ดู: 1442|ตอบกลับ: 25

{ เส้นทางสายไหม } ทะเลทรายนาดิมา

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-27 20:37:16 |โหมดอ่าน

ทะเลทรายนาดิมา


[ เส้นทางสายไหม ]


【 ทะเลทรายนาดิมา 】

ไม่นานมานี้เกิดเรื่องประหลาดกับเส้นทางของทะเลทรายแห่งนี้ 
หลายคนเล่าขานมามันเกิดอาเพศอะไรบางอย่าง 
เพราะว่าเส้นทางแห่งนี้ เป็นเส้นทางสำหรับนักเดินทางจากแคว้นชิวซื่อ 
เพื่อตรงไปยังต้าหว่าน เป็นเส้นทางที่ยาวไกล 
ทั้งเป็นลักษณะของเนินทรายที่ไม่สิ้นสุด 

แต่ทว่า ณ ตอนนี้กลับเป็นได้แค่เพียง 
เนินทรายที่มีแต่หิมะหนาคลุมตกเต็มไปหมด 
หากผ่านตรงนี้จำต้องมีการเตรียมเครื่องกันความหนาวให้ดี... 
มันเป็นเฉพาะจุดตรงทะเลทรายตรงนี้เท่านั้น ราวกับเวทมนต์......


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-27 22:41:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 20:27


Story 168



ขบวนเดินทางของหยุนฟ่านออกเดินทางมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งรอบสองข้างทางที่รถขบวนเคลื่นผ่านนั้นก็ยังคงเปิดทะเลทรายอยู่เช่นเดิม ซึ่งเรียกได้ว่ามันเป็นทิวทัศน์ที่จางฝูเห็นจนเริ่มรู้สึกเอียนหน่อยๆแล้วแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลของหยิงสาวมองลอดผ่านช่องหน้าต่างของรถม้าด้วยแววตาขุ่นเจือไปด้วยความหงุดหงิด หลังจากที่เธอถูกชายหนุ่นนั้นจับลากแล้วโยนให้ขึ้นมานั่งบนม้า อีกทั้งยังไม่ยอมพูดหรือธิบายอะไรกับเธอเลยแบบนี้มันยิ่งทำให้ความหงุดหงินในใจของเธอนั้นยิ่งเพิ่มสะสมขึ้นมาอีก

“ขอโทษที่ลากขึ้นรถมาแบบนี้” หยุนฟ่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เขานั่งมองหน้าหญิงสาวที่เอาแต่นั่งเงียบขมวดคิ้วมองออกไปนอกหน้าต่างมาสักพักแล้วและคิ้วเรียวนั้นก็ดูเหมือนว่ามันจะยิ่งขมวดเข้าหากันเลรื่อยๆเสียด้วย เขาจึงรู้ได้ว่าเผลอทำอะไรที่หญิงสาวตรงหน้าไม่พอใจไปเสียแล้ว

“พึ่งคิดได้รึยังไง ว่าต้องขอโทษ”จางฝูพูดแล้วเหลือบมองผ่านหางตาก่อนจะเบนดวงตาคู่สวยกลับไปมองที่วิวด้านนอกที่มีเเต่ทราย ทราย ทราย และทราย ‘น่าหงุดหงิดจริงๆเลย’
“ข้าไม่ตั้งใจ ตอนนั้นก็ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ข้าขอโทษจริงๆ”หยุนฟ่านเอ่ยพร้อมกับยกมือวางบนเข่าแล้วก้มหัวเป็นการขอโทษต่อหญิงสาวที่ จางฝูที่เห็นการกระทำนั้นก็กระวี้กระวาดก้มตอบชายหนุ่นในทันที แล้วเงยหน้ามองหยุนฟ่านดุๆ

“ดูเจ้าอายุก็มากกว่าข้ายังจะมาก้มหัวให้ข้าอีก แช่งข้าให้อายุสั้นรึไง”

“ข้า ไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น” หยุนฟ่ายเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาโบกหย่อยๆ เป็นการปฏิเสธในสิ่งที่จางฝูเอ่ยแซะขึ้นมา ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกาเบาแล้วเงยหน้ามองจางฝูนิ่งๆ ด้วยท่าทางจริงจังจนจางฝูนั้นต้องขยับตัวขึ้นมานั่งหลังตรงมองชายหนุ่มตอบ

“ข้าขอถามได้ไหมว่า ที่บ้านเจ้าเป็นเช่นไร”

“ข้าไม่รู้หรอก คงถูกเผาไปหมดแล้วมั้ง”จางฝูเอ่ยตอบเสียงเบาแล้วก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่กุมผสานกันไว้บนตัก ภาพในคืนที่ชงหนูบุกพลันย้อนเข้ามาในหัวเธออีกครั้ง ราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันที่จะหนีไปได้ และภาพของแม่เธอที่ถูกลูกธนูของพวกชงหนูนั้นพุ่งมาปักเข้าที่กลางหลัง ในตอนนั้นเธอยังเด็กและกลัวมาก กลัวจนทำอะไรไม่ถูกแม่บอกให้เธอวิ่ง เธอก็วิ่ง วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต

หยุนฟ่านที่เห็นหญิงสาวเงียบก็ยิ่งรู้สึกผิด เห็นที่เขาคงจะถามในเรื่องที่ไม่ควรถามไปเสียแล้ว เรื่องในตอนที่ชงหนูบุกมันน่ากลัว และเขาไม่อยู่ที่นั้น ไม่ได้อยู่ปกป้องคนที่เขารักและเคารพ และกลับมาเมื่อมันสายเกินไป เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างหมดสิ้นไปแล้ว หยยุ่นฟ่านมองจางฝูที่นั่งกุมมือก้มหน้าอยู่อย่างรู้สึกผิดก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปลูบหัวคนตรงข้ามเบาๆ โดยที่เขาก็ไม่เข้าใจการกระทำของเขาเองเช่นกัน

สัมผัสหนักๆบนหัวเรียกให้สติที่คิดเหม่อลอยไปไกลของจางฝูนั้นกับมาก่อนที่เธอจะเงหน้ามองคนที่ลูบหัวเธออยู่นิ่งแต่ก็ไม่ได้ผลักไล่ไสสงมือที่กำลังลูบหัวนั้นออกไปและยินดีที่จะให้มือหนาของหยุนฟ่านลูบหัวเธอไปเรื่อยๆจนกว่าคนลูบจะพอใจ

“ข้าเห็นเจ้ามีผีผา เล่นให้ข้าฟังได้รึไม่” หยุนฟ่านดึงมือที่ลูบหัวอีกคนออกแล้วเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับยิ้มส่งให้น้อยๆ

“ข้าเล่นได้ แต่ไม่ได้หยิบมาเล่นนานแล้ว ถ้าไม่เพาะก็อย่ามาโทษกันละ ให้คนหยุดรถสิจะได้ลงไปเอาผีผา”จางฝูเอ่ยแล้วยกมือขึ้นมากอดอกเล็กน้อย

“เรามาได้ครึ่งทางแล้วอีกไม่นานจะมีหินใหญ่เป็นร่มเราจะไปพักที่นั้น”

“ดูยังไงว่าถึงไหนแล้ว มองไปทางไหนก็มีแต่ทรายๆ”

“กะจากเวลาน่ะ” หยุ่นฟ่านเอ่ยแล้วยิ้มภูมิใจออกมาจนจางฝูนั้นหรี่ตามมองท่าทางของอีกคนอย่างหมั่นไส้ ‘ใช่สิพ่อคนเดินทางบ่อย เดินทางในทะเลทรายของเจ้าคงเหมือนเดินอยู่ในสวนหลังบ้านสินะ’

“ไปถึงที่นั้นค่อยเล่นให้ข้าฟังนะ”

“รู้แล้วน่า”




รถขบวนยังคงเคลื่อนเดินทางกันต่อไปเรื่อยๆบนเนินทรายและก็เป็นอย่างที่หยุนฟ่านพูดจริง เพียงไม่นานหลังจากที่เธอกับเขาคุยกัน ขบวนรถก็มาหยุดพักกันที่โขดหินขนาดให้ที่ตั้งเอียงทให้เงาของหินเมื่อต้องแสงเเดดในยามนี้ ทอดยาวลงมาจนกลายเป็นเพิงกันแดดธรรมาชาติให้พวกเขาและเธอที่ได้หยุดพักผ่อนกินข้าวกินน้ำและพักร้อนกัน จางฝูเมื่อก้าวลงมาจากรถม้าก็รีบเดินตรงดิ่งไปหาเฟยเทียนแล้วตรวจดูว่าเจ้าช้างเผือกของเธอนั้นเปิดเช่นไรบ้าง และพวกแสบที่อยู่หลังรถเทียบยังสบายดีอยู่ไหมโดยที่มีลูกน้องของหยุนฟ่านนั้นเดินมาช่วยเธอดูแลพวกสัตว์เลี้ยงของเธอตามคำสั่งหยุนฟ่านอีกแรง

“รบกวนท่านด้วยนะเจ้าคะ”

“มิได้ขอรับ คุณชายเป็นคนสั่งมาข้าก็ยินดีทำให้ ท่านหญิงไปพักผ่อนเถอะขอรับ” ชายคนนั้นเอ่ยก่อนจะช่วยยกถังใส่น้ำนั่นค่อนตักราดบนตัวเจ้ามีมี่เพื่อไม่ให้มันรู้สึกร้อนจากอากาศที่แสนทรมานกลางทะเลทราย

จางฝูยิ้มตอบเป็นการขอบคุณก่อนจะเอื้อมไปหยิบเอาผีผาที่เธอเก็บไว้บนรถลากมาอุ้มแล้วเดินหลบเข้าร่มตรงไปนั่งที่ข้างหยุนฟ่านที่กำลังนั่งดื่มน้ำจากถุงหนังสัตว์อยู่ก่อนที่เขาจะยื่นส่งมาให้เธอดื่มต่อ ซึ่งเธอก็รับมาดื่มต่ออย่างไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะหากมัวแต่คิดเล็กคิดน้อยอยู่กลางทะเลทรายเช่นนี้คงเป็นการหาเรื่องตายเสียมากกว่า

