ดู: 422|ตอบกลับ: 3

{ เมืองเจียวจือ } ย่านการค้ากลางเมือง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-3-1 17:48:26 |โหมดอ่าน



ย่านการค้ากลางเมือง

3| | |ย่านการค้าเมืองเอกของอาณาจักรหนานเยว่| | |4


เป็นย่านการค้าที่มีความคึกคักที่สุดในเมือง
มีร้านค้าขายแผงลอยมากมาย รวมถึงผู้คนที่เดินกันให้ขวักไขว่
หากเป็นคนจากต่างถิ่นก็จะเป็นเหล่านักเดินทางทั้งหลาย ส่วนมากพ่อค้าแม่ขายแถวนี้เป็นชาวหนานเยว่โดยกำเนิด
ส่วนมากของที่ขายจะมีพวกหยกรวมถึงเครื่องหล่อสัมฤทธิ์ที่สวยงาม



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-1 18:11:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-1 18:15


ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น หลงทางทั่วอาณาจักร : ดิสอิสอะเจียวจือ

          ช่วงเวลาเช้านั้นได้ผ่านมาอีกครั้ง พระชายาหลินเฟยนั้นตื่นเกือบเป็นคนสุดท้าย เนื่องจากว่าที่นี้นอนสบายเกินไปหน่อย พวกเขานั่งทานอาหารจากปลาปิ้งกันก่อนที่จะออกเดินทาง รอบนี้คนนำทางคือชายหนุ่มทั้งสามคน โดยคนนำทางตือเจิ้งหู่ที่ร่าเริงที่สุด

          เมื่อเดินทางกันมา พระชายาหลินเฟยก็ยังคงมีผ้าที่ปกปิดใบหน้าของเธออยู่เหมือนกับ แต่หากคนอื่นมองก็คงคิดแค่ว่าใบหน้านั้นมีแผล(?) เสียละกระมั้ง

          เมื่อเดินทางกันไปมาได้สักพัก ทั้งหกคนนั้นก็ได้เห็นกับความเจริญบ้างแล้วซึ่งนั้นก็คือเห็นเมืองใหญ่อยู่ไกลลิบ พระชายารวมถึงคนที่โดนขังนั้นก็ได้แต่ใจเต้นว่าที่นี้คือที่ใดกันหน่อ? เพราะมองอย่างไรก็ไม่ใช่รัฐเตี๋ยนเป็นแน่แท้ เมื่อทั้งหกนั้นเดินเข้ามา ที่พบเจอเลยก็คือย่านการค้าที่มีผู้คนเดินกันให้แซด พระชายาหลินเฟยที่พึ่งได้พบเจอมนุษย์มากมายขนาดนี้มาเกือบ 2 ปี … โอ้โห..

          เธอเลือกที่จะเดินด้านหลังชาติ เนื่องจากว่าการที่เธอปิดหน้าตาแบบนี้อาจจะทำให้คนอื่นคิดในทางที่แย่ก็เป็นได้

          “ว้าววว ที่นี้มันเมืองไหนกันเนี่ย!! ไม่เคยมาเลยแฮะ..ใช่จีโจวป่าว..?” เจิ้งหู่พูดถามเพื่อนๆของตัวเองก่อนที่จะได้รับคำตอบมาไม่ได้ต่างกัน เหมือนกับว่าคำถามนั้นไม่ได้คิดไว้ก่อน ซึ่งนั้นก็คือสายตาที่ว่า เพราะแกนั้นล่ะ เถือกๆนั้น…

          ส่วนชาติและจงเอ๋อห์ก็จ้องมองเรื่อยๆ ผู้คนที่นี้เหมือนกับชาวฮั่น คล้ายกัน แต่บางสิ่งบางอย่าง...อืม..

         “ถ้าอย่างงั้นไม่ลองแยกกันสอบถามชาวบ้านแถวนี้ล่ะ ว่าที่นี้คือที่ไหน?” เจิ้งซื่อออกความคิดเห็น นั้นทำให้ใครหลายคนเห็นด้วย แต่ทว่าก่อนที่จะได้สอบถามอะไรใคร คุณชายร่าเริงเสมอต้นเสมอปลายก็หันไปทักทายกลุ่มคนที่กำลังเดินกันมา

