ดู: 462|ตอบกลับ: 14

{ นอกเมืองฉางอัน - ป่าตะวันออก } ร้านบะหมี่จว๋อทง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-18 16:55:49 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2018-7-18 16:57


ร้านบะหมี่จว๋อทง

ร้านบะหมี่ข้างทางกลางป่า ไม่มีผู้ใดว่าเริ่มเปิดเมื่อไหร่
ร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายใช้เน้นธรรมชาติป่าเขา มีเพียงอาคารที่เป็นครัวเล็กๆ
ส่วนของโต๊ะอาหารตั้งรับแสงแดด รับสายลม ถ้าวันไหนฝนตกก็...รบกวนลูกค้าหาร่มมาเอง

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนแวะเวียนมากินไม่ขาดเพราะอร่อยสุดแล้วในบริเวณนี้
เพราะนโยบายของร้านคือการเปิดรับแขกที่สัญจรไปมาอย่างเสรี
ไม่ว่าใครก็เข้ามาร่วมโต๊ะกับท่านได้  จึงเหมาะสำหรับนักเดินทางเปลี่ยวใจต้องการเพื่อนใหม่



คำเตือน : ลูกค้าโปรดระวัง! เคยมีคนพบมิจฉาชีพปลอมตัวมาเป็นซินแสดูดวง
ไล่ไม่ไป  ให้คำทำนายเลวร้ายไล่ลูกค้า หลอกกินสุรา อาหารฟรี

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
608
เงินตำลึง
6080
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
571
ความชั่ว
0
ความโหด
0

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-7-18 21:19:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 76 : เชื่อคนเดียวก็พอ?(ต่อ)


       ระหว่างทั้งสองกำลังควบม้าอย่างช้าๆ กลับเข้าเมือง ทั้งสองก็พบร้านบะหมี่ข้างทาง  คราแรกก็คิดว่าเป็นเพียงกระท่อมหลังเล็กๆ  จนเห็นชื่อร้าน ‘จว๋อทง’ เป็นอักษรสีดำจางๆบนป้ายไม้ ดูเหมือนร้านนี้จะเปิดไว้สำหรับนักเดินทางที่ผ่านไปผ่านมาโดยมิได้เข้าไปในตัวเมือง  สังเกตจากสีหน้าคล้ายราชองครักษ์หนุ่มจะเคยได้ยินชื่อร้านนี้มาก่อน   

“ฟางหรงเจ้าทานบะหมี่ก่อนกลับไหม ข้าได้ยินว่าร้านนี้รสชาติเส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปกลมกล่อมอย่างลงตัว” ต้วนหงส์กล่าวถามอีกฝ่าย

“ได้เจ้าค่ะ” ไป๋ฟางหรงพยักหน้า คนชอบทำอาหารย่อมเป็นคนชอบทาน  ทานที่นู่นนิดนี่หน่อยแล้วจดจำรสชาติเอาไว้เพื่อนำมาปรับปรุงฝีมือของตนเอง  ยิ่งพอเข้าใกล้ร้านได้กลิ่นน้ำซุป  ก็ชวนให้รู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว

ต้วนหงส์ลงจากม้า เสี่ยวเอ้อห์เป็นผู้นำม้าไปผูกต้นไม้ให้ ก่อนทั้งสองไปนั่งที่โต๊ะที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เห็นภูมิทัศน์เขียวชะอุ่มภายนอก ต้วนหงส์พับชายจีบกางเกงก่อนคุกเข่าลงนั่งอย่างสงบ ไป๋ฟางหรงเดินตามมาคุกเข่านั่งลงข้างๆ




“คุณชาย แม่นางรับอะไรดีขอรับ” เสี่ยวเอ้อห์อีกคนเดินมาถามไถ่เมื่อเห็นลูกค้านั่งลงเรียบร้อยแล้ว

“บะหมี่หนึ่งชาม” ต้วนหงส์สั่งเสี่ยวเอ้อห์ที่มารับรายการ

“ข้ารับเหมือนคุณชายท่านนี้” ฟางหรงสั่งต่อเมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อร์หันมามองนาง  

จากนั้นใต้เท้ายังสั่งสุราและชาไหหนึ่งมาเผื่อนาง เสี่ยวเอ้อห์พยักหน้าอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินไปบอกรายการที่ห้องครัว  แล้วเดินกลับมาพร้อมถาดชาและสุรา ส่วนอาหารต้องรออีกสักพัก  ในขณะทั้งสองกำลังนั่งรออาหารนั้น ก็มีชายคนนึงมาทักทายดูท่าทางเป็นซินนแส



“คุณชาย..มีคนมากมายได้พบกันเพราะวาสนานำพา” ซินแสท่านนั้นกล่าว “ดูเหมือนคุณชายมีเรื่องกลัดกลุ้มใจ ให้ข้าช่วยปัดเป่ารังควานคลายความกลัดกลุ้มไหมขอรับ”

ไป๋ฟางหรงหันไปมองทางต้นเสียง พบชายเลยวัยกลางคนไปเล็กน้อย รูปร่างออกท้วม ไว้หนวด ปักป้าย ‘รับดูดวง’ ไว้เด่นหราด้านหลัง

“ไม่ต้องหรอก…” ต้วนหงส์กล่าวก่อนหันไปมองและตอบอย่างไม่มีอารมณ์ “ข้าไม่เชื่อเรื่องวาสนาและไม่เชื่อเรื่องดวงด้วย” หลังต้วนหงส์เอ่ยจบเขาก็หยิบจอกสุราขึ้นจิบคลายความกลัดกลุ้มในใจ

“ได้เห็นอารมณ์ของคุณชาย ข้าน้อยคิดว่าคุณชายคงมีเรื่องกลัดกลุ้มในใจที่ยากจะบอกใคร” ซินแสท่านนั้นกล่าวก่อนปักธงลงบนดิน “แม่นาง คุณชายข้าน้อยขอนั่งสักครู่นะขอรับ”