หลังดื่มน้ำดับกระหายเป็นที่เรียบร้อยจางฝูก็ส่งถุงน้ำนั้นคืนแก่หยุนฟ่านก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งบนก้อนหินเล็กฝั่งตรงข้ามแล้วตั้งผีผาขึ้นมาลองไล่เสียงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะขยับนิ้วไล่ดีดไปตามเส้นสายบนผีผาเกิดเป็นเสียงก้องกังวาลด้วยทำนองอ่อนหวานและอ่อนโยนเพื่อขับกล่อมและปลอบประโลมเหล่าคนที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย อีกทั้งยังเป็นบทเพลงที่แม่ของเธอมักจะเล่นให้เธอฟังทุกครั้งเมื่อยามที่พ่อของเธอกลับมาจากเดินทาง และยังเป็นบทเเพลงแรกที่แม่เป็นผู้สอนเธอเล่นอีกด้วย

หยุนฟ่านที่นั่งฟังเสียงผีผาหลับตาลงอย่างช้า บทเพลงที่เขาเคยได้ยินเมื่อนานมาแล้ว ภาพในอดีตที่เขาลืมเลือนไปลอยผุดขึ้นมาราวสายน้ำไหล ในบัดนี้ตัวเขาเองแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวผู้อยู่เบื้องหน้าเขาเป็นใครแล้วเขาเคยเห็นเธอที่ไหน บทเพลงที่แสนคุ้นเคยแล้วได้ยินได้ฟังทุกครั้งที่เขากับพ่อบุญธรรมกลับมาจากการเดินทางเจรจาค้าขาย ภาพของเด็กสาวตัวน้อยที่นั่งเล่นผีผาที่เขาเคยได้เห็นเมื่อตอนยังเด็ก เด็กสาวตัวเล็กกับผีผาที่ขนาดพ่อกับความสูงเธอดูแล้วช่างเงอะงะ แต่เด็กสาวก็สามารถที่จะดีดเล่นผีผาอันนั้นได้อย่างคล่องแคล่วไม่แพ้ผู้ใหญ่ บัดนี้ร่างของเธอสาวตัวน้อยนั้นกำลังซ้อนทับอยู่บนร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าเขา เด็กสาวตัวน้องน้องที่เขาสาบานว่าจะตามหาแต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับเป็นเป็นคนที่ลืมเลือนเธอไป และกลับเป็นนางที่เธอกลับมาหาเขาโดยที่เขานั้นเผลอลืมนางไป

เสียงตัวโน๊ตตัวสุดท้ายที่หยุดลงพร้อมกับหยาดน้ำตาของชายหนุ่มที่เอ่อไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับร่างสูงของหยุนฟ่านที่โผเข้ากอดร่างเล็กที่นั่งกอดผีผาอยู่อย่างตื่นตกใจในการกระทำของชายหนุ่มแน่น โดยที่ไม่สนว่ารอบตัวเบาและเธอนั้นมีสายตาของลูกน้องหรือผู้ตามเกือบสิบชีวิตกำลังจ้องมองอยู่อย่างตกใจไม่แพ้หญิงสาว
“นี่ ทำอะไรเนี่ย เจ้าบ้าไปรึ...ไง” จางฝูเอ่ยร้องขึ้นมาอย่างตกใจท่จู่ก็โดนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามพุ่งมาก่อนพร้อมกับเสียงสั่นเครือที่กระซิบเบาๆอยู่ข้างหูทำเอาเธอถึงกับนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
“ในที่สุดก็หาเจ้าเจอ ดอกบัวน้อยของพี่”

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -34 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 -34 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดสายลับ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
หน้ากากยักษ์เขาเงิน
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x20
x5
x1
x1
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x100
x3
x8
x30
x6
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x3
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x47
x13
x24
x160
x2
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x10
x177
x800
x2
x23
x80
x40
x50
x580
x196
x3
x9
x7
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x180
x90
x30
x240
x3
x36
x600
x399
x90
x9
x400
x1200
x75
x8
x27
x594
x5
x100
x1213
x2
x156
x197
x4
x583
x38
x3
x20
x54
x28
x4
x250
x19
x540
x32
x56
x190
x100
x800
x6
x320
x727
x190
x16
x200
x30
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x96
x5
x5
x30
x390
x74
x1
x13
x1676
x1
x2
x1995
x2565
x3
x1523
x4
x6
x10
x90
x2
x120
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x9
x136
x290
x130
x1
x30
x30
x2
x40
x5
x751
x460
x1500
x132
x218
x481
x340
x320
x510
x270
x140
x275
x606
x46
x111
x532
x1020
x1
x23
x638
x5
x486
x162
x366
x293
x520
x1456
x127
x67
x834
x510
x4
x2
x804
x922
x450
x165
x9999
x1905
x500
x325
x23
x26
x17
x69
x22
x359
x1032
x7
x1864
x810
x340
x1
x4
x66
x1
x9
x153
x262
x710
x5450
x123
x11
x282
x446
x143
x2700
x8
x527
x630
x500
x37
x1
x3
x430
x5
x40
x141
x2
x1500
x632
x2204
x880
x108
x230
x100
x12
x141
x282
x7
x42
x3
x2
x7
x159
x5
x10
x15
x4
x192
x263
x500
x2
x51
x717
x10
x158
x200
x6662
x702
x310
x8
x58
x2
x2
x1406
x2072
x690
x648
x219
x192
x284
x279
x4
x30
x15
x678
x8
x1439
x9
x1748
x318
x1008
x1174
x1104
x1030
x667
x221
x134
x213
x745
x1634
x807
x92
x153
x179
x906
x608
x145
x161
x6
x312
x287
x619
x460
x1290
x680
x194
x2122
x2318
x587
x40
x1018
x698
x23
x280
x1245
x154
x248
x1444
x8160
x1960
x1490
x35
x31
x41
x81
x697
x1
โพสต์ 2018-4-5 02:24:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2020-5-20 20:46


