ดู: 200|ตอบกลับ: 3

{ นอกเมืองลั่วหยาง } สมาคมชาวยุทธ์

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-6-27 21:47:08 |โหมดอ่าน




สมาคมชาวยุทธ์

{ น อ ก เ มื อ ง ลั่ ว ห ย า ง }















【สมาคมชาวยุทธ์】

สมาคมชาวยุทธ์แห่งนี้ เป็นศูนย์รวมชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะทั่วแผ่นดิน
ร่วมแลกเปลี่ยนฝีมือกัน หรือ พักอยู่อาศัยชั่วคราวยามบาดเจ็บ
อีกทั้งยังเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนข่าวสารในยุทธภพ หาข่าว สืบข่าวต่างๆ
ยามที่ยุทธภพมีเรื่องวุ่นวายจะมีงานชุลนุมชาวยุทธ์ทั่วแผ่นดิน
เพื่อมาร่วมหารือ แก้ปัญหาความวุ่นวายในยุทธภพ ช่วยเหลือแผ่นดินและผู้คน





ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2020-11-1 01:53:53

จอง


←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x5
x5
x18
โพสต์ 2020-11-15 19:14:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2020-11-16 13:08

- 73 -

[ บทที่ 4 ] ฉากที่ 1





          หญิงสาวเกศาสีดำสนิทดุจยามราตรีถือจดหมายของอาจารย์เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานล้างมือในอ่างทองคำอำลายุทธภพของจ้าวยุทธภพหลินเทียนไหล ไถ่ถามลู่ทางชาวเมืองลั่วหยางจึงเดินทางไปที่สมาคมชาวยุทธ์อันเป็นสถานที่จัดงาน
          หลังจากหมดธุระที่ช่องแคบเหยาตันก่อนไปร่วมพิธี หลินได้กลับมารวมตัวกับสองสหายที่โรงเตี๊ยม ขณะไปยังสมาคมชาวยุทธ์ก็เดินสนทนากันตามปกติ
          ซ่งหยางหมิงเห็นนางหายตัวไปจากห้องตั้งแต่เช้าก็เอ่ยคำถาม
“เมื่อเช้าตื่นมาไม่พบเจ้า”
          “ข้ามีธุระให้สะสางนิดหน่อย ต้องขอโทษที่มิได้บอกล่วงหน้า”
          “มิแน่ว่าเกี่ยวกับกลุ่มคนชุดดำเมื่อวาน?” เสี่ยวหลางกุมคางเอ่ยขึ้น
          หลินพยักหน้าขึ้นลงบอกว่าพวกเขาเข้าใจไม่ผิด กล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง เป็นข้าเข้าใจผิดเอง คนกลุ่มนั้นเป็นคนที่เคยรู้จักข้ามาก่อนจริง” นางอธิบายเช่นนี้เพื่อสองสหายจะได้มิต้องตั้งคำถามให้มากความ อีกทั้งคนผู้นั้นก็รู้จักนางถึงเพียงนั้น นี่ย่อมแปลว่านางมิได้โกหกสหายแต่อย่างใด
          “เป็นเช่นนี้เอง ข้าอดเป็นห่วงแทบแย่” ซ่งหยางหมิงพลันโล่งใจกล่าวเท้าความถึงเรื่องเมื่อคืนวาน “หลิน รู้หรือไม่เหล้านั่นข้าก็นึกว่าเจ้าถูกวางยาเสียอีก ที่ไหนได้เหล้าเพียงจอกเดียวเจ้าก็คออ่อนล้มพับไปเลย”
          “เหอะ! พูดมากจริง เคยเห็นข้าร่ำสุราแค่ครั้งเดียวคิดว่าข้าคอแข็งรึอย่างไรกัน?” หลินตอบสหายเสียงเรียบ
          ขณะที่คนสองคนต่อปากต่อคำกัน หนึ่งเสียงก็เอ่ยแทรกขึ้นมา “นั่นๆ ใช่ที่นั่นรึเปล่า?” เสี่ยวหลางชี้ไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าที่กำลังหลั่งไหลเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
          “เห็นทีคงใช่แล้วกระมัง ข้าจะไปถามดู” หลินกล่าวก่อนมุ่งหน้าเข้าหากลุ่มคน เอ่ยถามพี่ชายท่านหนึ่ง “รบกวนแล้ว มิทราบว่าที่นี่คือสมาคมชาวยุทธ์?”
          “ถูกต้องแล้วแม่นาง”
          “ขอบคุณพี่ชาย”
          เมื่อมั่นใจได้ว่าเป็นที่นี่จึงกวักมือเรียกสหายให้ตามมา ทั้งสามจึงเดินตามเหล่าจอมยุทธ์มากหน้าหลายตาที่กำลังเดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีให้แก่จ้าวยุทธภพหลินเทียนไหล





