ดู: 249|ตอบกลับ: 3

{ นอกเมืองลั่วหยาง } ช่องแคบเหยาตัน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-11-24 17:51:59 |โหมดอ่าน

ช่องแคบเหยาตัน





ช่องแคบเหยาตันตั้งอยู่นอกเมืองลั่วหยาง มีธารน้ำเล็กไหลตัดผ่าน

ทว่าธารน้ำนั้นตื้นนักและมีโขดหินเต็มไปหมด

แม้จะตื้นแต่ก็มีปลาตลอดทั้งสาย ว่ายทวนน้ำตามฤดูกาลย้ายถิ่น

ครั้งหนึ่งเคยมีนักเดินทางตกปลาตัวใหญ่ยาวห้าศอกได้ที่นี่

จึงนับเป็นเรื่องประหลาดเป็นอย่างมาก

ต่อมาช่องแคบเหยาตันจึงเป็นที่นิยมสำหรับการตกปลา

ด้วยธารน้ำเล็กที่อุดมสมบูรณ์สามารถดักจับสัตว์น้ำได้เป็นอย่างดี

ว่ากันว่าปลาหายากก็สามารถจับได้ที่นี่



ในยามกลางวัน ช่องแคบแห่งนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเมืองลั่วหยาง

ผู้ใดที่มาเยือนลั่วหยาง ต้องมาชมความงดงามของผาสูงสองข้างที่เบียดกันเป็นช่องแคบ

ตามชั้นผามีต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อมๆ แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์

นอกจากนี้วันดีคืนดีจะสามารถพบกวางผาได้ที่นี่



ทว่าไม่แนะนำให้จับหรือไล่ล่าเป็นอันขาด

เพราะเจ้ากวางผาจะถีบหินลงมาใส่ท่าน

ถ้าไม่โดนศรีษะ ก็อาจทำให้เกิดหินถล่มได้


ทว่ายามค่ำคืนนั้นไม่แนะนำให้มาเยือน

ด้วยที่ช่องแคบเหยาตันแห่งนี้ร่ำลือกันว่ามีผีพราย

ผีพรายที่จะทำให้คนใดที่เข้ามารบกวนเป็นตัวตายตัวแทนมัน!



ผีพรายตนนี้มีวิธีการหลอกล่อด้วยโฉมงามสมัยยังมีชีวิต

นางจะทำให้ท่านหลงลืมรอบข้างราวกับอยู่ในความฝัน

ตราบเท่าที่จะรู้สึกตัว ท่านจะเดินลงไปในธารน้ำตื้นและนอนคว่ำ

และอีกไม่กี่ชั่วยามต่อมาก็จะสิ้นใจ...



เรื่องเล่าช่องแคบเหยาตัน


สมัยก่อนมีนางกำนัลหนีออกจากวังเพื่อชายผู้เป็นที่รัก

ทว่าถูกหักหลัง เขาไม่มาพบนางตามสัญญา

นางกำนัลผู้นั้นถูกทหารจับได้และตัดศรีษะใต้น้ำ

แต่สาเหตุการตายคือถูกกดน้ำจนขาดอากาศ

ร่างไร้วิญญาณถูกประจานกลางเมือง

จิตอันอาฆาตของนางยังไม่ไปสู่สุคติ

จึงลอยล่องมาจนถึงที่นัดพบแห่งนี้และไม่ยอมจากไป

วันดีคืนดี หากใครอยากพบก็ขอให้ขับกลอนบทนี้


รักใดเล่า ไม่เจ็บเท่า ความรักแท้

รักที่แน่ รักที่จริง นั้นอยู่ไหน

รักใดว่า เกี่ยวด้ายพัน กันฉันใด

รักนั้นไซร้ ผู้ใดรู้ ว่ายืนยง

- ต่งปู้


กลอนบทนี้คือกลอนที่นางกำนัลผู้นั้นร่ำร้องก่อนสิ้นใจ

ว่ากันว่าศรีษะของนางถูกนำมาฝังไว้ใต้หินสักกอง

ใครที่พบศรีษะนาง จะได้รับรางวัลบางอย่าง (?)

ทว่าใครที่ขับกลอนแล้วไม่ยอมทำตามที่นางขอ

คนผู้นั้นจะมีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน

ต้องออกบวชแก้เคล็ดเป็นเวลา 30 วัน


ด้วยเหตุนี้ในยามค่ำคืน ที่นี่จึงไม่มีผู้คน

อย่างมากก็ภายในยามโหย่ว ควรจะจากไปได้แล้ว

ส่วนท่านที่ต้องการล่าท้าวิญญาณก็เชิญตามสะดวก

แต่ทั้งนี้ไม่มีใครรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้น..



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-11-26 19:19:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Shufeng เมื่อ 2018-11-26 19:56

[ เควสเรื่องราวที่ 3 ตอนที่ 2.1 ]


■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■


จากนั้นชูเฟิงก็เก็บข้าวของให้เรียบร้อยแล้วนั้นเขาก็มองตัวเองในกระจกอีกครั้งแล้วบอกชมกับตัวเองว่า “ ดูดีไม่เลว “

จากนั้นชูเฟิงก็คิดถึงอะไรบางอย่างออก

“ เท่าที่ข้าจำได้นั้นพรรคเมาเซียนั้นเป็นพรรคที่ชื่นชอบในสุรา สาวงามและความวุ่นวายเป็นอย่างมาก เพราะฉนั้นข้าจำเป็นจะต้องจัดเตรียมเหล้าสุราไว้บ้าง “

ชูเฟิงหยิบไหเหล้าชั้นดีออกมาแล้วก็ถือมันไว้        

ชูเฟิงเดินออกจากที่พักของตนเองแล้วมุ่งหน้าสู่ช่องแคบเหยาตัน

ชูเฟิงยังคงไม่รู้สถานที่ตั้งว่ามันอยู่ที่ไหนเลยสอบถามเจ้าของโรงเตี้ยมจากนั้นก็ขอบคุณและเดินจากไป

ชูเฟิงได้คิดวางแผนไว้แล้วว่าเขาจะปกปิดตัวตนให้อย่างแนบเนียนก็คือการไม่ปกปิดสิ่งใดให้มากความนัก

ชูเฟิงจึงถอดหน้ากากเก็บไว้จากนั้นก็เดินทางออกจากเมืองอย่างช้าๆ

หลังจากเดินออกสามเค่อในที่สุดเขาก็เจอช่องแคบที่ว่าเสียที

“ อืม ที่แห่งนี้สวยงามไม่น้อย แต่แลดูธรรมดายิ่งนักไม่มีสิ่งใดแม้แต่น้อย เลือกที่ปกปิดได้แยบยนจริงๆ “ ชูเฟิงเอ่ยภายในใจของตัวเอง

ชูเฟิงควบฮั่นทองแล้วเดินทางต่อลัดเลาะไปทางธารน้ำไปเรื่อยๆ ชูเฟิงสังเกตุเห็นว่ามีปลามากมายภายในธารน้ำเหล่านี้

ชูเฟิงมองขึ้นด้านบนก็พบกับกวางผาอยู่แถวผาเต็มไปหมด และก็พบเห็นบางคนคิดจะล่ามันแต่กลับโดนมันถีบลงมาแต่ไม่เป็นไรก็มี

ชูเฟิงเลิกสนใจคนพวกนั้นแล้วควบฮั่นทองเดินทางต่อไป

หลังจากเดินทางตามทางไปได้ไม่นานชูเฟิงก็พบเห็นคนสวมใส่ชุดเครื่องแบบพรรคเมาเซียนมากมาย