    “แน่ใจว่าจะไม่ขึ้นมานั่งบนช้างด้วยกันน่ะ” เสียงหวานของจางฝูเอ่ยขึ้นพร้อมกับดวงตาสีน้ำตาลที่หันไปมองเจี๋ยเฟยที่เดินอยู่บนพื้นทรายเบื้องล่างเคียงคู่ไปกับช้างสีเผือกของจางฝู หลังจากที่ออกจากโอเอซิสพวกเธอก็เร่งออกเดินททางต่อเพื่ให้ถึงโหรวหรานซึ่งเป้นแคว้นจุดหมายที่เธอจะไปพักค้างคืนแล้วจึงค่อยออกเดินทางต่อในตอนเช้า ซึ่งเวลานี้นั้นก็ปาไปจนเกือบๆเที่ยงวันแล้วและพวกเธอก็เดินทางมาได้ราวๆครึ่งหนึ่งของเส้นทางแล้ว


     “ข้าเดินแหละดีแล้ว ไม่เป็นไรหรอก  แล้วเราจะไปที่โหรวหรานกันใช่ไหม ข้าไม่เคยไปมาก่อนเลย” เจี๋ยเฟยเงยหน้าขึ้นเอ่ยตอบร่างบางที่นั่งอยู่บนช้าง ซึ่งคำตอบนั้นทำเอาจางฝูต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจกัยชายผู้นี้


    “เจ้าเดินมาถึงนี้ไม่เจอเมืองงเลยรึไร”


    “ไม่เจอเลย ข้าถึงไม่มีเสบียงไง”


     “เจ้าเนี่ยมันจริงๆเลยเจี๋ยเฟย ข้าสงสัยจริงๆว่าเจ้าเดินทางมาตั้งขนาดนี้ได้ยังไง”จางฝูเอ่ยก่อนจะเอนตัวไปท้าวเเขนลงบนหัวเฟยเทียนแล้วเพื่อใช้เป็นที่วางคางมนของเธอเอง ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองไปเบื้องหน้าที่จังคงมีแต่ทรายเป็นทิวทัศน์เดียวในที่แห่งนี้


    “ข้าเอาตัวรอดเฉพาะหน้าเก่ง ถ้าก่อนหน้านี้ก็หาจับปลา ล่าสัตว์เล็กๆในป่ากิน” เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจในการเอาตัวรอดของเขาเองเมื่อครั้งในอดีตให้กับสตรีน้อยร่างบางบนหลังช้างฟัง


    “อ้อ แบบนั้นเอง แต่คงไม่รู้วิธีเอาตัวรอดในทะเทรายใช่ไหมละ ไม่งั้นคงไม่เป็นลมกลิ้งลงเนินทรายไปหรอกจริงไหมละ อิอิอิ” จางฝูหันไปมองเจี๋ยเฟยอย่างล้อๆจนเจี๋ยเฟยถึงกับหุบยิ้มลงไปทันควันก่อนจะชี้ไปที่ด้านหน้าที่มีต้นกระบองเพชรต้นใหญ่ ที่สามารถที่จะให้พักหลบแดดได้


    “ไปพักใต้ต้นกระบองเพชรนะ”


     “อ่าา เข้าใจแล้วขอรับๆ ท่านหญิง”เจี๋ยเฟยเอ่ยแล้วทำท่าค้อมหัวให้เล็กน้อยเหมือนเป็นการกวนประสาทหน่อยๆ


    ร่างของสองคนหนึ่งช้างเดินตรงไปยังกระบองเพชรต้นใหญ่ก่อนที่เจี๋ยเฟยจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆก่อนมามีพวกสัตว์มีพิษอะไรหลบซ่อนอยู่รึไม่แล้วหันไปยิ้มมองจางฝูที่นั่งอยู่บนหลังเฟยเทียนเป็นการบอกกรายๆว่า ตรงนี้ไม่มีตัวอะไรแปลกๆว่อนอยู่ก่อนที่จางฝูจะพลิกตัวกระโดดลงมายืนที่พื้นแล้วเดินไปหลบแดด


