ดู: 367|ตอบกลับ: 3

{ เมืองซินเอิ๋ย } โรงทอผ้าซินซิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-23 09:53:05 |โหมดอ่าน
❁ โรงทอผ้าซินซิน ❁
 


โรงทอผ้าซินซินตั้งอยู่เกือบชานเมืองซินเอี๋ย
มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่เพราะใช้ในการตั้งกี่และย้อมในที่เดียว
เป็นสถานที่สั่งผลิตผ้าจำนวนมากได้และสามารถสั่งย้อมสีได้ด้วย
ผ้าที่นิยมทอคือ ฝ้าย หรือ ไหม ทอลวดลาย
หากท่านมีผ้าที่ต้องการสั่งทอพิเศษสามารถมาที่นี่ได้
หรือจะมาเรียนทอผ้า ย้อมผ้าก็สอนนะ! ขอแค่มีความตั้งใจ

 
ชื่อกิจการ: โรงทอผ้าซินซิน
เจ้าของกิจการ: ซินเซียวซี
เวลาปิดบริการ: 08.30 - 23.00
ประเภทร้าน: ทอผ้า, ย้อมผ้า, ปักผ้า เรื่องของผ้า สี และเส้นใย
#ประทับตราโดยผู้ว่าการเมืองซินเอี๋ย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

158

กระทู้

1069

โพสต์

163

เครดิต

เงินตำลึง
90
ดีนาเรียส
0
ชื่อเสียง
0
ความหิว
105

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
412
ความชั่ว
0
ความโหด
4
โพสต์ 2018-9-25 23:59:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จอง @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -3 ย่อ เหตุผล
Admin -3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2020-9-17 22:45:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทอดีต : เหมยไป๋อวี้
☺เจ้าปลาและก้อนน้ำตาล 1/3☺
ปีเจี้ยนหยวนที่ 13




          ชีวิตคนเราคำว่าเรียนรู้นั้นก็สำคัญ.. หนึ่งร่างของเด็กหญิงตัวน้อยผู้มีผิวขาวสะอาด กับดวงตาเป็นประกายเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพี่ชายเมื่อได้เข้ามาถึงตัวเมืองซินเอี๋ย ที่บิดามารดาฝากให้มาติดต่อกับโรงทอผ้าแห่งนึง คนเป็นพี่ชายรู้ดีว่านี้คือการที่อาเตี่ยอาเหนียงส่งตนมาทดสอบว่าจะเอาตัวรอดในการค้าขายได้ไหม เหมาะสมกับสายงานด้านการค้าหรือไม่ ?  แต่ไม่ว่าจะมองหน้ามองหลังยังไง บุตรชายคนโตสกุลเหมยก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆเขาถึงได้มีน้องสาวห้อยติดมาด้วย

          “ พี่ชายยย อันนั้นน่ากินจังเลยย “ เสียงใสแจ๋วของน้องสาวตัวดีอย่างไป๋อวี้ดังอยู่ข้างหูแทบตลอดเวลา ผ่านขนมก็ชี้ขนม ผ่านเครื่องประดับก็ชี้เครื่องประดับ หนักหน่อยก็บรรดาของเล่นโดยเฉพาะว่าว ถ้าไป๋เหอปล่อยให้อวี้เอ๋อร์เดินเอง คาดว่านางน่าจะวิ่งไปทั่วจนยากจะคว้าตัวกลับมาแน่ๆ “ อวี้เอ๋อร์.. เอาไว้เราไปทานที่โรงเตี๊ยมนะ “ สิ่งที่ได้ตอบกลับดันเป็นการส่ายหัวของน้องสาว ไป๋เหอถอนหายใจเฮือกใหญ่ หากบิดามารดาบอกว่าให้พาอวี้เอ๋อร์มาด้วย มั่นใจได้เลยว่าในเสบียงเกินครึ่งต้องเป็นขนมมาเลี้ยงเด็กกำลังโตแน่ๆ

          “ ถ้ากินตอนนี้ ที่โรงเตี๊ยมเจ้าจะกินได้น้อยมากๆ “ ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ต้องใช้ไม้ขู่ ใบหน้าหวานกลมของน้องสาวมุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัด และเปลี่ยนเป็นการสงบ หัวอกคนเป็นพี่ก็พลันชื้นใจ บ้านตระกูลเหมยสอนสั่งให้ลูกทุกคนพึ่งพาตัวเอง ดังนั้นการเดินทางด้วยอายุที่น้อยสำหรับบ้านนี้คือการทดสอบ ที่เรียกได้ว่าทดสอบอย่างกล้าได้กล้าเสียมากพอสมควร..

          เบื้องหน้าคือโรงทอผ้าขนาดใหญ่อันเป็นที่หมาย คุณชายน้อยสกุลเหมยถอนหายใจเฮือกใหญ่และปล่อยให้น้องสาวตนได้ลงมาเดินเองบ้าง เขาวางแบบแผนมาไว้แล้วว่าหากมาถึงที่นี้ ก็สมควรมาจัดการเรื่องงานที่ได้รับมอบหมายก่อน ต่อจากนี้ค่อยพากันเดินเที่ยวซินเอี๋ย กินเลี้ยง หรือแม้แต่ซื้อของเล่นให้น้องเขาก็ทำได้ เพียงแต่ขอจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง งานเสร็จ คนสบายใจ จากนั้นก็จะไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนใจให้พะวง “ อวี้เอ๋อร์อย่าซนนะ เข้าใจที่เกอพูดใช่ไหม ? “

