ดู: 382|ตอบกลับ: 9

{ เส้นทางเชียนเป่ย - เหนือ } หุบเขาม่านถัว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-31 17:48:36 |โหมดอ่าน




หุบเขาม่านถัว

{ เส้นทางเชียนเป่ย -:- เหนือ }

















【หุบเขาม่านถัว】
『ทุกก้าวย่างคือการเสี่ยงทาย หนทางภายใต้ดวงตะวัน』
หุบเขาสูงแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยุ่ระหว่างเส้นทางทุ่งหญ้าเสียนหวง
เป็นแหล่งกำเนิดของลำธารสายน้อย ใจกลางยังมีทะเลสาบที่กักความชุ่มชื้นเอาไว้
รอบด้านคือท่าราบสลับกับโตรกผาและสถานที่เจริญงอกงามของพืชพรรณ
นอกจากนี้ยังเป้นสถานที่ซึ่งแม่ทัพหลี่หลิงเคยถูกปิดวงล้อม
ก่อนจะถูกบังคับจับตัวไปโดยชาวชงหนู


Boss : มังกรรากอนแห่งคาเมล็อต (จุดสังเกต หางด้วง)
ประวัติเดินทางมา: รากอน มังกรหนุ่มวัยฉกรรจ์ผู้เดินทางมาพร้อมกับบุรุษผมสีเงินกับทีม
ในวันที่พวกเขาเปิดประตูจากคาเมล็อตเพื่อกลับสู่โลกพวกเขา รากอนได้ฉวยโอกาสที่พ่อมดอ่อนแรง
บินโฉบเข้ามาในพริบตา ก่อนประตูจะปิดไปพร้อมกับปลายหางของมัน




Status: บู๊ 500,000 - พลังแฝง 50,000

** จัดปาร์ตี้ตะลุย Boss มังกรรากอน **

{ รางวัลจากการปราบรากอนทรัพย์สินที่รากอนสะสมมาไว้ในถ้ำหุบเขา }
หีบแสนชั่ง 2 ใบ - หินอัพห้าสี 10 ก้อน / ศิลาอัพ 7 ก้อน / หินตีบวก(S) 15 ก้อน / คริสตัล 3,000 เม็ด
/ เพชร 1,000 ก้อน / ฟันมังกร 7 ชิ้น / เลือดสัตว์ 10,000 อัน / โอปอล 700 ก้อน / รองเท้าสตรี 7 คู่ /
ชุดชนชั้นสูง 100 ชุด / โครงกระดูก 300 โครง / แร่ทอง 5000 ก้อน / สำริด 5000 ก้อน








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

1249

กระทู้

4442

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1913943
เงินตำลึง
244462
ชื่อเสียง
268785
ความหิว
2360

ใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
24432
ความชั่ว
8369
ความโหด
52301
ห่านฟ้า
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-8-1 02:06:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-8-1 13:10

ข้าเป็นกวีที่ชีพจรลงขา
382
{ หินดาวแคระ 7 }
เหตุผลที่ไม่พูดถึง

         การเดินทางเร่งระดับความคล่องตัวขึ้นเมื่อผ่านทุ่งหญ้าเหลืองเสียนหวงมา แม้ว่าพวกเขาหวุดหวิดจะถูกพบตัวเรียกได้ว่าซ่อนเร้นอยู่ใต้จมูกของพวกชงหนูเลยก็ตามที เสมือนว่าวาสนาของคนดีย่อมไม่ถึงฆาตประสบเคราะห์ง่ายนัก ทั้งสี่ชีวิตยังคงปลอดภัยไร้ร่องรอยขีดข่วน ท่านผู้เฒ่ากล่าวว่าหนทางยังอีกยาวไกลหลิงเอ๋ายิ้มแย้มเอ่ย...ว่าเป้นพันลี้ตนก็ขึ้นเหนือล่องใต้มาแล้ว

        ‘ไม่หวั่นระยะทางไกล ขอเพียงมีจิตใจที่ไม่ย่อท้อ’ หนนี้ยังดีกว่ารอบก่อนๆ ด้วยซ้ำ สหายร่วมทางพึ่งพาได้ไม่สร้างปัญหาให้เขาเลยแม้แต่น้อย ถึงเป็นการเดินทางกลางหน้าร้อนก็ได้อาศัยจูหรงเยว่เปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งเคลื่อนที่ ช่วยแบ่งเบาความร้อนรุ่มไปได้มากทีเดียว…

