ดู: 693|ตอบกลับ: 2

{ เมืองเจียวจือ } โรงเตี๊ยมซือ ฝาง ไช่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-1 18:05:54 |โหมดอ่าน



โรงเตี๊ยมซือ ฝาง ไช่


3| | |โรงเตี๊ยมที่อาหารอร่อยที่สุดในอาณาจักร!!!| | |4

เป็นโรงเตี้ยมขนาดกลางที่ตั้งอยู่ใกล้กับย่ายการค้ากลางเมืองเจียวจื่อ
เป็นโรงเตี๊ยมทีี่มีเหล่านักเดินทางหรือชาวเมืองมาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย
เนื่องจากว่าอาหารภายในโรงเตี๊ยมนี้อร่อยถูกปากเหล่าผู้คน โดยเฉพาะสองเมนูที่เป็นที่ต้องตาต้องปาก

คือราดหน้าเป๋าฮื้อ ที่เส้นคั่วหอม นุ่ม น้ำกลมกล่อม ส่วนป๋าฮื้อก็หวานอร่อย
อีกจานก็คือ เป็ดย่างแดนใต้ เมื่อเนื้อเป็ดเข้าปาก ก็อร่อยด้วยความแปลกใหม่
หนังกรอบ เนื้อแน่นนุ่ม กินแล้วเครื่องเทศก็ลืมไม่ลง





ชื่อกิจการ: โรงเตี๊ยมซือ ฝาง ไช่

เจ้าของกิจการ: เหลียง หมิงเทา

ประเภทร้าน: บริการอาหาร สุรา น้ำชา และที่พัก

เวลาเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง


#ประทับตราโดยเจ้ารัฐหนานเยว่


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +400 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 400 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-1 18:57:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-1 19:01


ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น หลงทางทั่วอาณาจักร : เป็ดนั้นของข้า!!!

         คนทั้งหกนั้นนัดเจอกันที่โรงเตี็ยมซือฝางไช่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่ากลุ่มของหลินเจียวหย่าและเจิ้งหู่จะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาถึง

         “พวกท่านได้ความอัน..เอ่อ..อะไรกันมาบ้างหรือเจ้าคะ?” พระชายาหลินเฟยถาม ส่วนคนอื่นก็ส่ายหัว ก่อนที่หลวนหรงจะเป็นคนพูดขึ้น

         “ไม่ได้ความอะไรเลยขอรับแม่นาง ข้าว่าเดี๋ยวเราอาจจะต้องไปสอบถามจากพวกคาราวานพ่อค้าเอา วันนี้เราพักที่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ? จะว่าไป แฮ่ะๆ...เจิ้งหู่..เงินที่ข้าให้เจ้า..??” เขาหันไปทางเจิ้งหู่ที่กำลังนั่งกินถังหู่ลู่อย่างสบายใจ..รวมถึงอาหารอื่นๆ ตอนนี้กำลังเต็มปากหันเลยทีเดียว.. เขาหันกลับมา ก่อนที่จะยิ้มทั้งๆที่แก้มทั้งสองข้างกำลังป้องอย่างน่ารัก

         “แฮ่ะๆ...หมดละ..แอ๋คคคคคคคคค” โคร่ม มม ม ม

         อนิจังอนิจา..ชายหนุ่มผู้ซึ่งบินจะออกไปแตะขอบฟ้าาา...เนื่องจากว่าส้นเท้าของเพื่อนสนิทตัวเองนั้นได้ฟาดหน้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า.. โอ้โหห… กระจาย..