          “ อื้อๆ อวี้เอ๋อไม่ซนน “ ปากบอกไม่ซนแต่สองขาขยับเดินเตาะแตะไปทั่ว ร้อนจนพี่ชายต้องมาเดินตามแทนที่จะเข้าไปด้านในโรงทอผ้า ไม่รู้น้องสาวเกิดเข่าอ่อน หรือหิวอย่างไรก็ไม่อาจทราบ อยู่ๆก็เดินล้มหน้าทิ่มไปกับพื้นจนไป๋เหอวิ่งไปรับแทบไม่ทัน ในขณะที่พี่ชายกังวลใจแทบตาย เจ้าหนูน้อยตัวต้นเรื่องกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ขยับไปมาในการรับของพี่ชายหันไปมองอะไรสักอย่างที่หนูน้อยเข้าใจว่ามันมาขวางทางเดิน

          “ ….. พี่ชายๆ ก้อนน้ำตาลนี่มาจากไหน !?? “ น้ำเสียงนุ่มนิ่มกระตุกชายอาภรณ์พี่ชาย ในขณะที่ดวงตาจับจ้องกับก้อนน้ำตาลบนพื้น สลับกับหันไปมองพี่ชายตัวเอง พบว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เริ่มโตกลับซีดจนขาวไปหมดแล้ว ไป๋อวี้กระตุกชายแขนอาภรณ์พี่ชายซ้ำๆ จนเจ้าตัวได้สติ ไม่วายถามอีกที “ เจ้าตรงนี้คืออาราย “

ต้าวเฮ่า

          เหมยไป๋เหอถึงกับยกมือกุมขมับ ก้อนน้ำตาลของน้องสาวไม่ใช่ก้อนน้ำตาลแต่เป็นคน ! หรี่ตามองดูน่าจะอายุยังน้อย อาจจะพอๆกับเขา หรือน้อยกว่าเขา อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ตราบใดที่ยังหายใจอยู่ก็คงไม่มีใครใจแปลกพิศดารพอจะมานอนหน้าทางเข้าโรงทอผ้า ! “ อวี้เอ๋อร์ เขาเป็นคน คนที่เราต้องช่วย “ คนเป็นพี่ชายขยับเข้าพยุงร่างของเด็กชายที่แลดูหมดสภาพ สังเกตุเนื้อผ้าอาภรณ์แม้ว่าตอนนี้จะหมองจนเป็นสีน้ำตาล แต่เมื่อสัมผัสผ่าน เขาย่อมรู้ว่านี้เป็นผ้าที่ถนอมผิวอย่างดี

          ดูสิ เพ้อใหญ่แล้ว น่าจะหิว และคงโดนเหตุมา “ ใจเย็นๆไว้ อวี้เอ๋อร์ “ พอจะเงยหน้าไปให้น้องสาวช่วย ก็เห็นเจ้าเด็กซนตัวกระจ่อยมองซ้ายมองขวา ริมฝีปากพึมพัมไม่ได้คำ แต่คนเป็นพี่ชายมองออกว่าน้องเขากำลังมองหาปลาที่มีเด็กชายคนนึงพูดไว้ .. สภาพไม่น่ารอดทั้งคู่ คุณชายตัวโตสุดในนี้ดึงน้องสาวให้กลับมายืนให้คงที่ จับพ่อคุณชายที่ล้มพับให้ได้ลุก “ เอ่อ เขาน่าจะเป็นคุณชาย ใช่ไหมนะ.. เอาเป็นว่า คุณชายน้อย ท่านไหวรึไม่ ? “  

ต้าวเฮ่า

          คนพูดเหมือนจะสับสน ไอ้ตัวคนฟังก็ใช่ว่าจะรู้เรื่อง ไป๋เหอที่ขมวดคิ้วราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจ ต่างจากเด็กหญิงตัวน้อยที่มองจ้องก้อนน้ำตาลตาแป๋ว เป็นคนที่รูปลักษณ์แปลกมากๆ แต่สภาพเขาก็เหมือนจะไม่ไหวแล้ว หันมองโรงทอผ้าสลับกับก้อนน้ำตาล นางไม่เข้าใจสักคำที่เขาพูดเลย ! แต่เขาหิวเหมือนนาง ! ไป๋อวี้ขยับกระตุกชายเสื้อพี่ชายตัวเองด้วยดวงตาใสแจ๋ว “ เขาหิว ข้าก็หิว ! ไปโรงเตี๊ยมนะ ไปโรงเตี๊ยมมมม “

ต้าวเฮ่า
         
          ดูเหมือนคงจะต้องยกแผนทำงานไปไว้ก่อน ชีวิตคนสำคัญกว่า เด็กหนุ่มยกยิ้มเบาๆ ผู้เดือดร้อนตรงนี้ไม่มีเงินแต่เขามี คนเราช่วยกันได้ ถือเป็นเรื่องที่ดี “ ไม่เป็นไร ยังไงข้ากับน้องสาวก็จะไปที่โรงเตี๊ยมอยู่แล้ว อีกอย่างเจ้าหิวเช่นนี้ หากฝืนต่อไปจะไม่ดีเอา เพราะฉะนั้นไปทานอะไรสักหน่อยเพิ่มแรงดีกว่า “ ท่ามกลางคำพูดเป็นกลางและการช่วยเหลือ เด็กหญิงตัวน้อยมองพี่ชายตัวเองตาละห้อย ทำไมตอนนางบอกพี่ชายว่าหิวไม่เห็นเลี้ยวกลับเข้าโรงเตี๊ยมเลยนะ !

ต้าวเฮ่า

              ไป๋อวี้น้อยเห็นก้อนน้ำตาลเดินโซซัดโซเซตามหลังพี่ชายก็คล้ายจะเห็นใจ ตัวนางไม่อยากเอาเปรียบใคร ! จึงขอวิ่งขอตามต้อยๆ กลายเป็นเด็กน้อยรั้งท้ายเพราะความตัวเล็กของตัวเอง กระพริบตาปริบๆเห็นพี่ชายแปลกหน้าที่เป็นก้อนน้ำตาลนิ่งไปเจ้าตัวน้อยก็นิ่งตาม เอียงคอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายบอกว่าหิวมาก ในขณะที่พี่ชายตัวเองได้แต่ยกยิ้มเบาบาง ซึ่งไป๋อวี้ก็ไม่เข้าใจว่าเกอเกอจะยิ้มทำไม คนหิวมันไม่ตลกนะ !

