ดู: 411|ตอบกลับ: 5

{ นอกเมืองฮองหง } ถ้ำหู่บายี

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-29 21:17:33 |โหมดอ่าน




ถ้ำหู่บายี


{ น อ ก เ มื อ ง ฮ อ ง ห ง }






【ถ้ำหู่บายี】
'ไม่เข้าถ้ำเสือ ใยจะได้ลูกเสือ?'
โพรงถ้ำหินแกร่งขนาดกลางตั้งอยุ่ทางตะวันออกของเมืองฮองหง
ในอดีตถูกเรียกว่ารังเจ้าพยัคฆ์ เพราะเสือโคร่งขาวตัวหนึ่งที่เคยออกอาละวาดในบริเวณนี้
ปัจจุบันแม้ไม่มีเสือหรือสัตว์ร้ายตัวใดมาอาศัยอยู่ แต่ก็ยังมีมนุษย์แวะเวียนมาอาศัยค้างแรมอยู่เป็นระยะ
บางอุโมงค์ถ้ำมีนกนางแอ่นมาทำรังอาศัย นับว่าเป็นแหล่งรายได้ของชาวบ้านในละแวกนี้


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-31 14:41:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เข้าถ้ำเสือ ย่อมได้ลูกเสือ

            หลายวันมาแล้วที่พวกเขาออกจากฉางอันมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ผ่านเข้าไปเลยสักนิด แม้จะรู้ว่าที่นั่นมีงานของเขารออยู่หากไม่อมกลับไปคงไม่มีอะไรกินแน่ๆการเดินทางครั้งนี้ทำให้เงินของเหวินเหวินลดลงอย่างมากจนไม่อยากจะคิดว่าหากเงินหมดจริงๆ เขาและอาเค่อจะเป็นคนจนกรอบขนาดไหน และจะอยู่อย่างไร

            ทั้งๆที่งานที่ทำเงินที่จะได้รับมันก็ดีอยู่แล้ว ตอนนี้เหวินก็ยังอิดออดที่จะปฏิบัติตามหน้าที่จนเกือบลืมไปแล้วว่าเขาเองก็ต้องทำงานหาเลี้ยงท้องตัวเองและอาเค่อ

            หวังว่าวังหลวงคงจะมีเหตุการณ์ปกติทุกอย่างตอนที่เขาไม่อยู่นะ

            “พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางกลับฉางอันเลยละกัน”ทหารหนุ่มพูดขณะวางสัมภาระในปากทางเข้าถ้ำที่แวะมาเยี่ยมชมที่นี่ เขาพิงผนังถ้ำแล้วมองคนที่เดินตามมาเล็กน้อย

            “ช่วงนี้ฉันว่างๆ.. มาสำรวจถ้ำนี้ฆ่าเวลากันไหม” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วมองเข้าไปในตัวถ้ำที่นี่มีโพรงถ้ำมากมายจนไม่รู้ว่าจะเลือกเข้าไปทางไหนดี ร่องรอยของกองไฟที่เหมือนพึ่งดับได้ไม่นานก็ทำให้เขาพอรู้ว่ามีบางคนหรือบางกลุ่มแวะเวียนมาและออกไปก่อนที่เขาจะเข้ามาที่นี่

            ถ้ามีคนเคยมาที่นี่เพียงไม่นานก็ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นว่าคงไม่มีอะไรที่ดุร้ายรอเขาอยู่ในถ้ำนี้หรอก

            “ถ้าพี่เหวินว่างก็ควรจะกลับไปทำงานนะครับ….”อาเค่อหยิบสัมภาระที่เหวินเหวินทิ้งเอาไว้ขึ้นมาถือไว้กับตัวเขามองไปยังโพรงถ้ำมากมายที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ในหัวของเขาเองก็ไม่ค่อยจะมีความคิดดีๆอะไรสักเท่าไหร่

            ยิ่งเห็นทหารหนุ่มที่ดูเหมือนไม่ค่อยเอาจริงเอาจังกับงานของตัวเองแต่กลับมาเดินเตร็ดเตร่เที่ยวเล่นราวกับว่าเป็นนักท่องยุทธภพอายุเองก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่ยิ่งทำตัวเป็นเด็กจนทำให้แม้แต่ตัวอาเค่อเดาอายุผิดพลาดอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทหารดีๆเขาทำกันหรอก

            “งานมันไม่หนีหายไปไหนหรอกขอรับ”หันมิ้มให้อาเค่อที่ถือสัมภาระตัวเองอยู่ ก่อนจะเลือกเดินเข้าไปในโพรงภายในถ้ำโพรงหนึ่งเขาเดินไปโดยไม่หันหลังมองอีกคนที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าถ้ำเลยสักนิด “ข้าน้อยจะเข้าไปดูข้างในหน่อยนะขอรับเผื่อเจอของดีอะไรบ้าง

            พูดไปอย่างนั้นถึงจะรู้ว่าที่นี่มีคนมาก่อนแล้วของดีที่เขาว่าคงจะเจอคงถูกเก็บไปหมดแล้วแน่นอนแต่ถึงอย่างนั้นความว่างมันก็ทำให้เขาทำอะไรที่ไร้สาระได้มากมาย

            ไม่รู้ว่าเดินมาลึกขนาดไหนแล้วความมืดภายในตัวอุโมงค์แห่งนี้พอมองกลับออกไปเห็นเพียงแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ที่เล็ดลอดเข้ามาเพียงเท่านั้นเหวินเหวินจับผนังอุโมงค์หินเพื่อเดินตามทางไปเรื่อยๆ อย่างไรเสียถ้ำเล็กๆแห่งนี้คงไม่ทำให้เขาหลงง่ายๆหรอก