         “....นายยยยพูดดดว่าาาไงงงน่า!!!!เจิ้งหู่!!!!” หรวนหรงพูดพร้อมกับหักนิ้วมือของตนเองดังกรอบแกรบเหมือนกับว่ากำลังจะทำให้ชีวิตวันต่อไปของเจิ้งหู่นั้นไม่ครบ 32 ประการเหมือนวันนี้เสียแล้ว แต่ทว่าหญิงสาวเจียวหย่าก็ได้เข้ามาห้ามทัน

         “ท่านหรวนหรง ใจเย็นๆก่อนนะเจ้าคะ มิเป็นไรเจ้าค่ะ มิเป็นไร” เธอรีบไปห้ามทัพการฆ่าการแกงกันก่อนที่หรวนหรงเมื่อเห็นสาวงาม(ในชุดที่มีผ้าปิดหน้า) ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วกุมขมับ

         ความจริงข้าก็พอรู้อยู่หรอกนะ ว่าสหายของข้าเป็นคนกินเยอะ...ถึงข้าจะมีเงินติดตัว แต่ก็คงจะจ่ายได้เพียงแค่ห้องเดียว..เอายังไงดีนะ?” หรวนหรงพูด พระชายาก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนที่นางจะไปช่วยท่านเจิ้งหู่ที่ลอยไปคลุกขี้ดินตะกี้ออกมา

         “งั้นเดี๋ยวให้ข้าจัดการเองแล้วกันนะเจ้าคะ?” หญิงงามนั้นเลือกที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเธอเอง เอาความจริงก็มีเงินติดตัวอยู่แล้ว เพราะไม่ได้โดนค้นตัวก่อนที่จะโดนจับ เพราะฉะนั้น...เอ๋? การที่ไม่ได้บอกพวกเขาก่อนถือว่าเป็นการโกหกไหม? แต่การโกหกคือการพูดปด แต่ทว่าเธอไม่ได้พูดปดนี้หน่า? เขาไม่ถามเองต่างหาก..

         พระชายาหลินเฟยเดินเข้าไปในโรงเตี็ยมด้วยท่าทีปกติสบายๆ แต่ทว่าหากคนอื่นเห็นก็คงเหมือนกับการเหยียดร่างกายเหมือนชนชั้นสูงที่เดินเข้าไปหาเถ้าแก่ … แต่ไม่มีใครได้เห็นใบหน้าของนางเนื่องจากว่ามันปิดไว้ด้วยผ้าผืนบางนั้น.. เพราะหากเป็นปกติ จำต้องมีแต่คนพูดเสียงเซ๋งแซ่กันเข้ามาแล้ว

         “เราต้องการห้องพักสำหรับคน 6 คน พอจะมีให้เราบ้างไหมเจ้าคะ? ” เจียวหย่าเดินเข้าไปพูดกับเถ้าแก่(มั้งไม่แน่ใจ) ที่กำลังอยู่ตรงโต๊ะ เขาเหลือบตาขึ้นมามองหญิงสาวก่อนที่จะยิ้มให้แล้วพยักหน้า

         “อ้าวแม่นาง สักครู่นะครับ คือว่าทางเราห้องใหญ่นั้นเต็มหมดแล้ว จะเหลือแต่ห้องกลางและห้องเล็ก หากจะเป็นเช่นนั้นคงต้องหลายห้องหน่อยนะขอรับ” เขาพูดแล้วยิ้มหยดให้กับเธอ เนื่องจากว่าตอนนี้เข้าจ้องไปในดวงตาของหญิงสาวที่มีสีม่วงดอกพวงครามอร่ามไปด้วยเสน่หาและความลึกลับ

         “ถ้าอย่างงั้นก็ได้ เราขอห้องกลางสามห้องแล้วก็อาหารสองมื้อด้วยแล้วกัน ข้าจะจ่ายเลยนะ?” พระชายาหลินเฟยพูด ก่อนที่เธอนั้นจะล้วงขึ้นไปหยิบถุงผ้าออกมาวางจนของด้านในนั้นดังกร๊องแกร๊งๆ เหมือนกับว่าไม่ต้องทอนกันเลยทีเดียว