          “ พี่ชายๆ นี่ๆๆ “ เด็กน้อยเดินเตาะแตะไปยื่นถังหูลู่ที่ตะกายหยิบมาเมื่อกี้สดๆร้อนๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของพ่อค้าแม่ขาย และพี่ชายที่ยกมือมานวดขมับพลางหยิบถุงเงินมานั่งจ่ายความเสียหายที่น้องสาวทำเอาไว้ “ ถังหูลู่ ! อร่อยน่า กินสิๆ “ มิวายจ้องตาแป๋ว เด็กหญิงตัวน้อยยกยิ้มให้กว้างด้วยความหวังดี นางไม่อยากเห็นคนร่วมชะตาหิวต้องลำบาก !

ต้าวเฮ่า

             “ หือ .. “ เด็กหญิงตัวน้อยเอียงศีรษะอีกครั้งเมื่อเห็นถังหูลู่ถูกแบ่งส่วนออกมา นัยน์ตาสีนิลที่ให้ความรู้สึกสดใสของเด็กหญิงกรอกไปมา นางซื้อให้เขา นางซื้อให้เขา แต่เขาให้นางด้วยแหละ ! หันมองพี่ชายอย่างขอความช่วยเหลือ เด็กหญิงตัวน้อยเผยอาการเลิ่กลั่กชัดเจน “ ต้าเกอเคยบอกข้าว่า เมื่อข้าให้สิ่งใดกับใคร สิ่งนั้นก็จะเป็นของคนที่ข้าให้.. “

          “ แต่ว่าๆ ท่านให้ข้ากลับแสดงว่าท่านตัดสินใจแล้ว ! ถ้างั้นข้าขอบคุณมาก “ เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้าหงึกๆ และรับของกินมาแทน ท่ามกลางการกลั้นขำของพี่ชายตัวเองที่ตอนนี้หน้าแดงไปหมดแล้ว ไป๋เหอมองน้องสาวที่ตอบคล้ายจะไม่รับ แต่ก็ดันรับซะดื้อๆ ผู้เป็นพี่ชายได้แต่มองเจ้าพวกตัวเล็กสองตัวคุยกันเจื้อยแจ้ว เป็นภาพที่หาดูได้ยาก ที่จะเห็นน้องสาวเขาได้มีโอกาสคุยกับเด็กคนอื่นต่อหน้า ปกติมีแต่หนีหายออกนอกจวน ไม่จวนสกุลหลี่ ก็โผล่ไปที่โรงเตี๊ยม ไม่เคยอยู่ติดบ้านหรือชวนเพื่อนมาที่บ้านสักครั้ง

ต้าวเฮ่า

           ไป๋อวี้น้อยกระพริบตาปริบๆ พร้อมกับหันไปหาพี่ชายตัวเองทั้งๆที่ยังเคี้ยวถังหูลู่แก้มตุ่ย ใบหน้าหวานฉายความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง สมกับที่เป็นคุณหนูน้อยสกุลเหมยผู้กล้าแสดงออกอย่างที่ชาวผู๋หยางได้ให้ชื่อไว้ ดวงตากระจ่างใสกระพริบปริบๆใส่พี่ชายก้อนน้ำตาล ฟังคำพี่ชายแล้วไป๋อวี้ก็พยักหน้าหงึกๆ คล้ายว่าตามไม่ทันเท่าไหร่ กัดถังหูลู่เพิ่มอีกคำถึงจะได้นึกออก

          อ่อ.. ที่ว่าเปื้อนคือหน้าข้าสินะ ! พยักหน้าด้วยความเข้าใจอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าต่อ เป็นภาพที่ดูประหลาดแต่ก็ยังน่าเอ็นดู เจ้าตัวน้อยเร่งเคี้ยวถังหูลู่ที่งับไปและกลืนลงคอด้วยความรวดเร็ว “ งั่ม.. ไม่เป็นไร ! ต้าเกอบอกว่าคนเราเปื้อนได้ก็ล้างได้ เนอะๆ “ หันไปขอความช่วยเหลือปนยืนยันจากพี่ชายอีกที ก็ดูพี่ชายก้อนน้ำตาลตรงหน้าจะรู้สึกผิด แต่ไป๋อวี้ไม่ได้โกรธ เห็นเป็นแบบนี้ก็ไม่อยากให้รู้สึกแย่..

          “ อื้ม อย่างที่อวี้เอ๋อร์พูด.. คุณชายน้อยไม่ต้องกังวลใจ ไปถึงโรงเตี๊ยมไว้ค่อยล้างตัวสักหน่อยก็ได้ “ หลังจากการพยายามกลั้นขำจนตัวโยกมานาน น้องสาวก็หันมาพึ่งสักทีก็ออกปากช่วยเหลือ ไม่ว่ายังไงแผนการครั้งนี้คงต้องอยู่ซินเอี๋ยนานขึ้นอีกสักหน่อย ได้เห็นไป๋อวี้ตัวน้อยมีจิตใจเป็นห่วงคนอื่นพี่ชายอย่างเขาก็ภูมิใจแล้ว “ พวกเจ้าหิวกันไม่ใช่หรอ รีบไปที่โรงเตี๊ยมกันเถอะ “





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +15 ดีนาเรียส +800 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 800 + 8 แฟลชแบค ไม่ใช่โรลปัจจุบัน