แม้ชายหนุ่มจะบอกปัดไปและไม่ได้แสดงความสนใจ  ซินแสผู้นั้นก็ยังดึงดันจะนั่งร่วมโต๊ะ  ไป๋ฟางหรงเหลือบมองทั้งสองคนจิบชาอย่างอึดอัด  ก่อนจะหันไปมองทางเสี่ยวเอ้อห์ที่ดูจะไม่สนใจเลยว่ามีคนรบกวนแขก

ซินแสเดินไปนั่งที่โต๊ะ “ที่สำคัญโชคชะตาของคนจะอยู่ที่วาสนาพบพาน ประจวบเหมาะกับคุณชายได้หยิบสุราขึ้นดื่ม...ข้าน้อยจะช่วยตรวจดวงชะตาให้ท่าน ดูหน่อยว่าข้าน้อยจะช่วยคุณชายได้ไหม ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะชะตากรรม ชะตากรรมล้มเหลวและแปรเปลี่ยนเป็นเลวร้าย... ข้าน้อยคิดว่าคุณชายคงถือกำเนิดจากในตระกูลที่ยากจนสินะ”

ต้วนหงส์หันมองอีกฝ่าย เขาก็แต่งกายฐานะดี เหตุใดชายผู้นี้ถึงรู้ว่าเขาเคยเป็นคนต่ำต้อยยากจนมาก่อน แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรก่อนจะหันกลับไปมองไป๋ฟางหรง เพื่อรอฟังดูต่อว่าเขาจะเอ่ยอะไร

ได้ยินคำพูดของซินแส คิ้วเรียวก็เลิกขึ้นน้อยๆ ในเรื่องของโชคชะตาไป๋ฟางหรงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  ส่วนหนึ่งก็ยอมรับนัยๆว่าที่นางได้เกิดมาในครอบครัวเช่นนี้เป็นโชคชะตา  แต่ในเรื่องหนทางของชีวิตไป๋ฟางหรงเชื่อในทางเลือกของตนมากกว่า เกรงว่าถ้าหากตนเองเอาแต่ปล่อยทุกอย่างเป็นของโชคชะตา  นางคงไม่มุมานะจะเดินไปเส้นทางสายปราชญ์

ซินแสยกนิ้วจุ่มจอกสุราตนเองที่เสี่ยวเอ้อห์มารินให้ ไป๋ฟางหรงคิ้วกระตุกนิดๆ  มองเสี่ยวเอ้อห์ด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก เจ้าดูมิออกหรือว่านี่มิใช่แขก?

ซินแสก่อนไปวาดบนโต๊ะเป็นอักษร ‘这’ และเอ่ยขึ้น “ด้านบนของคนโทของอักษรเป็นคำว่า ‘หลัง’ ทั้งสองตัวล้วนใกล้เคียงกัน ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอทายว่า คุณชายกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันคงมีวาสนาต่อกัน อย่างน้อยก็มีความสนิทสนมกันพอสมควร ดูคุณชายแล้วเป็นขุนนางในวัง น่านับถือๆ”

ไป๋ฟางหรงยิ่งประหลาดใจมากขึ้นเมื่อซินแสสามารถกล่าวได้ถูกต้อง  เพียงแต่...เสื้อผ้าใต้เท้าบ่งบอกฐานะ  คำพูดนี้ต่อให้ใต้เท้าต้วนหงส์ไม่ได้มีความสนิทสนมกับฝ่าบาท  ถ้าเป็นคนอื่นได้ฟังแบบนี้ก็คงพอใจ  มอบชั่งให้สักสองสามชั่งแล้ว

ต้วนหงส์เอ่ยพูดขึ้นก่อนกางแขนทั้งสองข้าง “ท่านเห็นข้าแต่งกายเช่นนี้ ก็เลยเดาไปแบบนั้นใช่ไหม”

ซินแสหัวเราะ ก่อนเขียนอักษรต่อ “แต่ว่าคุณชายจะได้ความชอบแค่ครึ่งเดียว คำว่า ‘คนโท’ จะกลับกลายเป็นคำว่า ‘ถ้วย’ ต้องลำบากแน่ คุณชายดูเหมือนจะสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่แท้จริงหนทางความชอบไม่ปลอดโปร่ง”

“ภายในวังหลวง ไม่ว่า สูงศักดิ์ ปลอดโปร่ง ไม่ปลอดโปร่งก็มัดจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การที่ท่านทำนายเช่นนี้เหมือนการหว่านแหไปทั่วนั่นแหละ” ต้วนหงส์กล่าวตอบอีกฝ่าย  หญิงสาวพยักหน้า จิบชา เห็นด้วยกับคำกล่าวของชายหนุ่ม

ซินแสผู้นั้นมองอีกฝ่าย  ก่อนทำนายต่อ “เมื่อ ‘คนโท’ กลายเป็น ‘ถ้วย’ ชีวิตจะลำเค็ญยากจะสุขสบาย คุณชายดูภายนอกดูเหมือนจะสำเร็จ แต่ทุกถ้วยนั้นมีรสเปรี้ยว ไม่น่าอภิรมย์ใจ หนทางรักไม่ราบรื่นตลอดชาตินี้” ต้วนหงส์ฟังอีกฝ่ายทำนายก่อนยกจอกขึ้นจิบไม่สนใจ

“ข้าขอมอบสามคำให้คุณชาย ทำความชอบล้นฟ้า รันทดทั้งชีวิต ความรักไม่สมหวัง”

มือที่กำลังยกชาขึ้นจิบชะงัก ไป๋ฟางหรงทราบแก่ใจว่าชายหนุ่มมีใจรักมั่นต่อหญิงสาวนอกด่านที่ไม่สมหวังอยู่แล้ว  ทว่านางนั่งอยู่ข้างๆ ซินแสมั่นใจได้เช่นไรว่านางไม่ใช่ฮูหยินของใต้เท้าต้วนหงส์  คำทำนายนี้จะว่าทำนายส่งเดช...ก็มิน่าใช่…
หรือคิดจะขายเครื่องรางเพิ่ม ทำพิธีแก้เคล็ด?