@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +40 คุณธรรม +10 ความชั่ว +30 ความโหด โพสต์ 2020-11-16 21:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +2 ชื่อเสียง +50 ความหิว -48 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 50 -48 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
ชุดเฟิงไป๋จวิ้น (ช)(ญ)
ปิ่นจูฟางเหมยฮวา
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ฮั่นเสียทองเทวะ
จิ่งเทียน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x2
x1
x40
x10
x95
x14
x9
x1
x1
x5
x1
x2
x15
x80
x200
x1
x20
x30
x100
x4
x4
x100
x25
x200
x200
x200
x10
x400
x25
x1
x50
x15
x40
x1
x200
x2
x35
x200
x2
x1
x500
x3
x1
x70
x2
x250
x2
x1
x1
x50
x1
x2
x2
x50
x1
x2
x1
x50
x1
x1
x1
x28
x1
x1
x1
x15
x4
x50
x50
x30
x50
x2000
x8
x50
x50
x2
x5
x12
x1
x1
x2
x9
x10
x50
x1
x10
x3
x30
x1
x250
x1
x1
x5
x8
x160
x200
x2
x1
x200
x1
x1
x5
x200
x400
x2
x115
x100
x300
x8
x5
x200
x150
x2
x100
x400
x4
x3
x100
x600
x300
x28
x200
x20
x25
x500
x240
x25
x3
x400
x4
x200
x400
x10
x30
x80
x2
x28
x400
x20
x90
x15
x50
x2
x1
x49
x250
x3
x2
x6
x550
x50
x20
x100
x50
x50
x1
x9
x3
x80
x14
x40
x57
x2
x6
x432
x15
x58
x4
x15
x28
x1
x3
x1
x764
x1
x1
x14
x6000
x100
x300
x51
x1
x5
x91
x180
x226
x100
x50
x234
x75
x25
x170
x450
x330
x164
x20
x210
x20
x10
x160
x20
x130
x930
x22
x70
x6000
x158
x22
x360
x1
x305
x459
x43
x57
x9999
x50
x30
x10
x57
x35
x500
x1221
x350
x101
x211
x60
x5
x320
x80
x120
x225
x85
x300
x25
x25
x30
x400
x4
x200
x550
x292
x520
x125
x1200
x370
x35
x250
x120
x205
x50
x120
x250
x690
x25
x1
x93
x7
x37
x20
x1
x1
โพสต์ เมื่อวาน 00:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- 74 -

[ บทที่ 4 ] ฉากที่ 2


          เหล่าชาวยุทธ์ที่เดินทางมาในวันนี้ล้วนมีจุดประสงค์ไม่ต่างกัน ที่สมาคมชาวยุทธ์ทุกคนต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานให้แก่จ้าวยุทธภพในงานล้างมืออำลายุทธจักร บัตรเชิญถูกส่งไปถึงสหายจอมยุทธ์ทั่วหล้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขามารวมตัวกันในวันนี้
          เมื่อหลินก้าวเข้ามาในงานได้เห็นจอมยุทธ์มากมายยืนพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวอยู่ที่มุมจุดต่างๆ พลันเกิดความรู้สึกประหลาดใจบางอย่าง คนเหล่านี้ล้วนเยี่ยมยุทธ์เป็นยอดฝีมือดีด้วยกันทั้งสิ้น กอปรด้วยผู้อาวุโสจากสำนักฝ่ายธรรมะ ตัวแทนจากพรรคต่างๆ ไหนจะจอมยุทธ์เปี่ยมล้นด้วยวิชาที่ยังไม่เคยทราบชื่อ พวกเขาเหล่านั้นแม้เพียงแค่ยืนนิ่งๆ ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างอันแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกันแล้วหากจะกล่าวว่ากลุ่มของหลินที่มาร่วมงานก็เป็นแค่เพียงคนธรรมดาย่อมไม่ผิด
          นัยน์ตาสีราตรีกวาดมองไปโดยรอบ มองหาคนรู้จักภายในงานก็เลื่อนไปหยุดที่คนผู้หนึ่งดั่งคาดหมาย เห็นทงถงลี่กับสหายอีกสองคนกำลังยืนสนทนากันอยู่ กลุ่มของหลินจึงเดินเข้าไปสมทบกับคนรู้จัก
         