         “เฮ้..พี่ชายสุดหล่อขอรับ ไม่ทราบว่าที่นี้คือที่ใดหรือขอรับ?” เจิ้งหู่เข้าไปทักทายชายหน้าบากที่กำลังถือกระบองหนามเหล็กขนาดใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนในคณะของพวกเขาสัก 2-3 คนนั้นหันมาทางชายหนุ่มที่กำลัีงยิ้มร่าเริงพร้อมทำมือกุมกัน เหมือนพวกเถ้าแก่เนี้ยะ

          ‘ชิบหอง’ <<หลวนหรง
          ‘เร็วชิบ’ <<เจิ้งซื้อ
          ‘......เอาจริงสิ’ <<พระชายา

          ทั้งพวกพระชายารวมถึงชายทั้งสองที่ติดตามเจิ้งหู่มานั้นคิดเป็นเสียงเดียวกันในหัว ว่าเลือกคนถามได้ดีจริงๆเลยแก!!! ถ้าโดนชกมาจะเกิดอะไรขึ้นเนี้ย!!

          “อ้อ..พวกเจ้าเป็นนักเดินทางเราะ ที่นี้คือเมืองเจียวจื่อ ในรัฐหนานเยว่ ตอนนี้พวกเจ้าก็อยู่ตลาดนั้นล่ะนะ” ชายหน้าบากพูดขึ้นอย่างเป็นมิตรแถมยังยิ้มตอบอีกต่างหาก เหมือนว่าจะเป็นคนดีกว่าที่คิด ส่วนชายอีกคนที่กำลังถือทวนนั้นก็เหล่มามอง ก่อนที่จะพูดเสริมคำตอบ

          “อา..หากพวกเจ้าเป็นนักเดินทางก็น่าจะรู้นะ? ที่นี้คือเมืองตอนใต้ของต้าฮั่นนั้นล่ะ แถวนี้ของกินอร่อยลองดูแล้วกัน” พวกเขาตอบคำถาม ก่อนที่เจิ้งหู่นั้นจะขอบคุณพวกเขาแล้วแยกตัวออกมา จากนั้นก็เดินกลับมาหากลุ่มคนของตนที่กำลังรออยู่

          “ก็ตามหน่ะ...แอ๊คค คค ค โอ้ยยยยเจ็บๆๆเดี๋ยวๆๆ”
          “ใครบอกให้ทำแบบนั้นเล่าาาาาาา เจ้าเพื่อนนนนนยากกก”

          หลวนหรงนั้นเดินเข้าไปขยี้หัวล๊อคคอสหายสนิทของตนเองอย่างเป็นห่วงและหมั่นไส้ เนื่องจากว่าหากเตรียมตัวไม่ดีนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องเป็นราวกันได้ ยิ่งอยู่ในสถานที่ ที่ไม่รู้จักก็เป็นเรื่องปกติที่ควรจะระวังตัว ส่วนเมื่อพระชายาได้ยินชื่อเมืองก็นึกขึ้นได้

          “อาณาจักรหนานเยว่ แห่ง จ้าว โม่ อาณาจักรตอนใต้จิงโจว ในอาณาเขตเจียวโจว ครองครองสามหัวเมืองใหญ่ติดทะเลใต้อย่าง เจียวจือ, เหอผู่ และ หนานไห่ และรวมไปถึงอาณาจักรน้อยใหญ่อื่นๆ ตอนใต้ของแผ่นดินบางส่วน...อยู่ทางตอนใต้ก็คงจะเป็นเรื่องปกติล่ะนะเจ้าคะ..” พระชายาหลินเฟยอธิบาย ส่วนชายทั้งสามนั้นก็ได้แต่นั่งคิด

         “อย่างงั้นนี้ก็ไม่ใช่แผ่นดินฮั่นสินะ..เอาอย่างไรดีนะ?” หลวนหรงนั้นพูดขึ้นตอนนี้เขานั้นคิดหนัก เนื่องจากว่าไม่นึกว่าจะหลงมาอยู่กันคนละอาณาจักรได้ เพราะฉะนั้นคงต้องทำอะไรกันก่อนดี

          “ถ้าอย่างงั้นลองไปถามไถ่พวกพ่อค้าแม่ขายแถวนี้ก่อนดีกว่า ข้าว่าแยกกันไปจะเร็วกว่า แล้วเจอกันที่ร้านน้ำชาตรงนั้นก็ยังคงไม่สาย…..ไม่สิ ตรงทางด้านนั้น ข้าเห็นมีป้ายของโรงเตี็ยมอยู่ เราเจอกันที่นั้นเลยแล้วกัน อย่างไรก็ควรที่จะพักผ่อนกันด้วย...อ้อ..ข้าไม่ไปกับท่านพี่เด็ดขาด” เจี้งซื่อพูดคำขาดก่อนที่พี่ชายร่วมสายเลือดของเขานั้นจะทำหน้าเหมือนกับกำลังจะกัดกันกับน้องชายตัวเองให้ได้ แต่แล้วคนที่ห้ามทัพนั้นก็คือหลวนหรงนั้นเอง

