ดู: 872|ตอบกลับ: 18

{ แคว้นซูเล่อ } จวนแม่ทัพตู๋กู

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-4-10 01:37:00 |โหมดอ่าน


{ แคว้นซูเล่อ -:- จวนแม่ทัพตู๋กู }












【จวนแม่ทัพใหญ่แห่งซูเล่อ】
จวนแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นซูเล่อ
ชาวบ้านต่างกล่าวเรียกกันว่า "แม่ทัพสตรีเหล็ก"
ด้วยความองอาจ กล้าหาญ ภักดีของแม่ทัพตู๋กู ยอดวีรสตรีที่มีความดุดัน
ปนอ่อนหวานในคราเดียวกัน มีคุณธรรมทั้งห้า เชี่ยวชาญทั้งบุ๋น-บู๊
ภายในจวนมีแม่ทัพตู๋กู / พ่อบ้านอวิ๋น และ บ่าว สาวใช้ อีก 10 คนทั้งหมดล้วนอาศัยกันอย่างครอบครัว
แม่ทัพตู๋กูเองก็ไม่เคยดุด่าทุกคน บ่าวในจวนจึงตั้งใจทำงานอย่างแข็งขัน



【แม่ทัพตู๋กู ซินอี๋ {อ่านประวัติได้ที่นี่}】


【พ่อบ้านอวิ๋น ลู่จง】
อุปนิสัย :: เป็นคนฉลาดเฉลียว จัดการงานบ้านและรายรับรายจ่ายได้อย่างชำนาญ ซื่อสัตย์ต่อนายหญิง

215

กระทู้

1895

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
502409
เงินตำลึง
2137929
ชื่อเสียง
267998
ความหิว
246

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7310
ความชั่ว
1504
ความโหด
4076
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-4-10 20:44:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 20:51


     หลังจากเดินทางลัดเลาะไปตามถนนในแคว้นซู่เล่อได้ไม่นานร่างของม้าและช้างเผือกก็มาหยุดที่ด้านหน้าคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นคล้ายกับบ้านของชาวฮั่นแม้จะมีบ้างบางส่วนที่มีการตกแต่งก่อสร้างด้วยแบบของชาวนอกด่านทั่วไปที่จะให้ดินก่อเพื่อเพิ่มความร่มเย็นให้ตัวบ้านยามกลางวันที่ต้องเจอกับความร้อนของแสงแแดดและลมร้อนจากทะเลทราย


   ทันที่แม่ทัพตู๋กมาถึง ประตูหน้าก็เปิดออกกว้างเพื่อตอนรับการกลับมาของแม่ทัพอยย่างเธอก่อนที่พ่อบ้านวัยกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่งจะเดินปรี่ออกมาตอนรับแม่ทัพตู๋กูถึงหน้าประตู


    “กลับมาแล้วรึของรับนายหญิง แล้วนั่นผู้ใดกันขออรับ”


    “ข้ากลับมาแล้ว อ้อ นี่แม่นางจาง นางถูกคนทำร้ายที่ทะเลทรายนอกแคว้นข้าไปลาดตะเวนพอดีเลยช่วยกลับมาแล้วชวนให้นางกลับมาพักที่บ้านด้วยกัน” แม่ทัพตู๋กูเอ่ยแล้วหันไปยิ้มบางๆให้จางฝูที่พึ่งลงจากหลังเฟยเทียนมาก่อนจะโค้งให้เป็นการทักทายเล็กน้อย


    “อ้อ แม่นางจาง ดีใจที่ได้พบขอรับ เดินทางกลางทะเลทรายล้วนลำบากนัก ข้ายินดีด้วยที่ท่านมิเป็นอะไรมาก ข้าอวิ๋น ลู่จงเรียกลู่จงเฉยๆก็ได้ขอรับ ข้าเป็นพ่อบ้านของจวนนี้ขอรับ” อวิ๋น ลู่จงเอ่ยพร้อมกับโค้งหัวรับ