“จอมยุทธ์ทง” หลินกล่าวทักทายจอมยุทธ์หนุ่ม
          คนถูกเรียกหันมาตามเสียงเห็นเป็นคนคุ้นเคยจึงเอ่ยทัก
“แม่นางหลิน พอดีเลยสองท่านนี้คือสหายข้า” เขากล่าวก่อนหันไปแนะนำให้แก่สหาย “ฉิวซิน หูซวง นี่คือแม่นางหลินที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง”
          “คาราวะแม่นางหลิน ข้าแซ่เก่อ นามว่าหูซวง” เก่อหูซวงประสานมือกล่าววาจาแสดงมิตรไมตรี
          “ข้าหยางฉิวซิน” หยางฉิวซินประสานมือกล่าวทักทายน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าของเขาเย็นชามิได้มีอัธยาศัยเท่าสหายอีกคนหนึ่ง
          “คาราวะจอมยุทธ์ทั้งสอง ยินดีที่ได้พบ” เรียวมือประสานคาราวะบุคคลทั้งสองที่เพิ่งรู้จักพร้อมกับสหายอีกสอง ซ่งหยางหมิง และเสี่ยวหลาง ก่อนที่หญิงสาวจะกล่าวถามต่อว่า “พวกท่านมาถึงนานแล้ว?”
          “ไม่นานเท่าไรนัก พวกเราก็เพิ่งมาถึงได้สนทนากันครู่เดียวก่อนที่จะพบแม่นาง” ทงถงลี่กล่าว
          หลินพยักหน้าตอบรับมองซ้ายขวาก่อนจะกล่าวว่า “ในงานพวกข้าไม่รู้จักใคร ลำดับพิธีการเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ คงต้องขออยู่รบกวนพวกท่านแล้ว”
          “หากไม่รังเกียจ แม่นางจะยืนอยู่กับพวกเราตรงนี้ก่อนก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ” เก่อหูซวงยิ้มเล็กๆ กล่าวก่อนมองไปทางชายหนุ่มอีกสองคนที่ติดสอยห้อยตามมากับหญิงสาว “มิทราบว่าพี่ชายสองท่านนี้?”
          “ข้ามีนามว่าซ่งหยางหมิงขอรับ ยินดีที่ได้พบเหล่าจอมยุทธ์”
          “ข้าคือเสี่ยวหลาง”
          ซ่งหยางหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองประสานมือคาราวะให้กับจอมยุทธ์ทั้งสาม
          ทงถงลี่หวนระลึกถึงเหตุการณ์ที่โรงเตี๊ยมเมื่อคืนก็ร้องอ้อขึ้นมาหนึ่งคำ “จำได้แล้ว พวกท่านทั้งสองคือสหายแม่นางหลินเมื่อวานนี่เอง แม่นางหลิน คุณชายซ่ง จอมยุทธ์เสี่ยวหลาง หากมีเรื่องใดสงสัยก็สอบถามพวกเราได้ตลอด หากไขข้อข้องใจได้ข้าก็จะช่วยบอก”
          นัยน์ตาสีรัตติกาลมองไปโดยรอบสังเกตดูผู้คนที่มาร่วมงาน “จากที่ดูแล้วงานนี้เหมือนรวมเอาเหล่าชาวยุทธ์มากฝีมือมาอยู่รวมด้วยกันไม่มีผิด...”
          “จะว่าก็ใช่ ทางด้านนั้นก็คือผู้อาวุโสสำนักต่างๆ คนที่ยืนด้านซ้ายสุดคือเจ้าสำนักคุ้มภัยพยัคฆ์คำราม หมิงจงฉาง ส่วนทางด้านขวาคือเจ้าสำนักหัวซาน โจวอี้เชียน และฮูหยินไท่จีรั่ว รองเจ้าสำนัก” ทงถงลี่อธิบาย “งานนี้ดูท่าว่าสำนักหัวซานมาร่วมพิธีกันหลายคนทีเดียว สหายข้าทั้งสองก็เป็นศิษย์จากสำนักหัวซานด้วยเช่นกัน จากที่เคยประลองฝีมือพวกเขาล้วนมีวรยุทธน่าชื่นชม”
          “พี่ถงลี่ก็กล่าวชมเกินไป” เก่อหูซวงกล่าว
          “พูดความจริงทั้งสิ้น อย่างฉิวซินแม้จะวางท่าเย็นชา แต่ฝีมือก็ไม่เลวทีเดียว” ทงถงลี่เอ่ยชื่นชมสหายทั้งสอง แม้พวกเขาจะเป็นรุ่นน้องหลายปีแต่ฝีมือไม่ธรรมดาด้วยกันทั้งคู่
          อย่างเช่นเก่อหูซวงที่เป็นถึงศิษย์เอกสำนักหัวซาน มีความสามารถโดดเด่นทั้งยังมีนิสัยทะเยอทะยานฝักใฝ่ในวิชายุทธ์ และขยันหมั่นเพียร สิ่งที่ทงถงลี่กล่าวล้วนเป็นความจริงมิได้ยกยอปอปั้น
          หยางฉิวซินมิได้กล่าวอันใด ด้วยนิสัยส่วนตัวที่มักจะแสดงสีหน้านิ่งและเย็นชาอยู่เสมอ แต่สหายของเขาล้วนทราบดีว่านั่นเป็นท่าทีที่แสดงออกเพียงแค่เปลือกนอก
          ระหว่างสนทนาสายตาของหลินก็ไปหยุดที่คนกลุ่มหนึ่งที่แต่งกายด้วยอาภรณ์ขาดรุ่ยมอมแมมที่คุ้นตา ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ว่าพวกเขาเป็นศิษย์พรรคกระยาจกซึ่งหนึ่งในนั้นมีคนที่หลินรู้จักอยู่คนหนึ่ง
          “หลิน นั่นเจียนหลิวมิใช่หรือ? ไม่พบกันนานมากเราควรไปทักทายเขาสักหน่อย” ซ่งหยางหมิงเรียกหลินด้วยเสียงไม่ดัง สำหรับหลินก็เพิ่งจะได้พบกันเมื่อตอนมีเรื่องกับพรรคเมาเซียนที่ผ่านมาไม่นาน ทว่าตอนนั้นซ่งหยางหมิงมิได้อยู่ด้วย หากนับดูแล้วสำหรับเขาและเจียนหลิวก็ผ่านมาหลายปีแล้วที่มิได้พบกัน