         แม้จะสงสัยท่าทีอึกอักจนใบหูแดงของอีกฝ่ายเวลาตนเข้าไปยืม ‘ไอเย็น’ ก็ตามที

        ทั้งสี่เดินทางเข้าหุบเขาแห่งหนึ่งด้วยอาศัยสัญชาติญาณของม้าและพี่เสือทั้งสองช่วยกรุยทาง แม้หน้าผาจะสูงชันพื้นดินและสะพานไม้บางส่วนเปราะร่วน ก็อาศัยวิชาตัวเบาขั้นกลางที่นักกวีหนุ่มพึ่งบรรลุไปช่วยพาทุกคนข้ามฟากมาจนได้ การเดินทางแม้ไม่ถึงสองพันลี้ก็เทียบเท่าสักครึ่งหนึ่ง เหล่าม้าได้รับการป้อนผลท้อและหญ้าน้ำค้างเติมพลัง คนยังได้น้ำแกงและหูฉลามบำรุงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

        ส่วนพวกพี่เสือ… ทนทานกับทุกสภาพแวดล้อมอยุ่แล้วขอแค่ไม่ถูกพันธนาการเอาไว้ในเมือง หุบเขาแค่นี้สบายมาก

        “ท่านผู้เฒ่าหุบเขานี้กว้างใหญ่มากทีเดียว มีชื่อเรียกขานรึไม่?” บุรุษผมเงินเอ่ยถามหลังเดินกันมาตั้งแต่บ่ายจนย่ำค่ำยังไม่มีวี่แววว่าจะพบทางลงจากหุบเขา ขนาดคงพอๆกับเขาอินซานเป็นแน่
        โต้วฝูเหยียนคิดว่าคนพวกนี้จะไม่ถามเสียแล้ว พอเปิดประเด็นก็เริ่มชี้แจงทันที “เรียกหุบเขาม่านถัว ไม่แปลกหรอกที่จะยืดยาว… เหมือนสายหมอกไร้ความชัดเจนหากไม่มีข้ามาด้วยคนไม่ชำนาญทางเกรงจะหลงเอาได้ง่ายๆ มาเถอะอย่างช้าสักรุ่งสางพวกเราก็ออกจากที่นี่ได้แล้ว” ร่างของชายชราขี่ม้านำไปอย่างกระฉับกระเฉงไม่มีวี่แววของความเหนื่อยล้าสักนิดเดียว
         “ม่านถัว ม่านถัวซาน… อื้มคุ้นๆนะชื่อนี้” ผานซุ่นเอ่ยทวนสองสามหนด้วยนึกไม่ออกว่าได้ยินมาจากที่ไหน
         หลิงเฮ่านึกไล่ไปทีละข้อว่าหุบเขาแดนเหนือที่ชาวฮั่นรู้จักคงจะมีไม่กี่ชื่อ “อ้อ… เหมือนจะเกี่ยวข้องกับนายพลหลี่หลิง ผู้ชิงชัยในรัชศกแรกสินะ” แต่เรื่องราวหลังจากนั้นไม่ค่อยน่าเล่าเท่าไร… เป็นประเด็นต้องห้ามในราชสำนักไปเสียแล้วทั้งยังเกี่ยวโยงไปถึงเหตุผลที่ไท่สือลิ่งสหายตนกลายเป็นคนพิการไม่ครบสามสิบสอง ‘เฮ้อ…. อี้ฟู่พูดไม่ผิดอยู่กับเจ้าเหมือนอยู่กับเสือจะตรงไปตรงมาก็ต้องดูกาลเทศะ’   


        ระหว่างกำลังเดินทางอยู่นั้นหุบเขาด้านล่างมีเสียงกึกก้องราวกับฝูงม้าป่าแตกตื่น “ท่านผู้เฒ่าหุบเขานี้อุดมสมบูรณ์ดีจริงๆ” ประชดไปเช่นนั้นจากประสาทสัมผัสที่ว่องไว จมูกของเขาได้กลิ่นคาวสนิมสดใหม่ กลิ่นที่บ่งได้ได้ว่ากำลังมีเหตุนองเลือด ‘แปลก… ไม่น่าจะมีสงครามในเวลานี้แล้วนี่’