บุรุษส่วนใหญ่มักจะถือไหสุราไว้ในมือและมีน้ำเต้าสุราอยู่ข้างกาย

“ ข้าคิดถูกแล้วที่พกไหสุราและน้ำเต้าไว้ข้างกาย ไม่อย่างนั้นคงดูผิดแปลกไม่น้อย “  

เมื่อชูเฟิงเดินทางต่อมาอีกสักหน่อยก็มาถึงหน้าซุ้มทางเข้า จากนั้นเขาก็โดนคนตรวจทักทายขึ้น

“ หยุดก่อนน้องชาย “ ชายที่สวมชุดพรรคเมาเซียนเอ่ยขึ้นหยุดชูเฟิงที่อยู่บนหลังฮั่นทอง

“ หืม ? ว่าไงพี่ชาย ? “ ชูเฟิงพูดพรางยิ้มเบาๆด้วยท่าทางเหมือนคนเมา

“ เจ้าจำเป็นจะต้องปลดอาวุธและม้าแล้วนำมาฝากไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นเข้าไปไม่ได้ อีกอย่างมีแต่พวกเราทั้งนั้น “ ชายคนนั้นเอ่ยปากพูดพร้อมจ้องหน้าชูเฟิง

“ โอ้ อย่างนั้นหรือ ? ได้ๆ ข้าจะเอาของทั้งหมดไปฝากเสียก่อน แล้วข้าต้องฝากที่ใครกันล่ะ? “

“ ฝากไว้ที่ข้านี่แหละน้องชาย “

“ งั้นข้าก็ฝากท่านด้วยล่ะพี่ชาย “ ชูเฟิงพูดพร้อมกับปลดอาวุธและคัมภีร์ภายในตัวทั้งหมดจากนั้นก็ลงจากหลังฮั่นทองแล้วส่งของทั้งหมดให้ชายคนนั้น

“ ข้าปลดทั้งหมดแล้ว “ ชูเฟิงเอ่ยพร้อมกับยกไหเหลาขึ้นมาดื่ม

“ เหล้าสุราน้ำเต้าที่อยู่ข้างเอวกับมือของเจ้าไม่ต้องปลด ! เชิญเลยน้องชาย ! เสร็จสิ้นงานแล้วค่อยมารับกลับคืนไป ! “ ชายหนุ่มยิ้มให้ชูเฟิง เมื่อมองชูเฟิงที่ดูอายุอานามไม่มากนักนิสัยค่อนข้างเป็นกันเองก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ

ชูเฟิงยิ้มและพยักหน้าให้ชายหนุ่มผู้นั้นจากนั้นก็เดินเข้างานไปและเห็นเหล้าสุรามากมาย ชูเฟิงก็วางไหเหล้าของเขาเอาไว้จากนั้นก็เดินไปตามไหสุราต่างๆ

ชูเฟิงมองสุราเหล่านั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย เนื่องจากสุราพวกนี้นั้นนับว่าเป็นของขึ้นชื่อเลิศรสมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นอย่างมาก ชูเฟิงเพียงได้กลิ่นก็สดชื่นเสียแล้ว

ในขณะที่ชูเฟิงเดินมาสูดดมและชิมลิ้มลองสุราเลิศรสทั้งหลายนั้นเขาก็พบเห็นเหล่าศิษย์พรรคเมาเซียนมากหน้าหลายตา

ซึ่งส่วนใหญ่เต็มไปด้วยคนที่ท่าทางเสเพล และชื่นชอบในสุรา

ชูเฟิงไม่ใช่ว่าไม่ชอบดื่มสุรา แต่เขาไม่มีโอกาสได้ดื่มเสียมากกว่า เนื่องจากชูเฟิงต้องเดินทางตลอดเลยไม่ได้แตะสุรามานานมากแล้ว

จากนั้นชูเฟิงก็ลิ้มรสสุราอย่างสุราญใจเป็นอย่างมาก

“ อ่า สุราเลิศรสเสียจริงๆ ข้านี่ไม่ได้ร่ำสุรามานานเพียงใดแล้วนะ ? “ ชูเฟิงพูดพร้อมเอ่ยมองท้องฟ้า

---------------
Part 2

จากนั้นชูเฟิงก็ได้ยินเสียงเดินเท้าของกลุ่มคนผู้หนึ่งเยื้องย่างเข้ามา

จากนั้นหนึ่งในสามพวกนั้นก็หันหน้ามามองชูเฟิงที่กำลังร่ำสุราอย่างออกรสอยู่พร้อมเอ่ยปากขึ้นว่า

“ เจ้าเป็นศิษย์ใหม่อย่างนั้นหรือ ? เหตุใดพวกเขาไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย “  ชายหนุ่มเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

ทว่าชายหนุ่มที่ดูโตกว่าก็เปิดปากพูดขึ้นมา “ คงเป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อช่วงเดือนก่อนแหละศิษย์น้อง “

จากนั้นคนที่ดูโตสุดในหมู่ทั้งสามคนก็เอ่ยปากบอกชูเฟิงว่า

“ โอ้ พวกข้าชื่อ ชูเทียน ส่วนคนที่พูดว่าเจ้าคงเป็นศิษย์ใหม่ชื่อชูหวง ส่วนคนที่เข้ามาถามเจ้าคนแรกก็คือ ชูเหวิน พวกข้ามาก่อนเจ้าสามเดือนเอง “

ชูเฟิงที่ได้ยินก็ดื่มสุราอีกยกก่อนที่จะวางมันลงและหันหน้ากลับไปบอก

“ โอ้ สวัสดีศิษย์พี่ทั้งสาม ข้ามีนามว่าชูเฟิง เพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์ใหม่ได้ไหมนาน ข้าขอฝากตัวด้วย “ ชูเฟิงเอ่ยพร้อมกับป้องมือเคารพอีกฝ่าย

“ โอ้เจ้า ก็แซ่ชูรึ ? ดีเลย พวกข้าสามคนเป็นพี่น้องทางสายเลือดกัน ส่วนเจ้าก็เป็นศิษย์น้องของพวกเขา ถือว่าเป็นพรมลิขิตที่ได้เจอคนแส่เดียวกัน ! “ ชูเทียนเอ่ยปากพร้อมกับยิ้มให้ชูเฟิง

“ ใช่แล้วน้องเฟิง ! พวกข้ายินดีต้อนรับเจ้า ! เพราะพวกเรานั้นแส่เดียวกัน แสดงว่ามันต้องเป็นชะตาลิขิตให้พวกเรามาเจอกันเป็นแน่ ! “ ชูหวงเอ่ยปากพร้อมกับยิ้มให้ชูเฟิงอีกคน

“ โอ้ ศิษย์น้องเฟิง ! ยินดีที่ได้รู้จักเจ้า ขออภัยสำหรับการเสียมารยาทตอนแรกของข้าด้วยแล้วกัน มาๆ เรามาร่ำสุราด้วยกันเสียดรกว่า ! “ ชูเหวินออกปากพร้อมกับหยิบยกจอกสุราขึ้นมา

“ ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่เหวิน เมื่อท่านกล่าวเช่นนั้น งั้นข้าจะปฏิเสธได้อย่างไรกันเล่า ? “ ชูเฟิงเอ่ยปากพร้อมกับหยิบจอกสุราขึ้นมาเช่นเดียวกัน

“ มา ๆ เดี๋ยวข้ารินให้เจ้าเองน้องเฟิง “ ชูเทียนยกเหล้าขึ้นมาพร้อมรินให้แก่ชูเฟิงและจากนั้นก็รินให้กับพี่น้องของตน