ต้วนหงส์มองอีกฝ่ายแวบหนึ่งก่อนสะอึกไปชั่วครู่  ก่อนเอ่ยวาจากลบเกลื่อน “ข้าบอกท่านแล้ว ข้าไม่เชื่อเรื่องดูดวง อาจตามที่ท่านกล่าวความรักไม่สมหวัง เช่นนั้นฮูหยินที่นั่งข้างๆ ข้าคงไม่แต่งกับข้า”

ไป๋ฟางหรงจับสังเกตท่าทีของชายหนุ่มอยู่ตลอด เห็นอาการสะอึก  แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว ก็ไม่หลุดสายตาของนางที่ไวต่อการจับอารมณ์ของคนอยู่แล้ว  ยิ่งดึงนางมาเล่นละครด้วย  เกรงว่าคำพูดนี้จะกระทบใจไม่น้อย  ไป๋ฟางหรงจึงหันไปยิ้มบางแก่ซินแส “ถูกแล้ว… ซินแส ท่านกล่าวเช่นนี้เกรงว่าจะมิถูกนัก  สามีภรรยาเดินทางมาด้วยกัน กล่าวว่าคนมิสมหวังในรักได้เช่นไร  อีกอย่างความรักเป็นเรื่องของจิตใจคน อยู่ที่การถือได้วางได้ของตนเอง จะเกี่ยวอันใดกับฟ้าดิน?”

เสียงเสี่ยวเอ้อห์มาขัดจังหวะการสนทนาก่อนวางบะหมี่ “บะหมี่ได้แล้วขอรับคุณชาย แม่นาง”

ต้วนหงส์เมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อห์มาถึงก็วางเงินก่อนกล่าวลาซินแส “เช่นนั้นพวกเราต้องขอตัวลาก่อนนะขอรับ”

แล้วชายหนุ่มก็รีบจับมือหญิงสาวเดินไปยังม้าเพื่อกลับจวน

บะหมี่มาวางตรงหน้าได้ไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง  ดูท่าใต้เท้าจะทนซินแสผู้นี้ไม่ไหวจริงๆ  ถึงกับจับมือนางรีบเดินออกมา  ไป๋ฟางหรงหันกลับไปพบว่าซินแสยังคงมองมาทางพวกนาง พร้อมเอ่ยตามมา

ซินแสที่นั่งที่โต๊ะลำพังพูดเสียงเบา “เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ช่าง ขอเพียงมีคนเชื่อคนเดียวก็พอแล้ว….”



เชื่อคนเดียวก็พอ?

ไป๋ฟางหรงขมวดคิ้ว  ครุ่นคิดความหมายอย่างไม่เข้าใจ เรื่องของซินแสผู้นี้ติดใจนางอย่างบอกไม่ถูก


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

1283

กระทู้

4598

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19572360
เงินตำลึง
39332
ชื่อเสียง
292797
ความหิว
3455

Super VIP PETใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
25856
ความชั่ว
8453
ความโหด
54170
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2018-7-26 22:56:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จาริกบุญทั่วเหลียงโจว
364
{ อิเว้นท์หัวใจซือหม่าเซียน 1 }
จุดตายของข้าอยู่ในมือท่าน


        การรับนัดหมายมิใช่เพราะต้องการต่อต้านคำห้ามของอี้ฟู่พ่อบุญธรรมแต่อย่างใด ด้วยตัวเขาเองก็เป็นผู้รักษาสัจจะคนหนึ่ง ข้อตกลงเรื่องการเลี้ยงอาหารหนึ่งมื้อมีมาก่อนซือม่าเซียงหรู่จะเอ่ยห้ามตนแค่ทำตามลำดับ มิได้ได้ถือว่าเป็นการขัดขืน…

        “มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ข้าติดใจมาสักพักแล้ว” หลังควบอาชาสีชาดทั้งสองกำลังผ่านป่าไผ่เขียวชอุ่ม ในยามเช้าอากาศสดชื่นได้กลิ่นน้ำค้างจับกลางเวหาแสงตะวันยังไม่แรงกล้ามากนักสะท้อนสีทองดั่งบุษราคำส่องลงบนไหล่ อาจเพราะเห็นมานานไม่มีโอกาศได้ถามเมื่ออยู่สองต่อสองจึงชวนคุย “อาเยว่เจ้าไปทำอย่างไรเยี่ยซาถึงได้ยอมให้ขี่หรือ?”
        ปกติฮั่นเสียตัวนี้นอกจากนักกวีหนุ่มก็แทบจะสะบัดคนลงทุกราย จูหรงเยว่นึกย้อนไปตอนตนผูกมิตรกับม้า ทั้งอวิ๋นหยาและเยี่ยซาต่างมีนิสัยเดียวกันคือ ‘รักศักดิ์ศรี รักพวกพ้อง’ พอจดจำสาเหตุได้รอยยิ้มของคนขรึมที่นานๆ ทีจะปรากฎก็ฉายอยู่เลือนราง “ตอนนั้นข้าบอกกับพี่เยี่ยซาว่าจะปกป้องคุณชายให้ดี ขอให้ช่วยเป็นแรงสนับสนุนด้วยน่ะขอรับ”
        เมื่อคำตอบปรากฎเจ้าฮั่นเสียร้องฮี้ยาวๆ ทีหนึ่งคล้ายยืนยัน บุรุษผมกึ่งซาบซึ้งกึ่งสงสัย ‘สำหรับพวกเจ้าแล้วข้าดูน่าทนุถนอมขนาดนั้นเลยสินะ??’