    “อ้อ ลู่จงที่หลังรถมามีชายอีกคนเขาบาดเจ็บรบกวนเจ้าช่วยให้คนจัดห้องแล้วก็ตามหมอให้ทีนะ”แม่ทัพตู่กูเอ่ยสั่งงานก่อนจะหันมามองทางจางฝู “ข้าต้องไปทำงานที่ค้างต่อ เจ้าก็พักที่นี่ไปก่อน มีอะไรก็บอกลู่จงได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่แม้ใหญ่แต่คนน้อยและทุกคนล้วนไว้ใจได้ ไม่ต้องกังวนไป”


     “เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ...เอ่อ ท่านซินอี๋” จางฝูที่เอ่ยขอบคุณแต่ไม่ทันเอ่ยจบก็เปลี่ยนคำเรียกขานคนตรงหน้าเล็กน้อยเมื่องซินอี๋นั้นหรี่ตามองมายังเธอดุ และเมื่อเธอเปลี่ยนไปเรียกขาดด้วยชื่อนางตรงหน้าก็ยิ้มบางออกมาก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างพอใจเล็กน้อยก่อนเดินหมุนตัวกลับขึ้นไปนั่งบนม้าแล้วควบออกไปที่ทางของฝากถนน


      “แม่นางจาง เชิญทางนี้ขอรับ”ลู๋จงเอ่ยก่อนจะเดินนำจางฝูเข้าไปที่ด้านในจวนแล้วให้คนมาพาช้างเข้าไปพักที่คอกพักเตรียมหญ้าน้ำอาหารให้เสร็จสรรพก่อนจะให้ไปเรียกบ่าวแถวนั้นให้ไปช่วยกันพยุงเจี๋ยเฟยที่นอนพักอยู่หลังรถลากพาไปพักที่ห้อง แม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่ต้องให้คนช่วยพยุงแต่เมื่อได้รับสายตาดุๆจากจางฝูเจี๋ยเฟยก็ต้องยอมให้บ่าวที่มาช่วยนั้นพยุงไปพักในห้องอย่างว่าง่าย


     ภายด้านในห้องพักมีการต้องแต่อย่างเรียบๆแต่ก็ดูหรูหราอยู่ไม่น้อย แน่ละก็ที่เธอพักอยู่นั้นมาจวนแม่ทัพนี่จะให้ซ่อมซ่อก็คงเป็นไปไม่ได้ หลังจากที่พวกเธอเข้ามายังห้องพักซึ่งถูกจัดไว้เป็นห้องของเจี๋ยเฟยไม่นานหมอแก่ท่านหนึ่งก็เดินตามเข้ามาและเริ่มตรวจอาการของเจี๋ยเฟยที่นอนพักอยู่บนเตียงทันที พร้อมกับหันไปบอกสาวใช้ให้ไปต้มยาตามใบเทียบยาที่เขายื่นให้ทันที ก่อนที่ท่านหมอแก่นั้นจะหันกลับมาตรวจจางฝูที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกลางห้อง


     “เเม่นางมีเพียงบาดแผล รอยซ้ำรอยบาดบาดภายนอก ทายาก็น่าจะหาย ส่วนคุณชายท่านนั้นก็ควรให้นอนพักสักระยะ ทานยาตามที่สั่งเสมอๆไม่กี่วันก็น่าจะหายดี แม่นางอย่าได้กังวล” หมอแก่เอ่ยบอกซึ่งจางฝูก็ทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่ท่านหมอนั้นจะขอตัวกลับไปก่อน

    จางฝูมองไปยังเจี๋ยเฟยที่เมื่อทานยาเสร็จก็หลับไปทันที ดูท่าว่าคงจะเหนื่อยจากการเดินทางด้วยกระมัง เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างงโล่งอกก่อนจะเดินอออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ชายหนุ่มด้านในได้นอนพักผ่อน ส่วนตัวของเธอเองก็เดินกลับไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่ถัดจากห้องของเจี๋ยเฟยไปสองห้อง วึ่งเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่าข้าวของรวมทั้งสัตว์แสบทั้งสามตัวของเธอนั้นได้เข้ามานอนรอเธอบนเตียงอยู่ก่อนแล้ว