“ ดื่มแก่ศิษย์น้องเฟิงของเรา ! ดื่ม ! “ ชูเทียนเอ่ยปากพร้อมกับยกจอกสุราขึ้นเหนือหัว

“ ดื่ม ! “

“ ดื่ม ! “

“ ดื่ม ! “ ทั้งสี่พูดพร้อมกันจากนั้นก็ดื่มสุราเข้าไปด้วยกัน

จากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่พวกชูเทียนจะชวนชูเฟิงไปเดินเที่ยวงานกับพวกตน

ชูเฟิงเดินเล่นเที่ยวชมงานกับสามพี่น้องตระกูลชูด้วยความสนิทสนม

“ น้องเฟิง เจ้าคิดว่าแม่นางคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ? “ ชูเทียนชี้ไปที่ศิษย์พรรคเมาเซียนคนหนึ่ง

หญิงสาวรูปร่างอรชรงดงามเป็นอย่างมากผิวพรรณสวยงามรูปโฉมกลมไข่

“ ข้าว่าแม่นางท่านนั้นก็สละสลวยสวยไม่น้อยเลยทีเดียว “ ชูเฟิงพูดพร้อมยิ้ม

“ โอ้ข้าก็เช่นนั้นเหมือนกัน เจ้าสนใจนางหรือไม่ ข้าจะช่วยเจ้าเกี้ยวนางเสีย ? “ ชูเทียนเอ่ยปากกล่าว

“ ข้าเกรงใจศิษย์พี่เปล่าๆ ไม่รบกวนท่านดีกว่า ข้าแม่นางท่านนี้ยังไม่ใช่สเป็คข้า “ ชูเฟิงเอ่ยปากพา้อมยิ้ม

จากนั้นพวกเขาก็คุยกันไปอีกสักพัก

ในขณะนั้นพรรคเมาเซียนกำลังดื่มฉลอง พบปะพูดคุยกันตามอัธยาศัย เวลาล่วงเลยมานานแล้ว ก่อนจะมีเสียงแตรดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าประมุขพรรคใกล้เดินทางมาถึงแล้ว เหล่าลูกศิษย์พรรคเมาเซียนพากันคุกเข่าไปทางประรำพิธีตรงกลาง


ชูเฟิงได้ยินเสียงนั่นแล้วเห็นพี่น้องตระกูลชูคุกเข่าลงเขาก็คุกเข่าตามลงพร้อมก้มหน้าลงในทันทีอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

บุรุษสามพี่น้องค่อยๆคุกเข่าก้มหน้ามองพื้นลงข้างๆชายแซ่ชูผู้มาใหม่ พวกเขาอยู่ที่ในพรรคเมาเซียนมาสามเดือนจึงรู้ทำเนียมปฏิบัติที่เคร่งครัด

ประมุขพรรคเดินเข้ามาตามพรมแดงที่ศิษย์เอกทั้งสองมาปูไว้ทุกๆ ย่างก้าว โดยศิษย์ทุกคนไม่ได้เงยหน้ามองใบหน้าประมุข ด้วยกฎพรรคเข้มงวด

“สวัสดีพี่น้องพรรคเมาเซียนทุกคน วันนี้ที่ข้ามีนัดชุมนุมที่แห่งนี้ มีสองเรื่องจะประกาศ และ ตัดสินโทษคนที่แอบเข้ามาในพรรคของเราให้ทุกท่านได้ดูเป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ไอพวกสายลับพวกนี้ทุกคน”

ชูเฟิงที่คุกเข่าก้มหน้าฟังอยู่นั้นก็ไม่ได้สนใจอันใดนักเพราะเขาไม่ได้แอบเข้ามาเสียหน่อยเขาเข้ามาโต้งๆให้เห็นกันกบตาเสียด้วยซ้ำ

ชูเทียนพร้อมกับน้องทั้งสองคนก้มหน้ามองพื้น หูก็ฟังเสียงท่านประมุขประกาศแจ้ง

ประมุขพรรคยกนิ้วขึ้นมาก่อนไล่นิ้วมองลูกศิษย์พรรคเพื่อเลือกคน เขาพินิจมองหาคนก่อนจะหยิบผ้าที่มัดกับแท่งไม้เพื่อปาส่งสัญญาณให้ว่าเป็นการเลือกเขา ก่อนดีดลมปราณแท่งไม้ที่พันผ้าแดงหนาไปตกลงหน้าศิษย์คนหนึ่ง ‘ชูเฟิง’

ร่างสูงกระซิบชายหนุ่มที่กำลังงุงงงคงเพราะอีกฝ่ายพึ่งมาใหม่ ชูหวงเอ่ยพูดเสียงทุ้ม “ศิษย์น้องเฟิง เจ้ารีบนำผ้ามามัดตาตัวเองเสีย” เว้นประโยคเล็กน้อยพร้อมกับพูดเสียงเจ้าเล่ห์ “ท่านประมุขเลือกเจ้า ช่างเป็นศิษย์น้องที่โชคดีโดยแท้”

ชูเฟิงพยักหน้าจากนั้นก็ก้มไปหยิบผ้าที่อยู่ตรงหน้าจากนั้นก็คลายผ้าออกจากแม่งไม้ที่อยู่เบื้องหน้าเขาและนำมาหมัดกับตนเองเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนรอ

“เสียนจงนำตัวสายลับเดินเข้ามา”  ประมุขออกคำสั่ง ก่อนจะมีศิษย์เอกที่ประมุขไว้ใจเดินควบคุมตัวสายลับไปบนประรำพิธีข้างๆ ประมุขพรรค

“ชื่อเฉียว พาเจ้านั่นเดินมานี่ ข้าจะให้เขาได้รับโอกาสนี้” ประมุขพรรคหันไปมองเด็กหนุ่มชื่อเฉียว เขาแม้เข้าพรรคไม่นาน แต่ก็นับเป็นคนโดดเด่นมีความสามารถ สามารถวางใจให้ช่วยเหลือได้  

“ขอรับท่านประมุข” อันชื่อเฉียวขานรับคำสั่งก่อนเดินไปทางชายหนุ่มคนนึง ตอนนี้เขาก็นับว่าประสบความสำเร็จในการแฝงตัวแล้ว ทำให้ประมุขไว้วางใจเขาได้

ชูเฟิงรู้สึกว่ามีคนผคลองตนเองเดินไปที่ใดก็ไม่ทราบชูเฟิงก็เดินไปอย่างไม่คิดสิ่งใดมาก

ชูเหวินก้มหน้าพวกเขาก้มหน้าเฉกเช่นดังเดิม

ชูเฟิงได้เดินตามทางที่ถูกผคองเอาไว้จนถึงขั้นต้องขึ้นบันไดจากนั้นก็มาหยุดอยู่ที่ๆหนึ่ง

“รับดาบ” ประมุขพูดขึ้นก่อนมองอีกฝ่ายรอยื่นมือออกมารับ

อันชื่อเฉียวที่เสร็จสิ้นแล้ว ก็เดินกลับไปยืนประจำที่มองเหตุการณ์ แม้ในใจเขารู้อยู่แล้วว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่เขาได้แต่อดกลั้นความรู้สึกที่อยากช่วยหญิงสาวคนนั้นไว้ การจะทำให้ประมุขพรรคไว้ใจได้ครึ่งนึงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ชูเฟิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจสั่นเล็กน้อยทว่าไร้ซึ่งการแสดงออกใดๆออกมาแม้แต่น้อยแล้วรับดาบอย่างนอบน้อมด้วยมือทั้งสอง