       “มิใช่ขอรับคุณชาย…. ข้างล่างยังมีเสียงอาวุธกับ สตรี!!” จูหรงเยว่หลับตาจับกระแสอยู่ครู่นึงแล้วกล่าวออกมาอย่างเหลือเชื่อ สิ้นคำนั้นทั้งสี่มองหน้ากันก่อนเคลื่อนย้ายเข้าใกล้จุดที่เกิดเสียง ด้านล่างของผาที่พวกเขายืนอยู่ยังมีแอ่งราบและปัจจุบันมันถูกใช้เป็นสมรภูมิของชาวชงหนูนับพัน ที่มีความกล้าหาญอย่างยิ่งกลุ้มรุมสตรีอรชรเพียงร่างเดียว

        “ก็พอจะรู้มาบ้างว่าพวกชงหนูมันป่าเถื่อนไร้ศักดิ์ศรี แต่รุมสตรีคนเดียวกับจำนวนขนาดนี้… เกินไปไหม๊!!” ผานซุ่นอดสบถออกมาไม่ได้ คิดจะกระโดดลงไปช่วยก็มีลูกพี่เขากางแขนกั้น ล้วงมือหยิบไปในสัมภาระเอ่ยเสียงเรียบว่า “เจ้าอยู่คุ้มครองท่านปู่คอยช่วยสนับสนุนจากด้านบน… นี่คือธนูเล่ออี้และซุนปิน ใช้ยิงจากมุมสูงลงด้านล่างยังพอคาดหวังผลได้บ้าง หากข้าไม่เรียกอย่าเสี่ยงเผยตัวล่ะ”
        “ได้… เหล่าโต้วถึงจะชราแล้วก็ยังมีเรี่ยวแรงอยู่ ในอดีตข้าเคยเป็นถึงผู้ชนะเทศกาลล่าสัตว์เชียวนะ!!” ร่างชรารับธนูเล่ออี้ไปขึ้นสายเตรียมพร้อม

        จูหรงเยว่ดึงผ้าพันคอขึ้นปิดจนเหลือแต่ดวงตา ขณะเดียวกันก็เห็นคุณชายหยิบหน้าหากเงินขึ้นมาสวมเขาพึ่งเห็นตอนนี้เอง.. ว่าลวดลายบนนั้นคือมารอสูรมิใช่แค่ฉลุไว้สวยๆ “ท่านจะลงไปด้วยจริงหรือขอรับ ด้านนั้นอันตรายมากถ้ายังไงให้ข้าไปคนเดียวก็พอ”
        “อื้ม… จำนวนมากขนาดนี้นางยังสามารถต้านไว้ได้เพียงลำพังแถมยังไม่บาดเจ็บ ฝีมืออาจสูงส่งกว่าพวกเราด้วยซ้ำ” บุรุษผมเงินตอบอย่างชื่นชมพลางชี้ไปยังร่างของทหารชงหนูที่ล้มลงไปห่างจากวงตะลุมบอน “ที่สำคัญดูนั่นสิ… รูเล็กๆ กลางหน้าผากของเจ้านั่น เกรงว่าแม่นางผู้นี้ก็มีพวกพ้องคอยสนับสนุนอยู่แค่ไม่ปรากฎตัว เจ้าต้องระวังให้มากในข้อนี้”

        เกิดเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าผู้ที่แฝงตัวอยู่เบนเป้ามาทางพวกเขาจะยิ่งแย่….

        ทั้งสองพยักหน้าให้กันนักกวีหนุ่มจึงใช้หน้าไม้ลั่วอี้เป้นการเปิด ช่วยเก็บทหารชงหนูด้านหลังร่างที่ร่ายรำดาบอย่างดุดันอยู่นั้น แบบนี้นางจึงทราบว่ามีผู้อื่นยื่นมือเข้าช่วยจูหรงเยว่ค่อยส่งมีดบินแล้วปราดลงไปร่วมตะลุมบอน


        ศรพุ่งฉิวแหวกอากาศราวกับรุ้งงาม ฉีกกระชากคอหอยทหารชงหนูนับสิบเสิ่นหลิงเฮ่าพบว่าเมื่อตนสวมหน้ากากนี้ไว้ จิตใจพลันสงบนิ่งเยือกเย็นลง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นรุนแรงชายหนุ่มทราบว่าด้วยจำนวนไม่สัมพันธ์กับลูกดอกที่เหลือ ‘เปลืองเปล่าๆ’ ครุ่หนึ่งก็กระโจนลงไปกระชากศรเก่าขึ้นมายิงใหม่ เป็นการใช้ซ้ำอย่างประหยัดเวลา