          ตอนนี้หลายคนนั้นเริ่มแยกกันไป ชาตินั้นไปกับชายน้อยเจิ้งซื่อ ส่วนหลวนหรงก็ไปกับจงเอ๋อห์ เนื่องจากสองคนนั้นเงียบเหมือนกัน จะปล่อยให้ไปถามกันสองคนก็คงจะไม่ได้ความ ส่วนเจิ้งหู่ที่ร่าเริงนั้นก็มาอยู่กับพระชายาหลินเฟย

          “เอาล่ะ..เดี๋ยวเราไปถามกันเลยยยย” เจิ้งหู่พูดอย่างร่าเริง ส่วนพระชายาที่กำลังอยู่ในชุดผ้าคลุมก็ได้แต่ยิ้มบางๆให้กับเขาผ่านผืนผ้าที่ปกปิดใบหน้าของตนเองไว้

         “ไม่เป็นไรนะขอรับ หากมีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวข้าจะปกป้องท่านเอง ไม่ต้องเป็นห่วง เห็นอย่างงี้ข้าเองก็มีวิชาติดตัวเหมือนกันน่าาา” เจิ้งหู่นั้นพูดอย่างร่าเริงอีกครั้ง แล้วเดินนำไป ทำให้พระชายาหลินเฟยนั้นต้องเดินตามอย่างเงียบๆ เธอพยายามสอดส่องดูคนแถวนี้ ก็คล้ายกับชาวต้าฮั่นไม่มีผิด..

          “ฮ่ะ..ต้าฮั่นเราะ ข้าไม่เคยไปหรอก ข้าเป็นพ่อค้าอยู่เจียวจื่อตั้งแต่ตีนเท้าผาหอยแล้ว”
          “หืม? ทางไปต้าฮั่นหรอ? เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะคุณชาย แต่หากท่านไม่รังเกียจไม่อยากลองขนมใหม่ของเราใหม่ไหมเจ้าคะ?”
          “เอ๋?..ต้าฮั่นหรอ..ข้าเองก็ไม่รู้นั้นล่ะนะ ชาวบ้านแถวนี้ไม่ค่อยรู้กันหรอก ต้องไปถามจากพวกพ่อค้าโน่นน”

          แต่ทว่าเหมือนว่าพวกเขานั้นจะเลือกถามคนผิดไปหน่อยหรือปล่าวก็ไม่แน่ใจ เนื่องจากว่าชาวบ้านแถวนี้นั้นไม่มีใครรู้ทางไปต้าฮั่นเลย เพราะว่าตั้งแต่เกิดจนโตก็อยู่ที่เมืองเจียวจื่อ เวลาผ่านไปเกือบครึ่งวันแล้วแต่ก็ยังไม่พบเจอใครที่สามารถบอกได้ ...แต่ทว่าของที่เพิ่มมากขึ้นนั้นก็คือถังหู่ลุ่ขนมทั้งหลายอาหารตามร้านที่เจิ้งหู่แวะไปบ้าง

          “ข้าว่าเราพอกันแค่นี้ก่อนแล้วกันนะเจ้าคะ...ข้าว่าเราควรไปรวมตัวกับทุกคนได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ” พระชายาหลินเฟยพูดขึ้นก่อนที่จะยิ้มบางๆให้กับคนที่กำลังหาซื้อของกินอย่างเอร็จอร่อยดูเหมือนว่าพวกเขาจะกระเป๋าหนักกันอยู่เหมือนกัน

          เมื่อหญิงงามที่มาด้วยกันนั้นชักชวนเขาก็เลือกที่จะตามเธออย่างไม่ลังเลเลย
@Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-26 02:52:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-26 02:54


อาหารการกิน
ที่นี้ไม่เหมือนที่ไหนเลยแฮะ

        เช้าวันนี้เป็นเช้าที่สดใสสำหรับเด็กชายจงเอ๋อห์ เขานั้นตื่นขึ้นมาช่วงเช้า เพราะว่าจะตื่นมาเพื่อหาอะไรทาน สำหรับวันนี้ เพราะว่าตอนนี้ทั้งเขาและพี่สาวนั้นออกมานอนนอกเมืองเจียวจือ เพราะฉะนั้นควรที่จะหาซื้ออะไรไว้ เขาคิดว่าวันนี้คงต้องหาซื้ออะไรหน่อยแล้วล่ะ