        เค่อหนึ่งผ่านไป… จึงค่อยถึงร้านบะหมื่ที่เงียบสงบนอกเมืองฉางอัน
        กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนคือความเอาใจใส่
        คล้ายว่าผู้ปรุงจะใส่เครื่องเทศลงไปด้วยความเย้ายวนและสเน่ห์ถึงได้อบอวลไกลนับลี้

        บุรุษในชุดลำลองแขนเสื้อกว้างสีฟ้าผู้หนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างโต๊ะตัวเตี้ย กิริยาสงบสุขุมกำจายไปด้วยรัศมีบัณฑิตเช่นนั้น จะเป็นใครไปมิได้นอกจากใต้เท้าไท่สือลิ่งผู้นัดหมาย ทั้งสองสังเกตเห็นได้พร้อมกัน ใบหน้าอบอุ่นผุดรอยยิ้มขึ้นพร้อมผายมือเชิญพวกเขามายังที่นั่ง “คุณชายข้าจะดูแลม้าให้ ท่านเข้าไปพบใต้เท้าซือหม่าก่อนเถอะขอรับ”
        หลิงเฮ่าพยักหน้ารับจูหรงเยว่ก่อนพลิ้วกายลงจากม้าเข้าไปประสานมือทักทายสหาย “ทำให้ไท่สือลิ่งต้องรอแล้ว เป็นตัวข้าที่เสียมารยาท”
        “หลิ่งจือมิต้องเกรงใจเชิญนั่งเถอะ เพราะข้าน้อยเป็นฝ่ายเชื้อเชิญสมควรมาถึงที่หมายก่อนอยู่แล้ว” ฝ่ามือพลิกเป็นปรามการขอโทษนั้น น้ำเสียงที่ใช้อ่อนโยนราวกับสายน้ำไหลริน
        บุรุษชุดขาวจีบรวบชายกางเกงก่อนลงนั่ง หลังจากนั้นคือการสั่งอาหารสามสี่รายการเขาเชื่อในรสนิยมของอีกฝ่ายจึงยกหน้าที่ส่วนนี้ให้ทั้งหมด  แล้วยังไม่ลืมนำเป็ดเป่ยผิงมาจัดขึ้นจานด้วย เสมือนตนเองเพียงมาสังสรรค์มิได้สำคัญที่สิ่งใดนอกจากพบปะเสวนา แต่แล้วก็เอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านมารอข้าแต่เช้าเช่นนี้ หากเกิดพลิกผันว่ามิได้มาตามนัด?? เช่นนั้นไท่สือลิ่งจะทำเช่นไร”
        “นั่น…. ข้าน้อยเชื่อว่าท่านเป็นผู้รักษาคำพูดเช่นเดียวกัน” ผู้ตอบชะงักมือที่ถือถ้วยชาไปเล็กน้อยก่อนอ้อมแอ้มตอบ ‘ท่านคงมิได้ไร้ไมตรีขนาดนั้นหรอกหลิ่งจือ’ วัดจากความช่วยเหลือที่จวนเติ้งและเขาอู่ไถแล้วแล้วบุรุษผมเงินเบื้องหน้ายังจัดเป็นผู้รักคุณธรรมคนหนึ่ง
        กลายเป็นคนถามเสรอยยิ้มกลอบเกลื่อนเสียเอง “มิกล้าๆ ความจริงแค่นึกยินดีที่ท่านยังจดจำสัญญาได้ เป็นเรื่องเล็กน้อยแท้ๆ ตอนนั้นพูดไปมิได้เจตนาจะรบกวนสหาย” อี้ฟู่พึ่งบอกอย่ารบกวนใต้เท้าท่านนี้ เห็นที… เขาคงต้องเริ่มถอยออกห่างบ้างเสียแล้วจะได้ไม่กวนสมาธิในการบันทึกประวัติของอีกฝ่าย ‘ก็นะ… ขนาดข้ากลับมาฉางอันแต่ละทีอี้ฟู่ยังวุ่นวายเป็นธุระให้ไม่ได้หยุด’ แม้ในยามที่บะหมี่ถูกนำมาส่งที่โต๊ะควันกรุ่นร้อนบดบังอำพรางสายตาของทั้งสอง

        หลิงเฮ่านึกสงสัยว่า… พบตนแต่ละครั้งคล้ายจะมีเรื่องตลอดอีกฝ่ายจะนึกรำคาญไหมหนอ?

        ซือหม่าเซียนที่ไม่ทันสังเกตแววตาเลื่อนลอยนั้นเริ่มบรรยายสรรพคุณบะหมี่ตรงหน้า “บะหมี่จว๋อทงนี้ถูกขนานนามตามร้าน ใช้เวลาหนึ่งคืนกว่าจะเคี่ยวน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมหอมกลิ่นเครื่องเทศ ทั้งความหอมไม่แพ้ฉีซานเมี่ยน ความหวานคล้ายเช็งซิมอี้แต่ไม่เลี่ยน กระดูกหมูตุ๋นเปื่อยกำลังดีเคี้ยวแล้วกรุบกรอบลื่นคอ นอกจากความพยายามแล้วยังเอาใจใส่สุขภาพของผู้ทาน ใช้ใบชาเพื่อดับคาวและไล่ไขมันท่านลองดูสิไม่มีรสขมหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย” ประหนึ่งพ่อครัวมาเองเถ้าแก่ยืนซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่ด้านข้างอย่างชื่นชมว่ามีคนสรรเสริญฝีมือตน ทั้งยังมองออกถึงความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน!!
        “ใต้เท้ากล่าวขนาดนี้เห็นทีข้าไม่ลองคงมิได้” มือเรียวประคองตะเกียบลงจุ่มคีบเส้นขึ้นมา ท่ามกลางสายตาคาดหวังของเถ้าแก่และซือหม่าเซียน หลิงเฮ่าขัดเขินเล็กน้อยถูกจ้องเขม็งตอนทานเป็นอะไรทีแปลกใหม่นักก่อนจะหลบสายตาแล้วก้มลงรับบะหมี่กับน้ำซุปตามลงไป ‘.....นะ….นี่มัน….’ เพียงกลืนลงคอเส้นขนทั่วตัวชายหนุ่มก็ตั้งชัน “...................”

        ซือหม่าเซียงหรูยังคงแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นรอคำตอบว่าร้านที่ตนเลือกสรรมาอย่างดีถูกปากสหายหรือไม่
        เถ้าแก่ก็คล้ายลุ้นระทึกไปด้วยอีกราย แม้จะมั่นใจในฝีมือตนอยู่อย่างเต็มที่ก็ตาม

        คล้ายอีกฝ่ายจะนิ่งอยู่นานจนเกินไปจนอดเอ่ยถามมิได้ “หลิ่งจือ?? เป็นอะไรไปรึว่าไม่ถูกปาก??” รอยยิ้มคลายลงมีวี่แววของความละอายใจ ‘ตามข้อมูลแล้วก็ไม่น่ามีปัญหานี่นา เรามาทานตั้งหลายหนชาวฉางอันล้วนชื่นชอบรสเช่นนี้รึว่าเขาจะไม่ชอบบะหมี่กันนะ?’