        สตรีร่างอวบในชุดเกราะเห็นการมาของพวกเขาก็มิได้แตกตื่น มองข้าศึกกรูเข้ามาก็ทะยานวาบขึ้นจากพื้น วิชาตัวเบาสูงส่งสะบัดดาบฟันจู่โจมเกรี้ยวกราดและรุนแรงแฝงด้วยไอสังหารเต็มสิบส่วน ร่างทหารเลวนับสิบฉีกกระจายเป็นเศษเนื้ออยู่แทบเท้านางในพริบตา

        บุรุษผมเงินเห็นกระบวนท่าของนางตรงไปตรงมาเด็ดขาด ราวกับแม่ทัพขุนพลใหญ่ที่ไม่ต่อความให้มากมาย ในใจนึกชื่นชมอยู่หลายส่วน ‘ดรุณีในฮั่นมักเปราะบางเห็นเลือดเป็นหวีดร้อง ผ่านช่วงวิกฤติเช่นนี้ยังสามารถยืนหยัดอยุ่ได้ จิตใจที่เด็ดเดี่ยวเข้มแข็งของนางนับว่าผู้คนต้องนับถือจริงๆ’ หน้าไม้ลั่วอี้ถูกยกฟาดผู้ที่อาศัยจังหวะเขาหยุดยืนดาหน้าเข้ามา ด้วยความหนาและหนักก็ทำให้อีกฝ่ายลงไปนอนกองได้ทันที

         ด้านบนมีพรานเวหากู่ร่องเข้าจู่โจม ด้านล่างพยัคฆาเจ้าแห่งสัตว์จตุบาทออกล่าคำราม ทหารชงหนูนึกหวาดวิตกจู่ๆนังคนนี้มีผู้เข้าช่วยได้อย่างไร ทั้งพวกที่มาใหม่ยังรับมือไม่ง่ายดายนัก…

        ขุนพลชงหนูคนหนึ่งผงะถอยด้วยเสียงคำรามของยักษ์หิมะขาว มันเสียจังหวะเพียงครู่เดียวทันได้ยินเสียง ขวับ!! ศีรษะก็กระเด็นกลิ้งลงจากบ่าในดวงตายังคงเบิกโพล่ง เห็นภาพบุรุษชุดดำควงกริชในมือไล่ล่าสังหารพี่น้องมันดั่งมฤตยูทมิฬ

         ผ่านไปสองเค่อทหารนับพันเหลือเพียงสามร้อย จำนวนที่ได้เปรียบเข้าขั้นหวิดจะเพลี่ยงพล้ำอยู่รอมร่อ...