         “อะ..โอ้ววว สักครู่นะครับ...อะ..ไม่สิ.. โห..เชิญครับๆ เชิญทางด้านโน่นได้เลยครับคุณหนู” คำสรรพนามนั้นเปลี่ยนไปเป็นคุณหนูเนื่องจากว่าเธอดูเป็นคนที่มีเงินหนัก เพราะฉะนั้นทำให้เมื่อเห็นและดูด้านในถุงเงินก็ทำให้เกิดการนอบน้อมได้ไม่ยาก ส่วนทั้งห้าคนที่เหลือ..ไม่สิ ชายหนุ่มสามคนที่เหลือก็มองกันว่า..อ้าว...เอ่อ..อย่างงี้ก็ได้หรอ

         จนสุดท้าย ก็มาหยุดอยู่ตรงโต๊ะทานอาหารด้านใน เนื่องจากว่าพระชายานั้นไม่อยากที่จะให้เป็นที่สังเกตุของคนมาก

         ทั้งห้าคนนั้นก็เดินตามมาอย่างว่าง่าย

         “อ๊าาา ไม่อยากเชื่อเลยยย ว่าเราจะได้พักโรงเตี้ยมสักที” เจิ้งหู่พูดขึ้น เขาเอามือกับร่างกายของตนเองแนบกับโต๊ะกลมที่กำลังแผ่อยู่ ส่วนคนที่เหลือก็ได้แต่ยิ้มหัวเราะแห้งๆ บ้างเจิ้งหู่ก็โดนเพื่อนของตนเองเขกหัวเข้าให้

         “ถ้าอย่างงั้นตอนนี้เราก็ควรพักผ่อน..แล้วค่อยตามหาเหล่าพวกพ่อค้าคาราวารบ้างดีกว่าไหมขอรับ? อย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณแม่นางเจียวหย่ามากที่ช่วยพวกข้า” หลวนหรงพูด ส่วนพระชายาก็ได้แต่ส่ายหัวเหมือนกับว่าไม่เป็นไร

         “ไม่หรอกเจ้าค่ะ สิ่งที่พวกท่านได้ช่วยเรานั้นคือสิ่งที่หาค่าประมาณไม่ได้ ไม่อย่างงั้นเราอาจจะติดอยู่ที่นั้นตลอดปีตลอดชาติก็เป็นได้ ตอนนี้เชิญพวกท่านอิ่มหนำสำราญก่อนแล้วกันนะเจ้าคะ แล้วก็..ห้องข้าจองไว้สามห้อง อย่างไรให้น้องชายข้าอยู่กับข้าก็แล้วกันนะเจ้าคะ?” พระชายาพูด ส่วนทุกคนนั้นก็มีเกมสนุกๆ จับเลือกกันว่าใครจะได้นอนกับใคร

         และเป็นช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์และกินอาหาร ขับกล่องกับเสียงเพลงภายในโรงเตี้ยมโดยที่เธอก็พยายามมองออกไปเล็กน้อย...อย่างน้อยก็คงขอให้ดูให้ดีก่อน ว่าแถวนี้มีพวกพ่อค้าบ้างไหม เพราะพวกนั้นอาจจะช่วยเธอได้อย่างมากมายเลยล่ะ โดยที่ไม่มีใครสังเกตุหญิงงามที่ปิดหน้าปิดตาคนนี้ด้วย เนื่องจากว่าที่นี้ก็มีพวกนักเดินทางเหมือนกัน..อืม..ถามนักเดินทางก็คงจะดีนะ?

         แต่ก่อนอื่นก็คงต้องจัดการกับอาหารที่มีก่อนแล้วกัน ถึงแม้ว่าเมื่ออาหารมาเสริฟก็จะเห็นคนที่กำลังทะเลาะกันเพื่อแย้งอาหารอันโอชาอะไรบางอย่าง

         “เป็ดนั้นของข้า!! ไม่น่าาา า า ”
@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -600 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -600 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-27 23:02:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น : อะไรจะโชคดีปานนี้

หลังจากที่ได้พบเจอกับท่านพ่อค้าคาราวานผู้ใจดีแต่หน้านิ่ง ตอนนี้โลกทั้งโลกของหญิงสาวนั้นดูมีความสดใสมากกว่าที่เคยเป็น เนื่องจากว่าเธอนั้นจำต้องออกเดินทางวันพรุ่งนี้เช้า เพราะฉะนั้นท่านพ่อค้า จ้าวจงถัง จึงให้เธอนั้นไปเตรียมตัวรวมถึงบอกเพื่อนๆ โดยที่เขาก็มาที่โรงเตี็ยมที่สหายของเธอนั้นคอยอยู่..ละมั้ง?..