          ทงถงลี่ได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นมา “หรือว่าจะเป็นสหายพรรคกระยาจกที่แม่นางหลินเคยพูดถึงเมื่อคราวก่อน?”
          ใบหน้าพยักขึ้นลง “ใช่... จอมยุทธทงเช่นนั้นพวกเราขอตัวไปทักทายสหายก่อน”
          ด้วยเหตุนี้ทั้งสามจึงแยกกับทงถงลี่ไปหากลุ่มพรรคกระยาจกประจวบเหมาะกับเจียนหลิวที่หันมาเห็นสหายเก่าพอดี เขาจึงโบกมือทักทายเป็นการใหญ่ ไม่รีรอที่จะเดินเข้ามาหาคนทั้งสาม
          “หลิน พี่ชายซ่ง นึกไม่ถึงว่าจะได้พบกันที่นี่ เป็นอย่างไรกันบ้างพวกเจ้าดูสบายดีนะ” เจียนหลิวเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
          “อย่างที่เห็น เข้ากับเจ้าเราไม่พบกันเสียนานมาก เกือบสิบปีได้แล้วกระมัง วันนี้มีวาสนาพานพบช่างน่ายินดียิ่งนัก” ซ่งหยางหมิงกล่าวด้วยความปิติ ด้วยสหายผู้นี้และพรรคกระยาจกช่วยพวกเขาไว้มากมายที่ว่านเฉิง
          “เห็นด้วยกับพี่ชายซ่ง ข้ากับหลินเราได้เจอกันก่อนหน้านี้ไม่นานนี้เอง”
          “วันนี้เพราะท่านอาจารย์มอบหมายให้ข้ามา เจ้าก็สบายดีนะ จากเรื่องในตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” หลินเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบ
          “เพราะท่านประมุขมอบหมายนี่เอง พวกเราพรรคกระยาจกช่วงนี้ก็เรื่อยๆ ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ” เจียนหลิวกล่าว “จริงด้วย พี่ต้าเหลียง น้องสวีไค่ แม่นางท่านนี้เองที่มาช่วยข้ากับพรรคกระยาจกที่สาขาหรูหนาน ส่วนหลินและพี่ชายซ่ง ข้าขอแนะนำพี่ต้าเหลียงกับน้องสวีไค่ศิษย์พรรคกระยาจก เอ่อ..แล้วจอมยุทธ์ท่านนั้นคือ?”
          “ข้ามีนามว่าเสี่ยวหลาง เป็นเกียรติที่ได้พบศิษย์พรรคกระยาจก”
          ทั้งสองฝ่ายต่างคาราวะพูดคุยทำความรู้จักกัน
           “แม่นางหลินนั่นเอง ช่างเป็นสตรีที่กล้าหาญน่านับถือ” ต้าเหลียงเอ่ยชื่นชม
          “สหายตกที่นั่งลำบากมีหรือจะไม่ยื่นมือช่วยเหลือ” หลินกล่าว
           “ฮ่าๆ เอาเถอะๆ ยินดียิ่งนักที่ได้พบแม่นางหลินในวันนี้ ไว้มีโอกาสก็ค่อยมานั่งคุยกันสักครั้ง” เจิ้งสวีไค่กล่าวด้วยอัธยาศัยอารมณ์ดี
          “เมื่อไหร่พิธีจะเริ่มสักที ข้าชักจะหิวแล้ว พิธีแบบนี้ไม่มีอาหารเลี้ยงหรอกรึ?” เจียนหลิวบ่นพลางลูบท้องหิว
           “เจ้าชักจะบ้าไปใหญ่ พิธีล้างมืออำลาตำแหน่งยอดยุทธ์จะมีกินเลี้ยงได้อย่างไร ใช่งานเลี้ยงอำลาที่ไหนกัน” ต้าเหลียงกล่าวพลางหัวเราะตบบ่าศิษย์น้องที่บ่นหิว
          “ก็ใครใช้ให้สวีไค่แย่งไก่ย่างข้ากินจนหมด ไม่เหลือให้แม้แต่กระดูก!”
          “ช่วยไม่ได้พี่เจียนหลิว ท่านช้าเอง ข้าเรียกเป็นสิบรอบเอาแต่นอนอยู่ได้ ข้าก็เลยกินเผื่อท่านเสียเลย” เจิ้งสวีไค่ว่าพลางหัวเราะอีกคน เจียนหลิวจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังเหลือหมั่นโถวให้สองสามก้อนพอรองท้อง แต่กว่าจะเดินทางมาถึงก็ย่อยไปหมดแล้ว พวกเขาเป็นขอทานมีหรือจะได้กินจนอิ่มพุงกางบ่อยนัก
          ได้ยินเช่นนั้นหลินจึงนึกขึ้นมาได้ ค้นหาห่ออาหารที่พกติดตัวมา “ไม่ต้องเถียงกัน ข้าพอจะพกของกินมาอยู่บ้าง หากไม่รังเกียจก็โปรดรับไว้” กล่าวจบก็มอบให้ศิษย์พรรคกระยาจกทั้งสามคนละอย่าง
          “แม่นางหลินช่างมีน้ำใจ ข้าเจิ้งสวีไค่ซาบซึ้งยิ่งนัก” เจิ้งสวีไค่กล่าวด้วยรอยยิ้มสดใสจนเห็นประกายใครเห็นก็ต่างเอ็นดู
          “ไม่ต้องเลย! เจ้ากินเยอะแล้ว” เจียนหลิวแทรกตัวเข้ามาเบียดศิษย์น้องแกล้งแย่งกล่องอาหารไปจากมือ
          ต้าเหลียงถอนหายใจ “พอทีเถอะ พวกเจ้ายังไม่โตรึไงเล่นเป็นเด็กๆ ไปได้”