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เสือดาวนัสเคียร์
พู่หยกเฟยตันฉีหลิง
ชุดหงยวี่ช่างหลิว
พัดมยุรามรกต
กำไลลู่เหลียนหรง
วิชาอิงหย่งขั้นสูง
รูปปั้นเทพีวีนัส
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x1
x8
x18
x1
x1
x200
x45
x5
x20
x10
x4
x1
x2
x20
x25
x30
x4
x36
x2
x164
x1
x10
x20
x1
x1
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x2
x100
x100
x100
x100
x1
x1
x25
x50
x1
x1
x2
x589
x6
x1
x3
x4
x2
x2
x42
x14
x150
x5
x320
x100
x1
x1
x1
x10
x93
x40
x11
x4
x1
x20
x18
x199
x44
x261
x10
x10
x341
x7
x100
x440
x12
x44
x50
x8
x5
x18
x10
x148
x6
x4
x2
x1
x100
x100
x120
x2
x2
x459
x50
x210
x7342
x839
x226
x100
x15
x200
x3
x4
x100
x200
x4
x200
x2
x1
x4
x1
x2
x10
x15
x10
x2
x30
x20
x2
x80
x34
x70
x210
x200
x20
x3
x50
x200
x1
x50
x512
x7
x262
x60
x100
x22
x350
x263
x1055
x130
x1
x15
x1
x1
x114
x2
x100
x2
x5
x2
x1
x100
x1
x10
x1
x16
x1
x2
x20
x5
x4
x140
x22
x7
x8
x2
x70
x1
x2
x1
x332
x15
x5
x7
x13
x3
x1
x215
x30
x368
x30
x22
x269
x20
x1090
x96
x552
x2490
x2
x5
x502
x40
x300
x2200
x100
x100
x100
x230
x1296
x15
x1
x10
x45
x20
x70
x53
x160
x225
x6
x850
x50
x350
x20
x45
x50
x2
x1
x120
x140
x40
x85
x7
x32
x290
x12
x125
x37
x1
x55
x150
x2000
x64
x32
x89
x8000
x9999
x8000
x100
x2
x1895
x603
x88
x90
x69
x30
x135
x74
x49
x228
โพสต์ 2020-9-17 22:49:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทอดีต : เสิ่นหลิงเฮ่า
☻ หยกขาววิญญาณพิสุทธิ์ 1/3 ☻
ปีเจี้ยนหยวนที่ 13

          คำว่าชะตาฟ้าลิขิตส่วนชีวิตเราดิ้นรนนั้น เสี่ยวเฮ่าพึ่งรู้ซึ้งเมื่อขาทั้งสองก้าวออกธรณีประตูจวนเสิ่นได้ไม่ถึงหนึ่งวัน รถม้าที่อาเตี่ยจ้างวานไปส่งเขายังค่ายพยัคฆ์เกิดถูกโจรภูเขาดักปล้นระหว่างทาง โทษที่ตอนชุลมุนเด็กน้อยกำลังเข้าเฝ้าโจวกงสัปหงกได้ที่เหล่าชายฉกรรณ์หนวดหลิมกรูกันเข้ามาแย่งทรัพย์สินมีค่า ไม่เว้นแม้แต่บ๊ะจ่างเสบียงกรังทั้งหมดของหนูน้อย เสี่ยวเฮ่ารู้สึกตัวอีกทีก็คือความเจ็บปวดยามก้นกระแทกพื้นรถม้าพังทลายและเสียงสารถีหนีตายจ้าละหวั่น

         ยังดีว่าท่านป้าคนหนึ่งสังเกตเห็นเขา รีบคว้าก้อนซาลาเปาหน้างงหนีบเข้าเอววิ่งหนีไปด้วย ในความโกลาหลเสียงขู่กรรโชกรีดทรัพย์ยังแว่วเด็กน้อยร้องจ้า “เดี๋ยวววก่อน ผ้านวมข้ายังอยู่ในนั้นนน”
          ความเจ็บปวดใจครั้งนี้เกิดขึ้นในปีเจี้ยนหยวนที่ 13 ท่านป้าผู้นั้นส่งเขาที่เมืองซินเอี๋ย บอกว่าตนยังต้องตามหาน้องชายที่คลาดกันระหว่างหนีตาย ทิ้งซาลาเปามอมแมมลูกหนึ่งไว้กลางตลาดสด วัยสิบหนาวของคุณชายน้อยสกุลเสิ่น ไร้เงินทองชนิดสิ้นเนื้อประดาตัว ผ่านไปแค่วัน เดียวอาภรณ์ที่เคยสะอาดสะอ้านก็เจอด่านหล่มดินปลักเลนเสียจนไม่ต่างกับขอทานตามตรอก เชื่อว่าเสิ่นเทียนฉีพบหน้าบุตรชายยังไม่แน่จะจดจำได้ในแว่บแรก

         จ้อก…. วันๆ กินๆ นอนๆ ตามประสาเด็กบ้านรวย แน่นอนว่าหนีตายมาใช้พลังงานเยอะ ตอนนี้หิวแล้ว..

         ‘เงินหมดแล้ว… บ๊ะจ่างก็ไม่มี แล้วทีนี้จะกินอะไรดีล่ะ...’

          เด็กชายตัวน้อยเอียงคอหนังตาปรือ นอกจากเสื้อผ้าติดกายและแหวนหยกพกแล้วเขาก็ไม่มีเงินติดตัวเลยสักอีแปะ จมูกฟุดฟิดได้กลิ่นอาหารที่ทำสดใหม่ก็เดินตามไปด้วยความหิวโหย เห็นปลาย่างเกลือก็ได้แต่กลิ่นน้ำลายอย่างมีขันติ มือเล็กป้อมๆ เกาะเสาศาลาพยุงตัว การเดินทางลำพังครั้งแรกยังเร็วเกินไปสำหรับเขา

          ‘หรือจะลองไปจับปลาที่แม่น้ำดูดีนะ?’ แน่นอนขอหาเองดีกว่าฉกฉวย พอตัดสินใจได้ก็พาร่างโซซัดโซเซออกจากย่านการค้าไปยังแถบชานเมือง ตามหาแหล่งน้ำที่มีปลา...ส่วนจะจับได้รึไม่ก็คือโชคของอนาคต