มอบหูฉลาม 3 ให้คนร่วมทาง





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเทพีเวสต้า
รองเท้าหยกท้อ
พัดจันทร์เสี้ยว(ขวา)
รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง
เกราะจิ่นเทียน
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x20
x6
x3
x2
x20
x15
x84
x2
x1
x1
x1
x2
x30
x12
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x14
x2
x1
x3
x9
x40
x5
x1
x2
x1
x5
x8
x3
x280
x70
x100
x80
x80
x80
x131
x22
x32
x4
x78
x2
x125
x710
x340
x8
x100
x2
x1
x7
x5
x24
x1600
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x700
x1960
x600
x420
x2000
x40
x37
x26
x960
x740
x2231
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x983
x28
x22
x15
x102
x10
x1000
x16
x134
x1891
x170
x2025
x1300
x320
x2305
x3
x8100
x363
x85
x100
x4
x73
x141
x3272
x128
x302
x411
x2743
x2019
x20
x1640
x8
x521
x1802
x5
x300
x1
x28
x2665
x2374
x9
x52
x6434
x50
x9999
x1801
x46
x3
x97
x15
x1040
x1
x1
x2285
x1
x1
x2425
x13
x21
x18
x786
x570
x582
x30
x128
x7
x35
x51
x5
x1180
x1501
x13
x970
x297
x690
x300
x49
x48
x2365
x1
x1850
x2769
x3100
x3842
x132
x288
x252
x4905
x9999
x563
x51
x42
x3358
x22
x16
x53
x181
x83
x1000
x129
x13
x3273
x234
x2900
x423
x1327
x9999
x2466
x2900
x1302
x1806
x2380
x57
x75
x2103
x485
x1107
x129
x30
x6366
x1887
x3806
x1270
x91
x2422
x3611
x3865
x2005
x3598
x1158
x527
x1315
x463
x164
x1000
x283
x3
x24
x6
x1370
x77
x50
x3558
x620
x2
x466
x116
x9999
x2361
x2
x37
x2189
x3343
x5400
x7097
x374
x4529
x4370
x451
x747
x9999
x1759
x527
x10
x1006
x2257
x2940
x512
x92
x2
x18
x25
x25
x32
x9
x4258
x9235
x1807
x9999
x199
x24
x5774
x20
x5805
x19
x8
x941
x256
x25
x9
x101
x31
x8
x789
x3805
x7
x30
x203
x680
x81
x2805
x2121
x110
x16
x1410
x2578
x2400
x3
x280
x3676
x2570
x239
x7899
x509
x391
x3674
x2982
x9999
x11
x2252
x2441
x5805
x7800
x3120
x1241
x24
x2675
x866
x70
x328
x142
x2816
x2114
x9999
x40
x4099
x9999
x9999
x9999
x3255
x1875
x107
x3200
x4
x3696
x34
x3235
x3929
x722
x1
x756
x1546
x645
x951
x4425
x2192
x3304
x5004
x9999
x4143
x9999
x3079
x2084
x1855
x3256
x4179
x3272
x728
x61
x1
x20
x1919
x2592
x713
x1
x4417
x5907
x67
x9999
x673
x1243
x968
x2828
x103
x2957
x565
x515
x100
x825
x258
x8
x157
x36
x9999
x1123
x2070
x2546
x180
x661
x454
x93
x1201
x1059
x9999
x3320
x1281
x1230
x670
x200
x9999
x1501
x9999
x129
x713
x2227
x2

1249

กระทู้

4442

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1913943
เงินตำลึง
244462
ชื่อเสียง
268785
ความหิว
2360

ใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
24432
ความชั่ว
8369
ความโหด
52301
ห่านฟ้า
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2018-8-1 16:49:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-8-1 16:52



ข้าเป็นกวีที่ชีพจรลงขา
383
{ หินดาวแคระ 8 }
แม่นางตระกูลตู๋กู่

“อ้ากกก!!!”
“ฆ่ามัน!!”
“ลากคอนังนั่นมาให้ได้!!!”

        หุบเขาม่านถัวในยามนี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นสนิมคาว ซากศพทหารชงหนูกระจายเกลื่อนกลาดบ้างตกเป็นอาหารของสัตว์ป่า บ้างก็สะดุดเข้งสะดุดขาพวกเดียวกัน สตรีในชุดเกราะสะบัดดาบอย่างห้าวหาญ จังหวะใดที่หวุดหวิดถูกคว้าตัวได้ก็อาศัยศรจากหน้าไม้ของบุรุษหน้ากากเงินช่วยเปิดทาง ทั้งสามคนแม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนทว่ามิตรหรือศัตรู เพียงแค่สู้ร่วมกันสบตากันเพียงหนเดียวก็สามารถแยกแยะได้

        ส่วนคนที่สี่แฝงกายอยู่ในเงามืดเห็นทั้งคู่มาดีจึงทหน้าที่ลอบสังหารช่วยเหลือคนอย่างลับๆ ต่อไป

         บุรุษผมเงินพลิ้วกายฟาดฟันดาบสีนิลเฉือนเอ็นแขนขาของทัพชงหนู หน้ากากมารอสูรเงาวับสะท้อนแสงจันทรา เสริมความดุดันขึ้นมาต่างจากท่าทีคุณชายยามปกติ หางตาเห็นสตรีในชุดเกราะเข้าคว้าโขดหินพยุงกายก็กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “อีกเพียงสามร้อยกว่าคนเท่านั้น แม่นางโปรดแข็งใจไว้ก่อน” ก่อนหน้าพวกตนจะมาเห็นทีนางคงใช้เรี่ยวแรงไปมากแล้ว
        “ยังไหวน่าไม่ต้องห่วงข้า!! คุณชายระวังด้านหลัง!!” เสียงแกร่งกร้าวตอบกลับสะบัดมีดสั้นออกจากฝักปักเข้ากลางแสกหน้ามือธนูชงหนู การรบยังไม่จบคิดพูดคุยกันงั้นหรอเอาไว้ทีหลัง !!