    “อ่าา ไปอาบน้ำอีกกว่า”จางฝูเอ่ยก่อนจะก้มมองชุดตัวเองที่เปื้อนรอยเลือดแห้งกรังไปเกือบครึ่ง ‘จะซักออกไหมเนี่ย’ เธอส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วหมุนตัวเองเข้าห้องน้ำไป



      หลังจากที่จัดอารอาบน้ำและจัดการซักทึ้งเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดของตัวเองเสร็จจางฝูก็ออกมาเดินเล่นภายในลานกว้างหลังจวนซึ่งถูกทำเป็นที่สำหรับใช้ฝึกฝน เพราะมันมีทั้งหุ่นไม้ และเป้าซ้อมธนู ซึ่งมันไม่แปลกอะไรเมื่ออยู่ในบ้านของแม่ทัพละนะ จางฝูเดินไปนั่งที่ชานระเบียงแล้วมองลานฝึกเบื้องหน้าซึ่งมันทำให้เธอนึกย้อนไปถึงวันวานที่เธอยังอยู่ที่ค่ายและฝึกฝนอยู่กับพวกเด็็กๆรุ่นเดียวกัน ซึ่งตอนนี้บางคนก็คงเป็นทหาร รึไม่ก็คงออกเดินทางเฉกเช่นเดียวกับเธอ เพียงแต่เธอไม่ค่อยจะสนิทกับพวกรุ่นๆเดียวกันเพราะตัวเธอนั้นชอบที่โดดไปอยู่ตามลำพังคนเดียวเสียมากกว่า ร่างบางของจางฝุยังคงนั่งจ้องมองไปยังลานฝึกพรางระรึกความหลังเมื่อครั้งยังเยาว์โดยไม่ทันได้สังเกตเลยมาที่ด้านหลังของเธอนั้นมีคนผู้หนึ่งกำลังเดินตรงมาหา


   “เป็นอะไรรึเปล่าขอรับแม่นางจางงเห็นท่านนั่งเหม่ออยู่นานสองนาน”เสียงของลู่จงที่ดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังเหม่อถึงกับสะดุ้งตกใจจนตัวลอย


    “ลุงลู่จงข้าตกใจหมดเจ้าค่ะ”จางฝูยกมือขึ้นลูบอกปอยๆ


     “ขออภัย ข้าเห็นท่านเหม่อมองสนามฝึกอยู่นานสองนานเกรงว่าจะเป็นอะไรไปเลยเข้ามาถามไถ่ไม่ตั้งใจจะทำให้แม่นางตกใจ” ลู่จงเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวให้เล็กน้อย “ว่าแต่คิดอะไรอยู่รึขอรับ”


     “ข้าแค่คิดถึงเรื่องตอนเด็กๆเจ้าค่ะ ข้าโตมาในค่ายทหาร พอเห็นลานฝึกนี่แล้วก็เลยคิดถึงเจ้าค่ะ” จางฝูกล่าวตอบพร้อมกับเเย้มยิ้มออกมาบางแล้วมองไปยังลานฝึกเบื้องหน้า


     “เอ๋ เช่นนั้นรึขอรับ อืมถ้าเเช่นนั้นท่านก็ต้องได้ฝึกแบบที่พวกทหารได้ฝึกด้วยสิขอรับ”ลู่จงเอ่ยก่อนจะเดินมานั่งลงที่ชานระเบียงข้างๆเป็นเพื่อน


    “ใช่แล้วเจ้าค่ะ โดนฝึกต้องแต่เด็กๆเลยเจ้าค่ะ แต่ข้าก็ชอบแอบหนีไปเที่ยวในป่าจนโดนทำโทษให้เฝ้าเวรบ่อยๆเหมือนกัน”จางฝูเอ่ยแล้วหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี  “เอ่อจริงสิ ลุงลู่จง ข้าขอลองใช้ลานฝึกธนูได้ไหมเจ้าค่ะ”