         ยิ่งออกแรงเวลาท้องหิว อาการหน้ามืดตาลายเวียนไปทั่วศรีษะ ชุดที่เคยขาวสะอ้านยามนี้กลายเป็นสีน้ำตาลและจับตัวแข็งเหมือนลงแป้งเปียก เสี่ยวเฮ่าน้อยพยายามเดินหาน้ำต่ออยู่อีกเสี้ยวเค่อ ท้ายสุดหมดแรงหมั่นโถวที่กินไปเมื่อเช้าล้มสลบลงที่หน้าโรงทอผ้าแห่งหนึ่ง

          ชีวิตคนเราคำว่าเรียนรู้นั้นก็สำคัญ.. หนึ่งร่างของเด็กหญิงตัวน้อยผู้มีผิวขาวสะอาด กับดวงตาเป็นประกายเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพี่ชายเมื่อได้เข้ามาถึงตัวเมืองซินเอี๋ย ที่บิดามารดาฝากให้มาติดต่อกับโรงทอผ้าแห่งนึง คนเป็นพี่ชายรู้ดีว่านี้คือการที่อาเตี่ยอาเหนียงส่งตนมาทดสอบว่าจะเอาตัวรอดในการค้าขายได้ไหม เหมาะสมกับสายงานด้านการค้าหรือไม่ ?  แต่ไม่ว่าจะมองหน้ามองหลังยังไง บุตรชายคนโตสกุลเหมยก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆเขาถึงได้มีน้องสาวห้อยติดมาด้วย

          “ พี่ชายยย อันนั้นน่ากินจังเลยย “ เสียงใสแจ๋วของน้องสาวตัวดีอย่างไป๋อวี้ดังอยู่ข้างหูแทบตลอดเวลา ผ่านขนมก็ชี้ขนม ผ่านเครื่องประดับก็ชี้เครื่องประดับ หนักหน่อยก็บรรดาของเล่นโดยเฉพาะว่าว ถ้าไป๋เหอปล่อยให้อวี้เอ๋อร์เดินเอง คาดว่านางน่าจะวิ่งไปทั่วจนยากจะคว้าตัวกลับมาแน่ๆ “ อวี้เอ๋อร์.. เอาไว้เราไปทานที่โรงเตี๊ยมนะ “ สิ่งที่ได้ตอบกลับดันเป็นการส่ายหัวของน้องสาว ไป๋เหอถอนหายใจเฮือกใหญ่ หากบิดามารดาบอกว่าให้พาอวี้เอ๋อร์มาด้วย มั่นใจได้เลยว่าในเสบียงเกินครึ่งต้องเป็นขนมมาเลี้ยงเด็กกำลังโตแน่ๆ

          “ ถ้ากินตอนนี้ ที่โรงเตี๊ยมเจ้าจะกินได้น้อยมากๆ “ ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ต้องใช้ไม้ขู่ ใบหน้าหวานกลมของน้องสาวมุ่ยลงอย่างเห็นได้ชัด และเปลี่ยนเป็นการสงบ หัวอกคนเป็นพี่ก็พลันชื้นใจ บ้านตระกูลเหมยสอนสั่งให้ลูกทุกคนพึ่งพาตัวเอง ดังนั้นการเดินทางด้วยอายุที่น้อยสำหรับบ้านนี้คือการทดสอบ ที่เรียกได้ว่าทดสอบอย่างกล้าได้กล้าเสียมากพอสมควร..

          เบื้องหน้าคือโรงทอผ้าขนาดใหญ่อันเป็นที่หมาย คุณชายน้อยสกุลเหมยถอนหายใจเฮือกใหญ่และปล่อยให้น้องสาวตนได้ลงมาเดินเองบ้าง เขาวางแบบแผนมาไว้แล้วว่าหากมาถึงที่นี้ ก็สมควรมาจัดการเรื่องงานที่ได้รับมอบหมายก่อน ต่อจากนี้ค่อยพากันเดินเที่ยวซินเอี๋ย กินเลี้ยง หรือแม้แต่ซื้อของเล่นให้น้องเขาก็ทำได้ เพียงแต่ขอจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง งานเสร็จ คนสบายใจ จากนั้นก็จะไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนใจให้พะวง “ อวี้เอ๋อร์อย่าซนนะ เข้าใจที่เกอพูดใช่ไหม ? “

          “ อื้อๆ อวี้เอ๋อไม่ซนน “ ปากบอกไม่ซนแต่สองขาขยับเดินเตาะแตะไปทั่ว ร้อนจนพี่ชายต้องมาเดินตามแทนที่จะเข้าไปด้านในโรงทอผ้า ไม่รู้น้องสาวเกิดเข่าอ่อน หรือหิวอย่างไรก็ไม่อาจทราบ อยู่ๆก็เดินล้มหน้าทิ่มไปกับพื้นจนไป๋เหอวิ่งไปรับแทบไม่ทัน ในขณะที่พี่ชายกังวลใจแทบตาย เจ้าหนูน้อยตัวต้นเรื่องกลับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ขยับไปมาในการรับของพี่ชายหันไปมองอะไรสักอย่างที่หนูน้อยเข้าใจว่ามันมาขวางทางเดิน

          “ ….. พี่ชายๆ ก้อนน้ำตาลนี่มาจากไหน !?? “ น้ำเสียงนุ่มนิ่มกระตุกชายอาภรณ์พี่ชาย ในขณะที่ดวงตาจับจ้องกับก้อนน้ำตาลบนพื้น สลับกับหันไปมองพี่ชายตัวเอง พบว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เริ่มโตกลับซีดจนขาวไปหมดแล้ว ไป๋อวี้กระตุกชายแขนอาภรณ์พี่ชายซ้ำๆ จนเจ้าตัวได้สติ ไม่วายถามอีกที “ เจ้าตรงนี้คืออาราย “