        เด็กชายเดินไปตามเส้นทางและถนนยามเช้าภายในย่านการค้าใหญ่เมืองเจียวจือ มองโน่นมองนี้ไปตามประสา พ่อค้าแม่ขายนั้นเริ่มออกมาเริงร่าตามถนน รวมถึงมีร้านบะหมี่น่าทานด้วยกัน แต่ที่ทำให้เด็กชายจงเอ๋อห์จ้องมองอย่างที่สุดก็คือ…

        “โธ่ว..ว่าไง สนใจมันเทศหน่อยไหมพ่อหนุ่ม”

        “โอ้โห..มันเทศ อืม..” เด็กชายสนใจมันเทศเป็นพิเศษ เพราะหากซื้อไปก็ทานได้หลายมื้อ ทั้งยังหวานอร่อย หากเอามามันก็นำไปเผาได้ แถมหอมหวานอร่อยด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกซื้อมันเทศมา เมื่อได้สิ่งที่ต้องการมาแล้วเขาก็เดินมาต่อ ตอนนี้สิ่งที่ต้องการเป็นอะไรต่อดีนะ? นั้นสิ เพราะว่ามันมีแต่สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

        ชั่งและตำลึงก็เป็นของท่านพี่ เพราะฉะนั้นเขาควรที่จะประหยัดเงินไว้ดีไหม?นะ?..

        ประ..หยัดเงิน…

        “นั้นสินะ..ทำไมท่านพี่ถึงมีเงินเยอะถึงเพียงนี้กัน?” เด็กชายพูดขึ้นอย่างไม่ทันคิด จะว่าไปเขาก็คิดมานานแล้ว ที่ท่านพี่เจียวหย่าเลือกที่จะจ่ายค่าโรงเตี้ยมให้กับคนทั้งหกคนก็ใช้เงินเยอะเหมือนกันนั้นเอง..


        คิดไปก็รกสมองเสียปล่าวๆ.. =__=

        เด็กชายคิดเช่นนั้นก่อนที่จะเดินต่อไป แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดอีกครั้งทั้งๆที่พึ่งเดินมาไม่ทันใดนัก จงเอ๋อห์นั้นตรงไปยังร้านร้านหนึ่ง ซึ่งกำลังทำเมนูอาหารที่ดูน่ารับประทานอย่างยิ่งกันเลยทีเดียว...อาหารที่บดเนื้อเป็นแผ่นๆ ก่อนนำมาม้วนเข้ากับเครื่องเทศ รสชาติหอมกรุ่นน่าลิ้มลอง...อืม..

        “อาหารหอมกรุ่นน่าลิ้มลองชิ้นนี้เขาเรียกว่าอะไรหรือ? ท่านลุง” จงเอ๋อห์พูดถามเฒ่าแก่ร้านที่กำลังบดเครื่องเทศให้เข้ากับเนื้อนั้นอยู่นั้นหยุดหันไปทางเด็กชาย ก่อนที่จะยิ้มอย่างภูมิใจ

        “โฮ่วๆๆ นั้นเนื้อม้วนไง โฮ่วๆ อยากกินเราะ? ลองดูสักชิ้นไหม? เอาแบบร้อนๆเลยก็ได้ หรือจะเอาแบบดิบไปย่างหรือรมควันก็เก็บได้นานนะเจ้าหนู” เขากล่าว ก่อนที่จะส่งเนื้อม้วนร้อนๆนั้นให้เด็กชายและจงเอ๋อห์ก็รับมันมากิน.. ทันทีที่เข้าปากนั้นเขารับรู้ได้ถึงความร้อน แต่ต่อมานั้นก็รับรู้ได้ถึงรสชาติของเครื่องเทศที่กำลังซึมลึกถึงเนื้อ ที่แทรกอยู่ตรงระหว่างเนื้อ..

        อึฮึม!!...

        “จัดมา...หนึ่งถุงเลยท่านลุง” จงเอ๋อห์ทำหน้าเก็ก ก่อนที่เขาจะจ่ายตำลึง...ราคาโหดอยู่เหมือนกันนะเนี้ย..แต่ว่า

        เพื่อของอร่อย!! ทำได้!!