ประมุขพรรควางดาบลงบนมืออีกฝ่าย ก่อนหันไปส่งสัญญาณทางเสียนจงให้นำตัวสายลับ ก่อนเสียนจงจะเดินนำสายลับมายืนตรงหน้าชูเฟิงและปลีกตัวออกมาข้างๆ

“ประหารสายลับตรงหน้าเจ้าชะ” ประมุขพรรคบอกอีกฝ่าย

“อย่าทำร้ายข้าเลย ข้าไม่ใช่สายลับเจ้าค่ะท่านประมุข ฮือๆ” หญิงสาวพูดเสียงคร่ำครวญ

ชูเฟิงจับดาบในมือมั่นพร้อมกำลังจะจ้วงแทงโดยไม่ได้สนใจใยดีแม้แต่น้อย หากทำการใหญ่จำเป็นต้องเสียสละ ชูเฟิงไม่ได้คิดสิ่งใดมาก เนื่องจากพรรคเมาเซียนก็ใช่จะคนดีนี่ ? เหตุใดเขาจำเป็นจะต้องสนใจใยดีเจ้าพวกชั่วช้าพรรคมารเช่นนี้ ? ขณะที่ชูเฟิงจับดาบในมืออยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวเอ่ยกล่าวต่อ

“ฮือๆ อย่าฆ่าข้าเลยเจ้าค่ะ ข้..ขอร้อง ข้ายังมีเด็กในครรภ์ อย่าฆ่าข้าเลย” หญิงสาวพูดวิงวอนชายตรงหน้าและท่านประมุข มือไม่สามารถยกได้ด้วยถูกมัด ปลายเชือกถูกถือโดยศิษย์เอกซางเสียนจงที่ยืนห่างๆ

ชูเฟิงไม่ได้สนใจใยดีแม้แต่น้อยชูเฟิงหยิบดาบแทงเข้าไปที่หญิงสาวอย่างไร้ความปราณีพร้อมคิดว่า แล้วอย่างไรกันล่ะ ? หากเจ้าให้กำเนิดบุตรมาแล้วบุตรของเจ้ามีมารดาเฉกเช่นเจ้าเหตุใดจะต้องตื่นมาเพื่อดูโลกกันด้วยเล่า ? พวกพรรคอธรรมมันก็เป็นเช่นเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเมาเซียน ภูติทมิฬลมดำหรือโจรทมิฬมันก็เลวระยำบัดซบฆ่าคนได้โดยไม่สนใจใยดีอยู่แล้วนี่ ? ข้าต้องโหดเหี้ยมเพื่อที่จะได้ไม่หวั่นไหวเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูในอนาคต !

“.....” ชูหวงคิดในใจอยากเป็นฝ่ายฆ่าสายลับคนนั้นเสียจริง บังอาจแอบลอบเข้ามาในพรรคเมาเซียน

ประมุขพรรคมองอีกฝ่ายก่อนเรียกอีกคน “ฉินฉาน นำตัวสายลับอีกคนเข้ามา!”

หญิงสาวนางหนึ่งได้เดินคุมตัวบุรุษที่ถูกมัดเข้ามา ก่อนนำขึ้นไปบนประรำพิธียืนตรงหน้าศิษย์น้องที่ถูกเลือกประหาร

“ประหาร…” ประมุขพูดเสียงเรียบเฉย

ชูเฟิงไร้ซึ่งความลังเลใจแม้แต่น้อย แล้วอย่างไร ? ให้ฆ่าอีกเสียหนึ่งคน ? ง่ายดายยิ่งนัก ชูเฟิงกระซวกแทงเข้าที่บุรุษตรงหน้าอย่างไร้ความปราณีพร้อมกับคิดเรื่องราวในใจ เหอะ พวกโง่ให้ฆ่าสังหารพรรคพวกในพรรคของเจ้าเสียเองอย่างนั้นหรือ ? เหอะ ฆ่าทำได้โดยไม่ต้องกระพริบตาเสียด้วยซ้ำ !!

พี่น้องตระกูลชูทั้งสามก้มหน้า ทว่าก็ฟังเสียงคมดาบที่แทงลงร่างกายสายลับ พวกเขาเทิดทูนท่านประมุข

ประมุขเดินไปตรงหน้าอีกฝ่ายก่อนรับดาบคืน “ศิษย์น้อยเจ้าทำได้ดีมาก ไว้กลับพรรคข้าจะประทานหีบเงินให้เจ้าเป็นโบนัส” ประมุขถามอีกฝ่าย “เจ้ามีนามว่าอะไร กล่าวนามของเจ้ามาเสียงดัง”

“ ข้ามีนามว่าชูเฟิง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! “

“เสียนจงนำตัวศิษย์น้องเจ้า ชูเฟิงกลับไปนั่งได้” ประมุขหันไปบอกศิษย์เอกซางเสียนจง

“ขอรับท่านประมุข” ร่างสูงโปร่งพาชูเฟิงกลับไปนั่งที่เดิม เปรยตามองชายหนุ่มแล้วเดินนำทางอีกฝ่าย เขารู้สึกเหมือนศิษย์น้องคนนี้ไม่ธรรมดา

ชูเฟิงที่คืนดาบให้ประมุขไปนั้นก็เดินตามที่ถูกศิษย์เอกของประมุขพยุงไป

ระหว่างผ่านนาง ฉินฉานยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนยกมือตีก้นศิษย์น้องที่เดินผ่านก่อนแกล้งกระซิบด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่ “หนุ่มน้อย หลังจบชุมนุมถ้าสนใจต่อ เจอกันที่โรงเตี๊ยมในเมืองได้นะจ๊ะ”

ชูเฟิงทำเพียงแค่ยิ้มไม่ตอบสิ่งใดเพราะเขาไม่ทราบว่าแม่นางที่พูดกับเขาคือใครเลยทำเพียงแค่ยิ้มส่งกลับไปเพียงแค่นั้น

เสียนจงพยุงร่างชายหนุ่มก่อนจะยิ้มเย็น ใบหน้ายวนเย้าละมุนสั่งให้ศิษย์น้องนั่งคุกเข่า “ข้าไม่เคยเห็นหน้าศิษย์น้องเลย” พึมพำเสียงแผ่วเบาแต่ให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงของเขา

ชูเฟิงที่ถูกพยุงกลับมานั่งลงก้มหน้าที่เดิมนั้นก็ก้มหน้าต่อไปพร้อมกับพรางคิดในใจว่า จับคนในพรรคของตนเองมาให้ข้าสังหารอย่างนั้นเหรอ? ฉลาดเสียจริงท่านประมุข! ทว่าคำพูดของศิษย์พี่ผู้นี้ทำให้เขาแปลกใจยิ่งนัก มันยังคงมีคนฉลาดในพรรคพรรนนี้ด้วยเหรอ ?