     “แล้ววิธีเอาตัวรอดในทะเทลทรายยต้องทำอย่างไรเล่า”เจี๋ยเฟยทรุดตัวลงนั่งที่พื้นทรายแล้วมองจางฝูที่เดินไปด่อมๆมองๆอยูรอบๆต้นกระบองเพชรก่อนที่เธอจะใช้มีดตัดเอาบางอย่างออกมาแล้วโยนให้เจี๋ยเฟย


     “อะไรน่ะ”


      “ผลของต้นกระบองเพชร สามารถกินได้ แต่ต้องปลอกเปลือกออกก่อนแล้วกินด้านในเท่านั้น” จางฝูอธิบายก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแล้วแย่งเอาผลของต้นกระบองเพชรมาถือเเล้วใช้มีดผ่าออก เผยให้เห็นเนื้อสีแดงสดราวเลือดแม้จะดูน่ากลัวไปสักหน่อยแต่รสชาติจัดว่าดีที่เดียว


     “อ่ะ หน้าตามันอาจจะดูน่ากลัวนะแต่ ลองชิมดูรสมันจะหวานๆ อร่อยดี”


     เจี๋ยเฟยพยักหน้าฟังอยย่างตั้งใจก่อนจะยกผลประบองเพชรขึ้นมาดมๆแล้วลองเอามีดที่จางฝูยื่นให้นมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆก่อนจะโยนเข้าปากไป


     “อื้ม อร่อย หวานมาก  ไม่เคยรู้ว่ามันกินได้”


     “ยังมีอีกนะ”จางฝูมองท่าทีตื่นเต้นของอีกคนยิ้มๆก่อนจะลุกเดินไปที่ต้นกระบองเพชรแล้วตัดกิ่งกระบองเพชรออกมา ที่ปลายที่ถูกต้นมีของเหลวสีใสๆ หนืดๆ ดูน่าสะอิดสะเอียนไหลล้นออกมา จางฝุยืนกิ่งกระบองเพชรนั้นให้เจี๋ยเฟย ซึ่งชายหนุ่มก็รับมามองอย่างหนักใจ


    “ถ้าน้ำหมดแล้วขาดน้ำกลางทะเลทรายจริงๆ ก็ทำใจกินไปเสีย ถึงมันจะดุน่าขยะเเขยงแต่มันก็จะทำให้เจ้ายังมีชีวิตรอดต่อไปได้เว้นแต่ว่าเจ้าจะยากตาย เห็นแบบนี้มันเป็นน้ำบริสุทธิ์มากนะ แล้วก็สะอาดมากด้วย”จางฝูยังคงกล่าวต่อไป แล้วล้มตัวลงนั่งมองไปรอบๆก่อนที่สายตาเธอจะเหลือบไปเห็นกลุ่มควันที่น่าจะเดินจากสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เกิดธรรมชาติ กำลังพุ่งตรงมายยังที่ที่เธอและเจี๋ยเฟยกับลังนั่งพักอยู่


   ‘คาราวาน??  ไม่ใช่’


   ชั่ววินาทีที่เธอกำลังครุ่นคิดร่างของอูฐราวสี่ตัวกำลังวิ่งมาทางพวกเธอด้วยความเร็วซึ่งดูแล้วมันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ เสียงในใจของจางฝูพร่ำร้องออกมา ไม่เพียงเธอที่มีท่าทีกังวล ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเธก็มีท่าทีไม่ชอบใจกับสิ่งที่เห็นเช่นกัน มีดที่อยู่ใช้ตัดกิ่งกระบองเพชรถูดเก็บเเอบไว้ในชายแขนเสื้อเพื่อเตรียมไว้เพื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น


    เพียงไม่นานร่างของอูฐสี่ตัสที่มีคนในชุดคลุมเหมือนชาวทะเลทรายนั่งอยู่ก็มาหยุดแล้วล้อมพวกเธอทั้งสองคนเอาไว้ ก่อนที่พวกคนในชุดคลุมจะค่อยๆถอดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นชุดภายด้านในที่เป็นสีม่วงกริบขอบสีน้ำเงิน อีกทั้งบนศรีษะยังมีผ้าสีม่วงประดับลายไหสุราและมีดาบไขว่ทับไว้อีก  โดยทั้งหมดเป็นสายสามคนและสตรีอีกหนึ่งคน ดูแล้วคนพวกนี้คงจะไม่ได้มาดีเท่าไหร่ เเละเธอเองก็ไมรู้จักคนพวกนี้ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า ตัวการของเรื่องคงไม่ใช่ใครนอกจากชายข้างๆตัวเธอนี่เอง  


    “หาแทบพลิกแผ่นดินเลยนะเจ้าตัวแสบ” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเหยียดยิ้มแสยะมองไปทางเจี๋ยเฟย ดูท่าทางแล้วคาดว่าคงจะเป็นตัวหัวหน้าสินะ


