอะว่ายังทันเทศกาลไหม”

                หยาเหยี่ยนหวางที่เห็นทางวิหารเก่าก่อนรีบหันมาห้ามหลิงหลานและพาลูกกับหลิงหลานเดินออกไปจากตรงนี้ก่อน โดยมือนั้นปิดดอกบัวน้อยมิด ด้วยมีภาพสตรีเปลือยเปล่าอล่างฉ่าง แต่เหมือนจะมีหางคงเป็นข่าวตามที่คนลือกันถึงค่ายหลี่กังสินะ

           ไป๋อวี้มองภาพสามีหิ้วภรรยาและลูกหลบภาพของสตรีอันแสนประหลาดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว พี่ชายหลิว.. ผ่านเรื่องราวมาขนาดนี้ ข้าว่าพี่สาวหลานน่าจะสนใจสตรีมีหางมากกว่าเดินผ่านแน่ๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าสามีที่ห่วงภรรยาคงไม่อยากให้ไปยุ่งกับเรื่องแปลกประหลาด ดรุณีน้อยอย่างไป๋อวี้ที่ได้กลับมาเป็นน้องเล็กของกลุ่มขบวนเดินทางอีกครั้งเลื่อนสายตามองศิษย์อาจารย์ด้านหลังที่ก็เตรียมพร้อมแล้ว ไหนจะบรรดาขบวนที่จัดการตั้งตัวกันได้หมดทั้งสิ้น

           “ ไหนๆก็พร้อมกันหมดแล้ว อยู่ตรงนี้นานเข้า แสงแดดจะกินแรงเอา พวกเราเข้าเมืองเถอะ “

            หลิงหลาน

              เป็นอันคุ้นชินโดยง่าย เมื่อเจอแดดแสงจ้ากันมากว่าสองเดือนเต็ม การเดินทางอันยาวนานท้ายสุด ทุคนย่อมปรารถนาการพักผ่อนที่คุ้มค่าเหนื่อย



เปิดมันให้หมดดด



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +5 ความชั่ว +5 ความโหด โพสต์ 2020-8-29 18:46
คุณได้รับ +20 คุณธรรม --50 ความชั่ว --50 ความโหด โพสต์ 2020-8-29 18:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -142 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -142 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นชิงหวางหลง
เสือดาวนัสเคียร์
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
พู่หยกเฟยตันฉีหลิง
กำไลลู่เหลียนหรง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
กระดานหมาก
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x7
x11
x53
x112
x9
x8
x202
x30
x1
x5
x2
x50
x1
x25
x40
x25
x4
x200
x1
x100
x2
x5
x3
x5
x550
x22
x5
x100
x2
x43
x4
x2
x3
x200
x2
x80
x202
x4
x200
x200
x200
x50
x5
x450
x6
x2
x1
x10
x6
x2
x30
x90
x50
x300
x10
x1
x15
x602
x100
x1
x2
x4
x15
x1100
x400
x11
x6
x450
x600
x160
x200
x2
x1
x3
x25
x400
x1
x30
x13
x12
x8
x4
x300
x100
x800
x200
x50
x21
x450
x250
x1000
x30
x6
x4
x50
x42
x2
x100
x750
x6
x50
x4
x3
x300
x100
x3
x250
x150
x100
x7
x3
x100
x150
x20
x2
x14
x200
x4
x46
x270
x12
x12
x8
x26
x120
x758
x13
x13
x11
x3
x23
x500
x40
x12
x32
x7
x5
x2
x5
x80
x600
x40
x600
x400
x600
x350
x6
x4
x790
x500
x6
x460
x500
x3
x20
x1200
x2
x35
x40
x134
x235
x40
x3
x210
x7
x5
x200
x108
x43
x1
x1
x250
x390
x5
x20
x10
x1
x2
x129
x25
x54
x6
x73
x2
x282
x1
x10
x20
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x4
x2
x600
x350
x700
x1000
x1
x1
x195
x150
x1
x5
x2
x934
x9
x1
x3
x4
x2
x2
x42
x47
x750
x5
x960
x500
x5
x2
x3
x260
x220
x40
x40
x29
x1
x170
x20
x454
x444
x848
x13
x10
x669
x18
x190
x590
x16
x70
x108
x25
x74
x118
x10
x388
x18
x5
x2
x1
x300
x650
x220
x4
x6
x1025
x50
x740
x9421
x1185
x426
x100
x265
x550
x7
x6
x150
x200
x32
x550
x11
x5
x14
x6
x7
x10
x615
x10
x33
x30
x40
x5
x240
x74
x340
x218
x400
x50
x9
x50
x428
x7
x550
x689
x47
x958
x360
x900
x224
x450
x441
x1780
x225
x1
x371
x7
x2
x606
x3
x910
x205
x25
x2
x1
x1224
x1
x45
x1
x17
x1
x19
x110
x9
x13
x145
x152
x7
x20
x3
x100
x1
x7
x7
x498
x215
x11
x11
x116
x9
x1
x630
x230
x858
x40
x22
x469
x420
x1466
x404
x945
x3250
x11
x205
x508
x240
x900
x3300
x300
x500
x300
x1230
x4296
x22
x3
x75
x120
x29
x120
x207
x290
x465
x7
x1808
x550
x800
x320
x45
x250
x3
x5
x480
x350
x455
x255
x27
x36
x6290
x24
x335
x209
x1
x655
x1150
x2000
x134
x61
x112
x8500
x9999
x8400
x1050
x9
x2532
x1506
x109
x240
x136
x180
x385
x74
x49
x262