          ‘สวีสดีข้าคือขอนไม้’ ซะเมื่อไรล่ะ เสี่ยวเฮ่านั้นเกือบจะสลบไปแล้วแต่หนังตากระตุกขึ้นมาเพราะแรงกระแทก… คนหรือ? ไม่สิ ดิ้นๆ ได้แบบนี้ เขากำลังตามหาลำน้ำเพื่อจับปลามาย่างกิน รึว่าตนเดินทางมาถึงแล้ว?? และสวรรค์ส่งปลาตัวเขื่องมาให้ ริมฝีปากเด็กน้อยขยับเสียงโรย “ปลา..ปลาตัวโต”

          เหมยไป๋เหอถึงกับยกมือกุมขมับ ก้อนน้ำตาลของน้องสาวไม่ใช่ก้อนน้ำตาลแต่เป็นคน ! หรี่ตามองดูน่าจะอายุยังน้อย อาจจะพอๆกับเขา หรือน้อยกว่าเขา อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ตราบใดที่ยังหายใจอยู่ก็คงไม่มีใครใจแปลกพิศดารพอจะมานอนหน้าทางเข้าโรงทอผ้า ! “ อวี้เอ๋อร์ เขาเป็นคน คนที่เราต้องช่วย “ คนเป็นพี่ชายขยับเข้าพยุงร่างของเด็กชายที่แลดูหมดสภาพ สังเกตุเนื้อผ้าอาภรณ์แม้ว่าตอนนี้จะหมองจนเป็นสีน้ำตาล แต่เมื่อสัมผัสผ่าน เขาย่อมรู้ว่านี้เป็นผ้าที่ถนอมผิวอย่างดี

          ดูสิ เพ้อใหญ่แล้ว น่าจะหิว และคงโดนเหตุมา “ ใจเย็นๆไว้ อวี้เอ๋อร์ “ พอจะเงยหน้าไปให้น้องสาวช่วย ก็เห็นเจ้าเด็กซนตัวกระจ่อยมองซ้ายมองขวา ริมฝีปากพึมพัมไม่ได้คำ แต่คนเป็นพี่ชายมองออกว่าน้องเขากำลังมองหาปลาที่มีเด็กชายคนนึงพูดไว้ .. สภาพไม่น่ารอดทั้งคู่ คุณชายตัวโตสุดในนี้ดึงน้องสาวให้กลับมายืนให้คงที่ จับพ่อคุณชายที่ล้มพับให้ได้ลุก “ เอ่อ เขาน่าจะเป็นคุณชาย ใช่ไหมนะ.. เอาเป็นว่า คุณชายน้อย ท่านไหวรึไม่ ? “  

            แก้มกลมหัวเงินส่ายโงนเงนขึ้นมา เมื่อพบว่าผู้ที่ช่วยพยุงเป็นเด็กหนุ่มคราวพี่ ลักษณะดูไม่ใช่คนเลวร้ายทั้งยังมี ‘ปลา’ ตัวน้อยติดสอยห้อยตาม คงจะพอวางใจได้ในระดับหนึ่ง เสี่ยวเฮ่าสองตาอำพันเปิดปรือ หิวจนแสบใส้จากเดิมทีเคยมีวาจาที่เรียบเรียงดีกว่านี้แต่พอหลุดปากไปกลายเป็น “คนไม่ดีเอาบ๊ะจ่างข้าไป.. รถม้า ตูม เคร้งๆ หิว...ปลาย่าง”

             “...........” คล้ายว่างุนงงกับวาจาตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่ตาลายเต็มทีจึงพยักหน้าสองหนว่าตามนั้น

          คนพูดเหมือนจะสับสน ไอ้ตัวคนฟังก็ใช่ว่าจะรู้เรื่อง ไป๋เหอที่ขมวดคิ้วราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจ ต่างจากเด็กหญิงตัวน้อยที่มองจ้องก้อนน้ำตาลตาแป๋ว เป็นคนที่รูปลักษณ์แปลกมากๆ แต่สภาพเขาก็เหมือนจะไม่ไหวแล้ว หันมองโรงทอผ้าสลับกับก้อนน้ำตาล นางไม่เข้าใจสักคำที่เขาพูดเลย ! แต่เขาหิวเหมือนนาง ! ไป๋อวี้ขยับกระตุกชายเสื้อพี่ชายตัวเองด้วยดวงตาใสแจ๋ว “ เขาหิว ข้าก็หิว ! ไปโรงเตี๊ยมนะ ไปโรงเตี๊ยมมมม “

           “....แต่ว่าข้าไม่มีเงินแล้วนะ” ซาลาเปาสีน้ำตาลตัวน้อยดูซึมเซาลงตอบอย่างหมองๆ
         
          ดูเหมือนคงจะต้องยกแผนทำงานไปไว้ก่อน ชีวิตคนสำคัญกว่า เด็กหนุ่มยกยิ้มเบาๆ ผู้เดือดร้อนตรงนี้ไม่มีเงินแต่เขามี คนเราช่วยกันได้ ถือเป็นเรื่องที่ดี “ ไม่เป็นไร ยังไงข้ากับน้องสาวก็จะไปที่โรงเตี๊ยมอยู่แล้ว อีกอย่างเจ้าหิวเช่นนี้ หากฝืนต่อไปจะไม่ดีเอา เพราะฉะนั้นไปทานอะไรสักหน่อยเพิ่มแรงดีกว่า “ ท่ามกลางคำพูดเป็นกลางและการช่วยเหลือ เด็กหญิงตัวน้อยมองพี่ชายตัวเองตาละห้อย ทำไมตอนนางบอกพี่ชายว่าหิวไม่เห็นเลี้ยวกลับเข้าโรงเตี๊ยมเลยนะ !