“ ข้าเพิ่งเข้ามาได้ไม่นานขอรับศิษย์พี่ “ ชูเฟิงเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบากลับไปที่เพียงพอให้ได้ยินกับเพียงสองคน

“อีกสองเรื่อง เรื่องแรกเสียนจงศิษย์พี่พวกเจ้าจะเป็นคนดูแล หลังจากแยกกันวันนี้ วันที่หนึ่งเดือนสิบสอง ศิษย์กลุ่มอวี่ เจอเสียนจงที่เมืองเซียงผิง” ประมุขกล่าวขึ้นประกาศก้อง ก่อนจะหยิบป้ายสี่แผ่นเพื่อเลือกศิษย์สี่คนไปทำภารกิจ

“เรื่องสุดท้าย…. ข้าจะเลือกศิษย์ตัวแทนสี่คนคุ้มครองสตรีนางหนึ่งไปยังกระท่อมที่ทางใต้ เมืองเจียหนาน จำไว้พวกเจ้าทั้งสี่ที่ได้รับเลือกจะต้องคุ้มครองนางอย่างดีและให้เกียรติ นางจะเป็นอนาคตของพรรคเมาเซียน !!” ประมุขสิ้นเสียงก่อนจะหลับตาดีดแผ่นป้ายทั้งสี่ขึ้นฟ้า ก่อนพุ่งกระโดดและสะบัดแผ่นป้ายด้วยลมปราณ แผ่นป้ายทั้งสี่กระจัดกระจายคนละทิศ ก่อนพุ่งไปตกลงตรงหน้า…………….

ชูเฟิงคิดในใจว่า หึ อนาคตของพรรคอย่างนั้นเหรอ ? อนาคตที่ทำให้พรรคชั่วๆของแกที่จะต้องสังหารสิ้นผู้อื่นอีกมากมายอย่างนั้นหรือ ? ช่างน่าชังยิ่งนัก

บุรุษทั้งสามพี่น้องยังคงก้มหน้าคุกเข่าอยู่เหมือนเดิม

“.....”

แผ่นป้ายอันแรกร่วงลงตรงหน้าศิษย์หลี่ เต้า แผ่นที่สองตกลงเบื้องหน้าหน้าลู่ กงเป่ยซาน แผ่นที่สามตกลงเบื้องหน้า ซุน ซิ่นเหยียน และแผ่นป้ายสุดท้ายตกลงเบื้องหน้าชูเฟิง

ชูเฟิงที่ได้เห็นแผ่นป้ายมาตกตรงหน้าเขานั้นชูเฟิงก็หยิบมันมาและก้มหน้าต่อไป พรางคิดในใจว่า หึหึ ไอ้ประมุขโง่ ให้งานข้ามาทำ ข้านี่แหละสายลับ จับตัวคนผิดไม่เพียงพอแต่ยังให้งานสำคัญแก่ข้าอีก โง่เง่า ! โง่เง่าไร้ที่สิ้นสุด

ใบหน้าคมคายกระซิบชูเฟิงเพื่อบอกเตือน “ขอบพระทัยท่านประมุขด้วย ดูเหมือนศิษย์น้องเฟิงจะลืม” ชูหวงกล่าวบอกเสียงขรึมเข้ม

“ ขอบพระทัยท่านประมุข “ ชูเฟิงเอ่ยปากพร้อมกับยิ้ม พร้อมกับอีกสามคนที่ได้รับเลือก

“พวกเจ้าทั้งสี่ ศิษย์พี่ฉินฉานจะเป็นผู้นำภารกิจนี้ หลังจบการชุมนุม พวกเจ้ารอพบศิษย์พี่ได้เลย” ประมุขพรรคกล่าวก่อนเดินตามพรมแดงออกจากเขตชุมนุม

“ท่านประมุขเกรียงไกร เชิดชูทั่วหล้า ยิ่งใหญ่สิบทิศ” ศิษย์พรรคเมาเซียนมากมายที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่กล่าวขึ้นตามเสียงแตรดังขึ้นที่เป็นสัญญาณประมุขกลับ

ชูเฟิงเอ่ยคำขวัญและถวายคำนับตาม

ทั้งสามกล่าวคำขวัญพรรค พร้อมกับคำนับท่านประมุข

จากนั้นฉินฉานก็เรียกรวมศิษย์ทั้งสี่มารวมตัวกัน

จากนั้นฉินฉานก็อธิบายรายละเอียดให้ทั้งสี่ฟังว่าพวกเขานั้นต้องไปทำอะไรและปกป้องใคร

“ เอาล่ะ บุคคลที่เจ้าต้องไปคุ้มกันนั้นรออยู่แล้วที่โรงเตี๊ยม พวกเจ้าเข้าใจรายละเอียดที่ข้าบอกกล่าวไปหมดแล้วใช่หรือไม่ ? “ ฉินฉานถามออกมา

“ ครับ x4“  ทั้งสี่ประสานเสียงรับคำ

“ เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าไปรับอาวุธแล้วเจอกับข้าที่โรงเตี๊ยมเสียแล้วกัน ส่วนศิษย์น้องเฟิง หากเจ้าสนใจที่ข้าได้ถามไถ่ไปเมื่อตอนนั้นมาบอกข้าได้ ข้าไม่ชอบฝืนใจผู้ใด “ พูดจบนางขยิบตาให้ชูเฟิงครั้งหนึ่งก่อนจะเดินจากไป

ชูเฟิงทำได้เพียงแค่ยิ้มเหยเกจากนั้นก็เดินไปรับอาวุธและม้าที่ตนเองได้ฝากเอาไว้

“ ศิษย์พี่ ข้ามารับอาวุธที่ข้าฝากเอาไว้ตอนเข้ามา “ ชูเฟิงยิ้ม

“ อ่าวเจ้านี่เอง เอาล่ะๆ เดี๋ยวข้าหาให้เจ้าสักประเดี๋ยว “ ชายคนนั้นพูดจบก็หันหลังไปหาสิ่งของให้ชูเฟิง

ผ่านไปได้สักพักชายคนนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกับอาวุธและเกราะและสิ่งของของชูเฟิง

“ เอานี่ของเจ้า เจ้านี่ก็มีของดีไม่น้อยเลยนะ “ ชายหนุ่มคนนั้นพูดเอ่ยแซวชูเฟิง

ชูเฟิงไม่ตอบอะไรพร้อมกับยิ้มตอบกลับอีกฝ่ายไปก็เพียงเท่านั้น

ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเองได้มีบุรุษร่างสูงผู้หนึ่งจ้องมองชูเฟิงจากด้านหลัง

ชายผู้นั้นจ้องมองชูเฟิงด้วยจิตใจลังเลไม่น้อย

“ ข้าอยากจะเตือนเขาแต่ทว่าข้าไม่สามารถทำได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นประมุขจะต้องสงสัยในตัวข้าเป็นแน่ “ ชายผู้นั้นพูดขึ้น

ชายผู้นี้หรืออัน ชื่อเฉียวได้ถูกประมุขสั่งให้จับตามองชูเฟิงไว้เนื่องจากเขานั้นดูน่าสงสัยอย่างบอกไม่ถูกประมุขเลยให้จับตาดูไว้ ซึ่งอัน ชื่อเฉียวนั้นรู้อยู่แล้วว่าชูเฟิงนั้นเป็นคนนอกแน่ๆ แต่เขากลับไม่สามารถบอกกล่าวชูเฟิงให้ระมัดระวังตัวได้ไม่อย่างนั้นประมุขอาจจะสงสัยในตัวเขาซึ่งจะทำให้การเป็นศิษย์หลักนั้นยากเย็นขึ้นไปอีก

หลังจากนั้นชูเฟิงรับของมาเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นก็เดินกลับไปรวมกลุ่มกับทั้งสามสหายที่ได้รับแผ่นป้ายด้วยกัน

พวกเขารู้จักชื่อมักจี่กับเรียบร้อยแล้ว ชูเฟิงค่อนข้างจะสนิทสนมไม่น้อยเนื่องจากทั้งสามเป็นคนคุยง่ายๆ และสบายๆ ชูเฟิงจึงเดินทางไปพร้อมกับทั้งสามคนเพื่อมุ่งหน้าไปโรงเตี๊ยมด้วยกัน