     “ได้ขอรับ ลานฝึกนี่มีแค่นายหญิงใช้เพียงคนเดียว ท่านคงไม่ว่าอะไรหากท่านจะลองใช้ฝึก พวกธนูก็สามารถใช้ที่มีเตรียงวางไว้ได้เลยนะขอรับ”


     “เย้” จางฝูร้องออกมาอย่างดีใจก่อนที่จะลุกขึ้นแล้ววิ่งตรงไปยังคันธนูที่แขวนไว้ตรงราวเก็บอาวุธก่อนจะหยิบคั่นธนูและลูกธนูออกมาแล้วเดินไปยืนที่จุดยิงธนู มือเรียวที่จับคันธนูอยู่ยกขึ้นตั้งขนาดกับพื้นพร้อมกับอีกมือที่จับปลายลูกธนูเทียบกัับสายเอ็นง้างอยู่จนตึง ริมฝีปากพ่นลมหายใจเบาๆก่อนจะสูดกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งเล็กน้อยกับกลั้นลมหายใจไว้ ดวงตาสีน้ำตาลหลับลงข้างหนึ่งและใช้อีกข้างที่ลืมอยู่มองเล็งไปที่เป้าแดงเบื้องหน้าที่อยู่ห่างออกไป


    ฟิ้วว


    ฉึกก!!


    ลูกธนูที่พุ่งออกจากคันธนูพุ่งตรงไปปักที่กึ่งกลางเป้าอย่างแม่นยำ จางฝูลดคันธนูลงแล้วมองผลงานตัวเองอย่างพึงพอใจแม้ตัวเธอเองจะไม่ได้ยิงงงธนูมาพักใหญ่แล้วแต่ฝีมือเธอก็ยังไม่ตก นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี จางฝูยังคงไม่หยุดแค่นั้นหันกลับไปหยิบลูกธนูออกมาขึ้นยิงไปเรื่อยๆ โดยมีสายตาสองคู่ที่อยู่ใต้ชานกำลังจ้องมองท่าทางในการยิงธนูของเธออยู่อย่างใคร่สนใจ









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x5
x1
x2020
x5
x1
x9
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x14
x3
x14
x160
x3
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x581
x196
x3
x9
x6
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x42
x600
x399
x96
x9
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x54
x30
x4
x250
x19
x571
x32
x54
x198
x100
x800
x6
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x9
x1676
x1
x2
x1440
x2385
x50
x1523
x4
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270
x130
x275
x590
x44
x111
x432
x1006
x1
x23
x620
x5
x460
x162
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x794
x494
x4
x2
x742
x840
x450
x165
x9999
x1878
x500
x325
x40
x26
x17
x69
x23
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x62
x1
x9
x153
x264
x698
x5450
x123
x11
x248
x446
x143
x2540
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x614
x2012
x880
x108
x205
x107
x11
x125
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x192
x263
x500
x2
x51
x707
x9
x158
x200
x6662
x702
x296
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x14
x678
x8
x1439
x9
x1748
x313
x958
x1174
x1036
x1030
x667
x205
x134
x207
x745
x1634
x807
x92
x155
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1216
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x637
x24
x280
x1245
x157
x248
x1444
x8160
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1

215

กระทู้

1895

โพสต์

60หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
502409
เงินตำลึง
2137929
ชื่อเสียง
267998
ความหิว
246

ตราสายลับจิ่วเทียนหวงป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
7310
ความชั่ว
1504
ความโหด
4076
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-4-11 02:38:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 20:53


    เมื่อวานหลังจากที่จางฝูนั้นฝึกยิงธนูเล่นจนเวลาล้วงเลยมาจนเย็นค่ำ เธอก็เก็บกวาดบิเวณที่เล่นกก่อนจะเดินกลับเข้าไปที่ห้องพัก ซึ่งภายในห้องพักของเจี๋ยเฟยเพื่อดูว่าชายหนุมมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อไปถึงเธอก็เห็นว่าชายหนุ่มนั้นตอนนี้กำลังนั่งพุ่ยข้าวอยู่ที่โต๊ะอย่างหิวโหย ทางเจี๋ยเฟยเมื่อเห็นจางฝูเดินเข้ามาก็เรียกให้ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน หลังจากที่กินข้าวและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางได้สักพัก จางฝูจึงขอตัวกลับห้องไปพัก