            ทหารหนุ่มนั่งลงพิงผนังถ้ำก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อยเพราะถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำหิน แสงอาทิตย์ที่น่าจะเล็ดลอดเข้ามาให้มองเห็นอะไรชัดกว่าเดิมก็ยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่มือสองข้างที่จับพื้นเพื่อช่วยยันตัวเองให้นั่งโดยไม่เอนตัวลงนอนสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นที่อยู่ด้านใต้ที่นั่งของเขาได้อย่างชัดเจน

            ถ้ำหินที่นี่ไม่น่าจะมีน้ำอยู่

            เอาแต่คิดด้วยความสงสัยเหวินเหวินก็ยกมือขึ้นมาดูว่าที่เขานั่งทับคือน้ำอะไรกันแน่ จะบอกว่าเป็นหยดน้ำงั้นหรือไม่น่าจะใช่ สีที่ปรากฏต่อสายตาในความมืดที่พอจะมองเห็นเพียงแค่สีน้ำเงินความเข้มของสีที่ดูดำกว่าน้ำปกติยิ่งทำให้ตัวเองคิ้วขมวดยิ่งขึ้น จึงลองยกมาดมดู

            …กลิ่นคาวเลือดที่ตีขึ้นเข้าจมูกทำให้ชายหนุ่มชะงักลงเล็กน้อยเขาลดมือลงก่อนที่จะลุกขึ้นยืนมองที่ๆตัวเองนั่งเมื่อครู่ เพราะพึ่งรู้ตัวว่านั่งทับไปเมื่อครู่หากเป็นเลือดจริงๆละก็

            เอาแต่สบถกับชุดที่เปื้อนเลือดของตัวเองที่นั่งไม่ดูอะไรเลยเหวินเหวินถอนหายใจเล็กน้อยแต่ตอนนไคงไม่มีเวลามาภวงค์กับชุดของตัวเองแล้วล่ะในเมื่อแอ่งเลือดที่เหมือนจะพึ่งเกิดอยู่ตรงหน้าเขาซะขนาดนี้

            ไม่แน่ว่าอาจจะมีการปลิดชีพกันก่อนหน้าที่เขาจะมาเพียงไม่นานนี้ก็ได้

            คิดขณะที่เริ่มเดินรอบๆอุโมงค์นี้เผื่อจะพบศพใครที่น่าจะเอามาเป็นเหตุผลประกอบกับเลือดนี้ได้พอเอาแต่สำรวจไปทั่วจนเหนื่อยก็ไม่พบอะไรเลย ไม่แน่ว่ากองไฟมอดที่เขาเห็นในปากทางเข้าถ้ำอาจจะเป็นของคนที่สร้างคราบเลือดให้เขานั่งทับเล่นก็ได้เหวินเหวินถอนหายใจเล็กน้อย พอจะเดินกลับไปที่กองเลือดนั้นก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆที่อยู่ๆก็เดินออกมาหาเขา

            ลูกเสือตัวสีส้มที่อยู่ๆก็เดินเข้ามาหาเขาเสียงร้องเล็กๆของมันทำให้เหวินเหวินมองแบบไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่นัก เขานั่งยองๆมองลูกเสือเล็กน้อยดูเหมือนกับว่ามันจะเชื่องกับเขาด้วยหัวเล็กๆของมันเข้ามาลูบๆขาของตัวเองก่อนจะส่งเสียงร้องออกมา

            “หือ? อยากได้อะไรหรือ??”เอ่ยถามออกไปทั้งๆที่ยังไม่กล้าจับตัวเสือกลัวว่ากลิ่นตัวเองจะติดแล้วทำให้แม่ของมันสับสนลูกเสือตัวสีส้มร้องอยู่นานเหมือนต้องการอะไรบางอย่างจากเขาก่อนจะมุดเข้าไปในฮั่นฝูของเหวินเหวินโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว

            “อุ๊!” อุทานออกมาพร้อมรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ลูกเสือที่มุดเข้าไปถึงกับกลิ้งออกมามันยันตัวเองให้ลุกขึ้นก่อนจะสะบัดฝุ่นออกจากตัวเอง เหวินเหวินที่มองดูอยู่ก็มองมันที่เดินเข้ามาหาพร้อมส่งเสียงเล็กแหลมร้องอีกครั้ง

            “กลับไปหาแม่เจ้าได้แล้วน่า”พูดขณะอุ้มลูกเสือไปวางไว้ตรงมุมหนึ่งของถ้ำ รองเท้าฟางที่เดินเหยียบกองเลือดทำให้เขาชะงักลงไปเล็กน้อย

            เลือดนี้คงไม่ใช่ของแม่มันหรอกใช่ไหม?