        เวลาผ่านไปไม่นาน(?) เด็กชายก็ได้ซื้อของเสียเต็มคราบ ก่อนที่จะเดินทางเพื่อกลับไปหาท่านพี่ที่นอกเมือง...

@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-3-27 23:21:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-3-28 01:51


ออกเดินทางสู่เมืองต้าฮั่น : เสื้อ..ผ้า?

        และแล้วคณะเดินทาง(?) ไม่ใช่สิ เอ่อ..ก็มี ใครบ้างนะ? มันเยอะไปหมดเลย จนแทบจะจำอะไรไม่ได้ เอาล่ะ เรามานับคนแรก ผู้มีพระคุณของเรากันดีกว่า ท่านพ่อค้าจ้าวจงถัง ที่เดินนำหน้า โดยมี ชาติ เจิ้งหู่ หลวนหรง คอยถือของให้ รวมถึง ตามมาด้วยแม่นางเจียวหย่า จงเอ๋อห์และ เจิ้งซื่อ

        พ่อค้าจ้าวจงถังนั้นบอกว่าจะขอเดินผ่านตลาดกลางเมือง เนื่องจากว่าเขาอยากจะเลือกซื้อของให้กับลูกสาว เผื่อว่ามันจะมีของที่น่าถูกใจ

        “เช่นนั้นเองสินะคะ...อืม..ถ้าอย่างงั้นข้าเองก็น่าจะซื้อไว้ด้วยเหมือนกัน ชาติ จงเอ๋อห์ รวมถึงพวกท่านเองหากอยากได้อะไรก็บอกนะเจ้าคะ” เจียวหย่าพูด ก่อนที่จะยิ้มถึงแม้ว่ามันจะโดนปิดด้วยผ้าก็ตามที ส่วนเจิ้งหู่เมื่อได้ยินว่าอยากได้อะไรก็บอก นั้นก็มีหูและหางสุนักออกมาพร้อมกัน อย่างไม่ได้นัดหมาย แล้วทำตาวาว แต่แล้วก็ต้องโดนสายตาอาฆาตของน้องชายตนเองสยบไป..จนจ้อยเลย..

        “แฮ่ะๆ...” เจียวหย่ายิ้มแห้ง และเดินไปจ้องมองตลาดในช่วงกลางวันที่มีคนมากมาย ข้าวของที่นี้ก็น่าซื้อเฉกเช่นกัน..อืม.. ควรซื้อของ..จะว่าไป..นั้นมันร้านเสื้อผ้านี้? เจียวหย่านั้นจ้องมองร้านขายผ้า ก่อนที่จะจ้องไปทางชาติรวมถึงจงเอ๋อห์ นั้นสินะ ทั้งสองคนนี้เป็นชาวต่างถิ่น หากจะไปยังต้าฮั่น ก็ควรที่จะแต่งกายให้ดีกว่านี้

       “อืม...จงเอ๋อห์จ๊ะ เดี๋ยวเราไปดูร้านทางนั้นกันดีกว่าเนอะ?” พระชายาหลินเฟยนั้นหันไปทางร้านขายเสื้อผ้าก่อนที่จะยิ้มให้กับจงเอ๋อห์ส่วนเด็กชายนั้นได้เพียงแต่จ้องมองนิ่งๆ ก่อนที่จะขมวดคิ้วเนื่องจากว่าเขาไม่ค่อยชินอะไรแบบนี้นัก? ส่วนคุณท่านพ่อค้าจ้างจงถังก็เดินเข้าร้านเครื่องประดับ ดูเหมือนว่า หลวนหรงจะมีศิลปะทางการพูดอย่างดีเลยล่ะ เนื่องจากว่าตอนนี้เขากำลังเลือกสินค้าให้กับลูกสาวของพ่อค้ากันสองคน โดยมีทาสงานเป็นเจิ้งหู่และชาติ

        ….อ้าว..แล้วเจิ้งซื่อล่ะ

        ….ตามเธอมานี้เอง…
        
        “เอ่อ..ข้า..รออยู่ด้านนอกนะขอรับ” จงเอ๋อห์พูด ก่อนที่เขานั่นจะพยายามเดินออกไป แต่แล้วมือของแม่นางเจียวหย่าก็จับตัวไว้ได้ แถมยังลากเด็กน้อยอายุ 10 ขวบนั้นเข้าร้านเสื้อผ้าอีกต่างหาก ส่วนเจิ้งซื่อนั้นก็ได้เพียงแต่มองตามห่างๆอย่างห่วงๆ เนื่องจากว่าเขาไม่อยากจะเดินตามพี่ชายของตนเองเท่าใดนัก