     ภายในห้องของเธอตอนนี้มีเหล่าสัตว์แสบที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงกันอย่างสบายใจ หญิงสาวเดินไปยังเตียงนอนของตัวเองก่อนจะล้มต้วลงนอนก่อนจะผลอยหลับไปอย่างรวดเร็วโดยมีเหล่าตัวแสบทั้งสามนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ
   
      เช้าวันใหม่มาถึงแสงแดดที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาปลุกร่างบางใต้ผ้าห่มให้ลุกตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียก่อนที่เธอจะค่อยย้ายตัวเองลงจากเตรียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างสลึสลือ แต่ไม่นานร่างนั้นก็กลับออกมาพร้อมกับฮุ่ยจือที่บินไปเกาะที่ข้างไหล่เจจ้านายสาวอย่างอ้อน


    ฮูกก(เจ้านายไปไหน ฮุยไปด้วย)


    “อ้อนเอาอะไรแต่เช้าเนี่ยฮุ่ยจือ”จางฝุเอ่ยแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวเจ้านกแสบประจำขณะเดินทางอย่างเอ็นดูหลายวันมานี้มีเรื่องเยอะมากจนเธอแทบไม่ได้มาเล่นกับเจ้าพวกตัวแสบเลยมันจะเหงาแล้วก็งอลเธอไหมนะ แต่เมื่อลองเลื่อนสายตาไปมองลู่จิ๋วกับลู่ฉีกลับพบว่าพวกมันทั้งสองตัวยังคงนอนขดเป็นก้อนกลมๆอยู่บนเตียงอย่างเป็นสุข เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็ไม่อยากที่จะปลุกจึงปล่อยพวกมันให้นอนพักต่อไป ก่แนที่เธอจะหมุนตัวเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับฮุ่ยจือที่เกาะอยู่บนไหล่


    “ไปดูคนป่วยกันฮุ่ยจือ ไม่รู้ปานนี้จะตื่นรึยัง” จางฝูเอ่ยแล้วหันมองฮุ่ยจือบนไหล่พรางก้าวเท้าเดินไปตามเส้นทางก่อนจะมาหยุดที่หน้าบานประตูห้องของงเจี๋ยเฟย มือเรียวเคาะประตูเบาแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ คาดว่าคนในห้องคงยังไม่ตื่นจึงได้ฉวยโอกาศเปดประตูเข้าไปดูแต่เมื่อเธอเข้ามาภายในห้องกลับไม่เห็นแม้เงาของใครสักคนอยู่ที่นี่ ในห้องน้ำเองก็ว่างเปล่าจนผิดสังเกต ‘คงไม่ได้เดินหลงไปไหนอีกหรอกนะ’


     จางฝูเดินออกจากห้องเจี๋ยเฟยแล้วออกเดินไปตามเส้นทางภายในจวนก่อนที่หูของเธอจะได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างกำลังหวดลมเป็นเสียงฟับๆอยู่ไม่ไกล จึงได้เดินตามเสียงไป จุดเกิดของเสียงอยู่บริเวณลานฝึกด้านหลังที่เมืองวานเธอแอบมาเล่นยิงธนู เมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นร่างคุ้นตาของคนเจ็บที่หนีออกจากห้องกำลังยืนถือกระบี่ฝึกซ้อมอยู่กลางลาน


    จางฝูเดินไปนั่งที่ชานเรือนมองการฝึกของเจี๋ยเฟย แม้ร่างกายบาดเจ็บอยู่แต่กลับไม่มีผลต่อการฝึก ทวงท่าที่ออกมาของเจี๋ยเฟยดูพริ้วไหวและงดงามแต่ก็ยังดูดุดันในแบบของชายหนุ่ม จางฝูยังคงนั่งดูการฝึกต่อไปเรื่อยพรางลูบหัวฮุ่ยจือที่ย้ายจากไหล่มานอนให้เธอลูบหัวอยู่บนตักอย่างสบายใจ การฝึกของเจี๋ยเฟยังคงดำเนินไปเรื่อยดูท่าจะยังไม่จบง่ายเสียด้วย ทางเจี๋ยเฟยก็ดูจะมีสมาธิกับการฝึกมากจนไม่ได้สังเกตุเลยมาคนกำลังนั่งดูการฝึกของเขาอยู่ไม่ไกล