         “......................” ไม่ได้… เขาทำไม่ได้ ยิ่งมองเห็นความคาดหวังในดวงตาสีน้ำตาลทั้งสองของไท่สื่อลิ่ง ‘เขาตั้งใจพาข้ามาเลี้ยงวันนี้จะทำเขาขายหน้าไม่ได้!!’ ราวกับปลุกกำลังใจก่อนออกรบเพื่อสหายยังไงตนก็ต้องกินบะหมี่ชามนี้ให้หมด!! ตะเกียบแปรสภาพเป็นอาวุธฟาดฟันอาหารตรงหน้า ทว่าพุ้ยเข้าปากไปได้อีกสามคำเขาก็ค้นพบแล้วว่าตนเองทนไม่ไหว… มือเรียวไหวระริกก่อนก้านไม้ไผ่จะหักเปาะเป็นสองเสี่ยง

        “ข...ขออภัย!! ข้า… เดี๋ยว.. เดี่ยวข้ามา!!” ขาดคำหลิงเฮ่าใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างข้ามสะพานไม้ไผ่ไปที่ลับตา จูหรงเยว่เห็นท่าทีเร่งร้อนของผู้เป็นนายก็รีบติดตามไป

        ซือหม่าเซียนประหลาดใจแล้วว่าบะหมี่ชามเดียวมันกล้ำกลืนขนาดนั้นเลยหรือ? ความเป็นคนช่างสังเกตก็ต้องพิสูจน์เสียก่อน เขาจัดการชิบชามของตนเองทันทีและแล้วก็ได้คำตอบ สำลักพรวดพลางไอถี่ๆ อย่างช่างหัวมารยาท “น...นี่! พรวด!! แค่กๆๆ เถ้าแก่!! เจ้าทำพริกเทกระจาดลงหม้อซุปหรือ!!”

        มิน่า… คนผู้นั้นถึงได้ฝืนนัก...
มอบเป็ดเป่ยผิงให้ซือหม่าเซ๊ยน(บนโต๊ะ)เปิดใช้ผีเสื้อ



แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากสัตว์เลี้ยง [ผีเสื้อ] {+25}   โพสต์ 2018-7-26 23:12
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [NPC] {+30}   โพสต์ 2018-7-26 23:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -53 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -53 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่จิ่วเทียน
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ชุดหลานม่านเหยา
ลูกกวางเงินไป๋จั๋ว
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ชุดดำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x7
x8
x1
x16
x4
x1
x1
x5
x18
x1
x15
x2
x54
x26
x252
x1
x1
x6
x2
x2
x2
x10
x1
x1
x11
x40
x20
x1
x30
x2
x3
x89
x2
x4
x3
x14
x97
x6
x6
x2
x20
x15
x50
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x28
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x36
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x5
x5
x3
x310
x100
x100
x110
x125
x110
x161
x24
x32
x98
x125
x510
x240
x8
x120
x1
x7
x5
x20
x1605
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x600
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x960
x740
x2202
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x903
x27
x39
x15
x100
x9
x18
x334
x1893
x188
x2025
x1304
x322
x2300
x2
x8100
x363
x87
x101
x5
x73
x143
x3274
x128
x303
x411
x2747
x2039
x20
x1670
x8
x508
x1803
x8
x1
x28
x4015
x2448
x9
x56
x7219
x50
x9999
x1803
x47
x3
x162
x15
x1041
x1
x1
x2645
x2
x1
x2425
x13
x25
x19
x681
x470
x581
x30
x128
x110
x38
x53
x6
x1180
x1502
x8209
x967
x200
x590
x200
x52
x50
x2365
x1
x1850
x2799
x4799
x424
x271
x6330
x9999
x567
x51
x70
x3920
x24
x15
x66
x179
x1000
x13
x3593
x2885
x886
x1383
x9999
x2466
x2980
x1927
x1836
x2460
x90
x9999
x485
x1102
x129
x30
x7451
x2025
x3822
x1538
x135
x2739
x4280
x3973
x2005
x3573
x1418
x524
x1797
x490
x196
x1198
x327
x3
x24
x9
x1430
x77
x50
x4652
x840
x2
x671
x9999
x2586
x2
x35
x2139
x3498
x7097
x385
x6001
x4370
x489
x862
x9999
x1759
x607
x10
x1010
x2485
x2940
x682
x95
x3
x20
x25
x25
x32
x9
x8298
x9316
x1807
x9999
x199
x24
x7969
x20
x5805
x21
x8
x1025
x256
x24
x9
x101
x31
x9
x807
x3805
x8
x30
x207
x835
x81
x2706
x2107
x125
x16
x1410
x2578
x2351
x3
x281
x3676
x2540
x292
x7884
x510
x394
x3836
x4882
x9999
x10
x2257
x2445
x5805
x7800
x3380
x1263
x24
x3330
x890
x70
x328
x141
x2816
x2114
x9999
x41
x4280
x9999
x9999
x9999
x3150
x1907
x107
x3200
x6
x3696
x36
x3223
x3929
x749
x1
x756
x1514
x481
x951
x4919
x2225
x4061
x5004
x9999
x4906
x9999
x3109
x2157
x2034
x3256
x4204
x2422
x558
x60
x1
x20
x1929
x3625
x713
x1
x4547
x6257
x67
x9999
x673
x1293
x889
x6346
x103
x3319
x803
x450
x101
x825
x274
x8
x178
x24
x9999
x1123
x2060
x3056
x195
x661
x454
x103
x1201
x1263
x9999
x3430
x1312
x1230
x889
x216
x9999
x1719
x9999
x129
x713
x2427
x2

1283

กระทู้

4598

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19572360
เงินตำลึง
39332
ชื่อเสียง
292797
ความหิว
3455