        บุรุษชนเผ่าเหมียวสายตาไม่ว่างเว้นไปจากข้าศึกรอบตัว เคลื่อนไหวปราดเปรียวดั่งเสือดำตะบปเข้าคอหอย แม้มีบ้างที่แบ่งประสาทไปช่วยเหลือทางคุณชาย กริชเล่ออี้ในมือสะท้อนแสงขาวจับตาตัดผ่านอากาศฟาดฟันใส่ชนเถื่อนอย่างหักโหม ความรวดเร็วแทนที่ด้วยลิ่มเลือด ทิศทางมากผันแปรวิถี บางครั้งวิชาฝ่ามือยังถูกใช้ออก กำแพงน้ำแข็งพุ่งวาบ ก่อเป็นเกราะคุ้มกันสองร่างหนึ่งชายหนึ่งหญิงผู้ยืนหยัดอยู่วงในมิได้หยุด

         ดาบปะทะดาบเกิดสะเก็ดไฟวาบแล้วจางหาย เสิ่นหลิงเฮ่าแม้ไม่เคยเรียนวิชาดาบอย่างจริงจังทว่าบ่อยครั้งที่ท่านอาและมิตรสหายฝึกยุทธ์ ตนเห็นมาไม่ถึงพันอย่างน้อยก็หลายสิบกระบวนท่า นักกวีหนุ่มม้วนอาวุธศัตรูเข้าสู่สภาวะตนเกิดเงาดาบครอบคลุมเป็นชั้นๆ แว่วเสียงติงติงตัง กระบวนท่าคลี่คลายกระบวนท่า พบพานดาบต้านทานดาบ ทหารชงหนูถูกเข่นฆ่าจนสาหัสเสมือนตะขาบพันขาโดนสับข้อปล้อง

        อาวุธจากที่ลับสาดยิงเก็บพวกคิดลอบกัดทุนแรงแม่นางในชุดเกราะลงไปมาก ผ่านไปกว่าสามเค่อ ท้ายที่สุดการเคลื่อนไหวในแอ่งราบคงเหลือเพียงสามลมหายใจ

        ผานซุ่นค่อยพาผู้เฒ่าโต้วไต่ลงมายังด้านล่างเพื่อตรวจดูว่าลุกพี่ตนและน้องชายได้รับบาเดจ็บหรือเปล่า ปะเข้ากับสายตาคมดุคู่หนึ่งในมือนางยังมีดาบโชกเลือดอยู่ก็ผงะเล็กน้อย “แม่นางคนดีท่านแข็งแกร่งยิ่งนัก ผานซุ่นขอนับถือๆ”

        สตรีในชุดเกราะเห็นกลุ่มของพวกที่มาช่วยมีชายชราในใจนึกสงสัยแต่ก็ยังยิ้มเรียบๆ ตอบ “ขอบใจพวกท่านที่เข้ามาช่วยเหลือ ข้าตู่กู๋ซินอี้เป็นแม่ทัพของต้าหวางแห่งแคว้นซูเล่อ”
        ทั้งสี่ล้วนเป็นบุรุษย่อมแยกแยะออกว่าเบื้องหลังคราบเลือดและชุดเกราะที่สง่างามยังมีดรุณีสคราญโฉมผู้หนึ่ง ทั้งความสามารถยังกล้าแกร่งไม่แพ้บุรุษชาติอาชาไนย
        “ข้าโต้วฝูเหยียน เป็นโหรประจำเผ่าเซียนเป่ย… วันนี้พาผู้มีพระคุณผ่านทางพอดีนับว่าเป็นฟ้าลิขิตให้ได้ยื่นมือช่วยเหลือแม่ทัพตู๋กู่” ผู้อาวุโสเป็นฝ่ายเปิดก่อนจากนั้นก็ไล่ไปทีละคน
        ชายหนุ่มเผ่าเหมียวหันสบตาคุณชายพบการพยักหน้าอนุญาต แล้วจึงดึงผ้าพันคอลงเปิดเผยรอยยิ้มสุภาพกล่าวสั้นๆ “อาเยว่ขอรับ”

        แม่นางตู๋กู่พยักหน้ารับผ่านไปสามทีนี้ก็เหลือเพียงบุรุษใต้หน้ากากผู้นั้น ดวงตาคมดุจดจ้องปอยผมสีเงินของเขาโดนเลือดย้อมจนเปลี่ยนเป็นชมพู จากการต่อสู้เมื่อครู่อาภรณ์สีขาวเปราะเปื้อนฝอยเลือดเพียงเล็กน้อย ‘เขาคงรักสะอาดมากจริงๆ...’