            ส่ายหัวไปมาเพื่อไล่ความคิดด้านลบออกไปเหวินเหวินมองลูกเสือตัวเล็กที่นั่งมองเขาจากมุมที่เขานำไปวางเอาไว้เล็กน้อยถึงจะพึ่งเจอกันแต่ก็เชื่องเกินกว่าจะเป็นลูกเสือแหละนะ คิดขณะที่เดินทางออกจากอุโมงค์นั้นกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวจนเหม็นเหียนไปหมดก็ยิ่งทำให้ตัวเองอยากจะกลั้นหายใจไว้ตลอดทางแต่ติดตรงที่ว่าเหวินเหวินไม่ใช่คนที่สามารถหยุดหายใจเป็นเวลานานได้

            สายตาของเด็กหนุ่มชาวโหรวหรานที่คุ้นเคยหันมามองตนที่พึ่งออกจากอุโมงค์ได้สำเร็จเหวินเหวินเดินไปนั่งพิงผนังถ้ำมองคนที่รอตนเล็กน้อย ไม่รู้ว่าตอนเขาอยู่ในอุโมงค์อาเค่อได้ไปไหนหรือเปล่าแต่เห็นยืนอยู่ที่เดิมแบบนี้ ถ้าให้เดาก็คงจะยืนรอตั้งแต่เขาเข้าไป

            “มี๊!!!” เสียงลูกเสือที่ร้องตามหลังเขามาจากในอุโมงค์ ลูกเสือสีส้มลายดำร้องออกมาก่อนจะรีบวิ่งเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่แล้วร้องเรียกอีกครั้ง

            “พี่เหวินไปหิ้วสัตว์มาอีกแล้วหรอ

            “เปล่ามันตามมาเองนะ”ว่าขณะคีบหลังลูกเสือขึ้นมาเมื่อเห็นว่ามันจะมุดเข้าฮั่นฝูของตนเองอีกครั้งเหวินเหวินมองเสือตัวนี้เล็กน้อยด้วความไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไหร่นักว่าจะตามตนที่เป็นแค่คนแปลกหน้ามาทำไม

            “มันคงอยากจะกินนมละมั้ง”อาเค่อพูดขึ้นแล้วหยิบนมแพะขึ้นมาให้ลูกเสือกินมันผละออกจากตัวเหวินก่อนจะเดินไปหานมที่อาเค่อยื่นให้ด้วยความเร็ว

            ‘แค่หิวนมหรอกหรือ

            คิดในใจก่อนจะถอนหายใจที่ตัวเขาเองก็บื้อเกินไปที่ไม่รู้ความหมายที่ลูกเสือต้องการจะสื่อเหวินเหวินมองลูกเสือที่เอาแต่ก้มหน้ากินนมเล็กน้อยก่อนจะหยิบสัมภาระของตัวเองขึ้นมาพลางพยักหน้าให้อาเค่อเพื่อจะออกไปจากที่นี่

            อย่างไรเสียลูกเสือก็ต้องได้รับการดูแลจากแม่ของมันมากกว่าที่จะมาตามคนแปลกหน้าอย่างเขา

            “มี๊!!” เสียงร้องเล็กของลูกเสือที่วิ่งตามเขามาอีกรอบทำให้เหวินเหวินหันมองหน้าอาเค่ออีกครั้งไม่รู้ว่าติดใจอะไรแต่เอาแต่เดินตามมาแบบนี้ทำให้แม่ของมันเป็นห่วงแย่

            แต่ถ้าแม่ของมันตายไปแล้วล่ะ?

            “ใครมันจะไปคิดล่ะ ว่าเป็นแม่เสือ รู้อย่างนี้น่าจะหาลูกมันด้วยก็ดี

            “เพราะเจ้ามันโง่ไงเรื่องแค่นี้ทำไมมองไม่ออก

            “ด่าข้ารึ!! คนที่สังหารเสือก็คือข้านะ อย่างเจ้ามองดูเฉยๆมีสิทธิ์ที่จะด่าข้าหรือไง

            เพียงบทสนทนาสั้นๆที่ดังเข้าหูเหวินเหวินกับอาเค่อจากกลุ่มชายฉกรรณ์กลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งที่เดินสวนทางเขาทำให้ทั้งคู่มองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะหันมองลูกเสือที่ตามมา

            ชัดแล้วล่ะว่าเลือดนั้นมาจากไหนลูกเสือที่ตามมาก็คงจะได้กลิ่นเลือดของแม่มันไม่รู้ว่าคิดว่าเหวินเป็นแม่หรือตามติดมาเพื่อขอแม่มันคืนกันแน่

            มือเรียวจากทหารหนุ่มรีบอุ้มลูกเสือแล้วเอาชุดของตัวเองบังเอาไว้เพื่อปิดบังไม่ให้กลุ่มนั้นเห็นลูกเสือที่ตัวเองอุ้มเอาไว้อยู่

            อาเค่อที่จะเดินกลับไปหากลุ่มชายฉกรรณ์ที่เดินสวนกันนั้นกลับต้องชะงักเมื่อเหวินเหวินจับข้อแขนของอีกฝ่ายก่อนจะดึงพาออกไปทันที

            อย่างไรเสียตอนนี้ก็คงต้องเลี้ยงจนกว่ามันจะเอาตัวรอดได้ค่อยปล่อยกลับคืนป่าให้มันใช้ชีวิตในทางของมันก่อนแหละนะ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ความหิว -12 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 15 + 500 -12 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกลับมอร์เด็น
กลองเหยากู่
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x54
x200
x200
x10
x1
x5
x15
x1
x2
x4
x30
x5
x15
x1
x30
x2
x1
x41
x2
x4
x2
x10
x2
x2
x2
x2
x2
x100
x20
x100
x130
x100
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x60
x1
x7
x3
x1
x3
x10
x50
x1
x8
x1
x1
x1
x1
x1
x2050
x2
x10
x50
x40
x100
x50
x10
x15
x15
x6
x10
x11
x12
x90
x10
x15
x100
x75
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x26
x50
x26
x30
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x60
x34
x37
x69
x62
x23
x8000
x9999
x8000
x59
x63
โพสต์ 2018-10-28 23:39:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ข้าไม่เป็นไร]