    “เป็นการรำกระบี่ที่งดงามมากจริงนะขอรับ”


     “เฮือก ลงลู่จงทำข้าตกใจอีกแล้ว” จางฝูสะดุ้งเอือกก่อนจะหันไปมองลู่จงที่ยื่นถือถาดใส่ผ้าพร้อมกับยิ้มบางออกมาให้กับเธอ


    “ขออภัยขอรับ”


     เจี๋ยเฟยที่ได้ยินเสียงพูดดังมาจากชานเรือนรวบกระบี่ไพร่ไปด้านหลังก่อนจะหันไปมองก่อนจะยิ้มออกมาบางๆกับคนทั้งสองที่ดูตนเองฝึกชานเรือนก่อนจะเดินเข้าไปหา ลู่จงช่งรู้หน้าที่เตรียมผ้าชุบน้ำหมาดไว้อยู่ก่อนแล้วยืนให้เจี๋ยเฟย


    “โอ้ ขอบคุณขอรับ”เจี๋ยเฟยเอ่ยขอบคุณก่อนยืนมือไปรับผ้ามาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะเอาพานั้นมาวางห้อยพาดที่คอตนเอง “ออกกำลังกายตอนเช้าแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยละ”


    “สดชื่นก็ดีแล้ว แต่อย่าหักโหมมากซ้ำในตายข้าไม่แบกกลับเฉิงตูหรอกนะ”จางฝูเอ่ยแล้วท้าวแขนไปด้านหลังเงยหน้ามองเจี๋ยเฟยที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ราวกับคนละคนกับเมื่อวานที่เอาแต่นั่งซึ่มกระทือจนอดหมั่นไส้ไม่จึงแกว่งขาเตะไปที่หน้าเเข้งของชายหนุ่มเล็กน้อย


    “เจ็บนะ” เจี๋ยเฟยโว้ยขึ้นมา


    “ข้าเตะเบาๆเองนะ อย่าสำออย”


     “ฮ่ะๆ ทั้งสองคนเนี่ย สนิทสนมกันดีจังขอรับ เอ่อ จริงด้วยใกล้เวลาทานข้าวแล้วรีบไปที่ห้องโถงเถอะขอรับ”ลู่จงเอ่ยเหมือนพึงนึกได้ก่อนจะหมุนตัวเดินนำทั้งสองคนไปยังห้องโถงซึ่งตรงหกลางมีโต๊ะใหญ่ตั้งอยู่อีกทั้งยังมีอาหารจำพวกขนมปัง, งา และ ผลไม้สองสามชนิดจัดวางอยู่บนโต๊ะซึ่งเมื่อพวกจางฝูเดินมาถึงก็เป็นเวลาเดียวกับที่ซินอี๋ในชุดสตรีช่างดูเดินมาถึงห้องโถง ดูแล้วไม่ชินตานักแต่จางฝูเองก็ไม่ได้เอ่ยกล่าวอะไรออกไป


    “อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านซินอี๋” จางฝุเอ่ยทักพร้อมกับโค้งหัวทักทายเล็กน้อย


     “อรุณสวัสดิ์แม่นางจาง” ซินอี้เอ่นตอบก่อนจะยิ้มบางๆให้แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ จางฝูซึ่งเห็นท่าทีของซินอี๋จึงเดินตามไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะโดยมีเจี๋ยเฟยเดินตามไปนั่งข้างๆ