        ร่างสูงโปร่งขยับปลายนิ้วปลดเชือกด้านหลังมารอสูรแปรเปลี่ยนเป็นบุรุษรูปหยก ดวงตาหว่างคิ้วราวกับสายน้ำหมื่นนที อ่อนโยนอย่างถึงที่สุด “ข้าเสิ่นหลิงเฮ่าเป็นนักเดินทางชาวฮั่น เมื่อครู่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณแม่นางแล้ว” เพราะตนเปิดช่องจนเกือบถูกธนูลอบยิง ไม่ได้มีดสั้นของสตรีตรงหน้าอาจจะวิกฤตได้

        แม่ทัพหญิงแห่งซูเล่อนิ่งไปอึดใจหนึ่ง…. ‘ต้าฮั่นมีบุรุษที่งดงามราวกับสตรีเช่นนี้ด้วยเรอะ!!’ มิน่าอีกฝ่ายถึงสวมหน้ากากตอนสู้ เห็นทีจะมิใช่เพื่ออพำรางตนอย่างเดียว รูปลักษณ์เช่นนี้ข่มขวัญทารกยังไม่ได้เลย!!

        “แม่นางกำลังไปที่ใดรึว่าอยู่ระหว่างแวะพัก ทำไมถึงถูกทหารชงหนูพวกนี้เข้าทำร้ายได้? ทหารของท่านล่ะ?” ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นแม่ทัพ ปกติแล้วควรต้องมีทหารอารักขาอย่างน้อยจำนวนหนึ่ง เหตุใดเข้าหุบเขามาคนเดียวเรื่องนี้น่าสงสัย

        “อ่า… อันที่จริงข้ามากับน้องสาวน่ะ นางคงอยู่แถวนี้ล่ะ คิก… เสียดายนางไม่ค่อยชอบปรากฎตัวคงพาออกมาแนะนำกับพวกท่านไม่ได้” ตู๋กู่ซินอี้นึกไปถึงอาซาร่าผู้น้องหากรายนั้นไม่อยากออกมา พี่สาวอย่างตนก็จนปัญญาจะเรียกก่อนเอ่ยถึงจุดประสงค์ในการเดินทาง “พวกข้ากำลังเดินทางไปลานสุสาน ก่อนหน้านี้ได้ยินเรื่องเล่าจากพวกชาวบ้านว่าหลายสิบปีก่อนตอนฮ่องเต้ฮั่นครองราชย์มีดาวจักรพรรดิปรากฎลงมาจากฟ้า ที่ตอนเหนือนี้และสร้างสิ่งมหัศจรรย์ไว้ที่นั่น คิดจะไปชมดูให้เป็นขวัญตา นึกไม่ถึงจะเจอพวกชงหนูลาดตระเวน แถมมีคนจำหน้าข้าได้” แม่ทัพหญิงชี้ไปยังหัวศพหนึ่งที่ถูกจูหรงเยว่บั่นลงมา “ขุนพลคนนี้เคยเป็นทูตไปซูเล่อเพื่อเจรจาพันธมิตรกัน ตลอดเวลามาพวกนี้ก็คอยขูดรีดแว่นแคว้นน้อยใหญ่ในซีอวี้เสมอมา เป็นเหตุผลให้ข้ากับต้าหวางปฏิเสธเพราะพวกเราจะเข้าร่วมกับฮั่นที่มีคุณธรรมปฎิบัติต่อพันธมิตรเป็นอย่างดีมากกว่า”

        เสิ่นหลิงเฮ่าฟังความแล้วหันสบตาแก่ท่านโหรเฒ่า โต้วฝูเหยียนพยักหน้าเชิงว่า ‘ข้าบอกแล้วดาวจักรพรรดิปรากฎแคว้นน้อยใหญ่จะรวมกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง’