          ยังไม่ทันได้ลิ้มรสอาหาร เสียงพูดคุยพลันเงียบสงบลงเมื่อร่างคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น บุรุษวัยกลางคนลุกขึ้นเดินเข้ามาในลานพิธี เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าภาพในวันนี้ ผู้นำยุทธภพหลินเทียนไหล
          จ้าวยุทธภพหลินยกมือขึ้นคาราวะพี่น้องชาวยุทธ์ประกาศฤกษ์ยาม กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานล้างมือในวันนี้ ผู้อาวุโสทุกท่านที่เดินทางไกล ข้าหลินเทียนไหลรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก”
          ทุกคนที่มาร่วมงานต่างทราบดีว่าเขาเป็นหนึ่งในจอมยุทธ์ผู้ทรงคุณธรรมช่วยเหลือคนมากมายไม่แบ่งแยก ทั้งยังมีความสามารถวรยุทธที่เก่งกาจเป็นถึงจ้าวยุทธภพ แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่วันใดวันหนึ่งก็ย่อมต้องมีการวางมือจากบุญคุณความแค้นยุทธภพ อันเป็นเหตุผลที่ทุกคนต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนี้ ตลอดชีวิตจอมยุทธ์ท่านนี้ก็นับเป็นคนมีคุณธรรมมากคนหนึ่ง หากจ้าวยุทธภพหลินเทียนไหลจะปรารถนาออกจากยุทธภพไปใช้ชีวิตสงบ ทุกคนเองก็ไม่ตำหนิอะไรโดยไม่ถามเหตุผล
          ไม่ช้าหลินเทียนไหลพยักหน้าส่งสัญญาณให้เด็กๆ ยกอ่างทองคำออกมา
          “ทุกท่านคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าข้าได้รับพระเมตตาจากองค์ฝ่าบาทให้เข้ารับตำแหน่งราชการ ดั่งโบราณว่ารับเงินผู้ใดก็ภักดีผู้นั้น มีตำแหน่งราชการ จำเป็นต้องเคารพกฎของบ้านเมือง ด้วยสองด้านนี้หากเกิดความขัดแย้งขึ้นได้และนำมาขึ้นความขุ่นข้องใจ ดังนั้นจากนี้ไปข้าหลินเทียนไหลขอล้างมือในอ่างทอง ออกจากยุทธภพ แน่นอนว่าทุกท่านในที่นี่หากมาเยือนเมืองลั่วหยาง ข้าก็จะให้การต้อนรับเช่นเดิม เพียงแต่ว่าบุญคุณความแค้นในยุทธจักรทั้งหลาย ข้าแช่หลินจะไม่ขอเกี่ยวข้องอีก”
          กล่าวจบจึงยกมือคาราวะแขกผู้มาร่วมเป็นสักขีพยานทุกท่านก่อนหันไปคุกเข่าตรงหน้าป้ายวิญญาณป้ายหนึ่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ในลานพิธี เป็นป้ายวิญญาณของอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาและความรู้ต่างๆ ให้แก่เขาจนมีหลินเทียนไหลได้ในวันนี้
          “ลูกศิษย์หลินเทียนไหลได้รับความกรุณาจากอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้ ไม่ทันได้นำสำนักธรรมะมากมายปราบปรามอธรรมจนหมดสิ้นตามปณิธานท่านอาจารย์ ช่างน่าละอายยิ่งนัก พระคุณของอาจารย์หลินเทียนไหลซาบซึ้งและตรึกตรองในใจเสมอ แม้ไม่อาจยุ่งเกี่ยวในยุทธจักรได้อีกแล้ว นับจากนี้หลินเทียนไหลจะไม่ใช้วรยุทธ์ที่สืบทอดจากท่านอาจารย์ เพื่อกระทำการใด ๆ อย่างเด็ดขาด หากผิดคำสาบาน.....” หลินเทียนไหลเว้นช่วงไปจังหวะหนึ่งก่อนยกกระบี่ขึ้นมาเปลือยออกจากฝักเผยให้เห็นคมกระบี่สีเงินแวววับ มือทั้งสองข้างประคองกระบี่ในแนวนอน ข้างขวาจับที่ด้ามข้างซ้ายจับที่คมกระบี่ รวมปรานที่ฝ่ามือกระทั่งหักเป็นสองท่อน กล่าวสัตย์วาจาหนักแน่น “ขอให้เป็นเช่นกระบี่เล่มนี้”
          ภายในลานเงียบเชียบ ทุกสายตาจับจ้องมองไปยังคนเบื้องหน้า หลินเทียนไหลลุกขึ้นตรงไปยังอ่างทองคำกลางลานพิธีที่ถูกจัดเตรียมออกมาเมื่อครู่ บุรุษวัยกลางคนเลิกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจุ่มมือลงในอ่าง
          “ช้าก่อน!!” อีกเพียงสามชุ่นเท่านั้นมือจะจุ่มลงถึงน้ำในอ่างอยู่แล้ว ทว่ากลับมีหนึ่งเสียงขัดจังหวะ ไม่เพียงแค่หลินเทียนไหลแต่เรียกความสนใจให้ทุกสายตาหันเหไปมองตามเสียงเป็นตาเดียว เจ้าของสุ่มเสียงผู้นั้นเมื่อดูจากเครื่องแบบการแต่งกายเช่นนี้เดาไม่ผิดว่าเป็นศิษย์จากสำนักคุนหลุน เขากล่าวว่า “ท่านหลิน ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากเจ้าสำนักขอรบกวนท่านหลินให้เลื่อนเวลาการทำพิธีไปก่อน”