           “อ….อื้อ!!” เสี่ยวเฮ่านั้นคิดว่าต่อให้อีกฝ่ายหลอกเขาไปขายก็คงต้องช่วยอีกฝ่ายนับเงิน พี่ฉางชิงบอกว่าช่วงเป็นขอทานงานอะไรทำให้อิ่มท้องล้วนต้องทำ ไม่มีสิทธิ์เลือก คิดแล้วปวดจี๊ดกระดองใจ..อาเตี่ยเหตใดไม่มาส่งลูกด้วยตนเองเล่า ลำพังโจรไม่กี่สิบคงแย่งผ้านวมลายลูกหมูของเขาไปไม่สำเร็จแน่!! สีหน้าสลดลงสองระดับนึกถึงของรักที่สูญเสีย เด็กแก้มกลมเตรียมออกเดินตามอีกฝ่ายแต่กลับโงนเงนและยืนหยู่นิ่งๆ ด้วยอาการตาลาย

             ท่ามกลางความนิ่งเงียบและคงมีสายตาส่งคำถาม เสี่ยวเฮ่าเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงกล่าวอย่างน่าละอาย “คือ… หิวมาก ก้าวขาไม่ออกแล้ว..”

              ไป๋อวี้น้อยเห็นก้อนน้ำตาลเดินโซซัดโซเซตามหลังพี่ชายก็คล้ายจะเห็นใจ ตัวนางไม่อยากเอาเปรียบใคร ! จึงขอวิ่งขอตามต้อยๆ กลายเป็นเด็กน้อยรั้งท้ายเพราะความตัวเล็กของตัวเอง กระพริบตาปริบๆเห็นพี่ชายแปลกหน้าที่เป็นก้อนน้ำตาลนิ่งไปเจ้าตัวน้อยก็นิ่งตาม เอียงคอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายบอกว่าหิวมาก ในขณะที่พี่ชายตัวเองได้แต่ยกยิ้มเบาบาง ซึ่งไป๋อวี้ก็ไม่เข้าใจว่าเกอเกอจะยิ้มทำไม คนหิวมันไม่ตลกนะ !

          “ พี่ชายๆ นี่ๆๆ “ เด็กน้อยเดินเตาะแตะไปยื่นถังหูลู่ที่ตะกายหยิบมาเมื่อกี้สดๆร้อนๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของพ่อค้าแม่ขาย และพี่ชายที่ยกมือมานวดขมับพลางหยิบถุงเงินมานั่งจ่ายความเสียหายที่น้องสาวทำเอาไว้ “ ถังหูลู่ ! อร่อยน่า กินสิๆ “ มิวายจ้องตาแป๋ว เด็กหญิงตัวน้อยยกยิ้มให้กว้างด้วยความหวังดี นางไม่อยากเห็นคนร่วมชะตาหิวต้องลำบาก !

          “เอ๊ะ..อื้ม ขอบคุณมากนะเจ้าปลาน้อย” อยู่ๆ ของกินลอยมาตรงหน้าในเวลาหิวโหย มีหรือเสี่ยวเฮ่าจะปฎิเสธ ด้วยไม่จักชื่ออีกฝ่ายจึงแทนที่ด้วยคำเรียกตามความเข้าใจของเด็กๆ มือกลมป้อมทัง้ยังขาวจัดผิดลูกขอทานยื่นออกมารับผลไม้เชื่อม ตัวเขายิ้มร่ายยิ้นดีอย่างสดใสและกำลังจะส่งเข้าปากแต่กลับชะงักไว้ก่อนได้ลิ้มลอง เสี่ยวเฮ่าเหลือบมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เตี้ยกว่าตนเองหนึ่งช่วง เขาจึงดึงออกมาแค่สองลูกและมอบไม้นั้นคืนให้อีกฝ่าย “อร่อยนะ เจ้าเองก็กินด้วยกันสิ...” เมื่อครู่นางบอกว่าหิวเหมือนกันนี่นา

             “ หือ .. “ เด็กหญิงตัวน้อยเอียงศีรษะอีกครั้งเมื่อเห็นถังหูลู่ถูกแบ่งส่วนออกมา นัยน์ตาสีนิลที่ให้ความรู้สึกสดใสของเด็กหญิงกรอกไปมา นางซื้อให้เขา นางซื้อให้เขา แต่เขาให้นางด้วยแหละ ! หันมองพี่ชายอย่างขอความช่วยเหลือ เด็กหญิงตัวน้อยเผยอาการเลิ่กลั่กชัดเจน “ ต้าเกอเคยบอกข้าว่า เมื่อข้าให้สิ่งใดกับใคร สิ่งนั้นก็จะเป็นของคนที่ข้าให้.. “

          “ แต่ว่าๆ ท่านให้ข้ากลับแสดงว่าท่านตัดสินใจแล้ว ! ถ้างั้นข้าขอบคุณมาก “ เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้าหงึกๆ และรับของกินมาแทน ท่ามกลางการกลั้นขำของพี่ชายตัวเองที่ตอนนี้หน้าแดงไปหมดแล้ว ไป๋เหอมองน้องสาวที่ตอบคล้ายจะไม่รับ แต่ก็ดันรับซะดื้อๆ ผู้เป็นพี่ชายได้แต่มองเจ้าพวกตัวเล็กสองตัวคุยกันเจื้อยแจ้ว เป็นภาพที่หาดูได้ยาก ที่จะเห็นน้องสาวเขาได้มีโอกาสคุยกับเด็กคนอื่นต่อหน้า ปกติมีแต่หนีหายออกนอกจวน ไม่จวนสกุลหลี่ ก็โผล่ไปที่โรงเตี๊ยม ไม่เคยอยู่ติดบ้านหรือชวนเพื่อนมาที่บ้านสักครั้ง