        “ที่แท้มีเรื่องเช่นนี้ด้วย… วันข้างหน้าต้าฮั่นและซูเล่อจะเป็นแดนพี่แดนน้องกันแล้ว ช่างเป็นข่าวที่น่ายินดีเสียจริง!!" ดวงตาหงส์ทอประกายยินดีอย่างไม่ปิดบัง หากเลือกระหว่างพันธมิตรกับสงครามไม่ต้องถามเลยว่าตนเลือกสิ่งใด "บังเอิญจริงท่านผู้เฒ่าโต้วก็กำลังพาพวกเราไปชมศิลาวิเศษที่ว่านั้นเหมือนกัน มีสหายร่วมทางหลายคนคงจะอุ่นใจกว่าแม่นางสนใจรึไม่?” บุรุษผมเงินเช็ดดาบเหล็กนิลกับผ้าขนสัตว์ พลางส่งเสียงให้ดังขึ้น “แน่นอนว่าเชิญน้องสาวแม่นางตู๋กู่ด้วย!!”

        “คิก… ที่จริงแล้วนางประสาทสัมผัสดีมากท่านไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอกคุณชาย เอาเถอะพวกข้าไปด้วย” แม่ทัพหญิงพยักหน้ายิ้มๆ เหลือบมองเห็นอาชาที่พวดขาใช้เป็นสีเพลิงชาดลักษณะดีก็ไตร่ตรองในใจ ‘ฮั่นเสียถึงสองตัว? คนพวกนี้เห็นที่จะมิใช่นักเดินทางธรรมดาเสียแล้ว ช่างเถิด...ขอแค่มีคุณธรรมก็นับว่าเป็นสหายกันได้’

        “เดี่ยวๆๆ อย่าพึ่งไปดูเหมือนเจ้าพวกชงหนูนี่จะมีวัตถุดิบดีดีติดมาด้วย” ผานซุ่นเห็นกระดูกไก่แว้บๆ เข้าไปคุ้ยตัวศพและแล้วก็ทำหน้าเหมือนเห็นขุมทรัพย์ “ลูกพี่!! โครงไก่ล่ะ!! กินดีเชียวนะเจ้าพวกนี้… อาเยว่มาๆ ช่วยข้าหน่อย” ได้ยินเสียงผานซุ่นบุรุษเผ่าเหมียวหันไปขอความเห็นคุณชายก่อนจะเข้าไปช่วยค้นอีกแรง พบว่ามีทั้ง หญ้าน้ำค้าง กุ้ง ชิ้นส่วนเกราะแปลกๆ ซี่โครงเป็ด ซี่โครงไก่ ถั่วเหลืองหลายกระสอบ เนื้อสัตว์ เนื้อกระต่าย หนังสัตว์ นมแพะ เพชร คริสตัลหินตีบวกและหินอัพเกรด

       “ท่านจะเอาไปหมดนี่เลยหรือ? ของพวกชงหนูเนี่ยนะ” ตู๋กู่ซินอี้ถามอย่างไม่เข้าใจ
        “สิ่งของไม่มีแบ่งแยกว่าดีหรือเลว พวกเขาคงไม่ได้ใช้อีกแล้ว… เราติดตัวไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนเป็นในภายภาคหน้า” มือคู่เรียวส่งสัญญาณเชิงว่าเก็บให้เรียบร้อย ก่อนจะเชิญแม่นางขึ้นม้าเพื่อออกเดินทางกันต่อ

เก็บทั้งหมดเคี้ยฟๆ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -94 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -94 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเทพีเวสต้า
รองเท้าหยกท้อ
พัดจันทร์เสี้ยว(ขวา)
รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง
เกราะจิ่นเทียน
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x6
x20
x6
x3
x2
x20
x15
x84
x2
x1
x1
x1
x2
x30
x12
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x14
x2
x1
x3
x9
x40
x5
x1
x2
x1
x5
x8
x3
x280
x70
x100
x80
x80
x80
x131
x22
x32
x4
x78
x2
x125
x710
x340
x8
x100
x2
x1
x7
x5
x24
x1600
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x700
x1960
x600
x420
x2000
x40
x37
x26
x960
x740
x2231
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x983
x28
x22
x15
x102
x10
x1000
x16
x134
x1891
x170
x2025
x1300
x320
x2305
x3
x8100
x363
x85
x100