เมื่อเข้ามาด้านในก็ได้กลิ่นอาหาร ท่านพ่อค้าจึงขอตัวไปสั่งอาหารเพื่อนำไปแจกกับสหายในคาราวานสินค้าของตนเอง ส่วนเธอและจงเอ๋อห์ก็ตรงไปยังห้องพักของสหายทั้ง 4 คน..

“ก๊อกๆ..ก๊อกๆๆ”

“ฮ่ะ..วะอะจ๊ะอ๊า!! ใครค้าบ บ บ บ ….อะ!! แม่นางเจียวหย่านี้หน่า! >w< อู๊ว ว ว ท่านกลับมาแล้ว!!!” หนุ่มร่าเริงนามเจิ้งหู่นั้นเป็นคนที่มาเปิดประตู เมื่อเห็นว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใคร ด้วยความที่เขาต้องมานั่งอุดอู๊เนื่องจากโดนทำโทษก็พลันดีใจมากยิ่งขึ้น เขาพุ่งตัวเข้าหาเจียวหย่าเดียวความเร็ว แต่แล้ว ก็ต้องเจอบาทาลูกพักของน้องชายตนเองทักทายเอา

        “แอ๊ค!! เจ็บ...อ๊อยอยย” เจิ้งหู่นั้นทรุดลง แล้วลงไปกองนอนดิ้นไปดิ้นมา ส่วนเจิ้งซื่อนั้นได้แต่มองพี่ชายที่ปัญญานิ่มของตัวเองนิ่งๆด้วยความสมเพชเสียเหลือนับคนา

        “...สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านเจิ้งหู่ ท่านเจิ้งซื่อ” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น เมื่อเห็นสองพี่น้อง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงมาจากด้านในห้อง

        “สวัสดีแม่นาง ^^” ชายหนุ่มที่ดูมีสติที่สุดพูดขึ้นนั้นคือหลวนหรงนั้นเอง
        “อ่ะคำนับพระ..เอ่อ..ท่านเจียวหย่า” ชาติคำนับพระชายาหลินเฟย ก่อนที่จะรู้ว่าเขาเกือบพูดผิดจึงเปลี่ยนคำพูด

        “เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ห้องนี้ห้องเดียวกันเล่าเนี้ย? ไม่อึดอัดแย่หรือ?” หญิงสาวหลินเจียวหย่าสอบถามชายหนุ่มทั่งสี่คนด้วยความงงงวย เนื่องจากว่าเธอก็ให้จำนวนเงินแก่พวกเขาไปไม่น้อยเหมือนกันตอนที่ให้เงินไปเพื่อดำรงชีพภายในเมืองนี้…แล้วไหงมาอยู่ในห้องเดียวกันทั้งหมดเล่า?

        แต่เหมือนกับว่า….. เอาล่ะ อยู่ๆ เธอก็โดนลากเข้าห้องพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่แสนจะไม่น่าให้อภัยของชายนาม เจิ้งหู่ ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ได้แต่นั่งทำตัวลืบแบนเป็นไม้เสียบผีปลูกเห็ดอยู่แถวๆมุมห้อง ส่วนคนที่เล่านั้นคือหลวนหรง และแน่นอนว่าระหว่างที่เล่านั้น น้องชายเจิ้งหู่นาม เจิ้งซื่อก็ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตไปให้พี่ชายร่วมสายเลือดของตัวเองด้วย..