          เมื่อถูกขัดจังหวะ อีกเสียงหนึ่งจึงกล่าวขึ้นเสริมราวกับรอโอกาสนี้ เสียงหวานแข็งกร้าวเป็นของเจ้าสำนักหญิงเทียนซาน “ช่างประจวบเหมาะชะจริงๆ เลยนะ พวกเราคนฝึกวรยุทธ์เน้นคุณธรรมน้ำมิตรและรักอิสระที่จะท่องยุทธจักร ฉะไหนจะต้องเป็นขุนนาง หากท่านหลินจะล้างมือในอ่างทองนั่นนับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่ง โปรดตรึกตรองให้รอบคอบก่อน”
          “ท่านเหล่าฉิน ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่านและสำนักคุนหลุน บัตรเชิญล้างมือในอ่างทองได้ส่งไปเป็นเวลาหลายวันพร้อมจดหมายอีกฉบับอย่างนอบน้อมหลายวันแล้ว” คนถูกขัดจังหวะจำต้องวางมือออกจากอ่างทองคำครู่หนึ่ง หันไปกล่าว “หากเจ้าสำนักคุนหลุนมีเจตนาดีฉะไหนไม่ยับยั้งแต่แรก แต่ส่งท่านมายับยั้งในงานเช่นนี้ แบบนี้เท่ากับจงใจจะให้ข้าเสียสัจจะต่อหน้าชาวยุทธ์ทั่วหล้าหรอกหรือ ทำให้ชาวยุทธ์ทั่วหล้าหัวเราะเยาะข้างั้นหรือ?”
          “ท่านหลินอย่ารีบร้อน ท่านเจ้าสำนักข้าเจตนาดีไม่อยากให้ท่านหลินตกในกลอุบายพรรคมาร”
          “ท่านเอาสิ่งใดมาพูดจอมยุทธ์เหล่า” หลินเทียนไหลกล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หาได้ใส่ใจไม่ เขายกมือคาราวะขออภัยทุกคนก่อนจะจุ่มมือลงในอ่างอีกครั้ง ทว่าอ่างทองคำกลับถูกวิชายุทธ์ผลักให้ตกลงไปกับพื้นโดยจอมยุทธ์นามว่าเหล่าฉิน
          ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าฉินยังกล่าวต่ออีกว่า “ท่านหลินที่ล้างมือเช่นนี้เพราะสมคบกับประมุขหวังจงหยินแห่งพรรคเมฆาใช่หรือไม่”
          ถึงจุดนี้น้ำเสียงกังวาลยังคงกล่าวอย่างรักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ “เหล่าฉิน ท่านอย่าพูดซี้ชั้ว ตลอดชีวิตข้าไม่เคยเจอหวังจงหยินแล้วข้าจะสมคบวางแผนลับๆ ได้เช่นไร”
          เหล่าฉินพลันตอกกลับทันที “สิ่งที่ท่านหลินพูดดูจะเป็นการโป้บดนะ ในพรรคเมฆามีพี่ใหญ่สี่จตุรเทพคนหนึ่งนามว่า จูปี้หยาง มิทราบว่าท่านหลินรู้จักจูปี้หยางหรือไม่”
          “มิผิด เพราะน้องจูปี้หยาง ข้าไม่เพียงรู้จัก อีกทั้งเป็นผู้เดียวที่รู้ใจข้ามากที่สุด และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดด้วย”
          เหล่าฉินแห่งสำนักคุนหลุนถุยน้ำลายถ่มพื้นเรียกเสียงฮือฮาขึ้นรอบข้าง “ท่านหลิน เราสำนักคุนหลุนก็ไม่อยากจะยื่นมือหรอกนะ แต่จูปี้หยางทำร้ายผู้อาวุโสสำนักเราจนตายไปห้าชีวิต บัญชีนี้ไม่อาจลืม เจ้าสำนักมีทางเลือกให้ท่านสองทาง ด้วยท่านเจ้าสำนักว่าท่านหลินแค่เดินผิดทาง หากยอมกลับตัวกลับใจก็จะไม่ถือสา” เขายิ้มเสนอทางเลือก “ทางแรก หากท่านเลือกทางนี้ในระยะเวลาหนึ่งเดือนให้ท่านฆ่าจูปี้หยางให้สำเร็จ และนำศีรษะของมันมาพบเจ้าสำนัก ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่าน สกุลหลินและสำนักคุนหลุนเราจะไม่สืบสาวเอาความอีก”
          หลินเทียนไหลได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา “ฮ่าๆ ฮ่าๆ ข้าไม่มีวันหักหลังสหายของตัวเองเด็ดขาด”
          สถานการณ์เช่นนี้เริ่มก่อให้เกิดความสับสนให้แก่ชาวยุทธ์ที่มาร่วมงาน เสียงฮือฮาจึงดังขึ้น เหล่าจอมยุทธ์ผู้มาร่วมงานเริ่มเกิดคำถามขึ้น
          “ไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านผู้นำหลินจะคบหาพรรคมารเช่นนี้...” ทงถงลี่กล่าวพึมพัม เป็นดั่งคาดการณ์ที่ว่าพิธีล้างมือเช่นนี้ต้องมีอันความเกี่ยวข้องกับพรรคมารจริงๆ แต่เขาก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าผู้นำหลินเทียนไหลจะมีส่วนรู้เห็นกับพรรคมารอันนำมาสู่ความเดือดร้อนของสำนักคุนหลุนจริง
          “นี่มันเรื่องอะไรกัน...” หลินรู้สึกฉงนงงงวยกับเหตุหารณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ แต่อย่างน้อยคนที่โผล่มาดูเหมือนจะมิใช่พรรคมารที่หมายจะมาถล่มงานอะไรเถือกนั้น แม้มีเหตุผลให้ข้องเกี่ยวโดยอ้อม “ประเดี๋ยว… พรรคเมฆา? เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน”