       “ว้ายย ตายแล้วว แม่นางต้องการอะไรเป็นพิเศษไหมจ๊ะะะ ข้ามีเสื้อผ้าสวยๆ เครื่องประดับงดงามหลากหลายชินเลยนะ?” เจ้าของร้านน่าจะเป็นเถ้าแก่ร้านผ้านั้นพูดขึ้น ก่อนที่พระชายาที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าชาวบ้านนั้นต้องแปลกใจ ปกติแล้วหากเข้ามาในร้านผ้า แต่งกายเช่นนี้คงโดนเมินเป็นแน่แท้.. เหตุใดต้อนรับขับสู้ดีนัก?...

        “ข้าต้องการชุดใหม่ให้น้องชายของข้าสักหน่อย แล้วก็ ขอชุดผู้ชายผู้ใหญ่ด้วย ร่างกายประมาณชายผู้นี้แต่สูงกว่าหน่อยเจ้าค่ะ.. จะว่าไป ท่านเจิ้งซื่ออยากจะได้สักตัวหรือไม่เจ้าคะ?” พระชายาหลินเฟยนั้นพูดขึ้น แต่แล้วอีกคนก็ตอบรับด้วยการส่ายหัว เนื่องจากว่าตนเองนั้นก็ไมไ่ด้ต้องการอยู่แล้ว ชุดที่อีกคนใส่นั้นก็เป็นเนื้อผ้าชั้นดีอยู่แล้ว นั้นอาจเป็นเหตุผลที่เจ้าของร้านนั้นแต่งขับสู้อย่างดีหรือปล่าวนะ?? เพราะเป็นผ้าแพรทอมืออย่างฝีมือปรานณีตยิ่งนัก

        “ได้เลยเจ้าค่ะ เชิญเลือกเนื้อผ้าได้เลย นี้เป็นผ้าแพรจากต้าฮั่นเลยนะเจ้าคะ จะว่าไป แม่นางนั้นไม่รับสักชุดหรือจ๊ะ? ข้าว่าอย่างท่านแต่งตัวแต่งหน้า เอาผ้าที่ปกปิดใบหน้างามๆของแม่นางออกจักงดงามกว่าหนา?” เถ้าแก่ร้านผ้านั้นแนะนำ ส่วนพระชายาหลินเฟยก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

        “..อืม...แล้วท่านพอมีชุดที่เหมาะกับการปกปิดใบหน้าหรือไม่เล่าเจ้าคะ? หากมีข้าก็จักซื้อเจ้าค่ะ” เจียวหย่านั้นพูดขึ้น ก่อนที่จะยิ้ม ส่วนเถ้าแก่ร้านผ้านั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็คิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะไปหาเสื้อผ้า มาสำหรับคนสามคน

        ของทางชาตินั้นไม่มีปัญหา เขาเป็นคนที่ใส่อะไรก็ได้อยู่แล้ว ชุดผ้าเนื้อชั้นดี ก็ค่อนข้างดีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าจงเอ๋อห์นั้นเมื่อเห็นเนื้อผ้าที่ดีก็รู้สึกว่าจะตกใจน้อยๆ เพราะว่าเคยแต่ใส่พวกเสื้อหนังสัตว์อะไรเช่นนั้นจึงไม่คุ้นชิน เขาจึงเลือกเสื้อผ้าที่ค่อนข้างง่ายๆ ในการใส่ สีน้ำเงิน แต่ก็มีเครื่องประดับรวบผมขึ้น ตามที่เจิ้่งซื่อแนะนำ

        และแล้วเจ้าเด็กกะโปโล 10 ขวบ ตอนนี้ก็ดูดีขึ้นเป็นกองเลยล่ะ..


        ส่วนพระชายาหลินเฟยก็นั่งจับเนื้อผ้าของตนเองอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่จะคิดว่าควรที่จะซื้อใหม่ดีไหม? เพราะว่าเสื้อผ้านั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนมา 2 ปีแล้ว และแล้ว เธอก็ตัดสินใจที่จะซื้อมันจนได้.. เมื่อเดินออกมา พวกเขาก็เตรียมตัว ที่จะเดินทางไปนอกเมือง…

        อ่ะ ดูเหมือนว่านอกจากเสื้อผ้า พระชายาซื้อของสำหรับคนที่รออยู่ที่จวนด้วยนะ!!?

@Admin  @STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +12 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 12 + 500 + 25 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-4-1 08:29

ขึ้นไปด้านบน