    “หยุดก่อน หยุดต้าชิงเราจะพักกันที่นี่ละ”เสียงหวานของจางฝูเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของอาชาฮั่นเสียที่ชะลอความเร็วในการวิ่งลงก่อนที่จะหยุดลงที่เบื้องหน้าถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งมานกนางแอ่นนั้นวิ่งเข้าบินออกอย่ตลอดเวลา ก่อนที่ร่างบางที่ในยามนี่ไม่บางเท่าไหล่นั้นจะค่อยปีนลงมายืนที่พื้นแล้วจูงเจ้าม้าของตนนั้นไปผูกที่ต้มไม้ใกล้ตนหนึ่งส่วนเธอนั้นก็เดินเข้าไปสำรวจยังด้านในถ้ำเพื่อดูว่าสถานที่เเหงนี้นั้นเหมาะสำหรับที่จะเป็นที่พักค้างแรมให้เธอในคืนนี้ได้หรือไม่


    หงิงง..(เจ้านาย)


   “หย่งฟาง หย่งฟูแล้วก็เฟิงอวิ๋นด้วย หลังจากนี้เราคงต้องเดินทางกันเองแล้ว เรื่องเงินข้าก็เอาติดตัวมาเพียงเล็กน้อยคงต้องอาศัพตกปลาขุดมันกินกันเสียแล้วละนะ”เธอเ่อยออกมาก่อนจะเดินไปทรุตัวลงนั่งพิงผนังถ้ำเอาไว้พร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบท้องที่นู่นป่องของตัวเองเบาๆ “ให้พวกเจ้ามาลำบากเสีย ข้านี่เป็นแม่ที่แย่จริงๆเลยนะ ขอโทษนะลูกแม่”


     “อ่ะ ซี๊ดด ลืมสะสนิทเลยข้า”อาการเจ็บแปล๊บจากบาดแผลที่โดนดาบของเจ้าพกชุดดำนั้นเฉี่ยวมาในการต่อสู้เมื่อไม่นานมานี่ เธอลืมไปทำแผลดเสียสนิท จู๋เว่ยก็ไม่อยู่ยาไม่มี ก็คงมีแต่ต้องเอาผ้าพันห้ามเลือดไว้ก่อนละนะ


     แคว๊กก…


      แกว๊กกก(เจ้านายเป็นอะไรไหม) เจ้าเฟิงอวิ๋นที่เห็นบาดแผลที่เลือดออกของเจ้านายสาวก็ร้องขึ้นมาแล้วบินตรงเข้ามาช่วยดูบาดแผลให้ ซึ่งจางฝูก็เพียงเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าอินทรีเบื้องหน้าเบาๆแล้วจึงเอนหลังพิงผนังถ้ำมองดูสัตว์เลี้ยงทั้งสามที่ตามเธอมา “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก พวกเจ้าอย่าได้เป็นห่วงเลย  เจ้าก็รู้ว่าเจ้านายของพวกเจ้าน่ะเข้มแข็งขนาดไหน” เธอเอ่ยยิ้ม


   แกว๊กกก (สองหมาเจ้าเฝ้าเจ้านายข้าจะไปหาสมุนไพร)เจ้าเฟิงอวิ๋นร้องขึ้นอีกครั้งก่อนที่มันจะโผบินออกจากถ้ำไปโดยที่มีจางฝูนั้นค่อยมาตามไปก่อนที่จะต้องเบนสายตากลับมามองเจ้าพวกหย่งฟางและหย่งสือที่เดินเข้ามาทรุดตัวนอนขนาดข้างเธอเอาไว้ราวกำลังเฝ้าของสำคัญไว้อย่างไรอย่างนั้น


    มือบางเอื้อมไปลูบหัวเจ้าหมาป่าของตัวเองเบาๆแล้วค่อยๆเลื่อนตัวลงมานอนราบไปกับพื้นโดยใช้ห่อเสื้อผ้าของเธอนั้นแทนหมอนหนุนและมีเจ้าสองหย่งทำตัวเป็นผ้าห่มความให้ความอบอุ่นแก่เธอและลูกในท้อง


    ‘เหมือนกลับไปเริ่มเดินทางใหม่เลยแหะ มีแค่ตัวข้าคนเดียว’ ร่างที่นอนอยู่นั้นนึกพรางหลับตาลงอย่างช้าๆก่อนจะเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเมื่อสัมผัสที่ท้องเหมือนมีบางอย่างขยับอยู่ภาด้านใน ‘ไม่สิไม่เหมือน ตอนนี้ข้ามีเจ้าตัวเล็กที่ไม่รุ้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรมาร่วมเดินทางด้วยนี่น่ะ’


    “แม่จักดูเเลเจ้าให้ดีที่สุดลูกแม่ ไม่ต้อองห่วงแม่จะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไปเด็ดขาด”


     เปลือกตาบางที่ค่อยๆปลือหลับไปเนื่องจากความเพลียอย่างมาใหนการเดินทางอย่างหนักอีกทั้งการต่อสู้และการนั่งรถม้าซิ่งอีกทำให้ร่างกาายเธอนั้นรู้สึกล้าเป็นอย่างมากก่อนที่สติของเธอนั้นจะค่อยดับวูบไป ร่างบางนั้นหลับไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบก่อนที่เธอนั้นจะพึ่งสะดุ้งตื่นเมื่อแรงดึงสัมผัสที่บริเวณบาดแผลที่เธออาผ้าพันห้ามแผลเอาไว้และเมื่อเธอลืมตาขึ้นก็พบกับเจ้าเฟิงอวิ๋นนั้นกำลังใช้จงอยปากจิกและดึงเพื่อเอาผ้าที่พันแผลออกโดยที่ข้างตัวของมันนั้นสมุนไพรสำหรับสมานแผลและห้ามเลือดวางอยู่