    “พวกแกอีกแล้วรึ” เจี๋ยเฟยเอ่ยตอบโต้พร้อมกับยิ้มเหนือยๆออกมา ซึ่งท่าทีที่นั้นทำให้จางฝูที่ยื่นอยู่ข้างถึงกับหรี่ตามองทั้งสองคนที่ตอบโต้กันไปมาอย่างเฝ้าสังเกตุ แม้ภายในใจเธอนั้นจะอยากจะตะโกนออกมาดังๆว่า  ‘นั้นไงโจทย์เก่า หางานให้ข้าจริงๆ เจ้าบ้านนี้มีเรื่องกันก็ไปคุยกันที่อื่น อย่ามายุ่งกับข้า เพียงเเต่เธอไม่พูดออกมานั้นน่าจะดีกว่า’


     “ลูกพี่จับมันเลยเถอะ” ชายอีกคนเอ่ยโพลงขึ้นมาพร้อมกับอีกสองคนที่เหลือก้าวเดินล้อมวงประชิดเข้ามา จางฝูหันไปมองอีกสองคนข้างหลังที่เป็นหนึ่งชายหนึ่งหญิงอย่างระเเวดระวัง ในหัวคิดหาวิธีที่จะให้เอาตัวรอดเป็นพัลวัน จะให้มีมี่ลงมาสู้ก็ไม่ได้ที่นี่เป็นทะเลทรายไม่ใช่น้ำ คงมีแต่จะเสียเปรียบ ส่วนเจ้าสามแสบก็ทำได้เพียงก่อกวน เฟยเทียนเองก็ต้องใช้เดินทางจะให้บาดเจ็บไม่ได้ เช่นนั้นก็คงมีแต่เธอและเจี๋ยเฟยเท่านั้น อีกอย่างถ้าเจี๋ยเฟยรู้จักคนพวกนี้ก็น่าจะแสดงว่าเขาเองก็มีฝีมืออยู่แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ได้ในเมื่อพวกมันนั้นเป็นต่อเรื่องจำนวณคน


    “เจ้าจะยอมคัดลอกคัมภีร์เก้าอิมให้ข้าดีๆ หรือไม่ คิดว่าฝีมือเพียงส่วนเดียวของเจ้าจะชนะข้าได้เหรอ”ชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าเอ่ยพรางยกมือขึ้นปรามลูกน้องตัวเองเล็กน้อยก่อนจะสาวเท้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าเจี๋ยเฟยตรงๆ


    “ให้ข้าตายก็ไม่มีวันทรยศอาจารย์ อย่าคิดหวัง!!” เจี๋ยเฟประกาศกร้าวออกมา สายตาที่มองไปยังศัตรูเบื้องหน้าดูท้าทายและเกรี้ยวกราด อย่างที่จางฝูเองก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นชายท่าทางบื้อจอมหลงทางคนนี้ ก่อนที่สายตานั้นจะดูอ่อนลงเมื่อเลือนมองมาทางเธอ


     “แม่นางจางข้าต้องขออภัยด้วยที่ต้องพาแม่นางมาเดือดร้อน”


      “เหอะ มีแต่เรื่องวุ่นวาย ข้าชินแล้ว ทั้งคนทั้งผี” จางฝูเอ่ยเสียงเบาในประโยคท้าก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้ไปใกล้ๆเจี๋ยเฟยเมื่อชายอีกคนที่อยู่ทางด้านซ้ายของเธอเดินก้าวเข้ามาใกล้ๆ


   “หญิงสาวคนนี้ดูดีนี่ เอานี่ถ้าเจ้ายอมคัดลอกคัมภีร์เก้าอิมที่เจ้าได้เรียนจากอาจารย์เจ้าข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่ถ้าไม่ล่ะก็คนรักของเจ้าไม่รู้จะต้องเจออะไรนะ”
    ชายคนนั้นเอ่ยแล้วใช้สายตาไล่โลมเลียไปตามร่างกายของจางฝู ซึ่งเจี๋ยเฟยเมื่อได้ยินก็ยื่นแขนออกมากันขว้างตัวจางฝูเอาไว้แล้วมองไปทางชายคนนั้นอย่างเอาเรื่อง


   “ดูพวกนี้สิ หิวโซมาแรมปีแล้วไม่ได้แตะผู้หญิงมานาน” หญิงสาวที่ยืนเงียบมานานเอ่ยยพรางแสยะยิ้มมองมาทางเธอด้วยสายตาราวกับว่าเธอไปฆ่าพ่อฆ่าแม่นางมาก็มิปาน


    “หึ พูดเช่นนั้น เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงเรอะ รึว่าคนอื่นเขารู้ไส้พุงเจ้าหมดแล้ว  จึงไม่เอา” เธอเองก็มีปากเรื่องอะไรที่จะรอให้คนอื่นมาค่อยยพ่นคำใส่เธอคนเดียวละ อีกอย่างไอ้สายตาที่มองเธอแบบนั้นมันดันไปสะกิดเอาต่อมกวประสาทในตัวเธอขึ้นมาเสียอีก


   “นังนี่!!”