Super VIP PETใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
25856
ความชั่ว
8453
ความโหด
54170
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2018-7-27 02:09:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-7-27 14:07

จาริกบุญทั่วเหลียงโจว
365
{ อิเว้นท์หัวใจซือหม่าเซียน 2 }
ข้าชินชาเสียแล้วล่ะ


         ป่าไผ่เขียวสดขจีสายลมกลางหน้าร้อนเริ่มอบอ้าว แว่วเสียงกิ่งก้านแซกซ่าเป็นทำนองไพร เส้นทางสายเล็กมีบุรุษร่างสูงเพรียวในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์กำลังคว้าจำลำไผ่สำรอกเอาบะหมี่เมื่อครู่ออก ใบหน้า หู ตา ลำคอ..ล่วนเปลี่ยนเป็นสีดอกท้อราวกับต้องพิษสุรา “แฮ่กๆ แค่กๆๆ อึก… แค่ก!!”
        ‘บ้าจริง!! ขายหน้านัก!!’ เขารู้ตัวดี ทั้งยังทราบมานานแล้วว่าตนนิยมของหวานไม่ทานของเผ็ด พริกแม้แค่สองช้อนก็พอจะเปลี่ยนสีหน้าของเสิ่นหลิ่งเฮ่าได้ ไหนจะเรื่องความแสบปากแสบคอลิ้นบาง คลื่นความร้อนในตัวปั่นป่วนเสียจนอยากกระโดดลงน้ำเสียให้รุ้แล้วรู้รอดนี่อีก!! “แค่ก…. อึก… อื้อ!!”
        จูหรงเยว่เร่งใช้วิชาตัวเบาตามมา ภาพที่เห็นคือร่างสั่นระริกของผู้มีพระคุณหันหลังพิงต้นไผ่ เสียงไอ่ปานลำคอจะพังนั้นคล้ายกำลังทรมานอย่างยิ่ง ใบหน้าคมคายเริ่มถอดสีเผือด ‘รึว่าจะเป็นยาพิษ?? ใต้เท้าซือหม่าท่านทำอะไรลงไป!!’ เคราะห์ดีว่ายังฉุกคิดได้ว่าควรตรวจสอบเสียก่อนไม่งั้นอาเยว่คงดิ่งไปเชือดอีกฝ่ายหายาถอนพิษแล้ว บุรุษชุดเข้มปรี่เข้าไปประคองให้นายของตนหันมา “คุณชาย!! อดทนไว้นะขอรับ รีบบอกข้าเร็วเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?? ท่านถูกพิษหรือ-------!!!”

        แต่แล้วถ้อยคำทั้งหมดพลันหายวับไปจากสมอง เพียงแค่ได้เห็นคนตรงหน้าอย่างถนัดชัดเจน ดวงตาคู่คมเบิกออก หัวใจที่ถูกเคล็ดวิชาหลอมจนเยือกเย็นพลันเกิดความเปลี่ยนแปลงกระตุกวูบ
        ‘เสิ่นหลิงเฮ่า’ ผู้มีพระคุณอยู่ตรงนั้นเกศาสีเงินส่องระยับล้อแสงอรุณ ใบหน้าหวานที่มักจะยิ้มแย้มอย่างปลอดโปร่งบัดนี้แต้มสีดอกท้อไปทั่ว ริมฝีปากแดงก่ำเพราะความเผ็ดพริก ดวงตาหงส์รื้นน้ำเปี่ยมกลิ่นอายเย้ายวนอย่างน่าประหลาด ลมหายใจอุ่นรดหลังมือเขาประหนึ่งจะหลอมละลายคนร่างเย็น วูบหนึ่งที่หรงเยว่เผลอตัวเลื่อนกายเข้าใกล้จนจมูกจรดกัน เป็นคนในอ้อมแขนที่ไอโขลกออกมาก่อนด้วยความแสบคอ
        “แค่กๆๆ ไม่… ข้าเกลียดพริก... น้ำ!! ขอน้ำ!!” เผ็ดจะตายอยู่แล้ว….
        “ข...ขอรับ” ด้วยทราบว่าตนเผลอ ‘เกือบจะ’ ทำสิ่งใดไปกกหูขึ้นสีแดงขึ้นมาหน่อยๆ ก่อนเสไปมองทางอื่นแล้วหยิบถุงน้ำประคองป้อนให้อีกฝ่าย ‘ที่แท้คุณชายทานเผ็ดไม่ได้.. เรื่องนี้ต้องคอยระวังแล้วสิ’ อาการของผู้มีพระคุณในเวลานี้ตนไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นเลยจริงๆ แม้จะอดเหลือบมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ มองริมฝีปากแดงก่ำพราวไปด้วยหยดน้ำใสลำคอยิ่งแห้งผากสุดท้ายกลายเป็นตนเองที่ใจเต้นระรัว ‘ได้โปรดเถอะคุณชาย.. ท่านช่วยน่ารักน้อยลงด้วยขอรับ!!’ อาเยว่เริ่มจะอยู่ยากแล้ว…

        หนึ่งเค่อต่อมาจูหรงเยว่พบว่าสมุนไพรบางชนิดที่ตนเองพกาช่วยทำลูกกลอนแก้ความเผ็ดร้อนได้ ติดตรงที่ว่ารสชาติของมันห่วยแตกและขมบรรลัย เสิ่นหลิงเฮ่าไม่ใส่ใจโยนเข้าปากทันทีพร้อมความเงียบที่ก่อตัวขึ้นทั้งสองก็เดินกลับมายังร้านบะหมี่

        ‘ขอโทษขอรับคุณชาย… หนหน้าข้าจะปรุงให้มันหวานกว่านี้!!’ คงต้องพกไว้สักหลายขวดป้องกันอุบัติเหตุอย่างเมื่อครู่...