     “สมกับที่พี่ชายข้าบรรยายคุณสมบัติเจ้าจริงเฟิงอวิ๋น ขอบใจมากสำหรับสมุนไพรน่ะ เจ้านอนพักเถอะดึกมากแล้ว”เธอเอ่ยขึ้นแล้วยืนมือไปรับสมุนไพรจากเจ้าเฟิงอวิ๋งที่คาบขึ้นมาให้ก่อนที่มันนั้นจะโผบินออกจากถ้ำไปเกาะกิ่งไม้บริเวณนั้นเป็นที่อาศัยหลับนอน ส่วนตัวจางฝูนั้นเมื่อไปสมุนไพรมาก็จัดารเอามาบดก่อนจะโปะทาลงไปที่บริเวณแผลก่อนที่เธอจะเอาผ้ามาพันปิดไว้เช่นเดิมก่อนจะขยับตัวลงไปนอนต่อเพ่อเตรียมเดินทางต่อในวันรุ่งพรุ่งนี้


@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ตัวเบาขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x3
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x32
x3
x24
x160
x3
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x5
x177
x800
x2
x23
x80
x48
x50
x581
x196
x3
x9
x6
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x185
x90
x30
x240
x3
x39
x600
x399
x95
x9
x400
x1200
x75
x8
x27
x594
x5
x100
x1213
x2
x158
x197
x4
x585
x39
x3
x20
x54
x30
x4
x250
x19
x566
x32
x56
x198
x100
x800
x6
x324
x727
x196
x16
x200
x35
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x96
x5
x5
x31
x398
x74
x1
x11
x1676
x1
x2
x1705
x2475
x39
x1523
x4
x6
x10
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x41
x5
x741
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270
x142
x275
x590
x44
x111
x532
x1008
x1
x23
x632
x5
x468
x162
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x830
x500
x4
x2
x768
x902
x450
x165
x9999
x1905
x500
x325
x34
x26
x17
x69
x22
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x67
x1
x9
x153
x263
x710
x5450
x123
x11
x260
x446
x143
x2700
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x632
x2114
x880
x108
x230
x107
x11
x133
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x192
x263
x500
x2
x51
x711
x9
x158
x200
x6662
x702
x310
x8
x59
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x32
x15
x678
x8
x1439
x9
x1748
x318
x958
x1174
x1090
x1030
x667
x213
x134
x207
x745
x1634
x807
x92
x154
x179
x906
x608
x120
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1263
x680
x195
x2122
x2318
x581
x40
x1018
x682
x23
x280
x1245
x154
x248
x1444
x8160
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1
โพสต์ 2019-3-1 17:16:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
โพสต์ 2019-3-1 19:00:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 2 : อินเดอะดรีมเฮ้าส์ !! บ้านในฝันของฉันเอง}
{ตอนที่ 70 : เดินทางกลับบ้าน : หนาวอ่ะ..หนาวเนอะ?}

        เข้าสู่ศักราชใหม่กันแล้ว นั้นคือการเป็นบาร์บี้อินเดอะดรีมเฮ้าส์...ไม่ใช่ๆ ต้องเรียกว่าเป่าหลิงอินเดอะดรีมเฮ้าส์เพราะว่าเป็นเป่าหลิงยังไงล่ะ เลยต้องเป็นบ้านในฝัน เอาเถอะ แกจะเอาอะไรมากสำหรับคนที่มีแม่เป็นชาวตะวันตก...ใช่ๆ แค่นี้ก็อธิบายได้แล้ว ทำไมผิวเป่าหลิงแม่มขาวมาก...มากๆด้วยนะ….เอาเถอะ.. เพราะว่าไม่ชอบแสงแดด เป่าหลิงเลยต้องใส่เสื้อคลุมหรือว่าฮู๊ดไว้ตลอดเวลา

        แถมยังเป็นเสื้อคลุมหรือว่าฮู๊ดแบบสีดำด้วยนะ จะได้เหมาะกับชุดสีม่วงดอกพวงครามของเธอนั้นเอง ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก เป่าหลิงนั้นเดินทางไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ ไม่ว่ายังไงเธอก็จะเหนื่อยๆหน่อยๆนั้นล่ะ ท่าทางแล้วก็จะเหนื่อยก็ช่างมันเถอะ เป่าหลิงนั้นเดินด้วยเท้าไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นเราโรลเดินเท้าไปเรื่อยๆนั้นล่ะ เดี๋ยวพอถึงลั่วหยางค่อยไปลองดูว่าจะสามารถเก็บอะไรได้บ้างหรือปล่าว

        ตอนนี้ไม่ได้ใส่สกิลตาสวรรค์ด้วย หาตีนมาให้เป่าหลิงไม่ได้ล่ะสิ ใช่ๆ …. อีซี่ … เราก็จะไปเรื่อยๆ ส่งผลให้เรานั้นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวต้องเดินทางไปหาเพื่อนของตนเองที่ลั่วหยางด้วย เป่าหลิงนั้นเดินผ่านทางเส้นทางถ้ำที่เคยได้ยินว่ามีเสืออาละวาด แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีเสืออยู่ก็เถอะ แต่เธอก็ได้กลิ่นสาปของอังกอร์สุด..เห่อ..