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ชู เหวิน เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2018-12-3 18:27
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ชู เทียน เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2018-12-3 18:27
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ชู หวง เพิ่มขึ้น 300 โพสต์ 2018-12-3 18:26
คุณได้รับ +100 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2018-11-26 19:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ข้ากลับมาหล่อเหล่าแล้ว !
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากพญาอินทรี
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กระบี่หยกหิมะ
คัมภีร์ละติน
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองแดง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x40
x50
x167
x12
x88
x15
x1
x42
x38
x9
x2242
x1
x42
x45
x18
x28
x92
x782
x16
x121
x297
x28
x130
x69
x6
x235
x3
x2
x20
x54
x36
x8
x742
x10
x30
x18
x1901
x815
x96
x1
x9999
x3352
x250
x1380
x8000
x578
x842
x299
x8
x92
x66
x9999
x1000
x114
x43
x43
x19
x1
x1
x19
x423
x91
x15
x10
x25
x30
x997
x5
x75
x2
x2
x4
x90
x52
x30
x1
x90
x90
x150
x4
x24
x7
x29
x2
x21
x3
x200
x4
x110
x150
x95
x6
x10
x26
x2
x60
x5
x575
x30
x970
x45
x87
x4
x396
x75
x10
x553
x200
x270
x30
x5
x6
x3
x2000
x20
x4
x90
x192
x31
x200
x140
x400
x1200
x125
x94
x86
x101
x3
x200
x1500
x688
x10
x6
x175
x6
x8
x7
x7
x32
x150
x23
x117
x700
x11
x79
x58
x155
x3348
x904
x942
x85
x1060
x70
x105
x145
x5983
x623
x10
x547
x79
x220
x253
x9
x4
x31
x50
x71
x3155
x264
x9999
x165
x221
x120
x178
x9
x712
x854
x75
x10
x247
x114
x50
x124
x45
x15
x1
x196
โพสต์ 2020-11-15 07:06:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2020-11-16 12:42

- 71 -

[ บทที่ 3 ] ฉากที่ 21





          แสงแห่งรุ่งอรุณสีทองผ่องนภาทางทิศตะวันออก สตรีผู้หนึ่งเดินดุ่มๆ อยู่เลียบป่านอกเมืองลั่วหยาง นางกำลังเดินทางไปตามสถานที่ที่นัดพบกับกลุ่มคนชุดดำปริศนาที่อ้างว่ารู้จัก(เบื้องลึกเบื้องหลัง)นาง หญิงสาวในตอนนี้มุ่งหน้าไปยังช่องแคบเหยาตันโดยมิได้บอกใครรวมถึงสหายทั้งสอง ซ่งหยางหมิงและเสี่ยวหลาง นางตั้งใจไปเพียงลำพังตามคำที่กล่าวไว้
          เวลาเช้าตรู่เช่นนี้ไอหมอกเย็นชื้นลงบางตา รอบด้านเห็นอากาศเป็นสีขมุกขมัวจางๆ ก่อนมาหลินไม่ลืมหยิบจดหมายที่ได้รับจากท่านอาจารย์ติดตัวมาด้วย หลังจากเสร็จธุระนี้ยังมีธุระให้ต้องไปสมาคมชาวยุทธ์เพื่อร่วมพิธีล้างมือของจ้าวแห่งยุทธภพต่อ แม้จะแสดงความกล้าหารออกมาเช่นนั้นทว่าในใจลึกๆ นางหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย หวังว่าคงจะมีโอกาสได้สารต่อภารกิจที่อาจารย์มอบไว้โดยไม่ถูกคนกลุ่มนั้นหลอกต้มเสียก่อน
          เบื้องหน้าเป็นหุบผาตั้งตระหง่าน ด้วยไอหมอกยามเช้าตรู หินผาสลับกันสูงต่ำบ้างบดบังแสงตะวันทำให้มิอาจส่งลงมาถึงเบื้องล่างจึงเสริมให้เกิดบรรยากาศทมิฬมิชอบมาพากลอยู่ไม่น้อย ทว่าหากตะวันเด่นนภาเมื่อไร ที่แห่งนี้ย่อมเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวงดงามแห่งเมืองลั่วหยางไม่ผิด แต่บรรยากาศในยามเช้าเช่นนี้กลับให้ความรู้สึกแตกต่างกันลิบลับ
          ร่างหญิงสาวเคลื่อนกายย่างฝีเท้าไปยังช่องแคบเหยาตันอันเป็นสถานที่นัดพบ ในตอนแรกนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่แห่งนี้คือที่ใด ด้วยนางมิรู้จักมักคุ้นเส้นทางถิ่นเมืองลั่วหยาง ยังดีที่ตื่นเช้ามาพบเสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยมจึงลองสอบถามทางก่อนที่จะมา
          ภายในช่องแคบนั้นหนทางค่อนข้างสลับซับซ้อนอย่างมาก ด้วยเส้นทางค่อนข้างสุ่มเสี่ยงที่จะลื่นตกลงไปในร่องหุบเขา จำเป็นต้องใช้ความพยายามในการลัดเลาะไปตามเส้นทางสูง ทั้งอากาศชื้นได้ที่เหล่าหินผาจึงถูกปกคลุมด้วยขี้ตะไคร่ลื่นทั้งสลับซับซ้อนยากต่อการเดินทางยิ่งนัก หญิงสาวทำใจให้เย็นลงค่อยๆ ข้ามผ่านเส้นทางอันตรายอย่างมีสติ
          เมื่อเข้าสู่เขตหุบเขาแล้วทว่าพื้นที่กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้นางจะรู้ได้อย่างไรว่าคนพวกนั้นซ่อนตัวกันอยู่ที่ใด ดวงตาสีราตรีกวาดมองไปทั่ว ภายในช่องแคบแห่งนี้มีหินน้อยใหญ่เรียงตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบ พื้นที่ค่อนข้างยากแก่การสำรวจให้ครบทุกซอกมุม เพียงมองผิวเผินก็เห็นแต่ผาสองฟากและก้อนหินผา ด้วยพื้นที่เช่นนี้เหมาะต่อการเร้นกายยิ่งนัก แต่นางมาเจรจามิได้มาเล่นซ่อนแอบ เหตุใดพวกเขาจึงไม่ปรากฏกาย?
         