        ซือหม่าเซียนรออยู่ก่อนแล้วเห็นทั้งสองก็เข้าไปทัก “หลิ่งจือท่านเป็นอย่างไรบ้าง…?? เมื่อครู่ข้าน้อยต้องขอโทษด้วยที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หากท่านไม่ว่าอะไรข้าขออาสาเลี้ยงแก้ตัวอีกหน” จะได้ไหม? ดูเหมือนนักกวีท่านนั้นจะไม่พอใจเสียแล้ว ด้วยท่าทียิ้มแย้มอย่างปลอดโปร่งตามเช่นปกติแปรเปลี่ยนเป็นเรียบขรึม ไท่สือลิ่งมีแวววิตกทันที “ข้า..ขออภัยจริงๆ”
        ‘ข้าไม่ได้โทษท่านมันเป็นเหตุสุดวิสัย’ หลิงเฮ่าคล้ายต้องการกล่าวเช่นนั้นติดที่ว่าเขาอมยาสมุนไพรอยู่… และเพราะรสชาติบรมห่วยแตกของมันทำเอาประสาทลิ้นตนด้านชา จึงทำได้เพียงพยักหน้าว่ารับรู้แล้ว ระหว่างที่กำลังหาทางสื่อสารกันอยู่นั้นกลับมีคนชุดดำหกรายปรากฎตัวหน้าร้านบะหมี่ จูหรงเยว่ก้าวออกมาขวางด้านหน้าทั้งสองทันทีกริชเล่ออี้เตรียมพร้อมออกจากฝัก บุรุษผมเงินกันสหายขุนนางเข้าไปในร้านกวาดตาจนแน่ใจแล้วค่อยโล่งอก ‘พวกนี้ไม่มีรอยสักอะไร.. เฮ้อ!!’

        “หลีกไป!! ไม่ใช่ธุระของเจ้า เฉพาะซือหม่าเซียนเท่านั้นส่งตัวเขามาแล้วข้าจะไว้ชีวิตผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง” คนชุดดำที่คล้ายเป็นหัวห้าก้าวออกมาประกาศ ใบหน้าหวานเสสายตาไปมองที่ด้านหลัง ‘อ้าว.. ท่านก็มีคนล่าตัวด้วยเหมือนกันหรอ?’
        ไท่สือลิ่งตะลึงตะลานในใจทว่าสีหน้ายังสุขุม “เรียนถามท่านจอมยุทธ์คิดจะพาข้าน้อยไปที่ใด?”
        “ถามได้.. ก็จะพาเจ้าไปดูแลอย่างดีไงล่ะ!! มาเถอะนายท่านข้าเชิญเจ้าไปเขียนประวัติศาสตร์ให้ โดยเฉพาะการยุยงปลุกปั่นราษฎร์เหอะๆ งานแบบนี้มีแต่เจ้าที่ถนัด” สิ้นคำคนชุดดำพากันหัวร่อฮาๆ ขณะที่กลุ่มร้านบะหมี่ยังคงเงียบงัน ‘มันตลกตรงไหนฟะ’ ดวงตาหงส์ขมวดคิ้ว ความขมในปากก็มิได้บรรเทาลงเลยแม้แต่น้อยมันชวนให้หงิดหงุดใจเหลือเกิน

        เสิ่นหลิงเฮ่าตอบกลับด้วยเสียงเคร่งครัดเพราะไอจนแสบคอ “เหลวไหล! เชิญกันแบบนี้ให้บรรพบุรุษนายท่านเจ้าเขียนเองเถอะ!!”
        “ท...ท่านหลิ่งจือ!!” ซือหม่าเซียนแตกตื่นแล้วด้วยเข้าใจว่าน้ำเสียงทุ้มเย็นเมื่อครู่เป็นเพราะสหายลุแก่โทสะ ขนาดที่จวนเติ้งยังคงรักษากระแสเสียงนุ่มนวลเอาไว้ได้ ‘รึว่าเขาเป็นห่วงข้าจึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนแทน? โถ่...หลิ่งจือ’ ในสายตาของไท่สือลิ่งเวลานี้นักกวีผมเงินตรงหน้าดูส่องประกายยิ่งกว่าเทพเซียน ความซาบซึ้งขุมนึงแล่นเข้าจับกลางใจ

        “ไม่ยอมโดยดีงั้นก็สู้ด้วยกำลัง!!” เหล่าชุดดำทั้งหกตั้งค่ายล้อมคนหน้าร้านบะหมี่เอาไว้ไม่ให้หลบหนี จูหรงเยว่ยกนิ้วขึ้นเป่าสัญญาณเยี่ยซาและซุ่นเจี๋ยนก็กรัชากเชือกที่ผูกไว้จนหลุดเข้ามากระทืบคนร้าย ขณะเดียวกันพวกหี่เสือสิงห์กำลังนอนผึ่งแดดได้ยินสัญญาณเรียกก็มุ่งหน้ามาที่ป่าไผ่ หนึ่งในคนชุดดำตะโกนลั่น “โกงนี่หว่าแก!!”

        “ทีหกรุมสามล่ะไม่คิดนะ…” เสิ่นหลิงเฮ่าเบ้ปากกันไท่สื่อลิ่งให้อยุ่ภายในร้านกับพวกเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อร์ นักกวีหนุ่มสีหน้านิ่งเขาพูดยาวไม่ได้ยาจะละลายไวเพียงส่งสายตาให้อีกฝ่ายอยู่รอในร้าน กลายเป็นว่าซือหม่าเซียนกล่าวออกมาเอง “ข้าน้อยจับมีดได้แต่ยกโต๊ะไม่ไหว ท่านไม่ต้องถามซ้ำ… ข้าน้อยจะรออยู่ในร้านขอรับ” อยู่ดีดีก็รู้สึกว่าอ่านสายตากันออกซะง้้น บุรุษผมเงินยกยิ้มบางส่งให้สหายก่อนคว้าหน้าไม้ลั่วอี้ออกจากแขนเสื้อ