        พอคิดไปคิดมาแถวๆนี้ก็ใกล้กับสถานที่ตรงนั้นสินะ..อ๊า..คิดถึงจังเลยเนอะ..เอาเถอะ อย่างไรมันก็คือนอกเมืองนั้นล่ะ เพราะฉะนั้นก็จะไม่สนใจอะไรทั้งนั้นล่ะ เป่าหลิงคิดเช่นนั้น ก่อนที่จะเดินทางต่อไปอย่างไม่ได้สนใจอะไร ควรเดินทางให้ไปถึงด่านแต่ละด่านให้ได้โดยเร็วหรือปล่าวกันนะ? ไม่ต้องเร็วมากก็ได้มั้ง?

        “โอ้ย...อากาศมันเริ่มเย็นลงเรื่อยๆเพราะว่าใกล้กลางคืนแล้วอย่างงั้นเราะ” เป่าหลิงนั้นบ่นเหมือนเป็นเชิง เพราะยังไงก็ยังเข้าสู่ควาามหน้าหนาวอยู่นี้หน่า? นั้นสิ หน้าหนาวๆ ก็ยังคงเป็นหน้าหนาวอยู่ เพราะฉะนั้นจะใส่น้อยชิ้นมันก็ต้องดูด้วย แต่เธอก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับน้อยชิ้นมากมายนักหรอกนะ…

        ‘อืม..เข้าเมืองฮองหงไปพักผ่อนหน่อยไหมล่ะน่าจะดีขึ้นนะ?’ ฝ้าเฉี่ยนั้นออกความคิดเห็นเมื่อเป่าหลิงได้ยินก็เงียบไปสักพัก… “เอางั้นก็ได้”




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความโหด โพสต์ 2019-3-1 22:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2020-6-7 02:21:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[เฉือนที่ละชิ้น]

     เป็นอย่างที่จางฝูคิดเธอเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วยามก็มาถึงเขตนอกเมืองฮองหงเเละหญิงสาวก็ยังคงมุงหน้าไปยังถ้ำอันเป็นสถานที่ที่เธอเลือกเอาไว้เป็นที่สำหรับใช้ทรมาณพ่อหนุ่มเจ้าสัวค้าอวัยวะผู้นี้เสียก่อนที่เธอเธอจะตัดหัวมันเอาไว้รับรางวัลที่หุบเขา

     ทันทีที่มาถึงบริเวณถ้ำที่หมายจางฝูก็ลงจากม้าจูงเจ้าหมิงมิ่งเดินเข้าไปยังด้านในของถ้ำก่อนที่เธอจะขนเอาของสัมภาระอื่นๆของเธอไปวางที่ด้านในถ้ำแล้วจึงค่อยแบกเอาห่อเสื่อที่มีร่างของเจ้าสัวชั่วนั้นลงจากหลังม้าและพาเดินเข้าไปยังด้านในของถ้ำซึ่งเมื่อเเน่ใจเเล้วว่าตัวเธอแบกร่างที่สลบไสลไม่ได้สติเข้ามายังด้านในถ้ำได้ลึกพอสมควรแล้วก็จัดการขึงพืดร่างที่ไม่ได้สตินั้นด้วยเชือกป่านเส้นใหญ่ที่ร่างของเจ้าสัวกับเสาหินงอกต้นใหญ่ต้นหนึ่งเอาไว้

      อุปกรณ์ในการทรมาณหรือของที่อาจจะต้องใช้ต่างๆของเธอถูกวางกองเอาไว้ที่ก้อนหินขนาดกลางพร้อมกับร่างบางของจางฝูที่ทรุดตัวลงนั่งหลับตากอดอกรอจนกว่าอีกฝ่ายนั้นจะฟื้นสติกลับมา ส่วนข้าวของที่วางทิ้งไว้ด้านนอกถ้ำให้อยู่ในการดุและของเจ้าเหยี่ยวสีเทาและเจ้าไฮ่หู่ที่เธอให้มันแอบตามมาลับๆเฝ้าดูข้าวของของเธอที่วางเอาไว้รวมถึงหอยของซิงเถียนด้วยเพราะสิ่งที่เธอจะทำต่อจากนี้ให้เสียงโวยวายดังไปเข้าหูเจ้าตัวเล็กของเธอที่นอนแอบอยู่ให้หอยสังข์นั้นก็คงไม่ดีเท่าไหร่

    “อะ..อื้ออ..”

     หลังจากที่เวลาพ้นผ่านไปกว่าชั่วยามในที่สุดร่างเปลือยเปล่าของเจ้าสัวหนุ่มที่โดนขึงพืดไว้ก็ก็ได้สติกลับมา และสิ่งแรกที่ชายหนุ่มผู้นั้นเห็นก็คือร่างของหญิงสาวรู้ร่างหน้าตางดงามโฉมสะคราญผู้หนึ่งในอาภรณ์สีเขียวอ่อนนั่งไขว้ขากอดอกหลับตาด้วยท่าที่สงบอยู่ที่บริเวณก้อนหินฝั่งตรงข้ามจนเมื่อนางเหมือนจะได้ยินเสียงของเขาก็ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นมามองอย่างช้าๆ ทำเอาชายหนุ่มที่ถูกล่ามไว้นั้นหัวใจแท้หยุดเต้มเมื่อแววตานางกลับดูเยียบเย็นและเหี้ยมโหดขัดกับรู้ร่างหน้าตาของนางยิ่ง