“ลูกพี่ลงมือเลยเถอะ”


  “ใช่ๆ ลูกพี่ข้าเห็นด้วย ข้าขอจัดการแม่นางนี่เองนะ แผล่บๆ”


    เสียงของเหล่าลูกน้องเอ่ยยขึ้นมาพร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาหาพวกเธออย่างรวดเร็วโดยที่เจี๋ยเฟยยนั้นเป็นคนค่อยรับมือตัวหหัวหน้ากับลูกน้องอีกคนส่วนทางตัวเธอต้องรับมือกับหนึ่งหญิงที่จ้องเธอมาอย่างอาฆาตและอีกหนึ่งชายที่จ้องเธอมาอย่างกับจะกลืนเธอลงไปทั้งตัว ‘น่าขยะเเขยง’


    “เจ้าอยากได้นางใช่ไหม แต่ขอข้าตบสั่งสอนก่อนแล้วกัน” หญิงสาวชุดม่วงเอ่ยยก่อนที่จะพุ่งตัวเข้ามาหางเธอพร้อมวาดมือง้างเตรียมจะตบลงมาซึ่งมีหรอที่เธอจะยอมให้โดนกระทำ ร่างบางของจางฝูก้มหลบฝ่ามือนั้นอย่างฉิวเฉียดก่อนจะย่อตัวลงเตะกวาดเข้าที่ข้าเท้าของหญิงสาวอย่างแรงจนร่างล้มลงก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองชายยหนุ่มคู่มือของเธออีกคนที่พุ่งมาก่อนที่เธอจะวาดขาเตะไปที่ข้างตัวแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่เธอหวังเท่าไหร่


   หมับ!!

   ขาของเธอชายคนนั้นจับไว้แน่นแม้เธอจะออกแรงดึงก็ไม่มีท่าทีว่าชายคนนั้นจะปล่อย ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ตามองชายหน้าหื่นตรงหน้าก่อนจะดีดขาโดดหมุนตัวใช้ขาอีกข้างที่ว่างอยู่เตะฟาดเข้าไปที่ก้านคอของชายชดม่วงนั้นอย่างแรงจนร่างนั้นสลบไป เสียงต่อสู้ทางเจี๋ยเฟยเรียกให้จางฝูหันไปมองแต่ยังไม่ทันที่เธอจะไดด้ก้าวขาออกไปไหน เส้นผมสีดำยาวที่เธอปล่อยสยายไว้ก็ถือมือของสตรีชุดม่วงที่เธอเตะล้มไปเมื่อกี้คว้าเอาไว้แล้วออกเเรงกระชากอย่างแรงจนเธอเกือบล้ม


    ‘โดนกระชากผมอีกแล้วเรอะ’


    “เสร็จข้าละ นังผู้หญิงปากดี” สาวชุดม่วงเอ่ยพรางแสะยิ้มในมือของเธอกำลังรวบรวมปราณเพื่อที่จะใช้ซัดใส่เธอ จางฝูที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบในสายตาของสาวชุดม่วงเหยียดยิ้มหวานออกมา รอยยิ้มหวานเหมือนกับที่เคยปรากฏเมื่อตอนอยู่ที่สุสานฮองหง รอยยิ้มของจางฝูทำเอาสาวชุดม่วงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อ จู่ๆเส้มผมสีดำยาวที่นางจับตรึงไว้อยู่ถูกมีดสั้นเล่มคมตัดทิ้งอย่างไร้เยื่อไย เศษเส้นผมสีดำแหว่ง หลุดปลิวกระจายไปทั่ว ก่อนที่สาวชุดม่วงจะทันได้สติขาเรียวเล็กที่อัดปราณลงของจางฝูก็หวดและใช่ข้อพับเกี่ยวร่างของสาวชุดม่วงให้ล้มลงไปนอนคว่ำบนพื้นทราย ก่อนที่เท้าอีกข้างของจางฝูจะเหยียบกดลงไปที่กลางหลังพร้อมทั้งทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงไป


      “เฟยเทียน!!” เสียงตะโกนของจางฝูดังงขึ้นพร้อมกับของสิ่งหนึ่งสะท้อนแสงสีเงินรวงที่เจ้าตัวไม่เคยคิดที่จะหยบออกมาใช้ถูกงวงใหญ่ของช้างเผือกโยนเหวี่ยงมาให้ ซึ่งจางฝูก็สามารถยืนมือไปรับของสิ่งนั้นได้อย่างพอดิบพอดี  ขวานเงินเล่มหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มากที่ตัวของจางฝูเองไม่เคยคิดที่จะหยิบออกมาใช้ถูกถือไว้ด้วยมือข้างเดียวถูกง้างขึ้นช้าๆ


    “รู้อะไรไหมว่าข้าแทบไม่เคยคิดที่จะหยิบมันออกมาใช้เลย มันสวยนะ คงต้องของแสดงความยินดีกับเจ้าที่ได้เป็นศพเเรกของมัน อิอิอิ”จางฝูเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รออยยิ้มหวานแต่ดูราวกับรอยยิ้มของมัจุราชสะท้อนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาที่กำลังสั่นระริกของหญิงสาวชุดม่วงที่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เนื่องจากน้ำหนักที่กดลงมา ก่อนที่แสงสีเงินนจากเงาขวานพาดผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับหยาดเลือดสีแดงสดที่สาดกระจายไปทั่วทั้งพื้นทราย
    "กรี๊ดดดด!!"


   ฉับ!!!


   ตุ๊บ!!!


  “ม่ายยยยย!!!”