    “ทั้งสองพอทานได้หรือไม่ มื้อเช้าเราไม่ค่อยกินอาหารหนักเท่าไหร่ ด้วยข้าวมีราคานำเข้าค่อนข้างแพงอยู่” ซินอี๋เอ่ยด้วยท่าทางเรียบเฉย อาจเพราะมีบ่าวสาวใช้อยู่จึงต้องสำรวมท่าทีให้ดูน่าเคารพและยำเกรงกระมั้ง


    “ข้าไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ ข้าเองก็กินไม่เยอะอยู่แล้ว”จางฝูเอ่ยตอบก่อนจะยิ้มบางๆให้จับซินอี๋ ก่อนจะเหลือบไปมองเจี๋ยเฟยที่นั่งจ้องก้อนขนมปังอยู่อย่างใคร่สงสัย ก็นะที่ฮั่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินขนปังกันนี่นะ เธอที่เธอชาวต้าหว่านก้ปิดของพวกนี้มาแต่เด็กไม่ได้แปลกใจผิดกับเจี๋ยเฟยที่มีท่าทีสงสัยเสียเต็มประดา


     “ขนมปัง ทำจากเเป้งเอาไปอบก็คล้ายๆแป้งซาลาเปารึแป้งหมั่นโถวนั่นแหละ”จางฝูเอ่ยอธิบายแล้วมองเจี๋ยเฟยอย่างขำๆเล็กน้อย


     “อ้อ เป็นเช่นนั้นเองสินะ”เจี๋ยเฟยพยักหน้าแล้วลองหยิบขนมปังตรงหน้าขึ้นมากัดคำหนึ่ง ใบหน้าขมวดครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป้นปกติก่อนที่เจ้าตัวจะรีบสวาปามก้อมขนมปังเบื้องหน้าอย่างหิวโหยด้วยท่าทีเช่นนั้นของเจี๋ยจึงเรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากจางฝูและเหล่าบรรดาคนใช้ได้มาทีเดียว


    “เอ้าๆใจเย็น ไม่มีใครเค้าแย่งเจ้ากินหรอกเดี๋ยวก็ติดคอเอา”จางฝูเอ่ยแล้วเอื้อมมือไปหยิบผลไม้มากัดคำหนึ่งก่อนจะหันไปบิดขนมปังชิ้นเล็กมายื่นให้ฮุ่ยจือที่ยืนทำตัวเรียบร้อยอยู่บนตักของเธอโดยมีซินอี๋นั่งกินขนมปังอมยิ้มจางๆมองอยู่เงียบๆ


   “จริงสิ ทั้งสองรอข้าอีกวันได้ไหม ข้ากำลังจะเดินทางไปเที่ยวต้าฮั่นพอดี ไหนๆ ทั้งสองก็กำลังจะกลับต้าฮั่น เลยว่าจะถือโอกาสร่วมทางกันไป” ซินอี๋ที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเอยถามขึ้นมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเเก้วน้ำขึ้นมาดื่มล้างปาก


    “แล้วงานทางนี่เสร็จหรือเจ้าค่ะ หรือกำลังจัดการอยู่”จางฝูหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือแล้วหันไปมองซินอี๋ที่เอาผ้าเช็ดปากอยู่


     “ก็ใกล้เสร็จ ข้าต้องสะสางงานอีกเพียงเล็กน้อย พรุ่งนี้ก็คงจะไปได้ พวกเจ้ารีบเดินทางรึไม่”


     “ข้าไม่รีบเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยตอบตามความจริง เพราะจะช้ารึเร็วเธอก็ไม่มีปัญหารึงานอะไรที่ต้องไปจัดการ ก่อนที่เธอและซินอี๋จะหันไปมองชายหนุ่มคนเดียวของโต๊ะอาหารที่นั่งกระดกน้ำเอื้อกๆอยู่ “แล้วเจ้าล่ะเจี๋ยเฟย”


     “ข้าหลงทางมาจะปี ไม่รีบแล้วละ”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยิ้มให้กับสองสาวที่ตะลึงกับคำตอบของชายหนุ่ม โดยเฉพาะจางฝุที่ฟังและรับรู้เรื่องการหลงทิศหลงทางของชายหนุ่มมาบ้างแต่ไม่คิดว่าเขาจะหลงมาเป็นปีและไปไม่ถึงเฉิงตูเสียทีแบบนี้ ‘เจ้าไม่น่ามีชีวิตรอดมาจนทุกวันนี้เลยจริงๆ’