“มีใครอยู่รึไม่...?” เอ่ยเสียงขึ้นมองหาคนในชุดดำลึกลับกลุ่มเมื่อวานที่โรงเตี๊ยม ทว่าไร้สัญญาณตอบรับจากเป้าหมายที่นางเรียก
          หลินค่อยเดินทุกย่างก้าวด้วยความระมัดระวัง แม้ไม่เดินลื่นล้มแต่ก็อาจจะมีสัตว์มีพิษเร้นกายในจุดที่มิทันได้สังเกต ก่อนสายตาเลื่อนมองเห็นเศษผ้าสีดำแขวนอยู่ พลันเกิดประกายความสงสัยขึ้นในใจ ไม่แน่อาจเป็นตรงนั้น
          หญิงสาวย่างกรายเข้าไปในเขตที่มีสัญลักษณ์ผ้าสีดำเด่นชัด ทว่ามองซ้ายขวาสำรวจก็ยังไม่พบผู้ใด เสียงเอื้อนเอ่ยจึงร้องทักอีกครั้ง
         
“ไหนพวกเจ้าว่าให้ข้ามาตามนัด ข้ามาเพียงผู้เดียวอย่างที่ต้องการแล้ว หากยังซ่อนตัวอยู่เช่นนั้นโปรดรีบปรากฏกาย”
          ยังไม่มีเสียงตอบรับใดอีกนางจึงครุ่นคิดในใจอีกครั้ง หรือว่าจะมาเช้าไป?
          ไม่เห็นผู้ใดหลินจึงยืนสังเกตการณ์รวมถึงสังเกตพื้นที่โดยรอบไปด้วย เผื่อว่าถูกตลบหลังเข้าจริงจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ถูก ด้วยพื้นที่ซับซ้อนเช่นนี้อย่างน้อยก็น่าจะหากลยุทธ์หลบซ่อนหรืออันใดให้เอาตัวรอดได้สักอย่าง แต่มาคิดดูอีกที...นี่เป็นพื้นที่ที่พวกมันนัดให้มาพบหมายความว่านางย่อมเสียเปรียบมิใช่หรือ? ไหนจะให้มาแต่เพียงลำพังอีก แท้จริงแล้วพวกมันต้องการอันใด หวังว่าจะรักษาคำพูดที่ว่าจะบอกทุกเรื่องแก่นาง แม้จะมิได้มีเชื่อใจให้แก่คนพวกนั้นนักแต่นางก็มีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้า







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +2 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-11-15 14:25
คุณได้รับ +5 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2020-11-15 14:25

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +2 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
ชุดเฟิงไป๋จวิ้น (ช)(ญ)
ปิ่นจูฟางเหมยฮวา
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ฮั่นเสียทองเทวะ
จิ่งเทียน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x2
x1
x40
x10
x95
x14
x9
x1
x1
x5
x1
x2
x15
x80
x200
x1
x20
x30
x100
x4
x4
x100
x25
x200
x200
x200
x10
x400
x25
x1
x50
x15
x40
x1
x200
x2
x35
x200
x2
x1
x500
x3
x1
x70
x2
x250
x2
x1
x1
x50
x1
x2
x2
x50
x1
x2
x1
x50
x1
x1
x1
x28
x1
x1
x1
x15
x4
x50
x50
x30
x50
x2000
x8
x50
x50
x2
x5
x12
x1
x1
x2
x9
x10
x50
x1
x10
x3
x30
x1
x250
x1
x1
x5
x8
x160
x200
x2
x1
x200
x1
x1
x5
x200
x400
x2
x115
x100
x300
x8
x5
x200
x150
x2
x100
x400
x4
x3
x100
x600
x300
x28
x200
x20
x25
x500
x240
x25
x3
x400
x4
x200
x400
x10
x30
x80
x2
x28
x400
x20
x90
x15
x50
x2
x1
x49
x250
x3
x2
x6
x550
x50
x20
x100
x50
x50
x1
x9
x3
x80
x14
x40
x57
x2
x6
x432
x15
x58
x4
x15
x28
x1
x3
x1
x764
x1
x1
x14
x6000
x100
x300
x51
x1
x5
x91
x180
x226
x100
x50
x234
x75
x25
x170
x450
x330
x164
x20
x210
x20
x10
x160
x20
x130
x930
x22
x70
x6000
x158
x22
x360
x1
x305
x459
x43
x57
x9999
x50
x30
x10
x57
x35
x500
x1221
x350
x101
x211
x60
x5
x320
x80
x120
x225
x85
x300
x25
x25
x30
x400
x4
x200
x550
x292
x520
x125
x1200
x370
x35
x250
x120
x205
x50
x120
x250
x690
x25
x1
x93
x7
x37
x20
x1
x1
โพสต์ 2020-11-15 19:13:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2020-11-16 12:44

- 72 -

[ บทที่ 3 ] ฉากที่ 22



         ไม่ช้าเงาคนผู้หนึ่งก็ปรากฏกายต่อหน้าหลิน เป็นบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทสวมหมวกไผ่ปิดบังใบหน้าคนเดียวกันกับเมื่อวานที่กล่าวคำเชิญให้มาพบยังช่องแคบเหยาตันแห่งนี้ ข้างกายเขามิได้มีผู้ใดติดตามมาอย่างเช่นที่โรงเตี๊ยมเมื่อคืน สองขายาวคู่นั้นสืบเข้ามาใกล้เดินตรงมายังหญิงสาว
          จังหวะเดียวกันมือเรียวกุมกระบี่ที่ข้างเอวแน่นพร้อมป้องกันตัวทุกเมื่อ คิ้วขมวดปมแววตาทอประกายจับจ้องบุรุษเบื้องหน้าที่ก้าวเดินเข้ามาใกล้อย่างไม่ไว้วางใจ
          คนเบื้องหน้าถอดหมวกไผ่ผ้าคลุมดำที่สวมอยู่จึงเผยให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมอายุราวมากกว่าห้าสิบปี ริมฝีปากระบายรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างพึงพอใจ เสียงทุ้มกล่าว
“ขอชื่นชมที่แม่นางกล้าหาญมาเพียงลำพัง ไม่ต้องกังวลไปโปรดทำตัวตามสบาย” กล่าวจบประโยคพลันผายมือนำทาง “เชิญแม่นางนั่งตรงนั้นก่อน เกรงว่าเรื่องมันค่อนข้างยาว นั่งสนทนากันคงจะสบายกว่า”
          คิ้วเรียวที่เมื่อครู่ขมวดกันแทบเป็นปมเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ ดูแล้วคนผู้นี้คงมิได้ร้ายกาจอย่างที่คาดคิด สัมผัสไม่ได้ถึงไอสังหาร มิแน่ว่าคำกล่าวที่จะเล่าทุกอย่างไขข้อข้องใจให้แก่หลินอาจเป็นเรื่องจริง หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อย นั่งลงที่ใต้ต้นไม้ตามคำเชิญของบุรุษลึกลับ
          บุคคลในอาภรณ์สีทมิฬเริ่มกล่าว “มารดาของท่านเป็นองค์หญิงแห่งหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐจิน พวกเรา มาฮัน และ จินฮัน เดิมเป็นชาวฮั่นในสมัยฉินที่หนีจากการกดขี่ของฉินซีไปหาดินแดนใหม่และใช้ชีวิตผาสุกเสมอมา ตอนใต้ของคีจาโชซอน และ คีจาโชซอน มีความสัมพันธ์อันดีเสมอมา”
          หญิงสาวนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อมิได้กล่าวขัดคำอันใดขึ้นมา ด้วยข้อมูลจากจิ่งเทียนนางพอจะทราบอยู่ว่าตนมีสายเลือดชาวจินจากฝั่งมารดา ใบหน้ามนขยับขึ้นลงเก็บข้อมูล
          “...จนถึงยุคกษัตริย์จุนแห่งกีจาโชซอน ท่านถูกวางแผนก่อกบฎโดยสกุลวี โค่นล้มและตั้งราชวงศ์วีมันโชซอน ครอบครองตอนเหนือโชซอน แต่พวกเขาไม่เพียงพอ อ้างอานัติสวรรค์จะรวบรวมดินแดนจินฮันและมาฮันบอกว่าถึงเวลารวมเป็นทองแผ่นเดียว ใช้กษัตริย์จุนเป็นข้ออ้างที่ท่านนำทหารหลบหนีมาตั้งเมืองตอนใต้ พวกวีมันได้ก่อสงครามเพื่อหมายรวมชนเผ่า กวาดล้างเผาหลายเมืองมาฮันและจินฮันจนวอดวาย”
         