   “ตื่นได้ สักทีนะ ข้ารอจนเบื่อจะเเย่”จางฝูที่นั่งอยู่ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและเดินย่างสามขุมมายืนเผชิญหน้ามองกับเป้าหมายของเธอตรงๆ ส่วนในท่อนล่างที่มันดตงเตงอยู่ก็ปล่อยมันไปเพราะอย่างมันก็เเค่หนอนไม้ไผ่ แต่ถ้ามันกล้าเงยหน้าขึ้นมาผงกหัวทักทายเธอเมื่อใดแม่จะตัดทิ้งให้

      “จะ...เจ้าเป็นใคร เจ้าจับข้ามาทำไมไม่รู้หรือว่าข้าเป็นใคร ข้าน่ะ…”

     “เจ้าสัวค้าอวัยวะสันดานต่ำที่มักเล่นสนุกกับเหยื่อของตัวเองก่อนแล้วก็ตัดชิ้นส่วนเอาไปขาย เชื่อเถอะว่าข้ารู้จักวีรกรรมเจ้าเยอะ”จางฝูเอ่ยขัดแทรกขึ้นมาแล้วหยิบล้วงเอามีดสั้นออกมาจ่อลูบไล้ไปตามใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเจ้าสัวนั้นช้าๆ

   “ดะ...เดี๋ยว หากว่าเจ้ากลับใจปล่อยข้าไป ข้าสัญญาไม่ว่าจะเงินทองเท่าใดข้ายินดีมอบให้และไม่ให้เอาเรื่องเจ้า” เจ้าสัวหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว ดวงตาสีดำขลับของชายมองสั่นไหวทุกครั้งยามเมื่อมองไปยังปลายคมมีดที่ปาดไล้เบาๆไปตามใบหน้าของตัวอย่างขลาดกลัว เพราะหลังจากที่ชายหนุ่มได้ยินเสียงของสตรีเบื้องหน้าก็พอจะจำได้อย่างดีว่ามันเป็นเสียงของสตรีสวมหน้ากากยักษ์สีแดงที่บุกเข้าห้องในโรงเตี้ยมของตัวเองมานั้นเอง

     “ข้ามิต้องการเงินทองสกปรกของเจ้า!”

     ฉึก!

     “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”
     เสียงร้องลั่นของเจ้าสัวหวังดังลั่นถ้ำเมื่อคมมีดสีเงินเงาในมือของจางฝูเสียบปักลงไปเหนือเนื้อช่วงบ่าของชายหนุ่มลงไปเสียเกือบมิดด้ามเเละหญิงสาวก็ปล่อยมือออกปล่อยให้มีเสียบคาทิ้งเอาไว้เช่นนั้นไม่คิดจะดึงออก

    “เจ้าชอบเล่นสนุกกับเหยื่อสินะ อืมๆ ข้ามีความคิดดีๆอยู่อย่าง”จางฝูกล่าวออกมาแล้วผละตัวถอยออกจากร่างที่ถูกตรึงอยู่แล้วหมุนตัวเดินกลับไปยังกองสัมภาระของตัวเองล้วงหยิบเอาห่อผ้าที่ถูม้วนเอาไว้เป็นทรงกระบอกขึ้นมาถือเอาไว้ก่อนจะคลี่มันออกเผยให้เป็นมีดสั้นหลายสิบอันนอนเรียงรายกินอยู่ “ตอนแรกข้าคิดว่าจะค่อยๆให้เจ้าตายช้าๆ เเต่ตอนนี้ข้าขี้เกียจเสียแล้วจะเร่งให้มันเร็วขึ้นหน่อยแล้วกัน”

     ฉึก!!!
     ฮึก...อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

     ………………………………

     ผ่านไปหลายชั่วยามจากท้องฟ้ายามช่วงบ่ายของวันล้วงเลยไปจนถึงยามราตรีเสียงร้องอย่างทรมาณของเจ้าสัวนั้นก็ยังคงไม่เงียบหายไป แม้ว่าคอจะตะเบ็งร้องออกมาอย่างยาวนั้นจนเสียงแทบแหบแห้งแต่ทุกครั้งที่มีดสั้นแล้วสีเงินรวงในมือของสตรีเบื้องหน้าค่อยเสือกแทงเข้ามาในร่างของตนอย่างช้าๆนั้นมันช่างทรมาณและแสนเจ็บปวดเกินกว่าที่ตัวเขาที่ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมาตลอดจะทนได้และร้องระบายความเจ็บปวดออกมาอย่างมิอาจกลั้นอยู่ แม้ว่าครั้งที่เขาสลบไปหญิงสาวก็จะสาดน้ำเรียกให้เขาตื่นขึ้นมารับความเจ็บปวดนั้นอยู่ทุกครา

     ร่างที่ถูกตรึงเอาไว้กับหินงอกก้อนใหญ่หอบๆหายใจอย่างลำบาก ร่างกายยามนี้ชุมโชกไปด้วยเลือดโดยมีมีดสั้นหลายสิบเล่มเสียบคาเอาไว้ตามจุดต่างๆในร่างกายเเต่กลับไม่มีจุดใดอันตรายพอจะฆ่าชายหนุ่มให้ตายได้เลยสักที่ แต่ก็สร้างความเจ็บปวดทรมาณให้กับร่างนั้นได้อย่างมากโข  ใบหน้าของจางฝูยามค่อยเสือกใบมีดเเทงอย่างๆช้าเข้าสู่ร่างนั้นยังคงเรียบเฉยและยิ่งเรียบเฉยราวกลายเป็นไร้อารมณ์ขึ้นเรื่อยๆโดยที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้