        เรื่องมันมีอยู่ว่า…

        ชาตินั้นแบ่งเงินให้ทุกคนอย่างเท่าๆกัน รวมถึงคนที่ทำงานได้อย่างชาติ เจิ้งหู่และหลวนหรงก็ไปช่วยพ่อค้าขนของขึ้นเรือ จนเสร็จ และพ่อค้าก็บอกว่าให้พวกเขาไปพักผ่อน รวมถึงให้เงินเล็กๆน้อยๆ เป็นการตอบแทนที่ไปช่วยขนของขึ้นเรือ พวกเขาจึงไปเที่ยวเล่นกันในเมือง แต่เจิ้งซื่อนั้นขอตัวแยกออกไปหาหอสมุดแทน
        และเจิ้งหู่ก็เจือกไปใช้เงินจนหมดกับการเปย์สาวๆ ทำให้พวกเขาต้องถังแตก และลากเจิ้งหู่ออกมา และทำตัวเจียมๆภายในห้องนอน แต่เนื่องจากว่าเหลือเงินแค่ของส่วนเจิ้งซื่อและชาติ เพราะว่าเงินของเจิ้งหู่และหลวนหรงนั้นโดนโยนไปให้สาวๆแล้ว ทำให้พวกเขาต้องกักบริเวณท่านพี่เจิ้งหู่ตัวแสบ… นั้นคือต้นเหตุของการสร้างเห็ดตรงมุมห้อง

        “อ้อ…...” พระชายาทำใบหน้าถึงบางอ้อ ก่อนที่จะยิ้มแห้งๆ แล้วเกาหัวเบาๆ เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่น่าจะ..ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นล่ะนะ

        “แต่จะว่าไป พวกท่านคงไม่รู้สินะเจ้าคะ? ว่าพ่อค้าสำเภานั้นเดินทางออกไปแล้ว...” พระชายาหลินเฟยสอบถาม ก่อนที่ใบหน้าของคนทั้ง 3 คน (ไม่ร่วมเจิ้งซื่อ) จำพร้อมเพรียงทำหน้าประมาณนี้กันทั้งหมด….


        และดูเหมือนว่าเจิ้งหู่จะเป็นคนที่โวยวายในพื้นหลังเป็นแบล็คกราวที่ดีเลยล่ะ… โอ๊ะ! เขาโดนสำเร็จโทษเขกหัวโดยน้องชายของเขาแล้ว….

        เอาล่ะ..เข้าเรื่อง

        “แต่พวกท่านไม่ต้องกังวนนะเจ้าคะ เพราะว่ามีพ่อค้าคาราราวผู้หนึ่งเป็นชาวต้าฮั่น เขากำลังจะเดินทางกลับต้าฮั่น เขาจึงจะให้พวกเราติดคาราวานพวกเขาไปด้วย อาจจะช้าหน่อยแต่ก็เป็นการเดินทางที่มีจุดหมาย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยากให้ทุกท่านไปเตรียมตัวเดินทางได้แล้วนะเจ้าคะ เพราะว่าคาราวารนั้นตั้งอยู่นอกเมือง” พระชายาหลินเฟยพูดขึ้น และนั้นทำให้เหล่าชายหนุ่ม ทั้ง 3 คน ที่ทำใบหน้าห่อเหี่ยว กลายร่างเป็นลิงโลดทะโมนสุดๆ


        และเมื่อเก็บของเสร็จแล้วเธอจึงเดินลงไปก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ท่านพ่อต้าจ้าวจงถังได้อาหารพอดี แต่เขานั้นไม่ต้องลำบากในการแบกเลย เนื่องจากว่ามีชายฉกรรณ์ 3 หน่อ ที่พร้อมจะบีบนวดปูพรมให้เขาสุดๆ…..

        ‘...ไม่นึกเลยว่าการปล่อยชาติให้อยู่กับพวกเขา จะทำให้ชาติเป็นคนแบบนี้ได้…’ แม่นางหลินเจียวหย่าพูดขึ้น ก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงินค่าห้องให้กับพวกนั้นก่อนที่จะเดินทางเพื่อออกไปนอกเมือง



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน


ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-9-23 06:32

ขึ้นไปด้านบน