    “เช่นนั้นไว้ข้าจัดการสะสางงานเสร็จแล้วจึงค่อยเดินทางแล้วกัน พวกเจ้าก็พักผ่อนที่นี่กันก่อนนะ”ซินอี๋เอ่ยก่อนที่เธอจะขอตัวกลับไปจัดการงานของตัวเองที่ยังค้างคาอยู่อีกเล็กน้อย


     “เจ้าหลงทางยังไงเป็นปีเนี่ยเจี๋ยเฟย” จางฝูที่อดใจไม่ไหวหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่อย่างไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน


    “ก็เดินทางไป ข้าก็ถามคนเดินทางไปเรื่อยแต่ก็หลงตลอด ข้าก็ไม่เข้าใจเมื่อกัน” เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยิ้มแห้งพรางยกมือขึ้นมาเกาแก้มเขิลๆ


    “ข้าว่าเจ้า้องเข็มทิศในตัวพังเป็นแน่ ลองให้ท่านหมอมาตรวจดูเอาไหม”


    “ข้าไม่ได้ป่วยสักหน่อย ข้าแค่หลงทิศหลงทาง เจ้าอย่าพูดไปถึงขั้นนั้นสิ”


     “งั้นยังจำที่ข้าเคยสอนได้ไหมเรื่องการดูทิศน่ะ ไหนลองพูดให้ข้าฟังสิ”จางฝูเอ่ยพรางกอดอกมองเจี๋ยเฟยที่ตอนนี้กลายเป็นที่พำนักใหม่ของฮุ่ยจือไปแล้ว


    “เอ่อ… จะหาทิสให้มองดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางจะวันออก ตกทางทิศตะวันตก ถ้าหันหน้าไปทิศตะวันออก ซ้ายมือเป็นเอ่อ...ทิศเหนือ แล้วขวาเป็นใต้ ถ้าจะหาเมืองที่จะไปให้ดูว่าเมืองนั้นอยู่ทิศไหนแล้วเดินตรงไปหาเลย” เจี๋ยเฟยท่องขึ้นมาด้วยท่าทีติดขัดเล็กน้อยพรางเหลือบมองจางฝูที่นั่งกอดอกมองดุๆอยู่เบื้องหน้า


    “ก็จำได้นิ ทีนี่จะหลงอีกรึไม่”


     “เอ่อ…. น่าจะไม่  มั้งฮ่ะๆ”


     “เฮ้อเจ้าเนี่ย ข้าละปวดหัวแทนคนที่บ้านเจ้าจริงๆ”จางฝูเอ่ยพรางยกมือกุมขมับเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องโถงไป


     “เจ้าจะไปไหนน่ะ”เจี๋ยเฟยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามจางฝูไปทันที


     “จะไปนอนพัก  จะไปนอนกับข้าไหมละ”จางฝูเอ่ยแล้วหมุนตัวเดินกลบห้องไปโดยมีฮุ่ยจือนั้นกางปีกโผบินจางไหล่ของเจี๋ยเฟยบินตามเจ้านายสาวกลับห้องพักไป


     ฮูกกก(เจ้านายรอฮุ่ยด้วยย)





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
สุรากู่หลันหลาง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หน้ากากยักษ์แดง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x5
x1
x2020
x5
x1
x9
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x1
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x14
x3
x14
x160
x3
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x50
x50
x581
x196
x3
x9
x6
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x42
x600
x399
x96
x9
x400
x1200
x75
x7
x27
x594
x5
x100
x1185
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x54
x30
x4
x250
x19
x571
x32
x54
x198
x100
x800
x6
x333
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x92
x5
x5
x31
x400
x74
x1
x9
x1676
x1
x2
x1440
x2385
x50
x1523
x4
x6
x6
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270
x130
x275