     “แฮ่ก แฮ่ก ฆ่า..ฆ่าข้าเลยสิ แฮ่ก อึก อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!”เสียงแหบพราของเจ้าสัวผู้นั้นกล่าวออกมาแต่มันไม่ได้ช่วยให้มีดอีกเล่มในมือของจางฝูนั้นหยุดชะงักเลยแม้แต่น้อยก่อนที่มีเล่นสุดท้ายจะเสียบปักลงไปอย่างช้าๆให้คมมีดค่อยตัดเฉือนผ่านเนื้อไปเข้าไปในร่างจนสุดโคนมีด

     “ตายหรือ” จางฝูกล่าวริมสีปากก็พลันกระกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “เรื่องตายอย่างไรเจ้าก็ตายอยู่แล้ว แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้”

      ร่างบางหันหลังเดินกลับไปหยิบดาบกราดิอุสที่ติดมือมาเดินกลับมาหาาร่างที่ยามนี้ไม่ต่างจากหมอนปักเข็มที่ขยาดขึ้นมาเป็นมีดเท่าใดนัก ปลายดายกราดิอุสยกขึ้นไล้ไปตามร่างกายส่วนที่ยังเว้นว่างจากคมมีดอยู่อย่างช้าๆก่อนจะไล่ลงมาหยุดอยู่ที่บริเวณส่วนเหี่ยวๆที่ยื่นยานออกมาจากร่างกาย “ปกติแล้วค้าอวัยวะก็จะต้องตัดชิ้นส่วนของร่างกายออกไปขายสินะ”

    “มะ...ไม่”

    หึหึหึ

    ฉั๊วะ!!!
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!
    เสียงกรีดร้องที่ดังเสียยิ่งกว่าครั้งก่อนๆดังขึ้นเมื่อคมดาบกราดิอุสตวัดตัดของรักของหวงของเล่าบุรุษขาดกระเด็นร่วงตกลงไปยังพื้นตามด้วยสายโลหิตจำนวนมากที่พุ่งสาดกระจายเปรอะไปทั่วทั้งบริเวณ ไม่เว้นเเม้เเต่อาภรณ์สีเขียวอ่อนของจางฝูยามนี้ก็ชุ่มโชกไปด้วยหยาดโลหิตที่ทะลักออกมา
     “จุ๊ๆ ชู่วว เบาสิทั้งกลิ่นเลือดเสียงร้องเช่นนี้ไม่กลัวพวกสัตว์ป่ามุ่งหน้ามาหารึไร”

     “ฮึก….อ่ะ...อ่าาาาา”

     “ช่างเสียงดังน่ารำคาญจริงๆ”จางฝูกล่าวพึมพัมออกมาเมื่อเห็นว่าร่างที่ถูกขึงอยู่นั้นยังไม่มีวี่แววจะเงียบสักทีคงต้องหาอะไรอุดปากหรือจะตัดปัญหาให้มันเงียบๆโดยการตัดหัวให้มันจบๆไปเลยดี อย่างไรเสียเธอก็รู้สึกเบื่อเกินที่จะทรมาณมันแล้ว

      “รำคาญก็ฆ่าข้าสิ ฆ่าเลยย”

      “อยากตายรึ”จางฝูเลิ่กคิ้วมองและยกยิ้มออกมา “ยังก่อน ยังเร็วไป”

      จางฝูหยิบเอาผ้าเก่าๆชิ้นหนึ่งออกมาพันทบๆกันเป็นก้อนกลมๆยัดใส่ปากของคนล่อแล่เพื่อเป็นที่กันเสียงน่ารำคาญไม่ให้หลุดร้องดังไปกว่านี้ เพราะตอนนี้ก็น่าจะดึกมากแล้วเจ้าตัวเล็กของเธอในหอยสังข์คงหลับไปแล้วจะให้เสียงดังเกินไปก้กลัวเจ้าตัวเล็กจะสะดุ้งตื่นนอนไม่หลับ เด็กๆยังต้องนอนพักผ่อนเยอะๆจึงจะดีกับร่างกาย

     “อื้ออออ อึ อือออ”

     เมื่อเเน่ใจแล้วว่าเสียงร้องน่าจะเบาลงแล้วจางฝูก็เริ่มลงมือทรมาณขั้นต่อไป เริ่มจากนิ้วมือทั้งสิบที่ค่อยๆถูกเฉือนตัดเอาไปที่ละนิ้วๆ ตามด้วยนิ้วเท้า ข้อเท้า ขาทั้งสอง แขนทั้งสองและปิดท้ายด้วยศีรษะที่เธอต้องตัดเอาไปขึ้นเงิน

      กว่าที่จางฝูจะทำเรื่องบันเทิงหรือเล่นฆ่าเวลาเสร็จก็ปาเข้าไปจนเกือบรุ่งสางของวันใหม่ หัวที่มีเลือดสดๆยังไหลอยู่กลิ้งตกอยู่บนพื้นก่อนจะถูกจางฝูหยิบเอาใส่ไหดองเกลือก่อนจะเดินไปเก็บข้าวของของตัวเองเดินออกไปจากถ้ำหาแหล่งน้ำใกล้ๆให้การล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อย ส่วนชิ้นส่วนที่เด็ดๆตัดๆมาก็ให้เจ้าไฮ่หู่ลากเอาไปทิ้งในป่ารอให้พวกสัตว์ตัวอื่นๆมาแทะกินไป




@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --30 คุณธรรม +25 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2020-6-7 08:32
คุณได้รับ +50 ความชั่ว โพสต์ 2020-6-7 08:31
คุณได้รับ +20 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2020-6-7 08:31

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -48 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ตัวเบาขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x2
x100
x3
x8
x30
x5
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1