          เจียนหลิวพลันร้องอ้อขึ้นมาทันที “พรรคเมฆา ไอ้คนชั่วสี่คนที่มาถล่มสาขาหรูหนานมิใช่เรอะ? พวกที่ทำร้ายศิษย์พรรคกระยาจกหรูหนาน!”
          ด้วยเหตุนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงเริ่มดังขึ้น ด้วยความดีและคุณธรรมที่ผู้นำยุทธภพหลินเทียนไหลทำมาตลอด ชาวยุทธ์ต่างๆ แทบไม่อยากจะเชื่อด้วยกันทั้งสิ้นว่าเขาจะมีความเกี่ยวข้องร่วมมือกับพรรคมารจริง
          “ทุกท่าน ข้ากับน้องจูมีบุญวาสนาได้พบกัน แต่สิ่งที่ได้พูดคุยล้วนมีแต่เรื่องดนตรีเท่านั้น ทุกท่านอาจจะไม่เชื่อข้า แม้จูปี้หยางจะเป็นคนของพรรคมาร แต่ว่าข้าแยกแยะจากเสียงขลุ่ยที่บรรเลง ความจริงใจที่เขามีต่อข้าและความรู้สึกข้าที่มีต่อน้องจูไม่เพียงแต่เคารพและเต็มไปด้วยความนับถือ แม้ข้ามิใช่คนสูงส่งอะไร แต่จะไม่มีวันทำร้ายน้องจูแน่นอน”
          เหล่าฉินกล่าวแย้งทันที “ท่านกับจูปี้หยางคบกันด้วยเรื่องดนตรี ท่านเจ้าสำนักได้ไปสืบมาแล้ว แต่เจ้าสำนักบอกว่าคนพรรคมารจิตใจต่ำช้า ใช้เล่ห์เพทอุบาย หาเหตุผลนานาชนิดให้พวกเราแตกแยกกัน” ถึงจุดนี้เขายังกล่าวอธิบายเสริมอีกว่า “มีทั้งวิธีใช้เงินมาล่อ หรือไม่ก็ใช้สาวงามมาล่อ แต่ท่านหลินเป็นผู้ทำอะไรรอบคอบ พวกมันจึงเปลี่ยนวิธีการและใช้ดนตรีดึงดูดท่าน ท่านน่าจะรู้สึกตัวได้แล้วนะท่านหลิน ท่านลืมแล้วเหรอว่าพรรคมารฆ่าพวกเราไปจำนวนเท่าไหร่”
          “เห็นด้วยกับจอมยุทธ์เหล่า ท่านผู้นำหลินอย่าไปหลงกลพรรคมารเช่นนั้น” เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นจากนั้นจึงตามด้วยเสียงเห็นด้วย
          “ก็จริงอยู่ แต่ข้าคิดว่าท่านหลินเทียนไหลไม่ผิดทั้งหมด จากที่ฟังข้าไม่รู้ว่าเขามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องความแค้นพรรคคุนหลุนหรือไม่ แต่มิตรภาพคนเราแม้จะต่างพรรคต่างฝ่ายแต่ข้าเชื่อเสมอว่าเราจะสามารถมีไมตรีต่อกันได้” เจิ้งสวีไค่กล่าว ประเด็นนี้พลันเรียกความสนใจจากทุกคนในลานสมาคม
          “สวีไค่ เจ้าพูดอะไรออกมา!?” เจียนหลิวกระตุกเสื้อศิษย์น้องเอ็ดเสียงเบา
          เจิ้งสวีไค่กระซิบเสียงเบา “ทำไมเล่า? ก็ข้าคิดแบบนั้นนี่”
          “ข้าเห็นด้วยกับน้องสวีไค่ แต่สิ่งที่พรรคเมฆาทำมันให้อภัยไม่ได้จริงๆ” ต้าเหลียงกล่าวแฝงความกังวล
          ในขณะที่กำลังสนทนาอยู่นั้นก็มีอีกเสียงดังขึ้นจากบนหลังคาฝั่งตรงข้ามเรือนโถงกลาง เป็นเสียงหัวเราะตามด้วยการปรากฏตัวของคนผู้หนึ่ง
          สายตาคมกริบของจอมยุทธ์สำนักคุนหลุนเหล่าฉินพลันจับจ้องร้องเรียกคนผู้นั้น “ประมุขพรรคเมฆา หวังจงหยิน!!”
          “ฮ่าๆ พวกเจ้าฝ่ายธรรมะต่างบอกพวกเราหลอกลวงเจ้า แต่พวกเจ้านั่นแหละหลอกล่อศิษย์ของข้า !! ทำให้จูปี้หยางคิดหักหลังข้า!” ประมุขพรรคเมฆากล่าวเสียงกังวาลก้อง “เช่นนั้นสมควรแล้วที่พวกเจ้าต้องได้รับสิ่งตอบแทน”
          จบคำกล่าวจึงปรากฏเงาคนพรรคเมฆานับร้อยออกมารอบสมาคม ความโกลาหลจึงเริ่มขึ้น จากจุดเล็กๆ ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรของคนสองคนกลับก่อให้เกิดเป็นความแค้น เรื่องวุ่นวายมาถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? เหล่าชาวยุทธ์ต่างจับอาวุธเตรียมพร้อมต่อกรกับผู้บุกรุกพรรคเมฆา
          “ช้าก่อนทุกท่าน” หนึ่งเสียงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด เป็น
ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวในอาภรณ์สีขาวสะอาดคล้ายคุณชายท่านหนึ่งมากกว่าจะเป็นจอมยุทธ์ “พรรคเมฆาแต่เดิมเป็นพรรคที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เหตุใดจึงถูกใส่ร้ายว่าเป็นพรรคฝ่ายอธรรมได้ ข้าว่าเรื่องนี้เหตุผล เหตุใดเราจึงไม่พูดคุยเจรจกันแต่โดยดี?”          “เหลวไหลเจรจาเรอะ เหอะ ไร้สาระ! ใครยุ่งเกี่ยวเรื่องของข้า ก็ไปตายกันให้หมด! เด็กๆ จัดการ”