    เสียงร้องตะโกนของชายยชุดม่วงที่พึ่งฝื้นขึ้นมาดังขึ้นพร้อมกับสายตาของคนที่เหลือที่กำลังสู้อยู่พลันหยุดสะงักแล้วหันไปมองร่างในชุดสีม่วงนอนแน่นิ่งไร้หัว โดยที่มีร่างบางของอีกคนที่ยังคงมีรอยยิ้มหวานปรากฏอยู่บนหน้าทั้งที่บนตัวกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่ว


    “แม่นาง  จาง”เจี๋ยเฟยเอ่ยชื่อของสตรีที่เดินทางร่วมกันมา ดวงตาที่มองไปยังร่างของสตรีที่คอยดูแลและสอนเข้าอย่างอ่อนโยนนั้นเบิกโพรงอย่างอย่างไม่เชื่อสายตา และไม่คิดว่าคนก่อนหน้านี้และที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาในตอนนี้คือคนๆเดียวกัน


     ผั้วะ!!


     ปั๊ก!!


     อั๊กก!!


     ในจังหวะที่เจี๋ยเฟยกำลังยืนตะลึงอยู่เจ้าหัวหน้าของชายในชุดม่วงก็จดการซัดฝ่ามือใส่คนที่กำลังเผลอจนร่างของเจี๋ยเฟยเซถลาถอยหลังไปก่อนจะถูกฝ่าเท้าของอีกคนหวดเตะเข้าไปเต็มท้องจนเซล้มไป กระบี่เล่มงามในมือของหัวหน้ากลุ่มชุดม่วงพุ่งเข้าไปหมายจะจัดการคนเสียเปรียบต่อในทันที


     เคร้ง!!!


     เสียงของโลหะที่ปะทะกันอย่างแรงเรียกให้เจี๋ยเฟยเงยหน้าขึ้นไปมอง ขวานสีเงินเปื้อนเลือดถูกยกขึ้นมากันกระบี่ของอีกคนไว้ได้อย่างทันเวลา กระบี่และขวานสีเงินบดเบียดเสียดสีกันไปมาจนเกิดเป็นวี๊ดชวนปวดหูก่อนที่ขวานในมือของจางฝูจะเป็นฝ่านดันกระบี่นั้นออกไป ก่อนที่เธอจะถูกเท้าของชายคนนั้นถีบเข้าไปที่ท้องเต็มๆ จนเธอต้องกระเด็นถอยหลังลงไปนั่งกุมท้องจุกอยู่ข้างๆเจี๋ยเฟย


    “แค่กๆ อึก กะ..แก” จางฝูกัดฟันพูดอย่างเจ็บใจแล้วเงยหน้าจ้องไปทางหัวหน้าชายสุดม่วงที่เดินย่างสามขุมตรงมายังพวกเธอเเรงถีบเมื่อกี้มันเเรงมากจนเธอจุก อีกทั้งตัวเธอนั้นเป็นคนร่างบางเมื่อถูกโจมตีเเเรงจึงบาดเจ็บและบอบซ้ำง่ายกว่าคนนอื่นๆ  ถ้าให้สู้กับไอ้ลูกน้องสองตัวนั้นเธอมั่นใจว่าเธอเอาอยู่เเต่สำหรับเจ้าตัวหัวหน้านี่ เเม้เธอกับเจี๋ยเฟยจะช่วยกันก็ใช่ว่าจะจัดการเจ้าคนตรงหน้านี่ได้ง่ายๆ ‘ชิ’


    “ไงละ หมดฤทธิ์แล้วสิ คนเก่งทั้งสอง หึหึหึหึ ” ชายคนนั้นเอ่ยพรางหัวเราะอย่างดูแคลนก่อนจะชี้ปรายกระบี่ไปที่คอหอยของจางฝูแล้วมองเจี๋ยเฟยที่นั่งนั่งเจ็บใจอยู่ข้างๆ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -68 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 300 + 25 -68 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดสายลับ
รูปปั้นเทพีเวสต้า
หน้ากากยักษ์เขาเงิน
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x20
x5
x1
x1
x1
x2
x2
x1
x50
x100
x1
x6
x1
x2020
x1
x100
x3
x8
x30
x6
x5
x3
x9
x3
x10
x1
x5
x1
x1
x1
x1
x3
x30
x30
x30
x30
x130
x80
x1
x4
x47
x13
x24
x160
x2
x20
x200
x240
x100
x1
x140
x10
x177
x800
x2
x23
x80
x40
x50
x580
x196
x3
x9
x7
x160
x1
x400
x3
x3
x600
x600
x180
x90
x30
x240
x3
x36
x600
x399
x90
x9
x400
x1200
x75
x8
x27
x594
x5
x100
x1213
x2
x156
x197
x4
x583
x38
x3
x20
x54
x28
x4
x250
x19
x540
x32
x56
x190
x100
x800
x6
x320
x727
x190
x16
x200
x30
x600
x1
x1000
x400
x950
x30
x600
x96
x5
x5
x30
x390
x74
x1
x13
x1676
x1
x2
x1995
x2565
x3
x1523
x4
x6
x10
x90
x2
x120