โหดร้าย... ถึงจุดนี้ความทรงจำบางอย่างของหลินจึงเด่นชัดขึ้นมา เป็นภาพของคนชั่วผู้หนึ่งถือกระบี่สังหารชาวจินอย่างโหดเหี้ยม โลหิตไหลนองอาบพื้น ช่างเป็นภาพอันน่าสลดหดหู่ยิ่งนัก มือเรียวกำแน่นจนซีดขาวเพียงแค่ฟังก็พลันเกิดโทสะขึ้นมาแล้ว แม้จะเป็นเพียงนิมิตความฝันแต่เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงดั่งคาด คนพวกนั้นชั่วช้าเกินมนุษย์! ที่แท้เด็กหญิงชายในความฝันนั่นก็คือมารดาของนางในวัยเด็กนั่นเอง ความโกรธปนเศร้าเกิดขึ้นในใจของหญิงสาวผู้สืบสายเลือดองค์หญิงแห่งอาณาจักรจินแต่ไร้คำเอื้อนเอ่ย...
          บุรุษผู้นี่สลดใจแฝงด้วยความเคียดแค้นเกลียดชังต่อคนเลวที่ทำลายล้างบ้านเกิดไม่แพ้กัน เขาอธิบายต่อด้วยความใจเย็นสุขุมคุกเข่าลงต่อหน้า ทำความเคารพพระนัดดา “อัยกาของท่านก็คือกษัตริย์ฮเยแห่งอาณาจักรจิน”
          เห็นคนอาวุโสกว่าคุกเข่าเบื้องหน้า คนผู้อายุสามารถนับเป็นลุงได้ทำเอาคนที่นั่งฟังอยู่ผุดลุกขึ้นทำตัวไม่ถูก “ท่านลุง! โปรดลุกขึ้นทำตัวตามสบายเถอะ”
          “ขอบพระทัย
เขาไม่รีรอกล่าวต่อด้วยความคับข้องใจ “กษัตริย์ฮเยพ่ายแพ้ศึกและสหสมาพันธ์รัฐมาฮันและจินฮัน ล่มสลาย แม้จะพ่ายแพ้ แต่พวกเราชาวจินไม่ยอมขึ้นต่อโชซอน รอวันที่สายเลือดแห่งกษัตริย์ฮเยมากอบกู้ ส่วนมารดาของท่านถูกหนึ่งในองครักษ์แห่งกษัตริย์ฮเยเช่นเดียวกับข้าพาหลบหนีเร้นกายเข้ามายังแผ่นดินฮั่น นอกจากนี้ท่านยังมีพี่ชายที่พลัดพราก ซึ่งข้าเองก็มิอาจทราบได้ว่าคนผู้นั้นเป็นใคร แต่ทารกที่กำเนิดจากองค์หญิงยอนฮวามีชายหนึ่งหญิงหนึ่ง”
          “ที่แท้เรื่องราวก็เป็นมาเช่นนี้…” หลินที่ไม่เคยรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของตนเองมาก่อนเช่นนั้นควรยินดีที่ได้รับรู้แต่นางกลับเกิดความหวั่นไหวภายในใจปนเศร้าสลด ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่ปู่หรือก็คือองครักษ์ผู้ดูแลมารดาปกปิดแก่นางมาตลอด! เพื่อให้นางอยู่รอดกลับมีหลายชีวิตต้องสูญเสียโดยที่ทำอันใดมิได้เลย
          “ตอนนี้ข้าบอกความจริงแก่ท่านหมดแล้ว งานชิ้นสุดท้ายที่กษัตริย์ฮเยสั่งไว้ ข้าจะปูทางชาวมาฮันและจินฮันรอวันที่พวกท่านสองพี่น้องกลับไปยังดินแดนเกิด และตามหน้าที่พวกข้าจะสิ้นสุดและปลิดชีวิตตามกษัตริย์”
          “ไม่จริง ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ท่านสมควรอยู่เป็นกำลังสำคัญฟื้นฟูอาณาจักรมิใช่หรือ?”
          เขาส่ายหน้า แววตาสุขุมทอประกายหนักแน่นมองมายังผู้สืบทอดสายเลือดสูงศักดิ์แห่งอาณาจักรจิน “จากนี้การตามหารัชทายาทแห่งสหพันธ์รัฐมาฮันและจินฮันคือท่านแล้ว”
          ดวงตาสีรัตติกาลไหววูบ มิเคยรู้มาก่อนว่านางยังมีพี่น้องร่วมสายเลือดหลงเหลืออยู่อีกหนึ่งคน หมายความว่ามีงานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแล้ว แต่นางจะตามหาคนที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนไม่รู้แม้กระทั่งนาผู้นั้นได้อย่างไรกัน?
          “ท่านต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ปลิดชีพตนเอง ท่านยังต้องช่วยพวกเราอีกมาก เช่นนั้นได้โปรด”
          “มิต้องห่วง ข้ายังมีภารกิจยิ่งใหญ่สานต่อเพื่อท่านทั้งสอง จนกว่าจะถึงเวลานั้นท่านโปรดตามหาญาติผู้พี่ พวกท่านเป็นกุญแจชิ้นสำคัญต่อพวกเราชาวจิน โปรดถนอมตัวด้วย”
          “ข้ารับปาก” เสียงแฝงไปด้วยความหนักแน่นล้นหากนี่เป็นเสียงที่นางพึงกระทำได้ในตอนนี้
          บุรุษผู้นั้นเผยรอยยิ้มพึงพอใจสวมหมวกไผ่ปิดบังใบหน้ากลับไปเช่นเดิม ก่อนทำความเคารพสตรีเบื้องหน้าแล้วใช้วิชาตัวเบาจากไปอย่างไร้ร่องรอยทิ้งไว้ให้เหลือเพียงความเงียบงัน ในยามนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดเจน ภารกิจต่อไปที่ยากไม่แพ้กันคือตามหาบุคคลผู้เป็นพี่ชายที่หลินมิเคยรู้จัก นางหลับตาลงตั้งสติอีกครั้งย้ำเตือนตนเองอีกครั้งก่อนหันหลังเดินกลับออกไป
          ความมุ่งมันในใจของหญิงสาวพลันลุกโชติช่วงขึ้นมา มิใช่เพื่อชำระหนี้แค้นแต่เพื่อชาวจิน ปมเรื่องราวทั้งหมดทีผูกแน่นได้คลี่คลายแล้ว หากนั่นเป็นสิ่งที่พอจะช่วยเหลือแผ่นดินบ้านเกิดได้นางก็ยินดี




@Admin



เอฟเฟคชื่อเสียง ปิ่นจูฟางเหมยฮวา+จิ่งเทียน





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +30 คุณธรรม +5 ความชั่ว +50 ความโหด โพสต์ 2020-11-16 15:42
คุณได้รับ +40 คุณธรรม +10 ความชั่ว +25 ความโหด โพสต์ 2020-11-16 15:40
( ปลดล็อกความทรงจำ ได้รับ 5 Point )  โพสต์ 2020-11-16 15:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +2 ชื่อเสียง +25 ความหิว -38 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 25 -38 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
ชุดเฟิงไป๋จวิ้น (ช)(ญ)
ปิ่นจูฟางเหมยฮวา
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ฮั่นเสียทองเทวะ
จิ่งเทียน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x2
x1
x40
x10
x95
x14
x9
x1
x1
x5
x1
x2
x15
x80
x200
x1
x20
x30
x100
x4
x4
x100