เอฟเฟคคสพ. รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว+จิ่งเทียน+ผีเสื้อ

npc ที่คุยด้วย

ทงถงลี่ หยางฉิวซิน เก่อหูซวง เจียนหลิว ต้าเหลียง เจิ้งสวีไค่

มอบสิ่งของ

เจียนหลิว บะหมี่ตระกูลฟง

เจิ้งสวีไค่ ซุปหมาดำ

ต้าเหลียง หวานแปดเซียน


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ พรรคกระยาจก: ต้าเหลียง เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ เมื่อวาน 11:47
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ พรรคกระยาจก: เจิ้ง สวีไค่ เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ เมื่อวาน 11:44
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ พรรคกระยาจก: เจียนหลิว เพิ่มขึ้น 20 โพสต์ เมื่อวาน 11:44
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ศิษย์หัวซาน: เก่อ หูซวง เพิ่มขึ้น 30 โพสต์ เมื่อวาน 11:29
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ศิษย์หัวซาน: เก่อ หูซวง เพิ่มขึ้น 15 โพสต์ เมื่อวาน 11:29

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง +5 ความหิว -32 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 -32 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
รูปปั้นหวีหลานไป๋เหมียว
ชุดเฟิงไป๋จวิ้น (ช)(ญ)
ปิ่นจูฟางเหมยฮวา
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
ฮั่นเสียทองเทวะ
จิ่งเทียน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x2
x1
x40
x10
x95
x14
x9
x1
x1
x5
x1
x2
x15
x80
x200
x1
x20
x30
x100
x4
x4
x100
x25
x200
x200
x200
x10
x400
x25
x1
x50
x15
x40
x1
x200
x2
x35
x200
x2
x1
x500
x3
x1
x70
x2
x250
x2
x1
x1
x50
x1
x2
x2
x50
x1
x2
x1
x50
x1
x1
x1
x28
x1
x1
x1
x15
x4
x50
x50
x30
x50
x2000
x8
x50
x50
x2
x5
x12
x1
x1
x2
x9
x10
x50
x1
x10
x3
x30
x1
x250
x1
x1
x5
x8
x160
x200
x2
x1
x200
x1
x1
x5
x200
x400
x2
x115
x100
x300
x8
x5
x200
x150
x2
x100
x400
x4
x3
x100
x600
x300
x28
x200
x20
x25
x500
x240
x25
x3
x400
x4
x200
x400
x10
x30
x80
x2
x28
x400
x20
x90
x15
x50
x2
x1
x49
x250
x3
x2
x6
x550
x50
x20
x100
x50
x50
x1
x9
x3
x80
x14
x40
x57
x2
x6
x432
x15
x58
x4
x15
x28
x1
x3
x1
x764
x1
x1
x14
x6000
x100
x300
x51
x1
x5
x91
x180
x226
x100
x50
x234
x75
x25
x170
x450
x330
x164
x20
x210
x20
x10
x160
x20
x130
x930
x22
x70
x6000
x158
x22
x360
x1
x305
x459