          “ใช่แล้วๆ อาเตี่ยเคยบอกข้าว่าถ้ามีคนกำลังหิวให้เราแบ่งปันเขาด้วย เจ้าให้ขนมข้า เราก็มากินด้วยกันนะ” ถ้อยคำเรียบเรียงไม่ค่อยสละสลวย แต่รอยยิ้มของเจ้าก้อนแป้งผมเงินนั้นจ้ำมั่มดูใจดี เสี่ยวเฮ่าตั้งแต่จำความได้ก็ไม่เคยทานอาหารลำพัง ดังนั้นการหากินข้างนอกจึงค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขามาก ถังหูลู่สีแดงสดถูกส่งเข้าปาก เคี้ยวหยั่บๆ จนน้ำเชื่อมแผ่ซ่านไปตามลิ้น เปรี้ยวๆ หวานๆ กระตุ้นความสดชื่น ‘รสชาติของมันเป็นแบบนี้เองหรอ’ ที่ผ่านมาอาเตี่ยไม่เคยเอาสิ่งนี้ให้เขากินเพราะบอกว่าของที่ขายตามข้างทางนั้นอาจไม่สะอาด

             อาจเพราะใช้ผลซานจาลูกใหญ่เกินไป ปากของเด็กสิบขวบและสามสี่ขวบมีขนาดต่างกัน สองลูกเสี่ยวเฮ่าเคี้ยวกลืนอย่างง่ายดาย แต่ทางด้านเด็กหญิงปลาน้อยนั้นค่อนข้างทุกลักทุเลอยู่บ้าง งับไปคำหนึ่งน้ำเชื่อมสีแดงๆ ก็เปรอะขอบแก้มดูน่าเอ็นดู แต่สำหรับคนรักสะอาดอย่างเจ้าก้อนแป้งนี่คือเรื่องที่ต้องใส่ใจ เขายกชายเสื้อแล้วปัดเบาๆ ตรงรอยน้ำเชื่อมนั้น

           “เปื้อนหมดแล้วเดี๋ยวจะเหนียวเอานะ” แต่ดันลืมไปว่าชุดตนผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งวัน ยิ่งแต้ม ยิ่งเพิ่มรอยมอซอแก่กระเบื้องเคลือบเสียอย่างนั้น

             “............” เห็นผลงานตัวเองปุ้บก็ตัวแข็งค้างออกอาการสะเทือนใจอย่างแสนสาหัส เสียงกระแสลมผ่านวิ้วไปเสี่ยวเฮ่ายืนก้มหน้าซึมเซา “ขอโทษ.. ตอนนี้เปื้อนหนักกว่าเดิมแล้ว”

           ไป๋อวี้น้อยกระพริบตาปริบๆ พร้อมกับหันไปหาพี่ชายตัวเองทั้งๆที่ยังเคี้ยวถังหูลู่แก้มตุ่ย ใบหน้าหวานฉายความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง สมกับที่เป็นคุณหนูน้อยสกุลเหมยผู้กล้าแสดงออกอย่างที่ชาวผู๋หยางได้ให้ชื่อไว้ ดวงตากระจ่างใสกระพริบปริบๆใส่พี่ชายก้อนน้ำตาล ฟังคำพี่ชายแล้วไป๋อวี้ก็พยักหน้าหงึกๆ คล้ายว่าตามไม่ทันเท่าไหร่ กัดถังหูลู่เพิ่มอีกคำถึงจะได้นึกออก

          อ่อ.. ที่ว่าเปื้อนคือหน้าข้าสินะ ! พยักหน้าด้วยความเข้าใจอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าต่อ เป็นภาพที่ดูประหลาดแต่ก็ยังน่าเอ็นดู เจ้าตัวน้อยเร่งเคี้ยวถังหูลู่ที่งับไปและกลืนลงคอด้วยความรวดเร็ว “ งั่ม.. ไม่เป็นไร ! ต้าเกอบอกว่าคนเราเปื้อนได้ก็ล้างได้ เนอะๆ “ หันไปขอความช่วยเหลือปนยืนยันจากพี่ชายอีกที ก็ดูพี่ชายก้อนน้ำตาลตรงหน้าจะรู้สึกผิด แต่ไป๋อวี้ไม่ได้โกรธ เห็นเป็นแบบนี้ก็ไม่อยากให้รู้สึกแย่..

          “ อื้ม อย่างที่อวี้เอ๋อร์พูด.. คุณชายน้อยไม่ต้องกังวลใจ ไปถึงโรงเตี๊ยมไว้ค่อยล้างตัวสักหน่อยก็ได้ “ หลังจากการพยายามกลั้นขำจนตัวโยกมานาน น้องสาวก็หันมาพึ่งสักทีก็ออกปากช่วยเหลือ ไม่ว่ายังไงแผนการครั้งนี้คงต้องอยู่ซินเอี๋ยนานขึ้นอีกสักหน่อย ได้เห็นไป๋อวี้ตัวน้อยมีจิตใจเป็นห่วงคนอื่นพี่ชายอย่างเขาก็ภูมิใจแล้ว “ พวกเจ้าหิวกันไม่ใช่หรอ รีบไปที่โรงเตี๊ยมกันเถอะ “




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +10 ดีนาเรียส +500 ความหิว -105 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -105 + 5 แฟลชแบค ไม่ใช่โรลปัจจุบัน

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บลัดดี้ไนท์แมร์
คัมภีร์จิ้งจอกชิงชิว
เทียนเฉาเชียนรื่อหง
เมอร์เมน่าบรูช
ผีผาเซียวซียวี่จิน
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x1
x500
x302
x5
x10
x3
x7
x10
x2050
x220
x4
x1
x420
x10
x2
x1
x4
x2
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x5
x1
x5
x5
x4
x4
x1
x4
x4
x4
x5
x6
x6
x5
x10
x1
x1
x36
x91
x5
x1
x6
x318
x573
x57
x422
x3
x3
x14
x1
x1
x5
x199
x243
x1
x14
x6
x8
x20
x274
x1
x15
x2
x1
x1
x2
x2