        สำรวจจอมยุทธนิรนามชุดดำสามคนท่วงท่าไม่ชัดเจนว่าเป็นคนของสำนักใด ‘รึจะเป็นกลุ่มมือรับจ้าง?’ เมื่อไม่แน่ชัดหลิงเอ่าต่างจากจูหรงเยว่ที่ขอเพียงทำร้ายพวกพ้องคือสังหาร การแบ่งแยกของขาวและดำสลับซับซ้อนหากเลือกได้ตนก็ไม่อยากฆ่าคน อาศัยว่าอยุ่ระยะไกลคอยยิ่งสกัดแขนขาคนชุดดำเพื่อสนับสนุนผู้ติดตาม เคล็ดฝ่ามือใจน้ำแข็งถูกใช้ออกจนบรรยากาศรอบข้างเย็นขึ้นทีละน้อย
        คนชุดดำหน้าถอดสีไม่คาดเจ้าหนูร่างเปรียวนี่จะมีวิชาพิศดาร ฝ่ามือซัดลิ่มน้ำแข็งจากความชื้นในอากาศแข็งตัว ทั้งรวดเร็วและแม้นยำลำพังมือกระบี่ไม่สามารถต้านทานได้ ยังมีธนูรูปทรงประหลานคอยซ้ำอีก เห็นแววความหวาดหวั่นของมือสังหารหรงเยว่เอ่ยเสียงเรียบ “อย่าได้คิดหนี… แกเห็นหน้าคุณชายแล้ว0tไม่ปล่อยให้รอดสักคน!!” เรื่องอะไรจะละเว้นเส้นหนามที่อาจงอกเงยมาทิ่มตำในภายหน้า

        สิ้นคำเสมือนจุดชนวนการต่อสู้ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดปล่อยก็มีแต่เจ้าตายข้าอยู่!!

        คนชุดดำเห็นกริชวาวแรกก็ว่าผิดท่า เร่งระดับความเร็วของกระบี่แคบเรียว โถมแทงออกอีกสามกระบี่ หรงเยว่ใช้วิชาตัวเบาสะกิดเท้าถอยหลังตั้งฉากรับ ซัดฝ่ามือน้ำแข็งสวนกลับรวดเร็วดั่งสายฟ้าแล่บ ลิ่มเย็นยะเยือกรวดเร็วกว่าสามกระบี่แรกสุดจะตั้งรับไอเย็นโถมเข้ากลางหว่างคิ้วปักทะลุสิ้นชีพทั้งที่ยังยืนอยู่ จูหรงเยว่ชี้กริชเล่ออี้ไปยังคนอีกห้า “ใครจะตายก่อนก็เข้ามา….”

        “โอหังนักนะแก!!” คนชุดดำอีกสองโถมเข้าใส่ร่างเปรียวพร้อมกัน รายที่สามคิดขยับก็ถูกลิ่มหน้าไม้ปักทะลุเอ็นขา ตามมาด้วยเฉือนหูตัดเหงือกในดอกเดียวกัน ‘เบื่อจริงพวกชอบหมาหมู่...’ เขาไม่อยากฆ่าคนละอาจใจอยุ่บ้างที่ต้องเป็นภาระให้คนรอบข้าง เช่นนั้นแค่ทำให้ขยับไม่ได้ก็พอแล้ว ไท่สื่อลิ่งเห็นฉากเหล่านั้นคล้ายย้อนความทรงจำที่จวนเติ้ง ทอดถอนใจอยู่ในร้านคอยปลอบเหล่าเถ้าแก่ที่อกสั่นขวัญแขวน “ไม่เป็นไรนะขอรับพวกเราปลอดภัยแน่นอน อีกเดี๋ยวคงจบแล้ว”

        เค่อหนึ่งผ่านไปกลาดิอุสทมิฬปักตรึงร่างคนชุดดำกับเสาร้าน…
        อีกสองรายกลายเป็นอาหารสิงโตหิมะกับเกิ้นหยาง
        คนสุดท้ายคิดหนีเอาตัวรอด… ก็ถูกจูหรงเยว่ใช้ลิ่มเหล็กตอกเข้าสมอง

        “ปลอดภัยแล้วขอรับคุณชาย… ขออภัยที่ทำให้เห็นภาพไม่น่ามอง และขอโทษเถ้าแก่ด้วยขอรับข้าทำร้านเปื้อนจะช่วยเก็บกวาดให้เดี๋ยวนี้” จูหรงเยว่กล่าวถ้อยคำทั้งหมดนั้นด้วยสีหน้าราบเรียว ก่อนจะหันมาส่งยิ้มทั้งคราบฝอยเลือดเต็มแก้มให้พวกใต้เท้า แม้แต่นักกวีหนุ่มเองยังแอบหลอนในใจ

        “ขอโทษนะอาเยว่…” ขอโทษที่ข้าลงมือเองไม่ลง ภาระจึงไปตกอยู่ที่เจ้า

        อาจเพราะคราบโลหิตแดงฉานตัดกับสีเขียวสดของใบไผ่ กระบี่หักครึ่งปักทิ้งไว้เกิดเป็นภาพประหลาดตา ทิวทัศน์บุรุษผมเงินกลับสามารถร่ายลำนำออกมาได้ด้วยความปลดลง ‘ข้าควรชินชาสินะกับเรื่องเช่นนี้’
{ ดารดาษชาติยุทธ์ }
โอ้..โลหิตเอย มิเคยชโลมหลั่งกายา กายา ?
ทุกทิศาหาที่ใดราบรื่นสงบสุข
โอ้..กระบี่เอย ร่ายรำให้ผู้ใดชม ผู้ใดชม ?
วรยุทธ์สูงส่งหากจิตใจยังหลงทาง
โอ้…ลาภยศ สรรพสิ่งไม่จีรัง ไม่จีรัง ?
หอสูงรอวันพังปีนป่ายขึ้นฟ้าถามหาสิ่งใด
โอ้...มนุษย์เอย ชีพชนม์ดั่งชวาลา ชวาลา ?
จุดแสงไต้ในราตรีมีหรือยืนยงไปชั่วกาล
-กวีหลิ่งจือ-



แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากการเลือกช่วยเหลือ {+50}   โพสต์ 2018-7-27 03:04
ได้รับความสัมพันธ์จากอีเว้นท์ {+10}  โพสต์ 2018-7-27 03:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +222 ความหิว -69 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 222 -69 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่จิ่วเทียน
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ชุดหลานม่านเหยา
ลูกกวางเงินไป๋จั๋ว
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ชุดดำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5